<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทลายซ่องร้านนวด ในเมืองเชียงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองนำกำลังทลายร้านนวดค้ากามเด็กหนุ่มกลางเมืองเชียงใหม่ โฆษณาโจ๋งครึ่มทางออนไลน์หลังทางการปลดล็อกให้เปิดกิจการได้ตั้งแต่ต้นเดือน รวบสาวสองวัยดึกเจ้าของร้าน ดำเนินคดี 6 ข้อหารวมทั้งค้ามนุษย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง เปิดเผยว่า​ ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (ชปพ.ปค.) พิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับป้องกันจังหวัดเชียงใหม่ ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงใหม่ และตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ นำกำลังบุกเข้าจับกุมสถานประกอบการลักลอบค้ามนุษย์ ชื่อร้าน Ann6999 นวดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ถนนช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 21 ก.ค.ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมูลนิธิรณสิทธิ์ฯ ได้เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดํารงธรรม กระทรวงมหาดไทย ว่ามีผู้ลักลอบค้ามนุษย์ด้วยการค้าประเวณีเด็กชายอายุต่ำกว่า 18 ปี ในตัวเมืองเชียงใหม่ กรมการปกครองจึงแจ้งและมอบหมายพนักงานฝ่ายปกครองเป็นสายลับ ทำการสืบสวนร่วมกับมูลนิธิรณสิทธิ์ฯ พบข้อมูลบัญชีทวิตเตอร์ที่ใช้ชื่อว่า Ann 6999 นวดเชียงใหม่ มีการโพสต์ภาพโป๊เปลือยของเด็กวัยรุ่นชายขณะทำการนวดให้กับลูกค้า​ และในห้องทวิตเตอร์ ชายแท้รับงานเชียงใหม่ ยังพบอีกว่าผู้ใช้ชื่อบัญชี Ann 6999 ประกาศเชิญชวนชายแท้เข้ามาทำงานร่วมเป็นเด็กในสังกัด นอกจากนี้ยังพบภาพพนักงานชายในร้านซึ่งคาดว่าเป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี และบทสนทนาสอบถามราคาค่าซื้อขายบริการโดยเปิดเผย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นสายลับได้ติดต่อผ่านโปรแกรมไลน์ (Line) เพื่อล่อซื้อบริการทางเพศ โดยอีกฝ่ายส่งภาพพนักงานชายที่ขายบริการมาให้เลือก ก่อนจะนัดแนะให้ไปใช้บริการทางเพศที่ร้าน Ann 6999 นวดเชียงใหม่ คิดค่าขายบริการทางเพศครั้งละ 1,600 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสายลับเดินทางไปถึงร้าน Ann 6999 นวดเชียงใหม่ ตามเวลาที่นัดหมาย พบว่า​เป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น มีป้ายเขียนว่า H2O Chiang Mai Karaoke มีผู้ชายคอยให้บริการลูกค้า ต่อมาสายลับได้พบกับผู้จัดการและคนเชียร์แขกที่เคยได้พูดคุยผ่านโปรแกรมไลน์และนัดซื้อบริการทางเพศไว้ก่อนหน้า และได้พบชายบริการ จำนวน 2 คน ซึ่งตรงกับรูปที่มีการเสนอขายบริการทางเพศผ่านโปรแกรมไลน์ โดยชายบริการทั้ง 2 คน บอกกับสายลับว่ามีอายุ 17 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสืบสวนพบว่า​ ที่ร้านมีนายศรี (สงวนนามสกุล) หรือนายแอน อายุ 56 ปี เป็นสาวประเภทสอง ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการดูแลภายในร้านและเชียร์แขก โดยร้าน Ann 6999 นวดเชียงใหม่ ได้โฆษณาขายบริการทางเพศชายผ่านแอปพลิเคชันไลน์และทวิตเตอร์ ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กชายอายุต่ำกว่า 18 ปีรวมอยู่ด้วย จึงได้ประสานกับชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงใหม่เข้าทำการจับกุมดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรณสิทธิ์ พฤษยาชีวะ ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์เพื่อการช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ เปิดเผยว่า ทางมูลนิธิได้รับร้องเรียนมานานแล้ว แต่ช่วงนั้นเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ และร้านก็ปิด จึงได้คอยเก็บหลักฐานไว้ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมหลังปลดล็อกให้เปิดบริการได้ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งจากการสอบถามเด็กชายอายุ 17 ปีที่ตกเป็นเหยื่อ เขาให้การว่า​ ถูกเพื่อนชักชวนให้มาเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านนี้ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีจิตใจเป็นชายรักชาย ​เพราะแม่เล้าได้พูดจาเล้าโลมโน้มน้าวทุกวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานายศรี หรือแอน รวม 6 ข้อหา ได้แก่ 1.ค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีเด็กชาย 2.เป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 3.เป็นเจ้าของสถานการค้าประเวณี 4.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร 5.ครอบครองสื่อลามกเด็กเพื่อประโยชน์ในทางการค้า 6.นำเข้าซึ่งภาพอันลามกอนาจารในระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ก่อนนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ แล้วส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันพนักงานฝ่ายปกครองชุดจับกุมได้เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เพื่อสั่งปิดสถานประกอบการแห่งนี้ นอกจากนี้จะได้ประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72237</URL_LINK>
                <HASHTAG>รณรงค์ ทิพย์ศิริ, รณสิทธิ์ พฤษยาชีวะ, ร้าน Ann 6999, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f182cee14b21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ114นักพนัน ไม่สนพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กรมการปกครองยกกำลังทลายบ่อนพนัน ทั้งไฮโล ตู้สล็อต ตู้ปลา จับกุมนักพนันชายหญิง 114 คน ผบช.ภ.1 เต้น สั่งตั้งกรรมการสอบตำรวจท้องที่ละเลยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เที่ยงเศษ วันที่ 8 เมษายนนี้ ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกจับบ่อนการพนันฝ่าฝืนพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พบนักพนันจำนวนมากกำลังรวมกลุ่มเล่นพนันที่บ่อนในซอยพิบูลสงคราม 32 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี จับกุมนักพนันได้ 114 คน เป็นชาย 47 คน หญิง 67 คน เป็นคนต่างด้าว 2 คน ตรวจยึดโต๊ะพนันไฮโล พร้อมอุปกรณ์การเล่นไฮโล จำนวน 1 โต๊ะ ตู้สล็อต 1 เครื่อง เครื่องเล่นพนันตู้ปลา 1 เครื่อง กล้องวงจรปิด CCTV และเงินของกลางจำนวนกว่า 3 แสนบาท แจ้งข้อหาจัดให้มีการเล่นพนัน เล่นหรือเข้าพนัน เพื่อพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต มั่วสุม ฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง เปิดเผยว่า การจับกุมบ่อนการพนันแห่งนี้ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองดำเนินการควบคุมตัวผู้กระทำความผิดตามหลักปฏิบัติการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และขอฝากไปถึงเจ้ามือบ่อนการพนันและผู้เข้าเล่นพนันในบ่อนว่า นอกจากการกระทำของท่านจะเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นการขาดจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 รัฐบาลและแพทย์ต่างช่วยกันรณรงค์ให้ช่วยกันสร้างระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่กำลังเป็นภัยคุกคามต่อประเทศชาติและประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายหน่วยงานต่างทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเหน็ดเหนื่อยเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา แต่ท่านกลับมารวมกลุ่มกันเพื่อเล่นพนันในบ่อน ซึ่งอาจมีผู้ติดเชื้อที่ยังไม่แสดงอาการ แต่ก็สามารถที่จะเป็นพาหะในการแพร่กระจายเชื้อได้ ซึ่งหากตัวท่านได้รับเชื้อ เมื่อกลับไปบ้านพบปะกับคนใกล้ชิด ก็จะทำให้เชื้อโรคแพร่กระจาย ระบาดต่อไปเป็นลูกโซ่ ดังนั้น ในช่วงภาวะวิกฤติเช่นนี้ ขอให้ทุกคนช่วยกันรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการเก็บตัวอยู่บ้าน งดเว้นการพบปะกันในที่ชุมชน เพื่อชะลออัตราการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้น้อยลง เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถที่จะทำการรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าจับกุมบ่อนพนันดังกล่าว พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 จะมีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการตามระเบียบอย่างเด็ดขาดไม่มีละเว้น ไม่มีการให้ความช่วยเหลือ ว่ากันไปตามข้อเท็จจริงพยานหลักฐานที่ปรากฏ ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้กำชับให้ทุกท้องที่ดำเนินการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างจริงจังและต่อเนื่อง แต่ถึงแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นหน่วยร่วมปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานอื่นในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ยังคงต้องป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำปาง กรณีเจ้าหน้าที่จับกุมบ่อนพนันไฮโลและไพ่ ที่ร้านอีลุง การ์เด้นท์ (E-Loong Garden) บ้านหัวทุ่ง ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง ได้นักพนันจำนวน 23 คน ล่าสุด ศาลจังหวัดลำปางพิพากษาให้ลงโทษนักพนันทั้งหมด โดยแบ่งเป็นการพนันไฮโล 13 คน จำคุก 3 เดือน ปรับ 6,000 บาท โทษจำรอลงอาญา 1 ปี คดีไพ่ 10 คน จำคุก 3 เดือน ปรับ 5,800 บาท โทษจำรอลงอาญา 1 ปี และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำคุก 1 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจำรอลงอาญา 1 ปี.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62561</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, รณรงค์ ทิพย์ศิริ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8dc4e6540da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง4เสือเซ่นบ่อนเจ๊รุ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมการปกครองบุกทลายบ่อน &amp;quot;เจ๊รุ้ง&amp;quot; บ้านนา รวบ 58 นักพนัน รวมทั้งเจ้าของบ่อนคนดังการันตีนักเล่นไม่ต้องกลัวถูกจับเพราะส่งส่วยให้ผู้ใหญ่แล้ว กระทั่งแม่บ้านร้องเรียน ทั้งผัว ลูกกลายเป็นผีพนันหมดเนื้อหมดตัว ถึงขั้นโมยสร้อย-เอารถไปจำนำ ตำรวจท้องที่เก้าอี้ร้อน ผบก.สั่งเด้ง 4 เสือทันควัน พร้อมตั้งกรรมการสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดยนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง พร้อมด้วยนายวิชัย บุญมี นายอำเภอบ้านนา จ.นครนายก&amp;nbsp;นำกำลังเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองจากสำนักการสอบสวนและนิติการ และอำเภอบ้านนา เข้าจับกุมบ่อนการพนันเจ๊รุ้ง ในพื้นที่ ต.ป่าขะ อ.บ้านนา หลังจากกรมการปกครองได้รับการประสานจากจังหวัดนครนายก ว่ามีแม่บ้านรายหนึ่งร้องเรียนว่ามีบ่อนการพนันขนาดใหญ่ จัดให้มีการเล่นพนันถั่ว, บาคาร่า, เสือมังกร และแปดเก้า เปิดบ่อนโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย สามีและลูกชายผู้ร้องหลงเข้าไปเล่นพนันจนหมดเนื้อหมดตัว&amp;nbsp;ถึงขั้นขโมยสร้อยและเอารถไปจำนำ แถมเจ้าของบ่อนกล่าวอ้างจ่ายส่วยให้ผู้ใหญ่ในจังหวัดแล้ว ลูกค้าเข้ามาเล่นได้ไม่ต้องกลัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่าบ่อนนี้เป็นบ้านพักอาศัยขนาดใหญ่ บนพื้นที่เกือบ 4 ไร่&amp;nbsp;มีรั้วรอบขอบชิด เป็นกำแพงคอนกรีตสูงประมาณ 3 เมตร มีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้รอบบ้าน ที่ประตูทางเข้ามีคนเฝ้า อย่างไรก็ตาม สายลับฝ่ายปกครองสามารถแฝงตัวเข้าไปภายในบริเวณบ้านได้ พบมีนักพนันกว่า 50 คน กำลังจับกลุ่มล้อมวงเสี่ยงโชคอย่างครึกครื้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สายลับแฝงตัวอยู่ในวงพนัน ได้มีหญิงวัยกลางคนอายุประมาณ 50 ปี เข้ามาพูดคุยกับสายลับ เพราะเห็นว่าเป็นนักพนันหน้าใหม่ แสดงตัวว่าคือเจ๊รุ้ง หรือจะเรียกว่าแม่รุ้งก็ได้ เป็นเจ้าของบ่อนการพนันและเป็นเจ้าของบ้านแห่งนี้ พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวแก่สายลับ และบอกว่าตนเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ จากนั้นสายลับจึงส่งสัญญาณให้ชุดจับกุมเข้าไปในบ่อน ขณะที่นักพนันต่างตื่นตกใจพากันแตกฮือวิ่งหนี แต่ไม่สามารถหลบหนีได้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ทั้งสิ้น 58 คน ในจำนวนนี้มีต่างด้าว&amp;nbsp;3 คน พร้อมของกลาง โต๊ะการพนันถั่ว 1 โต๊ะ&amp;nbsp;โต๊ะพนันแปดเก้า 1 โต๊ะ ป้ายบอกกติกา อุปกรณ์เล่นพนัน ไพ่กระดาษหลายสำรับ&amp;nbsp;เซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด 1 ตัว โดยมีนางการย์สิริ ชินโชติธีรนันท์ หรือเจ๊รุ้ง อายุ 57 ปี และนางสุภาณี กีรติคชาภรณ์ อายุ 59 ปี เป็นเจ้าของบ้านและเจ้าของบ่อน&amp;nbsp;ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปทำบันทึกจับกุมยังที่ว่าการอำเภอบ้านนา แล้วส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านนาดำเนินคดีตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรณรงค์กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนว่าบ่อนแห่งนี้เปิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายมานานแล้ว ในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยมีการขอหมายค้นและเข้าค้นมาแล้วหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจค้นกลับพบเพียงห้องโล่ง&amp;nbsp;ทราบว่ามีผู้แจ้งให้ทางบ่อนรับรู้ก่อนทุกครั้งที่จะมีการตรวจค้นจับกุม ซึ่งเจ้าของบ่อนจะย้ายบ่อนไปเปิดเล่นที่อื่นซึ่งอยู่บริเวณใกล้กัน หลังจากนั้นก็จะกลับมาเปิดเล่นพนันประจำที่บริเวณนี้เหมือนเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บ่อนแห่งนี้พบเงินหมุนเวียนเป็นล้าน และเรายังพบรถยนต์จอดอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ทราบว่าที่นี่มีการรับจำนำรถจากนักพนันที่เล่นเสียอีกด้วย จากนี้จะได้ทำการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก เนื่องจากความผิดเกี่ยวกับการพนันถือเป็นความผิดมูลฐาน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542&amp;nbsp;หากทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดครั้งนี้มีมูลค่าตามเกณฑ์ จะได้แจ้งไปยัง ปปง. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินกับเจ้าของบ่อนต่อไป&amp;quot; นายณรงค์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก สภ.บ้านนาแล้ว ที่กรมการปกครองนำกำลังเข้าจับกุมบ่อนพนันในพื้นที่ ได้ผู้ต้องหาจำนวน 58 คน พร้อมของกลางเป็นเงินสดจำนวน 56,900 บาท และอุปกรณ์การเล่นการพนันถั่วและไพ่แปดเก้า ในเบื้องต้นจะมีการดำเนินคดีกับทั้งผู้จัดให้เล่นการพนัน และผู้ที่เข้ามาเล่นการพนันข้อหาที่ 1.ร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นอันระบุไว้ในบัญชี ก. (ถั่ว) เพื่อพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.เป็นผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันระบุไว้ในบัญชี ก. หมายเลข 4 (ถั่ว) เพื่อพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 3.ร่วมกันเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ผู้จัดให้มีการเล่น อันระบุไว้ในบัญชี ก. หมายเลข 4 (ถั่ว) เพื่อพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง ผบก.ภ.จ.นครนายก ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจ สภ.บ้านนา ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม จำนวน 4 นาย ประกอบด้วย 1.พ.ต.อ.กสินธุ์ ธำรงศรีสุข ผกก.สภ.บ้านนา 2.พ.ต.ท.จักรพษ์ มหิสนันท์ รอง ผกก.ป.สภ.บ้านนา 3.พ.ต.ท.ภาถร คมขำ สว.สส.สภ.บ้านนา 4.พ.ต.ต.เอกภพ เถาว์โมลา สวป.สภ.บ้านนา และให้ พ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสริฐ รอง ผบก.จ.นครนายก ไปรักษาราชการแทน ผกก.สภ.บ้านนา อีกหน้าที่หนึ่งโดยไม่ขาดจากตำแหน่งเดิม จนกว่าจะมีข้าราชการตำรวจแต่งตั้งมาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค.62 เป็นต้นไป และได้มีคำสั่งที่ 206/2562 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งหากพบว่าเจ้าหน้าที่มีส่วนรู้เห็นก็จะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีการคาดโทษกับ ผกก.หรือหัวหน้าหน่วยในทุกพื้นที่หากมีการปล่อยปละละเลย ไม่ออกกวดขัน จับกุมปราบปรามอบายมุข บ่อนการพนัน สถานบริการ ยาเสพติด หรือการค้ามนุษย์ ก็จะพิจารณาข้อบกพร่องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนายอย่างเด็ดขาด รวมทั้งให้ผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบทุกระดับชั้นลงไปกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา หากพบข้อบกพร่องก็จะพิจารณาโทษด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51872</URL_LINK>
                <HASHTAG>การย์สิริ ชินโชติธีรนันท์, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง, รณรงค์ ทิพย์ศิริ, สุภาณี กีรติคชาภรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de8fe6165c42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกจับ2ผับดังเมืองชุมพรคืนฮาโลวีน อึ้ง!พบเด็กอายุต่ำกว่า20ปีเกือบ300คนสั่งปิด5ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
1พ.ย.62- เมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 1 พ.ย.&amp;nbsp; ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดยนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง&amp;nbsp; สํานักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง และนายนักรบ ณ ถลาง นายอําเภอเมืองชุมพร นำกำลังกว่า 50 นาย เข้าตรวจสอบจับกุมสถานบันเทิงพร้อมกัน 2 แห่ง จุดแรกสถานบันเทิงดังชื่อ เอมซ่ารอคผับ หรือ AIM ZAA ROCK PUB&amp;nbsp; ตั้งอยู่ถนนประชาอุทิศ ตำบลท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร จุดที่ 2 ชื่อร้าน ปะการังผับ ตั้งอยู่ถนนเลียบทางรถไฟ ตำบลตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร ทั้ง 2 แห่งอยู่ในย่านชุมชนกลางเมืองชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ได้รับร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีผับซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในพื้นที่อำเภอเมืองชุมพร ฝ่าฝืนกฎหมายด้วยการยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปมั่วสุมในสถานบริการ และให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ อีกทั้งยังมีเหตุทะเลาะวิวาทและเคยใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายกันอยู่บ่อยครั้ง เป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญและในบางครั้งทรัพย์สินของชาวบ้านในบริเวณนั้นได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แฝงตัวเข้าตรวจสอบข้อมูลทางลับจนพบว่ามีการกระทำความผิดตามข้อร้องเรียนจริง โดยพบว่าร้านเอมซ่ารอคผับ หรือ AIM ZAA ROCK PUB&amp;nbsp; มีการจัดกิจกรรม &amp;ldquo;Halloween night party คืนนี้ผีจะออกล่าหัว&amp;rdquo;&amp;nbsp; และร้านปะการังผับ จัดกิจกรรม &amp;ldquo;Halloween ผีผ้าห่มปาร์ตี้&amp;rdquo; เชิญชวนลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ แต่งตัวเป็นผีเสียค่าบัตรเข้าผับครึ่งราคา&amp;nbsp; มีการเชิญชวนให้นักเที่ยวแต่งกายด้วยชุดแฟนซี สวมหน้ากากเป็นปีศาจรูปร่างต่าง ๆ แต่งกายให้แปลกประหลาด&amp;nbsp; เช่น ปลอมตัวเป็นผีร้าย ผีผ้าห่ม แต่งตัวเป็นผีแม่มด สัตว์ประหลาด เพื่อเป็นสีสันในคืนฮาโลวีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองพบว่าผับทั้ง 2 แห่งนี้มีใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ แต่ไม่มีการตรวจบัตรประชาชนของนักท่องเที่ยวเพื่อคัดกรองอายุก่อนให้เข้าใช้บริการแต่อย่างใด โดยยินยอมปล่อยปละละเลยให้เด็กและเยาวชนเข้ามามั่วสุมใช้บริการภายในร้านเป็นปกติ ซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองได้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังพบว่าสถานบริการบางแห่งเกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทของเยาวชนเป็นประจำ ซึ่งเมื่อต้นปีเคยมีเยาวชนทะเลาะกันในผับ เมื่อผับเลิกออกมาแล้วยิงกันเสียชีวิตด้านนอกร้านมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นสายลับพบว่ามีลูกค้าของสถานบันเทิงทั้ง 2 แห่ง มีลูกค้าแห่งละประมาณ 500 คน แต่งกายด้วยชุดแฟนซี กำลังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเต้นกันอยู่อย่างสนุกสนาน จากการสังเกตของสายลับน่าเชื่อว่านักเที่ยวส่วนหนึ่งเป็นบุคคลที่ยังอยู่ในวัยเรียน โดยสังเกตจากลักษณะหน้าตาและการแต่งกาย บางคนมีผมสั้นคล้ายเป็นบุคคลที่กำลังอยู่ในวัยเรียน ในช่วงอายุระหว่าง 16-20 ปี ประกอบกับเมื่อสายลับได้ทำการสืบหาข้อมูลผ่านทางสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook , Instagram&amp;nbsp; พบข้อมูลบุคคลซึ่งอยู่วัยเรียน มีบางคนกำลังเรียนชั้นมัธยมศึกษา บางคนอยู่ในระดับอาชีวะ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเพจของร้านเอมซ่ารอคผับว่าตนเองเคยไปเที่ยวที่ร้านดังกล่าวมาแล้ว บางคนก็โพสต์ว่าไปเที่ยวตั้งแต่อายุ 16 ปี จนปัจจุบันอายุ 18 ปีแล้ว ก็ยังไปเที่ยวหรือใช้บริการของร้านดังกล่าวอยู่เป็นประจำ
ดังนั้นเมื่อสายลับเห็นว่าทั้งร้านเอมซ่ารอคผับ และปะการังผับ ได้ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยปล่อยให้เด็กและเยาวชนเข้าใช้บริการ และมีการจำหน่ายสุราให้แก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ จึงส่งสัญญาณให้ชุดจับกุมที่สุ่มอยู่ทั้ง 2 จุด บุกเข้าตรวจสอบจับกุมดำเนินคดีพร้อมกันทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่ชุดจับกุมบุกเข้าไปถึงร้านเอมซ่ารอคผับ พบผู้ใช้บริการจำนวนกว่า 500 คน แต่งกายชุดปาร์ตี้คืนฮาโลวีน จากนั้นทำการคัดแยกผู้ใช้บริการ พบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน&amp;nbsp; 225 คนโดยมีนักเที่ยวอายุต่ำสุดเพียง 15 ปี และมีนักเที่ยวไม่พกบัตรประจำตัวประชนจำนวน&amp;nbsp; 68 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ ระบุชื่อนาย จิตรภณ เพชรบำรุง อายุ 55 ปี เป็นผู้รับใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ โดยมีนางสาว ศิริขวัญ ทองแท่ง อายุ 33 ปี และนายยศกร กันภัย อายุ 20 ปี&amp;nbsp; แสดงตัวเป็นผู้จัดการผับ
ส่วนที่ร้านปะการังผับพบลูกค้าผู้ใช้บริการจำนวนกว่า 500 คน เมื่อทำการคัดแยกผู้ใช้บริการ พบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน&amp;nbsp; 38 คน และตรวจคนพบอาวุธปืนอีกจำนวน 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน โดยร้านปะการังผับ มีนายสมชาย สุตราม อายุ 67 ปี เป็นผู้รับใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ และมีนายทรงธรรม ภู่พยัคฆ์ อายุ 43 ปี แสดงตัวเป็นผู้จัดการผับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการบุกจับกุมของชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองครั้งนี้สถานบันเทิงทั้ง 2 แห่ง พบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี รวมทั้งหมด 263 คน โดยได้คัดแยกเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวนกว่า 100 คน ออกจากกันเนื่องจากต้องให้เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำเด็กด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนระดับมัธยมและอาชีวศึกษาใน จ.ชุมพร&amp;nbsp; พร้อมกับดำเนินคดีผู้ประกอบการทั้ง 2 ร้าน ในข้อหา 1. ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ซึ่งมิได้ทำงานในสถานบริการนั้นเข้าไปในสถานบริการระหว่างเวลาทำการ 2.ไม่ตรวจเอกสารราชการที่มีภาพถ่ายและระบุอายุของผู้ซึ่งเข้าไปในสถานบริการ 3.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี&amp;nbsp; 4.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร 5. จำหน่ายสุราให้แก่เด็ก และได้รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร มีคำสั่งปิดผับทั้ง 2 แห่งนี้เป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับสถานบันเทิงทั้ง 2 แห่ง ที่ถูกชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองบุกจับกุมในครั้งนี้ผู้ประกอบการเป็นคนดังกว้างขวางมีชื่อเสียง โดยเฉพาะ ร้าน เอมซ่ารอคผับ หรือ AIM ZAA ROCK PUB เจ้าของอยู่ในเครือญาติใกล้ชิดของอดีดนักการเมืองดังระดับชาติคนหนึ่ง ปัจจุบันเป็นคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหนึ่ง และยังเป็นน้องเขยของ ส.ส.พรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่งอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สํานักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง กล่าวว่า ตั้งแต่มีการออกปฏิบัติการจับกุมสถานบันเทิงมาทั่วประเทศยังไม่เคยพบมีเด็กและเยาวชนมากมากเกือบ 300 คนมาก่อน ครั้งนี้ถือว่ามากที่สุดเท่าที่มีการตรวจค้นจับกุมสถานบันเทิงมา ซึ่งผับที่ถูกจับกุมทั้ง 2 แห่งนี้เป็นสถานบริการที่ได้รับใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ แต่กลับละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของผู้รับอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด ด้วยการปล่อยปละละเลยให้เยาวชนเข้ามาใช้บริการ ซึ่งที่ผ่านมาเคยเกิดปัญหาเยาวชนทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการจับกุมในครั้งนี้พบความผิดชัดแจ้ง เรื่องการปล่อยปละละเลยให้เยาวชนเข้าใช้บริการ&amp;nbsp; โดยไม่ได้คำนึงถึงข้อห้ามตามกฎหมาย ทำให้เกิดปัญหาเยาวชนมีพฤติกรรมเสี่ยง ดังนั้นแม้ร้านจะมีใบอนุญาตแต่หากไม่ทำหน้าที่ของผู้รับอนุญาต ก็จะต้องถูกสั่งปิด&amp;nbsp; 5 ปี อย่างแน่นอน&amp;quot;นายณรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49304</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับผับเมืองชุมพร, รณรงค์ ทิพย์ศิริ, ศูนย์ดำรงธรรม, สํานักการสอบสวนและนิติการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbb97da13b3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บ่อนอ้างส่วยผู้ว่าฯ เจอบุกทลายทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ เต้น บ่อนใหญ่กลางเมืองอ้างจ่ายส่วยให้ ไม่กลัวหน้าไหนจับ สั่งนายอำเภอนำกำลังบุกทลายทันควัน รวบนักพนันชายหญิง 51 คนพร้อมต่างด้าว ขณะคร่ำเคร่งแทงไฮโล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร นำกำลังจากสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง เข้าปิดล้อมจับกุมบ่อนการพนันในซอยเจ็ดศอก ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร สถานที่ดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ด้านในมีนักพนันจำนวนมากกำลังเล่นพนันไฮโล เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวจับกุมนักพนันรวม 51 คน แยกเป็นชาย 24 คน หญิง 27 คน ในจำนวนนี้พบเป็นชาวกัมพูชา 3 คน เมียนมา 3 คน และไร้สัญชาติอีก 1 คน พร้อมอุปกรณ์การเล่นพนันจำนวนมาก รวมทั้งคอมพิวเตอร์เล่นพนันออนไลน์ 3 เครื่อง เซิร์ฟเวอร์อีก 1 เครื่อง นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง สภ.เมืองสมุทรสาครดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบุกทลายบ่อนพนันรายใหญ่แห่งนี้ สืบเนื่องจากแม่บ้านรายหนึ่งเข้าแจ้งกับทางจังหวัดว่า ครอบครัวเดือดร้อนหนัก สามีไม่ดูแลครอบครัว เพราะติดการพนันงอมแงม เป็นหนี้สินจำนวนมาก พอไปตามสามีให้กลับบ้านก็ไม่ยอมกลับ จึงบอกว่าจะแจ้งตำรวจให้มาจับ ปรากฏว่าพนักงานบ่อนคนหนึ่งท้าทายว่า ไปแจ้งเลย ไม่กลัวหรอก จ่ายส่วยมาเรียบร้อยแล้ว &amp;quot;บ่อนนี้จ่ายส่วยถึงผู้ว่าฯ ใครที่ไหนก็ไม่กล้ามาจับ....&amp;quot; แม่บ้านผู้นี้จึงไปแจ้งข้อมูลให้ทางการทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า บ่อนดังกล่าวติดกล้องวงจรปิดรวม 12 ตัว สามารถดูนักพนันเล่นบริเวณโต๊ะ จำนวน 7 ตัว และอีก 5 ตัวติดด้านนอก ดูบริเวณโดยรอบจนถึงที่จอดรถจักรยานยนต์ หน้าประตูทางเข้าอาคาร รวมทั้งมีคนดูต้นทางเพื่อคอยแจ้งเตือนนักพนัน หากมีเจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้แฝงตัวเข้าไปก่อนล็อกตัวคนดูต้นทาง และปิดล้อมจับกุมนักพนันและผู้เกี่ยวข้องไว้ได้ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สํานักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง กล่าวว่า นายสมคิด จันทมฤก ผวจ.สมุทรสาคร ไม่พอใจเป็นอย่างมาก หลังจากทราบข่าวมีการแอบอ้างชื่อของท่านทำนองว่ามีการจ่ายส่วยให้แล้ว จึงสั่งการให้ฝ่ายปกครองจับกุมทันที พร้อมฝากไปยังประชาชนว่า หากมีเบาะแสบ่อนการพนันในพื้นที่สามารถแจ้งได้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในท้องที่ได้ทันที หากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบยังไม่ปฏิบัติ ให้ร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย หมายเลขโทรศัพท์ 1567.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40553</URL_LINK>
                <HASHTAG>รณรงค์ ทิพย์ศิริ, วุฒิพงษ์ สุภัควนิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190709/image_big_5d2496ab4dd28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งอีกรอบ5เสือ เซ่นทลายผับมั่วยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งามหน้าซ้ำสอง กรมการปกครองจู่โจมตรวจค้นสถานบันเทิงทูมอโรว์แลนด์ พบเปิดเกินเวลา มั่วยาเสพติด ตรวจฉี่ม่วง 22 คน เสนอสั่งปิด 5 ปี ผบก.น.2 นิ่งอยู่ไม่ได้ เตรียมเด้ง 5 เสือโคกครามอีกรอบ เผยเมื่อปลายเดือน พ.ย. กองปราบฯ ก็ทลายปาร์ตี้ยาเสพติดที่นาซ่าผับ จน 5 เสือถูกเด้งมาครั้งหนึ่งแล้ว ครบ 30 วันกลับไปที่เดิมโดยสังคมไม่รู้ผลสอบว่าไง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 02.40 น. วันที่ 26 ธันวาคมนี้ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง พร้อมด้วยนายอภิชาต จารุศิริ รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง กว่า 60 นาย เข้าตรวจค้นสถานบันเทิง &amp;quot;ทูมอโรว์แลนด์&amp;quot; (Tomorrow Land Exclusive Club) ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. หลังรับแจ้งเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่าสถานบันเทิงดังกล่าวเปิดบริการเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด และเป็นแหล่งแพร่ระบาดยาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจค้น พบว่าสถานบันเทิงแห่งนี้มีลักษณะเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ชั้นเดียว ภายในแบ่งเป็นห้องวีไอพีอีกหลายห้อง พบนักท่องเที่ยวทั้งชาย-หญิงกว่า 200 คน กำลังเต้นรำตามเสียงดนตรีอย่างสนุกสนาน โดยมีสาวสวยพนักงานนั่งดื่มแต่งชุดวาบหวิวแนวซานตี้กว่า 100 คน ให้บริการต้อนรับ เนื่องจากเป็นวันคริสต์มาส เมื่อเจ้าหน้าที่บุกเข้ามา กลุ่มนักเที่ยวต่างตกใจและโยนสิ่งของบางอย่างทิ้งลงพื้น บางคนพยายามหลบหนีออกจากผับ แต่เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นทางเข้า-ออกเอาไว้ทุกด้าน ก่อนสั่งให้หยุดการแสดงต่างๆ และเปิดไฟทันที แล้วจัดแบ่งแยกนักเที่ยวชาย-หญิงเพื่อตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรณรงค์เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบคัดแยก ไม่พบนักท่องเที่ยวที่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจค้นพบยาเสพติดอยู่ในตัวพนักงานร้าน 2 ราย นอกจากนี้ ผลการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะกลุ่มนักเที่ยวและพนักงานร้าน มีปัสสาวะสีม่วงรวม 22 คน รวมทั้งพบยาเสพติด ทั้งยาอี ยาเคตามีน ถูกทิ้งเกลื่อนพื้น และภายในห้องน้ำยังพบยาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง จึงยึดไว้เป็นของกลาง ในส่วนของผู้รับผิดชอบสถานบันเทิง นายพีระวัฒน์ วงศ์สิงห์ อายุ 54 ปี แสดงตัวเป็นผู้จัดการร้าน แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารใบอนุญาตเปิดสถานบันเทิงได้ อ้างว่าจะนำไปให้พนักงานสอบสวนภายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นแจ้งข้อหาตั้งสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต และจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาห้ามขาย ส่วนนักเที่ยวมีปัสสาวะสีม่วง เจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.โคกครามดำเนินคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์กล่าวด้วยว่า สำหรับสถานบันเทิงดังกล่าวเข้าข่ายกระทำเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 22/2558 จึงต้องมีคำสั่งปิด 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.เอกชัย&amp;nbsp;บุญวิสุทธิ์&amp;nbsp;ผบก.น.2 กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมพิจารณาสั่งย้าย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เสือ สน.โคกคราม&amp;nbsp;มาช่วยราชการที่&amp;nbsp;ศปก.บก.น.2 และตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ว่ามีการปล่อยปละละเลยหรือไม่ ส่วนกรณีท้องที่&amp;nbsp;สน.โคกครามเพิ่งถูกเจ้าหน้าที่นอกหน่วยเข้ามาจับกุมสถานบันเทิงในลักษณะนี้เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;บช.น.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;บก.น.2&amp;nbsp;ได้กำชับเรื่องนี้ พร้อมมีคำสั่งให้ระดมกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในสถานบริการตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;แต่ปรากฏว่ายังมีเหตุเกิดขึ้นอีก จึงต้องรอดูผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร และหลังจากนี้ บก.น.2 จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบและเข้มงวดกวดขัน เพื่อไม่ให้ปล่อยปละละเลยเช่นนี้อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมื่อปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปรามนำกำลังร่วมกับ ป.ป.ส.เข้าตรวจค้นสถานบันเทิงนาซ่าผับ ถนนประเสริฐมนูกิจ ย่านเกษตร-นวมินทร์ พบยาเสพติดจำนวนมาก ตรวจสอบนักเที่ยว พบปัสสาวะสีม่วงกว่า 200 คน อีกทั้งสถานบันเทิงแห่งนี้ยังเปิดเกินเวลา ซึ่งต่อมา ผบก.น.2 ได้มีคำสั่งย้าย พ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สน.โคกคราม, พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดประทุมวัน รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.คมสพัสส์ ทองคำนิธิวิลากุล รอง ผกก.ป., พ.ต.ต.ภาณุพงศ์ จินดาหลวง สว.สส. และ ร.ต.อ.กษิณสุข ไชยโคตร รอง สวป. ไปประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (ศปก.บก.น.2) พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวน กระทั่งครบ 30 วัน ตำรวจทั้ง 5 นายก็กลับ สน.โคกครามดังเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 ได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่กรมการปกครองเข้าตรวจค้นสถานบันเทิง &amp;ldquo;ทูมอโรว์แลนด์&amp;rdquo; พร้อมกันนี้ก็มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สน.โคกคราม, พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดประทุมวัน รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.คมสพัสส์ ทองคำนิธิวิลากุล รอง ผกก.ป., พ.ต.ต.ภาณุพงศ์ จินดาหลวง สว.สส. และ พ.ต.ต.แสงสิทธิ์ สมโรจน์รัตน์ สวป.สน.โคกคราม ไปประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (ศปก.บก.น.2).&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25166</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, รณรงค์ ทิพย์ศิริ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181226/image_big_5c2387b7214aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัน5เสือหนองแค เซ่นทลายผับมั่วยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมการปกครองนำกำลังดอดจู่โจมผับดัง &amp;quot;หลังเขา&amp;quot; ในอำเภอหนองแครับวันฮัลโลวีน พบวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปกินเหล้าเมายา 128 คน จับตรวจปัสสาวะสีม่วง 131 คน ยาเสพติดเกลื่อนร้าน ดำเนินคดีแม่ลูกเจ้าของร้าน 6 ข้อหา 5 เสือหนองแคถูกผีหลอกทันที เจอเด้งเข้า บช.ภ.1 พร้อมถูกตั้งกรรมการสอบ &amp;quot;เฉลิมเกียรติ&amp;quot; เต้น เพิ่งลงพื้นที่แท้ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และฝ่ายปกครองจังหวัดสระบุรี เข้าปิดล้อมตรวจตรวจค้นผับหลังเขา Back Moutain ริมถนนสุวรรณศร สายหินกอง-นครนายก ต.ห้วยทราย อ.หนองแค จ.สระบุรี หลังได้รับการร้องเรียนว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของวัยรุ่นและมีการเสพยาเสพติด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่จู่โจมเข้าไปก็สั่งให้เปิดไฟ พบนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวจำนวนมากเนื่องจากเป็นวันฮัลโลวีน จากนั้นได้คัดแยก พบมีเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีอยู่ถึง 128 คน ในจำนวนนี้อายุต่ำกว่า 18 ปี 43 คน จากการตรวจปัสสาวะ พบปัสสาวะเป็นสีม่วงจำนวน 131 คน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบยาเสพติดและอุปกรณ์การเสพหลายชนิด ทั้งยาไอซ์ ยาอี ยาเคตามีน ยาไฟว์ ถูกทิ้งเกลื่อนพื้น รวมทั้งในห้องน้ำ โดยพบยาอีและยาเคบรรจุซองจำนวน 83 ซอง ยาอีและยาไฟว์อีกจำนวนหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบ นายกฤษณะ วงศ์ด้วง อายุ 30 ปี แสดงตัวเป็นผู้จัดการดูแลร้าน แต่ในใบอนุญาตจำหน่ายสุรา และใบทะเบียนพาณิชย์ มีนางขวัญจิต แซ่หงุ่ย มารดาของนายกฤษณะ มีชื่อเป็นผู้ขออนุญาต ส่วนผับดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหานายกฤษณะ และนางขวัญจิต&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;6 ข้อหา คือ 1.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.จำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด 3.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี 4.จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 5.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร 6.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย (จัดโปรโมชั่น) นอกจากนี้ นายอำเภอหนองแคจะรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีสั่งปิดร้านหลังเขา มีกำหนด 5 ปี ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่นานหลังปฏิบัติการตรวจจับผับหลังเขา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ก็ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้ว่า ขณะนี้ได้มีคำสั่งให้นายตำรวจในพื้นที่ สภ.หนองแค เข้ามาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมสั่งให้ตำรวจภูธรภาค 1 ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หากพบบกพร่องต่อหน้าที่ หรือมีการปล่อยปละละเลย ก็จะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวตนเองเพิ่งลงไปมอบนโยบาย แต่กลับพบการกระทำผิด จะถือว่าตำรวจท้องที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือไม่นั้น ขอให้รอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติย้ำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญและดำเนินการมาตรการป้องกันและปราบปรามสกัดยาเสพติดอย่างจริงจังและเด็ดขาด แบบขุดรากถอนโคน เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าประเทศ และหากเข้ามาแล้วก็จะต้องดำเนินการจับกุมให้หมด ในส่วนภายในประเทศสั่งการให้เข้มงวดกวดขัน โดยเฉพาะสถานบันเทิง สถานบริการที่ปล่อยให้มีการใช้สารเสพติด โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 มีคำสั่งย้าย 5 เสือ สภ.หนองแค ประกอบด้วย พ.ต.อ.ฉัฐวัชร วงศ์วาสน์ ผกก., พ.ต.ท.สราวุฒิ ทองภู่ รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.เหมราช รุ่งโรจน์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.พงษ์ปกรณ์ พิพัฒนสมพร สวป., พ.ต.ต.ธนวัฒน์ ไชยสงเมือง สว.สส. โดยให้ไปช่วยราชการที่ ศปก.ภ.1 และขาดจากตำแหน่งเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นประธานในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21181</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ วงศ์ด้วง, ขวัญจิต แซ่หงุ่ย, พ.ต.ต.ธนวัฒน์ ไชยสงเมือง, พ.ต.ท.พงษ์ปกรณ์ พิพัฒนสมพร, พ.ต.ท.สราวุฒิ ทองภู่, พ.ต.ท.เหมราช รุ่งโรจน์, พ.ต.อ.ฉัฐวัชร วงศ์วาสน์, พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, รณรงค์ ทิพย์ศิริ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bdb01208442b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
