<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 23:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำ‘รถดมไว’คัดกรองกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุฬาฯ ร่วมกันเปิดตัว &amp;quot;รถดมไว&amp;quot; ของสุนัขดมกลิ่นคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการคันแรกของไทย พร้อมออกปฏิบัติงานภาคสนามลุยพื้นที่ กทม. ร่วมกับกรมควบคุมโรค เน้นคัดกรองในชุมชน-คลัสเตอร์ใหม่ๆ&amp;nbsp;
วันที่ 17 มิ.ย. ที่อาคาร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;ศ.น.สพ.ดร.รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์&amp;nbsp;ศ.นพ.สุทธิพงศ์&amp;nbsp;วัชรสินธุ คณบดีคณะแพทยศาสตร์&amp;nbsp;ศ.ดร.พลกฤษณ์ แสงวณิช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ และ ศ.ดร.สุพจน์&amp;nbsp;เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์&amp;nbsp;ร่วมกับ บริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด&amp;nbsp;และบริษัท พีคิวเอ แอสโซซิเอส จำกัด&amp;nbsp;จัดพิธีเปิดตัว&amp;nbsp;&amp;ldquo;รถดมไว&amp;nbsp;เพื่อนำสุนัขดมกลิ่นคัดกรอง&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ออกปฏิบัติงานภาคสนาม&amp;rdquo;&amp;nbsp;โดยมีการแนะนำสุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ที่ได้รับการฝึกดมกลิ่นผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;และชมการตรวจคัดกรองตัวอย่างเหงื่อบน &amp;quot;รถดมไว&amp;quot;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยเคลื่อนที่สำหรับการปฏิบัติงานของสุนัข
อ.ดร.ชฎิล กุลสิงห์ อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า สารเคมีระเหยง่ายที่เก็บมาจากผิวหนังมนุษย์อาจมาจากแหล่งกำเนิดหลายแหล่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ต่อมใต้ผิวหนังชนิด&amp;nbsp;Eccrine, Sebaceous&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Apocrine&amp;nbsp;โดยต่อม Apocrine&amp;nbsp;นี้จะเป็นต่อมสำคัญที่ผลิตสารระเหยง่าย&amp;nbsp;เป็นกลิ่นตัวเฉพาะของมนุษย์&amp;nbsp;ส่วนต่อมอีก 2 ชนิด จะผลิตสารเคมีที่ไม่ระเหยง่ายเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่มีผลต่อกลิ่นตัวโดยตรง&amp;nbsp;สารพวกนี้จะถูกนำไปใช้ต่อ โดยแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ใต้ผิวหนังมนุษย์&amp;nbsp;แล้วเปลี่ยนเป็นสารระเหยง่าย&amp;nbsp;ให้กลิ่นไปปนอยู่กับกลิ่นตัวมนุษย์&amp;nbsp;ดังนั้นกลิ่นโดยรวมของตัวอย่างเหงื่อที่ดูดซับโดยแท่งสำลี แล้วเก็บมาให้สุนัขดม&amp;nbsp;จะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ขึ้นกับชนิดและปริมาณของต่อมในแต่ละอวัยวะ การที่ผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;มีกระบวนการเผาผลาญในร่างกายที่แตกต่างออกไปจากก่อนที่จะได้รับเชื้อ&amp;nbsp;ทำให้มีสารเคมีจากต่อมทั้ง 3 ชนิดเปลี่ยนแปลงไปทั้งชนิดและปริมาณ&amp;nbsp;จึงถูกตรวจจับโดยสุนัขได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังความสำเร็จของโครงการวิจัย &amp;ldquo;การใช้สุนัขดมกลิ่นตรวจหาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการ&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากบริษัท เชฟรอนฯ ในเดือน มี.ค.2564&amp;nbsp;สุนัขดมกลิ่นได้ให้บริการตรวจคัดกรองแก่พนักงานบริษัทเชฟรอน และสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา แล้วจำนวนกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เมื่อมีการระบาดของโรคในกรุงเทพฯ สุนัขดมกลิ่นเดินทางจาก จ.สงขลา มาตั้งจุดตรวจที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ให้บริการตรวจคัดกรองแก่บุคลากรจุฬาฯ ผู้ป่วยติดเตียง โดยความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยมีอาสา พม.ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเหงื่อมาส่งตรวจแล้วจำนวนกว่า&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสจากสิ่งแวดล้อมไปบนตัวสุนัขในระหว่างลงพื้นที่คลัสเตอร์ต่างๆ จึงออกแบบห้องปฏิบัติงานเคลื่อนที่ &amp;ldquo;รถดมไว&amp;rdquo;&amp;nbsp;พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานตามข้อกำหนดของกรมควบคุมโรค&amp;nbsp;ซึ่งจะสร้างความปลอดภัยทั้งผู้ที่มารับการตรวจและสุนัขที่ปฏิบัติงาน อีกทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน&amp;nbsp;และคลัสเตอร์ที่เกิดขึ้นใหม่ในแต่ละวัน&amp;nbsp;
​&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถ &amp;ldquo;ดมไว&amp;rdquo; มีชื่อเต็มเป็นภาษาอังกฤษว่า&amp;nbsp;Dog Olfactory Mobile Vehicle for Viral Inspection (DOM VVI)&amp;nbsp;ถูกออกแบบให้มีห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่&amp;nbsp;อุปกรณ์การดม และอุปกรณ์ฆ่าเชื้อต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้การปฏิบัติงานร่วมกับกรมควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพบนพื้นที่ใช้สอยประมาณ 16.8 ตารางเมตร ภายในแบ่งเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ห้อง ได้แก่&amp;nbsp;ห้องอเนกประสงค์&amp;nbsp;เป็นห้องสำหรับวางตู้ล็อกเกอร์เก็บสัมภาระผู้ปฏิบัติงานบนรถ และอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งอุปกรณ์ทำความสะอาดรถ&amp;nbsp;ห้องพักสุนัข&amp;nbsp;สำหรับให้สุนัขพักในช่วงเวลาที่ไม่ได้ปฏิบัติงาน ห้องเตรียมตัวอย่าง&amp;nbsp;เป็นห้องสำหรับรับตัวอย่างที่เก็บจากภายนอกตัวรถ เข้ามาเตรียมเปลี่ยนถ่ายภาชนะ&amp;nbsp;และห้องปฏิบัติงาน&amp;nbsp;เป็นพื้นที่สำหรับให้สุนัขดมกลิ่นตรวจหาเชื้อโควิดจากตัวอย่างที่วางบนแท่นวางตัวอย่างจำนวนรอบละ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;แท่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รถ&amp;nbsp;&amp;quot;ดมไว&amp;quot;&amp;nbsp;ได้นำห้องปฏิบัติการของสุนัขดมกลิ่นขึ้นมาอยู่ภายในด้วยการจัดสรรพื้นที่ที่มีจำกัด ภายในรถออกแบบเพื่อการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย มีเครื่องปรับอากาศให้ความเย็นแก่สุนัข คำนึงถึงความปลอดภัยของทั้งเจ้าหน้าที่และสุนัขผู้ปฏิบัติงานบนรถ&amp;nbsp;โดยได้สร้างระบบความดันลบในห้องเตรียมตัวอย่าง ระบบฆ่าเชื้อด้วยรังสี&amp;nbsp;UV&amp;nbsp;ในช่องรับส่งตัวอย่าง ห้องเตรียมตัวอย่างและห้องปฏิบัติงาน พร้อมทั้งระบบความปลอดภัยอื่นๆ&amp;nbsp;อาทิ ตู้ยาปฐมพยาบาล ถังดับเพลิง ไฟขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และไฟแจ้งเตือนขณะปฏิบัติงานบนรถ&amp;nbsp;นับเป็นรถปฏิบัติงานชีวนิรภัยเคลื่อนที่ของสุนัขดมกลิ่นคันแรกของประเทศไทย&amp;quot; อ.ดร.ชฎิล กุลสิงห์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106729</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดกรองกทม., ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19, รถดมไว, สุนัขดมกลิ่น, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb441d4088e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
