<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ&#039; สายธารแห่งน้ำพระราชหฤทัย พสกนิกรอุ่นใจพ้นภัยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เกิดขึ้นในประเทศไทยสร้างความเดือดร้อนทุกข์แสนสาหัสให้แก่ประชาชน ทั้งในเรื่องสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดด้วยทรงมีพระราชปณิธานอันตั้งมั่นที่จะทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่จะต้องดูแลประชาชนให้มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี จึงทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญในการดูแลทุกข์สุขของอาณาราษฎรในพระองค์ทุกหมู่เหล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังที่ได้พระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยที่สามารถทำการค้นหาผู้ป่วยตรวจหาเชื้อ ณ จุดที่มีการแพร่ระบาด รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อันเป็นภาพประจักษ์ชัดในสายตาพสกนิกรเรื่อยมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้สถานการณ์แพร่ระบาดจะยังหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ แต่ด้วยพระราชวิสัยทัศน์อันกว้างไกลแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงให้ความสำคัญ การวิเคราะห์ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ที่จำเป็นต้องดำเนินการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ทราบผลและจำนวนผู้ติดเชื้อ สามารถออกมาตรการหรือควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที จึงพระราชทาน&amp;rdquo;รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ&amp;rdquo;แก่กระทรวงสาธารณสุข ใช้งานคู่กับรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน ค้นหาเชิงรุกแบบเบ็ดเสร็จในพื้นที่ ทราบผลรวดเร็ว แม่นยำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ มีพื้นที่ใช้สอย 16.8 ตารางเมตร (7 เมตร x 2.4 เมตร) ภายในประกอบด้วย &amp;nbsp;3 ห้องหลัก ได้แก่ ห้องสกัดสารพันธุกรรม ห้องเตรียมน้ำยาวิเคราะห์ และห้องวิเคราะห์ผลด้วยเทคนิค PCR มีห้องบัฟเฟอร์เพื่อควบคุมและป้องกันการรั่วไหลของเชื้อโรค พร้อมกับเครื่องมือที่ติดตั้งภายในรถ ได้แก่ ตู้ปลอดเชื้อ, ตู้ปฏิบัติงานพีซีอาร์ (PCR cabinet), เครื่องสกัดสารพันธุกรรมอัตโนมัติ, เครื่องเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมดีเอ็นเอด้วยปฏิกิริยาโพลีเมอเรส &amp;nbsp;(real-time PCR) วิเคราะห์ได้ 70 ตัวอย่างต่อ 1 รอบต่อเครื่อง, ตู้แช่แข็ง -20 องศาเซลเซียส, ตู้ทำความเย็น 4 องศาเซลเซียส, ช่องส่งตัวอย่าง, เครื่องเขย่าผสมสาร, เครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน, ไมโครปิเปต (Micropipette), ระบบยูวีฆ่าเชื้อ, ระบบสื่อสารสองทาง, ระบบกล้องวงจรปิด และเครื่องล้างมือแอลกอฮอล์อัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสมรรถนะที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษของรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษนี้ จึงทำให้สามารถทราบผลการตรวจหาเชื้อได้ภายใน 3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องส่งผล กลับมาตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์หรือห้องปฏิบัติการโรงพยาบาล และมีความปลอดภัยต่อบุคลากรทางการแพทย์ สามารถตรวจได้ ประมาณ 800-1,000 ตัวอย่างต่อวัน ด้วยเทคนิคการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมดีเอ็นเอด้วยปฏิกิริยาโพลีเมอเรส หรือ PCR (Real Time Polymerase Chain Reaction ) ช่วยให้การค้นหาผู้ติดเชื้อรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดสูงสุดได้มีการปรับยุทธวิธีในการตรวจเชิงรุกเพื่อหาผู้ติดเชื้อทั้งจังหวัด เพื่อนำตัวมากักแยกในโรงพยาบาล เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อต่อเนื่อง ดังนั้น สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขตเมืองได้นำรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษพระราชทานจำนวน 1 คัน และรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทานอีกจำนวน 3 คัน พร้อมนักเทคนิคการแพทย์จิตอาสา ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ได้ขับเคลื่อนน้ำพระราชหฤทัยแห่งความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปยังพื้นที่ต่างๆของจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อเดินหน้าปูพรมเก็บตัวอย่างให้เข้าถึงได้ทุกพื้นที่ ชุมชนทุกแห่ง โรงงานทุกแห่งที่มีสภาพแออัดในการทำงาน เพื่อเสริมกำลังในการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก เก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ผลการตรวจในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พสกนิกรชาวจังหวัดสมุทรสาครที่มาเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงห่วงใยและประทับเคียงข้างพสกนิกในยามที่หัวใจร่วงโรย เพราะโรคร้ายที่เข้ามาเยือน น้ำพระราชหฤทัยทั้ง 2 พระองค์เปรียบดั่งแสงทองส่องสว่างที่สร้างความอบอุ่นหัวใจให้แก่ประชาชน มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบัวเรียน หลักชัย อายุ 59 ปี ผู้เข้ารับการตรวจ กล่าวว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจที่พระองค์ท่านทรงเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ และอุ่นใจที่พระองค์ทรงพระราชทานความช่วยเหลือเพื่อที่ประชาชนจะได้อุ่นใจและการ์ดไม่ตก โดยที่ประชาชนร่วมมือกันให้ความร่วมมือกับทางราชการ ทั้งนี้ ทราบข่าวมาจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จึงได้ช่วยจัดเตรียมสถานที่บริเวณสโมสรของหมู่บ้าน พระองค์เป็นห่วง อยากให้ประชาชนอุ่นใจ สบายใจขึ้น จะได้รู้ว่าจากการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเราสามารถป้องกันได้ส่วนหนึ่ง ขอบคุณพระองค์ท่านที่เป็นห่วงราษฎรทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายทุย หมั่นมา อายุ 79 ปี ผู้เข้ารับการตรวจ กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 ท่านช่วยประชาชน พระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย และรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ ตนทราบข่าวมาจากทางจังหวัดว่าจะมีการตรวจจึงได้เดินทางมา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ อยู่ปกครองประเทศชาติตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน น.ส.จันทราทิพย์ ทองทับ อายุ 17 ปี ผู้เข้ารับการตรวจ กล่าวว่า รู้สึกขอบพระคุณที่พระองค์ทรงมีพระเมตตา พระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย และรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ ตนทราบข่าวจากรถกระจายเสียงในหมู่บ้านบอกว่าใครสมัครใจก็สามารถมาตรวจได้ ขอบพระคุณพระองค์ท่านที่ออกมาช่วยเหลือชาวจังหวัดสมุทรสาคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นความโชคดีของชาวไทยที่มีกษัตริย์ทุกพระองค์คอยประทับเคียงข้างพสกนิกรในยามที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆให้ผ่านพ้นไปด้วยดี ด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นที่ทรงต้องการให้พสกนิกรอยู่อย่างร่มเย็นภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91642</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย, สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_6017a9e27783e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทาน122ล้านช่วยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ 122&amp;nbsp; ล้าน จัดหารถยนต์เอกซเรย์เคลื่อนที่ 2 คัน - ชุด PPE&amp;nbsp; จำนวน 7 แสนตัวเพื่อกระจาย รพ.ทั่วประเทศ พร้อมจัดสร้างรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยเพิ่มเติมอีก 7 คัน เผยทรงติดตามการแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด ไทยป่วยรายใหม่&amp;nbsp; 171 ราย ตั้งเป้าค้นหาเชิงรุกโรงงานสมุทรสาคร 600 แห่งต่อวัน หวังเคลียร์เสร็จในเดือนนี้ นายกฯ พอใจแพร่ระบาดแนวโน้มจะลดลง รพ.ศิริราชแจงบุคลากรติดโควิด 6 ราย&amp;nbsp; เป็น จนท.ด้านเอกสารติดจากภายนอก ขอให้มั่นใจมีมาตรฐานป้องกันอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 มกราคม เวลา 13.19 น. ที่สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ 904 พระที่นั่งอัมพรสถาน&amp;nbsp; พระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข เข้ารับพระราชทานรถยนต์เอกซเรย์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยมีนายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม และผู้บริหารองค์การเภสัชกรรม เข้าร่วมในพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รถยนต์เอกซเรย์เคลื่อนที่ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน เป็นรถยนต์ที่ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์แบบดิจิทัลพร้อมอุปกรณ์ จำนวน 2 คัน ซึ่งอยู่ในระหว่างการจัดสร้าง และอุปกรณ์ทางการแพทย์พระราชทานประกอบด้วย ชุด PPE แบบเสื้อคลุมกันน้ำชนิดใช้ครั้งเดียว, ชุด PPE แบบชุดหมีกันน้ำชนิดใช้ครั้งเดียว และชุด PPE แบบเสื้อคลุมกันน้ำชนิดใช้ซ้ำได้ จำนวน 3 รุ่น&amp;nbsp; รวม 700,000 ตัว ในการนี้ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 122 ล้านบาท ในการจัดหารถยนต์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าวเพื่อกระจายไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยเพิ่มเติมอีก 7 คัน จากที่ได้พระราชทานไปแล้ว 13&amp;nbsp; คัน รวมเป็น 20 คัน มูลค่ารวมทั้งสิ้น 26,916,131 บาท&amp;nbsp; สำหรับใช้เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการเก็บตัวอย่างเพื่อหาเชื้อในระบบทางเดินหายใจและนำส่งตรวจยังห้องปฏิบัติการ เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนทุกกลุ่มอาชีพทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก โดยไม่ต้องเดินทางไปรับการตรวจที่โรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ได้ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างใกล้ชิด ทรงห่วงใยประชาชน บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถในการค้นหาผู้ติดเชื้อและดูแลรักษาผู้ป่วย ทั้งยังพระราชทานกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดอีกด้วย
หวังเคลียร์จบก่อนสิ้นเดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังรับพระราชทานชุด PPE จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า&amp;nbsp; วันนี้ได้รับพระราชทานชุด PPE จำนวน 700,000 ชุด และรถเอกซเรย์ 2 คัน นี่คือพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ยังได้บริจาคน้ำยาตรวจหาเชื้อประมาณกว่า 500,000 ลิตร ซึ่งจะทำให้การตรวจหาเชื้อทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp; 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 171 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 158 ราย มาจากผู้ป่วยในระบบเฝ้าระวังและบริการ 33 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 125 ราย&amp;nbsp; ในจำนวนนี้เป็นการค้นหาเชิงรุกใน จ.สมุทรสาคร 120 ราย&amp;nbsp; เป็นคนไทย 14 ราย และแรงงานต่างด้าว 106 ราย นอกจากนี้เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ 13 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 12,594&amp;nbsp; ราย หายป่วยสะสม 9,356 ราย อยู่ระหว่างการรักษา&amp;nbsp; 3,168 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 70 ราย และขณะนี้มีผู้ติดเชื้อสะสมกระจายอยู่ใน 61&amp;nbsp; จังหวัด แบ่งเป็นจังหวัดที่มีรายงานการติดเชื้อในช่วง 7 วัน ที่ผ่านมา 30 จังหวัด, ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในช่วง 7-14&amp;nbsp; วันที่ผ่านมา 31 จังหวัด และไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อเลย 16&amp;nbsp; จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (อีโอซี) กระทรวงสาธารณสุข และที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้หยิบยกประเด็น จ.สมุทรสาครมาพูดคุยว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อวันนี้แม้จะน้อยลงกว่าวันก่อน ถือว่าเบาใจได้ แต่อย่าเพิ่งวางใจเพราะยิ่งค้นหาเชิงรุกมากเท่าไหร่ยิ่งเจอ จึงวางแผนการสอบสวนโรคว่าจะทำการสุ่มตรวจโรงงานละ 50 ราย&amp;nbsp; ให้ได้วันละ 600 โรงงาน ซึ่ง จ.สมุทรสาครมีโรงงานทั้งสิ้น&amp;nbsp; 11,467 แห่ง จึงจำเป็นต้องระดมบุคลากรทางการแพทย์จาก 12 เขตตรวจราชการเข้าไปในพื้นที่ ต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเอง (PPE) ตรงนี้รัฐทำอย่างเดียวไม่ได้ โรงงานต่างๆ ต้องร่วมมือด้วย เนื่องจากจำนวนที่วางแผนไว้ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เราอยากตรวจให้เร็วที่สุด เพราะมาตรการต่างๆ ที่ออกข้อกำหนดมาจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ม.ค. ซึ่งภายในเดือนนี้เราจะทำให้ได้มากที่สุด จึงขอให้เอกชนและภาคประชาชนให้ความร่วมมือกับรัฐ เพราะถ้าจัดการโรคได้จะควบคุมได้เร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ส่วน กทม.ยังน่าเป็นห่วง แม้กราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อจะทรงๆ ลดๆ แต่เมื่อดูผู้ติดเชื้อแล้วจะอยู่ในโซน กทม.ตะวันตก ซึ่งติดกับ จ.สมุทรสาคร&amp;nbsp; และสาเหตุมาจากสถานบันเทิงที่อาจจะมีความเชื่อมโยงกับที่ จ.สมุทรสาคร ทำให้มาตรการต่างๆ จึงต้องทำควบคู่กันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบ Video Conference โดยก่อนการประชุมที่บริเวณด้านหน้า ตึกบัญชาการ 1 นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำคณะเข้าพบนายกฯ เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผลงานวิจัยที่ได้การสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ &amp;quot;รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2564&amp;quot;
ศิริราชแจงติดเชื้อจากภายนอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า ในเรื่องการแพร่ระบาดโควิดในตอนนี้คิดว่ามีแนวโน้มจะลดลง เราควบคุมได้แม้ตัวเลขจะสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้าควบคุมได้ไม่มีปัญหา เตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องมาตรการคัดกรอง เรื่องการจัดพื้นที่ควบคุม วันนี้มีพื้นที่ควบคุมใหม่ที่เกิดขึ้นมาในเรื่องของ Factory&amp;nbsp; Quarantine ใช้โรงงานอุตสาหกรรมเป็นพื้นที่ควบคุมของเขาเอง ข้อสำคัญต้องขอความร่วมมือทุกคนในเรื่องมาตรการต่างๆ อาจจะต้องยังคงเดิมต่อไป การจะตอบได้ถึงเมื่อไหร่เหล่านี้ต้องรอดูการประเมินผลเป็นวาระๆ ไป&amp;nbsp; วันนี้ต้องดูผลสิ้นเดือนนี้ไปก่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลักเกณฑ์เปิดเทอม 1 ก.พ.ยังเหมือนเดิมหรือไม่ หากเทียบกับสถานการณ์ติดเชื้อที่ยังไม่คลี่คลาย หากรอประเมินอีก 14 วันที่ครบกำหนด 31 ม.ค. อาจทำให้ผู้ปกครองนักเรียนเตรียมตัวไม่ทันเปิดเทอม&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลศิริราช นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล&amp;nbsp; กล่าวถึงกรณีบุคลากรของ รพ.ศิริราชติดเชื้อว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ม.ค. มีเจ้าหน้าที่เดินเอกสาร ที่ตึกอดุลยเดชวิกรม แต่มีการรับเชื้อมาจากชุมชน เมื่อมาทำงานมีอาการก็เลยมาตรวจเชื้อที่โรงพยาบาล ซึ่งผลออกมาว่าติดเชื้อ และพบว่ามีคนใกล้ชิดเสี่ยงสูง 4 คน จึงเข้ารับการตรวจเชื้อและพบว่า 3 ใน 4 คนติดโควิด จึงนำตัวทั้งหมดมารับการรักษารวม 4 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสืบสวนโรคในระบบของโรงพยาบาลเพื่อค้นหาผู้ป่วย ทั้งเสี่ยงสูง เสี่ยงปานกลาง และเสี่ยงต่ำ พบมีรวม&amp;nbsp; 50 คนที่อาจสัมผัสเสี่ยงปานกลาง โดยได้นำมาตรวจทั้งหมด ทั้งการตรวจแบบสวอปทั้งหมด พบติดเชื้อ 2 คน แต่&amp;nbsp; 48 คนไม่พบเชื้อ ทำให้มียอดรวมผู้ป่วยจากเคสนี้แค่ 6 คนเท่านั้น รักษาใน รพ.และจะมีการนำตัวผู้ป่วยและคนเสี่ยงทั้งหมดมาตรวจเชื้อซ้ำในวันที่ 7 และ 14 ตามระยะเวลาการดำเนินของโรค และระหว่างนี้สำหรับคนที่ตรวจไม่พบเชื้อ 48 คน ให้ทำงานแบบโฮมควอรันทีนเพื่อกักตัวดูอาการ แต่กรณีที่กลุ่มคนเหล่านี้ในครอบครัวมีผู้สูงอายุหรือพักต่างจังหวัด รพ.ได้จัดหาพื้นที่ให้อยู่แล้ว ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่ำ 20 คนก็มีการตรวจเชื้อเช่นกัน ไม่พบเชื้อและให้ปฏิบัติงานปกติ แต่มีมาตรการคุมเข้มสวมหน้ากากตลอดเวลา ย้ำไม่ใช่การติดเชื้อภายใน แต่เป็นภายนอกและไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการรักษาผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน รศ.นพ.นริศ กิจรณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร และกิจกรรมเพื่อสังคม กล่าวว่า การติดเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ และไม่ได้ติดจากคนไข้ ผู้ติดเชื้อเป็นเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านเอกสาร และมีการติดเชื้อจากชุมชนที่อยู่อาศัย ส่วนสถานที่ทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นอาคารที่ใช้สำหรับการเรียนการสอน ตรวจชิ้นเนื้อทางการแพทย์ และส่วนรับส่งร่างผู้ป่วยที่เสียชีวิต ไม่ใช่ตึกที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย ดังนั้นขอให้ผู้มารับบริการมั่นใจได้ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ป่วย อีกทั้งโรงพยาบาลศิริราชมีมาตรฐานในการป้องกันอย่างดี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90377</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดหารถยนต์เอกซเรย์เคลื่อนที่, ชุด PPE, พระราชทาน 122ล้าน, พระราชทาน 122ล้าน ช่วยโควิด, รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย, รถยนต์เอกซเรย์เคลื่อนที่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง, ในหลวงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006ee6330d3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง-พระราชินี&#039;พระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย ค้นหาโควิดเชิงรุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค. 63 - เมื่อเวลา&amp;nbsp; 11.01&amp;nbsp; น.&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้นายอนุทิน&amp;nbsp; ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำนายแพทย์สุขุม&amp;nbsp; กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย จำนวน 13 คัน เพื่อกระทรวงสาธารณสุขนำไปใช้ประโยชน์ ณ สำนักงานเขตสุขภาพที่ 1-12&amp;nbsp; ทั่วประเทศ และเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครที่กระทรวงสาธารณสุขดูแลรับผิดชอบ เพื่อใช้เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการเก็บตัวอย่างโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp; (COVID-19) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในการปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อโรคโควิด 19 เชิงรุกในโรงเรียน วัด ชุมชนแออัดและกลุ่มอาชีพเสี่ยงทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะให้ประเทศชาติมั่นคง และประชาชนมีความสุข ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพพลานามัยของประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอย่างใกล้ชิด และทรงห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือให้ทันต่อสถานการณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้จัดทำรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งอุปกรณ์ภายในรถมีประสิทธิภาพในการตรวจโรค และมีระบบสารสนเทศที่ทันสมัย ภายในห้องเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยจัดเป็นห้องปลอดเชื้อระดับ 1000&amp;nbsp; ประกอบด้วย ระบบปรับอากาศเพื่อควบคุมความเย็น ระบบกรองอากาศจากภายนอกเพื่อให้บริสุทธิ์ ระบบและอุปกรณ์ควบคุมความดันภายในห้องให้เป็นบวกตลอดเวลา รวมทั้งส่วนปฏิบัติการเก็บตัวอย่าง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสอดมือผ่านหน้าต่างและถุงมือยางที่ติดตั้งไว้ มีระบบฆ่าเชื้อภายในตัวรถ หลังปฏิบัติงานรายวันด้วยระบบโอโซน และติดตั้งระบบไมโครโฟน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกับผู้รับบริการได้สะดวกและรวดเร็ว ซึ่งรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย ได้ทดลองให้บริการไปแล้วครอบคลุมประชาชนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 12,094 ราย ในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา ซึ่งทำให้เกิดผลสำเร็จในการค้นหาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างมีความปลอดภัยได้อย่างดียิ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70664</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย, โควิด-19, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200706/image_big_5f02ff9caee6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
