<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.2เปิดศปถ.บูรณาการทุกภาคส่วนร่วมสร้างการสัญจรปลอดภัยปีใหม่63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27ธ.ค.62-เมื่อเวลา 09:20 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 โดยมี นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ร่วมในพิธี
นายนิพนธ์ บุญญามณี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน มีความห่วงใยความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 จึงได้มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเต็มกำลัง โดยยึดพื้นที่เป็นตัวตั้ง (Area approach) ในช่วงการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2562 &amp;ndash; 2 มกราคม 2563 โดยมุ่งดำเนินมาตรการลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนอย่างรอบด้าน ทั้งคน รถ ถนน และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ภายใต้หลัก 3 ร. ของนายกรัฐมนตรี ได้แก่ รักตัวเอง รักครอบครัว และรักผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น รวมถึงดำเนินการตามแผนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้น เน้นการลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสิ่งแวดล้อม
โดยปรับปรุงถนนและสภาพแวดล้อมริมทาง แสงสว่างป้ายเตือน สัญญาณไฟ และไฟส่องสว่าง พร้อมปฏิบัติการเชิงป้องกันด้วยการจัดตั้งจุดตรวจในเส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งเส้นทางสายหลัก สายรอง และเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างตำบล/หมู่บ้าน รวมถึงเสริมประสิทธิภาพการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ ผ่านกลไกพลังชุมชนและจิตอาสา โดยเฉพาะการป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย อีกทั้งตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะและกวดขันความพร้อมของพนักงานขับรถ เข้มงวดการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ จัดเตรียมระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้พร้อมช่วยเหลือและส่งต่อผู้บาดเจ็บอย่างรวดเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่ ตลอดจนรณรงค์สร้างจิตสำนึกความปลอดภัยทางถนนในรูปแบบการสร้างการรับรู้มาตรการบังคับใช้กฎหมาย สถานการณ์อุบัติเหตุ การใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และการส่งเสริมให้ประชาชนร่วมกิจกรรมทางศาสนาในช่วงเทศกาลปีใหม่
ทั้งนี้ ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการปฏิบัติตามกฎหมายจราจร ขับรถอย่างมีวินัย และมีน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้เส้นทาง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ถึงจุดหมายด้วยความสุขและความปลอดภัย
นายพรพจน์ เพ็ญพาส กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้ขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ผ่านกลไกของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนระดับจังหวัด อำเภอ และองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำหน้าที่อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนน มุ่งเป้าลดปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่สถิติอุบัติเหตุสูง ผ่านกลไกการทำงานของพลังชุมชน ด่านครอบครัวเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุในระดับพื้นที่ และจิตอาสาจำนวนกว่า 6 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งจะเข้ามามีส่วนสนับสนุนปฏิบัติการอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชนในการเดินทาง ทั้งในส่วนของการจัดตั้งด่านชุมชน การจัดตั้งจุดบริการ การดูแล ความปลอดภัยเส้นทางสัญจรทางน้ำ สถานที่จัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างความปลอดภัยเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน
ด้าน นายมณฑล สุดประเสริฐ กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563 ภายใต้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนตลอดทั้งปี จะเป็นศูนย์กลางในการอำนวยการสั่งการ และเชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนกับศูนย์ปฏิบัติการฯ ระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการฯ หลักรับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยในช่วงรณรงค์ 7 วันแห่งความปลอดภัยทางถนน ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 62 &amp;ndash; 2 ม.ค. 63 จะมีการประชุมร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการฯ ในระดับพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในพื้นที่ เพื่อวางมาตรการและปรับแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างการสัญจรอย่างปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53364</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นายนิพนธ์ บุญญามณี, รณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร”, ศปถ., อุบัติเหตุทางถนน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e058675f0511.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุบัติเหตุสงกรานต์ยังพุ่ง 4 วันสังเวย 237 ศพบาดเจ็บ 2,322 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.62-พล.ต.ท. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2562 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 14 เมษายน 2562 &amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 567 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 59 ราย ผู้บาดเจ็บ 598 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 42.86 ขับรถเร็ว ร้อยละ 25.40 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.31 &amp;nbsp;ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 67.55 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 37.74 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.39 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 &amp;ndash; 20.00 น. ร้อยละ 29.10 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 22.22&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,039 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,337 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 1,072,767 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 238,111 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 65,349 ราย ไม่มีใบขับขี่ 58,950 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (21 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา (4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงราย และร้อยเอ็ด (20 คน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน (11 &amp;ndash; 14 เม.ย. 62) เกิดอุบัติเหตุ 2,232 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 237 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,322 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 12 จังหวัด ได้แก่ ตรัง ตราด นครนายก ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พังงา แม่ฮ่องสอน สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุโขทัย อ่างทอง และอำนาจเจริญ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (81 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา และอุดรธานี (11 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (82 คน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท. ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงสี่วันที่ผ่านมา พบว่า ถนนสายรองและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูง เนื่องจากหลายพื้นที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์ และเฉลิมฉลองด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้อัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูง มีสาเหตุหลักจากการขับรถเร็ว และ &amp;nbsp; ดื่มแล้วขับ ประกอบกับในวันนี้หลายพื้นที่ยังคงเล่นน้ำสงกรานต์ ศปถ.จึงได้กำชับให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเน้นการเรียกตรวจของด่านชุมชน เพื่อป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะดื่มแล้วขับและขับรถเร็วในกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นพิเศษ รวมถึงดูแลความปลอดภัยในบริเวณสถานที่เล่นน้ำสงกรานต์และบริเวณจัดงานรื่นเริง และดูแลการเปิด - ปิดสถานบริการ สถานบันเทิง โดยกวดขันการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33658</URL_LINK>
                <HASHTAG>7วันอันตราย, รณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร”, สงกรานต์, อุบัติเหตุ, อุบัติเหตุทางถนน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190415/image_big_5cb40154c2f79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
