<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด! กระบะ2คันประสานงาอย่างจังพังยับ ดับ1เจ็บ4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 63 - เมื่อเวลา​ 02.40 น.​ ร.ต.อ.ณภูมิ​ สุขประเสริฐ​ รองสารวัตรสอบสวน​ สภ.ท่าเรือ​ อ.ท่ามะกา​ จ.กาญจนบุรี​ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิมิราเคิล​ ออฟไลฟ์(กู้ชีพขุนนัตนาวุธ)​ว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนประสานงากับรถยนต์กระบะมีผู้ได้รับบาดเจ็บ​ จำนวนหลายราย
เหตุเกิดบนถนนแสงชูโตสายเก่า​ หน้าคุ้งน้ำรีสอร์ท​ หมู่​ 3​ ต.ตะคร้ำเอน​ อ.ท่ามะกา​ หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพบว่า​ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ-กู้ภัยของมูลนิธิ​ฯ​ จำนวนหลาย​สิบ​นาย กำลังเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บที่กระเด็นออกมาจากรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้ารีโว่สีขาว หมายเลขทะเบียน​ บต-3781&amp;nbsp; นครนายก​ จำนวน​ 4​ ราย​ เป็นแรงงานต่าวด้าวสัญชาติเมียนมา​ ซึ่งเป็นคนงานที่​ทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้ารถยนต์แห่งหนึ่งตั้งอยู่ในเขต อ.ท่าม่วง​ จ.กาญจนบุรี​ นอนร้องครวญครางรอความช่วยเหลือ​อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรถยนต์กระบะอีกคันเสียหลักพุ่งตกถนนในสภาพด้านหน้าพังยับเป็นรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้สีบอรนซ์เงิน​ หมายเลขทะเบียน​ กพ-295&amp;nbsp; กาญจนบุรี​ ตรวจสอบภายในรถพบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ​อาการสาหัส 1​ รายเป็นผู้ชายคนไทย​ ร่างถูกอัดก็อบปี้ติดอยู่ภายในรถ​ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ​ ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมาจากรถนำส่ง​ รพ.มะการักษ์​ เพื่อให้แพทย์รักษาอาการบาดเจ็บอย่างเร่งด่วน​ เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง​ 5​ ราย​ อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดได้รับแจ้งจากทาง​ รพ.ฯ​ ว่า​ ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง​ 5​ ราย​ ได้เสียชีวิต​ 1​ ราย​ เป็นแรงงานชาวเมียนมา​ เพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว​ ตตรวจสอบหลักฐานภายในรถยนต์กระบะ 4​ แรงงานชาวเมียนมา​ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบเงินสด​ จำนวน​ 109,900&amp;nbsp; บาท​ จึงเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบว่า​ สาเหตุที่รถยนต์กระบะทั้ง​ 2​ คันพุ่งชนประสานงากันเป็นเพราะสาเหตุอะไร​ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า​ น่าจะมีรถคันหนึ่งคันใดที่วิ่งกินเลนเข้าไปในช่องทางของรถอีกคัน​ ซึ่งจะได้ติดตามสอบสวนหาสาเหตุเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86163</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, ชน, ตาย, รถกระบะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcda8b091ee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สัตหีบหนุ่มวัย 36 ควบกระบะฝ่าสายฝนชนอัดเสาไฟดับกลางดึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.62-ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ รุดตรวจสอบเหตุ รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีดำ ทะเบียน บห-1449 ระยอง ขับฝ่าสายฝน เสียหลักฟาดกับเสาไฟฟ้า คนขับเสียชีวิต ริมถนนทางเข้าซอยหนองจับเต่า ใกล้บ้านกลับหัว ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยที่เกิดเหตุพบรถอยู่ในสภาพตัวรถฝั่งข้างคนขับ ชนฟาดอัดกับเสาไฟ จนหักงอทั้งรถและต้นเสา ที่เบาะคนขับพบศพ นายวัชรินทร์ กงวิรัตน์ 36 ปี สภาพบอบช้ำหนัก เบื้องต้น สันนิษฐานว่า ผู้ตายได้ขับรถฝ่าสายฝนมาด้วยความเร็ว ก่อนเสียหลักลื่นไถลพุ่งชนอัดเสาไฟฟ้า จนเสียชีวิตดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47984</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ชลบุรี, รถกระบะ, หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ, อุบัติเหตุ, เสียชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da3c74caf2d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอท.โอดยอดผลิตรถยนต์งวดพ.ค.หด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส.อ.ท.โอดยอดผลิตรถยนต์เดือนพ.ค หด 6.11% อยู่ที่ 1.81 แสนคัน หลังการผลิตเพื่อส่งออกลดลง 8.11% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ปัจจัยบวกยังมีส่งผลยอดขายในประเทศโต 3.7% มั่นใจสถานการณ์จะดีขึ้น คงเป้าผลิตทั้งปีที่ 2.15 ล้านคัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.62 -&amp;nbsp;นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่ายอดผลิตรถยนต์เดือนพ.ค.2562 ที่ผ่านมามีจำนวนทั้งสิ้น 181,338 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.11% จากการลดลงทั้งตลาดส่งออกและในประเทศ โดยการผลิตเพื่อส่งออกลดลง 8.11% อยู่ที่ 94,476 คัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกลดลง 18.86% อยู่ที่ 31,657 คัน และรถกระบะเพื่อส่งออกลดลง 1.53% อยู่ที่ 62,819 คัน สอดคล้องกับยอดส่งออกที่ลดลง 3.585% อยู่ที่ 95,331 คัน จากการลดลงเกือบทุกตลาด ยกเว้นตลาดเอเชีย ตลาดตะวันออกกลาง ตลาดยุโรป และตลาดอเมริกาเหนือ ขณะที่มูลค่าส่งออกลดลง 6.22% อยู่ที่ 48,649.82 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ 86,862 คัน ลดลง 3.83% จากการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อจำหน่ายในประเทศลดลง 3.57% อยู่ที่ 39,690 คัน และรถกระบะเพื่อจำหน่ายในประเทศลดลง 3.54% อยู่ที่ 44,436 คัน แต่ปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจในประเทศที่ยังเติบโต มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล การลงทุนของภาครัฐและเอกชน นักท่องเที่ยวต่างประเทศยังมีจำนวนมาก รวมทั้งการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ ทำให้ยอดขายในประเทศยังขยายตัวได้ 3.7% อยู่ที่ 88,097 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรายังคงตอดการผลิตทั้งปีนี้อยู่ที่ 2.15 ล้านคันอยู่ เนื่องจากมั่นใจว่ายอดการขายและส่งออกรถยนต์ในช่วงครึ่งปีหลังจะได้รับอานิสงส์ที่เป็นผลบวก และเกิดการขยายตัวเพิ่มขึ้น&amp;rdquo;นายสุรพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38480</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดตะวันออกกลาง, นักท่องเที่ยว, ยุโรป, รถกระบะ, รถยนต์, ส่งออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d021fe0bc543.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.จ่อศึกษาใช้บี 20 ในกระบะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. เปิดเผยภายหลังการเปิดจำหน่ายน้ำมันดีเซล บี20 ภายในสถานีบริการน้ำมัน เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น สาขาวงแหวนตะวันตก (ขาเข้า) ว่า ปตท.อยู่ระหว่างศึกษาการนำน้ำมันไบโอดีเซล บี 20 ไปใช้ในรถกระบะทั่วไป หลังจากขณะนี้ได้นำมาใช้ในรถขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะแล้ว ขณะเดียวกันค่ายรถอีซูซุ ได้เริ่มศึกษาน้ำมันบี 20 ใช้ในรถกระบะแล้วเช่นกัน ซึ่งหากเจ้าของรถต้องการนำไปเติม บี 20 ให้ไปปรึกษาที่ศูนย์บริการได้ คาดว่า ค่ายรถอื่น ๆ เตรียมศึกษาเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;ราคาน้ำมันบี 20 ในเดือนก.พ. จะราคาต่ำกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไปลิตรละ 5 บาท หลังจากนั้นจะต่ำกว่าดีเซลทั่วไปลิตรละ 3 บาท ตอนนี้ใช้ในในรถบรรทุก และรถโดยสารสาธารณะก่อน เริ่มนำร่องจำนวน 5 สาขา คือ สาขาวงแหวนตะวันตก (ขาเข้า) ปทุมธานี &amp;nbsp; ,พีทีที สเตชั่น สาขา พระราม 2 &amp;nbsp;(ขาออก) กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp; ,พีทีที สเตชั่น สาขาปากช่อง นครราชสีมา &amp;nbsp; ,พีทีที สเตชั่น สาขา เขาคันทรง ศรีราชา ชลบุรี &amp;nbsp;และพีทีที สเตชั่น สาขา สวี ชุมพร &amp;nbsp;หลังจากนั้นจะพิจารณาความต้องการอีกครั้งก่อนจะขยายไปยังปั๊มอื่นๆต่อไป&amp;rdquo;นายชาญศิลป์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานกรรมการ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก เปิดเผยว่า ปตท.อยู่ระหว่างศึกษาการสร้างสถานีบริการน้ำมันเฉพาะดีเซล หรือดีเซล สเตชั่นเท่านั้น เนื่องจากต้องการอำนวยความสะดวก ให้กับผู้ใช้น้ำมันดีเซล โดยเฉพาะรถบรรทุก รถกระบะ ซึ่งจะช่วยลดความแออัด และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้บริการมากขึ้น โดยจะนำร่องเส้นทางที่รถขนาดใหญ่ใช้บริการจำนวนม โดยจะเลือกปั๊มของบริษัทเป็นเจ้าของเองก่อน เพื่อประเมินผล ถ้าประสบผลสำเร็จ จะขยายไปยังปั๊มดีลเลอร์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) กล่าวถึงกรณีนักวิชาการรายหนึ่งออกมาระบุว่า การใช้น้ำมันไบโอดีเซล แม้ว่า ช่วยลดปริมาณละอองขนาดเล็ก แต่กลับเพิ่มสารไนโตรเจนออกไซค์ ไฮโดรคาร์บอน และคาร์บอนมอนอกไซด์เพิ่มขึ้น ซึ่งจะกลับมาให้เกิดเป็นพีเอ็ม 2.5 อีกครั้งว่า ได้มอบหมายให้ผู้ชำนาญการของกรมฯไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีกังกล่าวว่า เป็นอย่างไร ก่อนจะมาสรุป หากพบว่า เป็นข้อเท็จจริง ก็จะนำปรับปรุงต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28120</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, น้ำมันบี20, ผลักดันใช้ในรถกระบะ, รถกระบะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac5e138d67b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มเมืองจันท์ซิ่งรถกระบะแหกด่านตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.61- ร.ต.อ.พนม ยืนนาน รองสวป.สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี &amp;nbsp;ได้นำกำลังสายตรวจรับรถติดตามรถกระบะ ฟอร์ดสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหน้าหลัง ขับแหกด่านตรวจยาเสพติดของตำรวจชุดป้องกันและปราบปราม ที่ตั้งด่านบริเวณแยกไฟแดงบ้านเนินสูง ต.เขาวัว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี แล้วหลบหนีมาตามเส้นทางถนนสายสุขุมวิท ระยะทาง 2 กิโลเมตร จนมาถึงบ้านเขาตานก รถตำรวจสายตรวจขับประกบรถคันดังกล่าว และส่งสัญญาณให้จอดริมทาง ปรากฎว่าคนขับรถทิ้งรถแล้ววิ่งหนีเข้าไปในป่าริมทาง เหลือเพียงเมียและลูกอยู่ภายในรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังค้นหา แต่ไม่พบตัวเพราะเป็นป่ารกทึบ จึงได้ยุติการค้นหา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำรถกระบะมาตรวจสอบที่สภ.ท่าใหม่ ส่วนภรรยาและลูกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวมาสอบสวน ก่อนส่งกลับบ้านในพื้นที่ท่าใหม่ จ.จันทบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เบื้องต้นภรรยาผู้ที่หลบหนี ให้การว่า สามีอายุ 35 ปี จะพาตนและลูกไปธุระในตัวเมืองจันทบุรี และได้ขับรถผ่านด่านสามีเกิดอาการหวาดกลัวว่าจะถูกจับจึงได้ขับรถกระบะหลบหนี จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถตามทันดังกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17187</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, ตำรวจ, ยาเสพติด, รถกระบะ, สภ.ท่าใหม่, แหกด่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b95d8f438360.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2018 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2018 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระบะซิ่งเสียหลักตกถนนชนเสาไฟฟ้าบาดเจ็บ 4 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชายวัย 29 ปี ขับรถกระบะพร้อมครอบครัวมาด้วยความเร็ว ก่อนเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างตกลงไปร่องกลางถนน ทำให้ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย 1 ใน 4 ราย ติดภายในซากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจันทบุรี ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดซากรถนำส่งโรงพยาบาลนายายอาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 11 มีนาคม 2561 เวลา 07.00 น.ศูนย์วิทยุกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟส่องสว่าง บนถนนสุขุมวิท สายจันทบุรี-กรุงเทพ ขาออก บริเวณบ้านเนินสงวน หมู่ที่ 5 ตำบลวังใหม่ อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี ซึ่งในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย 1 ใน 4 ราย ติดภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี พร้อมรถอุปกรณ์ตัดถ่างรีบรุดตรวจสอบ และให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถกระบะ อีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน กต-8802 ฉะเชิงเทรา ที่อยู่ในสภาพพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่าง และต้นไม้ร่องกลางถนน พังเสียหาย ตรวจสอบภายในรถพบนายยุทธนา สีรือแสง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 5 ตำบลคลองนา อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา คนขับ ร่างยังติดคาซากรถ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯจึงได้ใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ทำการงัดซากรถ โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็สามารถช่วยเหลือ นายยุทธนา ผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ โดยได้รับบาดเจ็บตามลำตัว ก่อนเจ้าหน้าที่ฯ จะทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลนายายอาม เป็นการเร่งด่วน ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อรายแรก คือ นางสาวมนสิการ โอ๋เจริญ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ที่ 4 ตำบลแหลมประดู่ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา รายที่สอง นายสราวุธ สีรือแสง อายุ 31 ปี และรายสุดท้ายชื่อ เด็กชายณัฐวุฒิ สีรือแสง อายุ 11 ปี ทั้ง 3 คน อยู่บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ที่ 4 ตำบลแหลมประดู่ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยทั้งหมด 4 ราย พักรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลนายายอาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนางสวาท พัฒน์ศรี อายุ 53 ปี แม่ค้าขายไก่ย่างริมทาง ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่าขณะที่ตนเองกำลังย่างไก่อยู่นั้น ก็เห็นรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุ ขับมาด้วยความเร็ว และสะบัดไปมา ก่อนที่รถกระบะคันดังกล่าวจะพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่าง และต้นไม้ร่องกลางถนน จนทำให้ผู้ที่นั่งโดยสารมาพร้อมกับคนขับได้รับบาดเจ็บดังกล่าว อย่างไรก็ตามหลังการตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานแวดล้อม ทางเจ้าหน้าที่จะได้เชิญตัวนายยุทธนา สีรือแสง คนขับรถกระบะคันเกิดเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติมยังสถานีตำรวจภูธรนายายอาม เพื่อนำมาประมวลกับพยานหลักฐาน ในการสรุปสำนวนคดี ก่อนจะมีการแจ้งข้อหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4712</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถเร็ว, จันทบุรี, บาดเจ็บ, รถกระบะ, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180311/image_big_5aa48d2b1a163.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
