<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนค. เร่งแก้จุดอ่อนสินค้าชุมชน หวังเพิ่มมูลค่าสินค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค. 2564 นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้ดำเนินโครงการศึกษาการพัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ตามนโยบายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญแก่เศรษฐกิจฐานรากและการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับสินค้าและบริการชุมชน โดยพบว่า ชุมชนมีจุดแข็งด้านปัจจัยการผลิต มีแหล่งทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์และเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ทำให้ชุมชนสามารถสร้างสินค้าและบริการได้ด้วยตนเอง แต่ชุมชนยังขาดการสร้างจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จัก ทำให้สินค้าและบริการของชุมชนไม่มีความแตกต่างและเอกลักษณ์ของตนเอง รวมไปถึงขาดการรับรองมาตรฐานสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สนค. เห็นว่า แนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ประสบความสำเร็จจะต้องเร่งแก้ไขจุดอ่อน โดยมีหลักการและแนวคิด 5 ข้อ ได้แก่ 1.วิสัยทัศน์ผู้นำ จะทำให้ค้นหาความโดดเด่นของเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ในชุมชน 2.สไตล์การออกแบบ เน้นการสื่อสารของผลิตภัณฑ์ให้มีสไตล์ รสนิยม เพิ่มเสน่ห์ของชุมชน และความสร้างสรรค์ เพื่อดึงดูดผู้บริโภคหรือนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสกับผลิตภัณฑ์และมาท่องเที่ยวในชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก มีการสื่อสารผ่านรูปภาพและตัวหนังสืออย่างตรงไปตรงมา และใส่เอกลักษณ์ของชุมชน เพื่อสร้างภาพจำและความประทับใจแก่ผู้พบเห็น 4.บรรจุภัณฑ์ตามความต้องการของตลาด จะต้องแข็งแรง ทนทาน มีความสะดวกในการใช้งาน รูปทรงสวยงาม มีความสมดุลของรูปภาพและบรรจุภัณฑ์ และการจับคู่สีที่เหมาะสม รวมถึงความเป็นมาตรฐานสากล และ 5.สร้างชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวและมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยการสร้างกิจกรรม DIY (Do it yourself) เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตสินค้า ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นถึงคุณค่าของสินค้า และจะส่งผลให้ชุมชนเป็นที่รู้จัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา หน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชน ตั้งแต่การอบรมให้ความรู้การค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์ และการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ตลอดจนการสนับสนุนผู้ประกอบการออกงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยเล็งเห็นว่า การปูพื้นฐานความรู้และสนับสนุนการค้า จะมีส่วนช่วยให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและเติบโตได้ สร้างโอกาสทางการตลาด เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนให้กับเศรษฐกิจฐานราก ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าไทยต่อไป&amp;rdquo;นายรณรงค์กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119813</URL_LINK>
                <HASHTAG>รณรงค์ พูลพิพัฒน์, สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.), สินค้าชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_61692b3975530.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรุปผลถุงมือฉาวแสนล. พณ.หวังปปช.ฟันไอ้โม่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสอบถุงมือยางฉาวแสนล้านถึงมือ &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; แล้ว พร้อมส่งถึง ป.ป.ช.หวังฟันไอ้โม่งหลังฉาก หลังผลสอบได้แค่ผู้บริหาร อคส.ระดับ 8 และอดีตผู้อำนวยการ &amp;nbsp;อคส.เท่านั้น พาณิชย์เล็งจัดหนักทั้งวินัย-แพ่ง-อาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม มีรายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) แจ้งว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ได้ตรวจสอบกรณีที่ &amp;nbsp;พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ อดีตรักษาการผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) และพวก จัดซื้อถุงมือยางไนไตร &amp;nbsp;500 ล้านกล่อง มูลค่า 112,500 ล้านบาท โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจ่ายเงินค่ามัดจำสินค้า 2,000 ล้านบาทให้บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด ผู้ผลิตถุงมือยางเสร็จแล้ว &amp;nbsp;โดยส่งผลตรวจสอบให้นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการ อคส.แล้ว ซึ่ง อคส.ได้ส่งผลสอบให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;(ป.ป.ช.) ประกอบการพิจารณาคดีที่ ป.ป.ช.อยู่ระหว่างดำเนินการ และเสนอให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พิจารณาแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลการสอบสรุปว่า มีเจ้าหน้าที่ อคส.ในระดับนักบริหาร 8 จำนวน 2 คนเกี่ยวข้องกับการกระทำของ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ ส่วน พ.ต.อ.รุ่งโรจน์มีพฤติกรรมใช้อำนาจพิจารณาอนุมัติโครงการจัดซื้อถุงมือยาง ทั้งๆ ที่ตามข้อบังคับ อคส.ว่าด้วยการค้าข้าว พืชผล และสินค้าต่างๆ เพื่อการค้าปกติ พ.ศ.2526 ถ้าวงเงินที่จะจัดซื้อสินค้าเกินอำนาจที่ผู้อำนวยการ อคส.จะอนุมัติได้ หรือเกินกว่า 25 &amp;nbsp;ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ให้เสนอขออนุมัติต่อประธานกรรมการ อคส. (บอร์ด อคส.) ก่อน แต่ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ไม่ได้เสนอให้พิจารณาอนุมัติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากไม่เสนอเรื่องการจัดซื้อครั้งนี้ให้บอร์ด อคส.พิจารณาอนุมัติแล้ว ยังใช้ดุลพินิจตีความกฎหมายเพื่อให้ตนเอง ซึ่งเป็นรักษาการผู้อำนวยการมีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติจัดซื้อและจ่ายเงินค่าถุงมือยางเอง อีกทั้งยังจงใจใช้อำนาจในฐานะผู้อำนวยการทำสัญญาซื้อถุงมือยางกับการ์เดียนโกลฟส์ และทำสัญญาขายกับผู้ซื้อทั้ง 7 ราย &amp;nbsp;โดยที่สัญญานั้นไม่ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ถือเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2535 เรื่องการปรับปรุงแก้ไขมติ ครม.เกี่ยวกับการส่งร่างสัญญาให้ อสส.ตรวจพิจารณา&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแจ้งอีกว่า พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ยังทำสัญญาให้ &amp;nbsp;อคส.เสียเปรียบ โดยสัญญาที่ทำกับการ์เดียนโกลฟส์ กำหนดให้ อคส.ชำระเงินค่าสินค้าล่วงหน้าใน 3 วันนับแต่วันลงนามในสัญญา แต่กลับให้การ์เดียนโกลฟส์ส่งมอบหลักประกันให้ อคส.ภายใน 7 วัน เป็นเหตุให้ อคส.ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า 2,000 ล้านบาทก่อนได้รับวงเงินประกันสัญญา ทั้งที่โดยปกติต้องส่งมอบหลักประกันในวันทำสัญญา และยังไม่กำหนดงวดการส่งมอบถุงมือยาง รวมถึงไม่ทำตามระเบียบ อคส.ว่าด้วยการจัดซื้อสินค้าเพื่อการค้าปกติ พ.ศ.2561 ซึ่งก่อนจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนงานที่รับผิดชอบต้องทำรายงานความจำเป็นและรายละเอียดต่างๆ ของการจัดซื้อเสนอให้ผู้อำนวยการพิจารณาอนุมัติ แต่กรณีนี้ไม่มีการเสนอเรื่อง อีกทั้งยังไม่ออกประกาศเชิญชวนให้เสนอราคาจัดซื้อด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา นายเกรียงศักดิ์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยทั้งหมดแล้ว โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หากพบว่ามีความผิดทางวินัยจริงจะตั้งคณะกรรมการขึ้นอีก 1 ชุดเพื่อพิจารณาลงโทษทางวินัย &amp;nbsp;แต่ในเบื้องต้นทั้ง 3 รายเข้าข่ายมีความผิดวินัยร้ายแรง แต่ &amp;nbsp;อคส.อาจมีคำสั่งให้พักงานไปก่อนจนกว่าการพิจารณาคดีทางอาญาจะสิ้นสุด&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับทั้ง 3 รายจะมีความผิดทั้งทางแพ่งและอาญา &amp;nbsp;โดยทางแพ่งจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 &amp;nbsp;มาตรา 11 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนทางอาญาจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา &amp;nbsp;151 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000-40,000 บาท รวมถึงมาตรา &amp;nbsp;157 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ &amp;nbsp;2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อคส.พบว่าผลสอบดังกล่าวยังสาวไม่ถึงตัวบุคคลสำคัญใน อคส.ที่เป็นผู้สั่งการให้ทั้ง 3 รายจัดซื้อถุงมือยาง &amp;nbsp;ทั้งที่เจ้าหน้าที่ อคส.ทั้ง 2 รายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ได้ซัดทอดไปแล้วว่าเป็นผู้สั่งการ แต่เชื่อว่าการพิจารณาของ &amp;nbsp;ป.ป.ช.จะสาวถึงและน่าจะชี้มูลความผิดบุคคลสำคัญรายนี้ได้แน่นอน&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90891</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์, รณรงค์ พูลพิพัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600d8b43c2695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
