<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมรับหนังสือผู้ประกอบการรถตู้ยื่นข้อเสนอเยียวยาผลกระทบโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564-นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายธานี สืบฤกษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือและรับหนังสือขอให้ช่วยเหลือเยียวยาจาก นายปรีดา มากมูลผล นายกสมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด นายวุฒิภัทร คงมั่น ประธานสมาพันธ์รถตู้แห่งประเทศไทย และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการรถตู้สาธารณะ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช กล่าวว่า ตัวแทนสมาคมผู้ประกอบการรถตู้สาธารณะ ได้มาพบเพื่อยื่นหนังสือขอให้กระทรวงฯ พิจารณาให้ความช่วยเหลือเยียวยาสมาชิกผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะขนาดเล็ก (รถตู้และรถมินิบัส) ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ขอให้เยียวยาเรื่องการพักหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยของสถาบันการเงินและไฟแนนซ์ให้แก่ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะและรถมินิบัสทุกรายจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเป็นปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขอขยายอายุรถ 10 ปี ที่หมดภาษีในรอบปี 2564 ให้สามารถต่อภาษีรอบปี 2565 อีก 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ติดตามเรื่องเงินเยียวยาที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จะชดเชยให้รถสาธารณะเดือนละ 5,000 บาทต่อคัน เป็นเวลา 3 เดือน รวมเป็นเงิน 15,000 บาทต่อคัน ตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบแรก ปี 2563 ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การคัดเลือกบริษัท GPS ติดตามรถยนต์ ขอให้คัดเลือกบริษัทที่คิดค่าบริการไม่แพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ขอให้เรียกเก็บค่าปรับต่าง ๆ ตามกฎหมายในอัตราต่ำสุดและเป็นธรรม และไม่เรียกเก็บซ้ำซ้อนระหว่าง ขบ. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัตน์ กล่าวว่า กระทรวงฯ รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นและไม่ได้นิ่งนอนใจโดยเร่งดำเนินการในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ส่วนสำหรับปัญหาที่อยู่นอกเหนือจากความรับผิดชอบของกระทรวงฯ จะทำเป็นข้อสรุปประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้สั่งการให้ ขบ. พิจารณาข้อเสนอของสมาคมฯ ซึ่ง ขบ. ได้เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้ที่มีใบขับขี่หมดอายุในช่วงนี้ สามารถใช้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยที่ไม่มีความผิดใด ๆ และมอบหมายให้ ขบ. นัดหารือร่วมกับ&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขสมก. และ บขส. เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117527</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถตู้, วิรัช พิมพะนิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614ad719c02e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถตู้เดือดร้อนถูกจับปรับความเร็วใบละ 1 พัน โอดให้วิ่งไม่เกิน 90 กม.คนขับหลับใน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.63 - นายธรรมรัศม์ ถนนจิน ผู้ประกอบการรถตู้และสมาชิกสมาคมรถตู้วีไอพีแห่งประเทศไทยประมาณ 10 คน เข้ายื่นหนังสือถึงนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ขอความเป็นธรรมจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องของสำนักงานขนส่งจังหวัด โดยมีนายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นผู้รับมอบหนังสือ พร้อมด้วย นายบัญญัติ คันธา ขนส่งจังหวัดภูเก็ต และ คณะเข้าร่วมในการรับมอบหนังสือครั้งนี้ ณ บริเวณหน้าอาคารศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรรมรัศม์ กล่าวว่า จากการที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้รถโดยสารประจำทางและรถโดยสารไม่ประจำทางทุกประเภทยกเว้นรถโดยสารลักษณะสองแถว ติดตั้งระบบจีพีเอสเชื่อมต่อสัญญาณกับศูนย์ GPS ของกรมการขนส่งทางบกและสำนักงานขนส่งจังหวัดเพื่อใช้ในการตรวจสอบความเร็วของรถรวมถึงการตรวจจับการเดินรถในช่องทางเดินรถตามกฎหมายจราจรด้วยกล้องเลเซอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพบว่ารถคันใดกระทำผิดด้วยการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กำหนดหรือไม่เดินรถในช่องทางเดินรถด้านซ้าย นานทะเบียนของสำนักงานขนส่งจังหวัดที่พบการกระทำผิดจะมีจดหมายไปยังผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตของรถคันนั้นให้ไปพบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและชำระค่าปรับ

&amp;quot;ในส่วนจีพีเอสปรับความเร็ว ถ้าเกิน 90 กิโลเมตรจะมีหนังสือแจ้งเตือนยังผู้ประกอบการของรถจะมีการปรับใบละ 1,000บาท ในส่วนนี้การเสียค่าปรับเราเสียได้แต่เขาไปรวบยอดในการตรวจสภาพรถเพื่อต่อทะเบียน รวบยอดทั้งหมดกี่ใบ ต้องจ่าย ณ วันนั้น จึงสามารถต่อทะเบียนได้&amp;nbsp; ในส่วนนี้เห็นว่าเป็นการเอาเปรียบและเบียดเบียนผู้ประกอบการทั่วไป ขอให้พิจารณาการผ่อนปรนการจ่ายค่าปรับและความเร็วที่สามารถเพิ่มความเร็วได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันสภาพถนนดีกว่าอดีต จะมายึดความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไม่ได้ ถ้าในเขตชุมชนเรายินดีทำตามแต่ถ้าวิ่งทางไกล ความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คนขับหลับในแน่นอน ในส่วนให้รถวิ่งเลนซ้ายกับรถสิบล้อจะมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงมาก จึงขอให้พิจารณาในส่วนนี้ด้วย ขอให้ทางผู้ว่าและผู้มีอำนาจพิจารณา ในส่วนกลาง&amp;nbsp;ทางนายกสมาคมฯจะเข้าพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในเรื่องนี้&amp;nbsp;

การที่มายื่นหนังสือเพื่อให้รับทราบปัญหาความเดือดร้อน ที่เราหาเช้ากินค่ำ มาจับปรับใบละ 1,000บาท แล้วมารวบยอดทีเดียวบางคนต้องขายรถเพราะสู้ค่าปรับไม่ได้ &amp;quot;นายธรรมรัศม์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า รับหนังสือดังกล่าวส่งต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต โดยจะมีการประชุมหารือในเรื่องนี้ในโอกาสต่อไปเนื่องจากเป็นเรื่องของกติกา ถ้าจะร้องขอให้แก้กฎกติกานั้น ขอให้รอการแก้ปัญหาตามระเบียบที่ถูกต้อง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55234</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมขนส่งทางบก, ขนส่งจังหวัดภูเก็ต, จังหวัดภูเก็ต, ผู้ประกอบการรถตู้, รถตู้, รถโดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e27f699c9193.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถตู้กทม.พุ่งชนต้นไม้ที่ลำปางเจ็บ 9 รายคาดคนขับหลับใน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.62-ร.ต.อ.กันต์กวี มีธรรม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เกาะคา อ.เกาะคา จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุรถตู้เสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณ ถนนพหลโยธิน ช่วง กม.ที่ 670-671 เกาะคา-ลำปาง หมู่ที่1 ต.นาแส่ง อ.เกาะคา จ.ลำปาง จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสมาคมกู้ภัยเกาะคา กู้ภัยอัมรินทร์ หน่วยกู้ภัยสมาคมกู้ภัยลำปางจุดสบปราบ หน่วยกู้ภัยสมาคมกู้ภัยสว่างนครลำปาง และหน่วยกู้ภัยใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบริเวณร่องกลางถนน พบรถตู้โตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน ฮภ 3299 กรุงเทพมหานคร ชนกับต้นไม้ขนาด 1 คนโอบ สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน นายสุชาติ ศรีสุวรรณ์ อายุ 57ปี ชาวจังหวัดสระบุรี เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 8 ราย รวมมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 9 ราย(รวมคนขับ) แบ่งเป็นชาย 4 ราย หญิง 5 ราย ในนั้นมีเด็กผู้หญิงอายุ 10 ขวบ รวมอยู่ด้วย หน่วยกู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บออกมา และรับนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเกาะคา เบื้องต้นมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งต่อไปที่รพ.ลำปาง จำนวน 5 &amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าก่อนเกิดเหตุทั้งหมดออกมาจากจังหวัดสระบุรีตอนตีสี่ เพื่อที่จะไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็เกิดเหตุดังกล่าวเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนขับอาจจะหลับในเพราะเดินทางไกล หรือก็รถอาจจะเสียหลัก ซึ่งจะสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53434</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุบัติเหตุ, จ.ลำปาง, รถตู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191228/image_big_5e071de894513.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2019 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2019 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศักดิ์สยาม”สั่งเอาผิดเหตุเก๋งชนรถตู้ตาย5ศพหากประมาทเอาผิดถึงที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.62-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีเกิดเหตุรถตู้ไม่ประจำทางเกิดอุบัติเหตุชนกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 12 ก.ย.62 เวลาประมาณ 10.20 น. บริเวณ ทล.33 กม.33 กม.ที่ 274 (ขาออก) หน้าวัดโนนจิก ต.วัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว นั้น

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน เป็นผู้ขับรถตู้และผู้ที่มากับรถตู้บาดเจ็บ admit 2 คน เป็นผู้ขับรถเก๋งคู่กรณีและผู้ที่มากับรถตู้เช่าเหมาบาดเจ็บเล็กน้อย 5 คน

อย่างไรก็ตามสันนิษฐานว่าเกิดจากผู้ขับขี่รถเก๋งประมาท ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปนอกจากนี้จะได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามผลคดีอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีการกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกจะได้พิจารณาลงโทษในทุกกรณีความผิดต่อไป

อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีอุบัติเหตุเบื้องต้น (พิกัด 13.771247,102.032ททท15) รถเก๋ง กข-3789 สระแก้ว เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถเสียหลักข้ามเกาะกลางชนต้นไม้แล้วไถลไปชนกับรถตู้เช่าเหมา 33-4933 กรุงเทพ รับผู้โดยสารชาวกัมพูชา 10 คน ที่เดินทางกลับประเทศ ที่วิ่งสวนทางมา

สำหรับรถตู้ที่เกิดอุบัติเหตุ เป็นรถตู้เช่าเหมา 33-4933 กรุงเทพ สิ้นอายุภาษี 31 มี.ค.63 ผู้ประกอบการ นางกาญจนา แดนไธสง ตรวจสภาพครั้งสุดท้าย 28 มี.ค.62 ผู้ขับรถ นายธีระพงษ์ สุโพธิ์ ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ท.2 เลขที่ 4กท.189/62 วันอนุญาต 23 ม.ค.62 สิ้นอายุ 22 ม.ค.65


ทั้งนี้หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ขนส่งจังหวัดสระแก้วได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ และผู้โดยสารบางส่วนจะเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยมีญาติเข้ามารับพร้อมทั้งประสานบริษัทประกันภัย ได้เข้าช่วยเหลือดูแลค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายอย่างครบถ้วนถูกต้อง

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45718</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุบัติเหตุ, รถตู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190914/image_big_5d7c58c867b0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม สั่งขนส่งฯตรวจสอบเหตุรถตู้ชนรถบรรทุกมีผู้เสียชีวิต11ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงอุบัติเหตุรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง (เช่าเหมา) เกิดอุบัติเหตุชนกับรถบรรทุกส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย และมีผู้เสียชีวิต 11 รายบริเวณทางหลวงหมายเลข 317 (ทล.317) สระแก้ว-จันทบุรีในช่วงเช้าของวันนี้ (18 ส.ค. 2562) ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น กระทรวงคมนาคมไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ไปตรวจสอบและรายงานถึงสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งในขณะนี้ได้รับรายงานข้อมูลจากอุบัติเหตุเบื้องต้นพบว่า สาเหตุเกิดจากคนขับหลับใน ขณะที่การตรวจสอบระบบ GPS นั้น ไม่ได้ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่อย่างไรก็ตาม ตนขอตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลให้ชัดเจนอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้มอบนโยบายให้ ขบ. ในเรื่องการให้บริการรถสาธารณะทุกประเภท จะต้องเน้นเรื่องของความปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน และมีความปลอดภัยตามกฎหมายกำหนด โดยผู้ประกอบการต้องปรับเปลี่ยนรถให้มีคุณภาพก่อนนำมาให้บริการ พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการให้บริการของรถโดยสารสาธารณะที่ไม่ได้คุณภาพหรือมีข้อร้องเรียนอื่นๆ สามารถส่งข้อมูลมาได้ที่ www.dlt.go.th เพื่อนำมาพิจารณาไปสู่การแก้ไขปัญหานั้นๆ

&amp;ldquo;ตอนนี้ต้องมาร่วมมือกัน ทั้งผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการ และ ขบ. ที่มาบูรณาการสิ่งที่เป็นประโยชน์ ที่สำคัญ คือ ขบ.จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่น ถ้ารถไม่พร้อม ห้ามเอาไปให้บริการ ถ้าคนขับไม่พร้อม ให้เพิกถอนใบอนุญาตทันที นอกจากนี้ ในส่วนของประชาชนต้องช่วยกันดู หรือเห็รรถไม่พร้อมก็อย่าไป เพื่อความปลอดภัย&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น จากสถิติอุบัติเหตุของรถตู้นั้น ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากผู้ขับยานพาหนะและสภาพแวดล้อมมากถึง 72% และมีสาเหตุจากยานพาหนะเพียง 2.9% เท่านั้น ดังนั้น สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก คือ ผู้ขับยานพาหนะและการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า มีการปล่อยปละละเว้นการตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยหลังจากนี้ การตรวจสภาพรถ จะต้องดำเนินการอย่างจริงจังและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดด้วย

สำหรับรถตู้เก่าอายุครบ 10 ปี ที่จะหมดอายุระหว่างปี 2563-2572 นั้น มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 15,881 คัน แบ่งเป็น รถตู้หมวด 1 วิ่งกรุงเทพและปริมณฑล รวม 4,799 คัน รถตู้หมวด 2 กรุงเทพ-ต่างจังหวัดทุกเส้นทาง รวม 5,043 คัน รถตู้หมวด 3 วิ่งระหว่างจังหวัด รวม 3,891 คัน และรถตู้หมวด 4 วิ่งภายในจังหวัด รวม 2,148 คัน ส่วนรถตู้หมดอายุในปี 2561-2562 ที่ยังไม่เปลี่ยนเป็นรถใหม่นั้นมีจำนวนทั้งสิ้น 1,248 คัน โดยมีรถตู้หมวด 1 และ หมวด 2 มากที่สุดราว 1,132 คัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43676</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุบัติเหตุ, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รถตู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190817/image_big_5d5772282bca3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;แจงยิบนโยบายเปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ส.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงประเด็นนโยบายการเปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัสว่า นโยบายดังกล่าว เป็นการดำเนินการด้วยภาคสมัครใจ และไม่ได้ห้ามเปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัส แต่ถือเป็นการไม่ใช้มาตรการบังคับ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ ผู้ประกอบการมีรายได้ไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนรถจากรถตู้ไปเป็นไมโครบัสที่มีราคาสูง หรือประมาณ 2.2 ล้านบาทต่อคัน จากราคารถตู้ที่อยู่ประมาณ 1.2-1.3 ล้านบาทต่อคัน ทั้งนี้ หากใช้มาตรการบังคับ และผู้ประกอบการไม่มีกำลังซื้อรถไมโครบัสนั้น อาจจะทำให้ปริมาณรถในระบบที่เคยให้บริการลดลง และส่งผลกระทบกับประชาชนในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าผู้ประกอบการเปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัสนั้น ราคารถสูงขึ้น จะทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการสูงขึ้น การปรับราคาค่าโดยสารสูงขึ้นก็จะตามมา และจะส่งผลกระทบกับประชาชน ที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ถ้าต้นทุนที่สูงขึ้น ก็จะส่งผลให้มีการขับรถเร็วเพื่อ &amp;quot;ทำรอบ&amp;quot; เพิ่มขึ้นด้วย&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของการสนับสนุนให้ใช้รถไมโครบัสทดแทนรถตู้ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ยานพาหนะที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงขึ้นนั้น จะต้องมีระบบบริหารจัดการรองรับต่อเนื่อง เพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจัดซื้อรถให้แก่ผู้ประกอบการ เนื่องจากต้องมีการเปลี่ยนรถมากกว่า 10,000 คัน เป็นวงเงินมากกว่า 20,000 ล้านบาท ขณะที่การจัดหาระบบซ่อมบำรุงรถไมโครบัส ซึ่งเกือบ 100% เป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้น ระบบการซ่อมบำรุง ชิ้นส่วนอะไหล่ และอุปกรณ์ ต้องมีความพร้อม เพราะอาจจะกระทบต่อเสถียรภาพของระบบริการประชาชนได้ รวมถึงการจัดหาสถานที่จอดรถในลักษณะสถานีจอดรถ เพื่อไม่ให้กระทบต่อปัญหาจราจร และการจัดการเดินรถที่ไม่ทำให้ซ้ำเติมปัญหาจราจรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นโยบายดังกล่าว เป็นการช่วยเหลือประชาชน และลดภาระประเทศ ด้วยการลดต้นทุนผู้ประกอบการ ลดค่าใช้จ่ายประชาชน และลดการขาดดุลการค้า ซึ่งการให้เปลี่ยนรถด้วยระบบสมัครใจ ถือเป็นการไม่เพิ่มภาระให้แก่ผู้ประกอบการที่ยังไม่มีความพร้อม แต่ในส่วนของผู้ประกอบการที่มีความพร้อม ก็สามารถดำเนินการเปลี่ยนได้ ซึ่งเชื่อว่าถ้าผู้ประกอบการมีความพร้อม จะเปลี่ยนเอง เพราะเป็นรถใหม่ ที่มีขนาดใหญ่กว่ามีโอกาสที่ประชาชนจะใช้บริการมากขึ้น&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การใช้มาตรการบังคับ อาจจะทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากจะเลิกดำเนินการธุรกิจต่อไป อาจจะนำไปสู่การผูกขาดโดยผู้ประกอบการรายใหญ่ได้ ขณะเดียวกันการให้เปลี่ยนด้วยระบบสมัครใจ จะทำให้มีการตรึงราคาค่าบริการไว้ได้ ไม่เพิ่มภาระให้ประชาชน ทั้งยังไม่ต้องเสียเงินตราต่างประเทศมูลค่ามหาศาล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อดุลการค้าระหว่างประเทศ
นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น จากสถิติอุบัติเหตุของรถตู้ส่วนใหญ่ จะเกิดขึ้นจากสมรรถนะทางร่างกายและจิตใจของผู้ขับ รวมถึงสภาพแวดล้อม 72% และมีสาเหตุจากยานพาหนะเพียง 2.9% เท่านั้น ขณะที่รถโดยสารทั่วไป &amp;nbsp;มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากผู้ขับ 67% และเกิดจากรถเพียง 6.8% ดังนั้น สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก คือ ผู้ขับยานพาหนะ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า มีการปล่อยปละละเว้นการตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยการตรวจสภาพรถจะต้องดำเนินการอย่างจริงจังและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดด้วย ด้านการขยายอายุรถจก 10 ปีเป็น 12 ปีนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพรถ หากสภาพรถไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะเป็นรถสาธารณะ แม้จะอายุไม่ถึง 10 ปี ยืนยันว่าไม่ได้รับอนุญาตให้มาบริการประชาชน ซึ่งต้องพิจารณาความปลอดภัยเป็นลำดับแรกและการก่อมลภาวะ เป็นลำดับถัดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แนวทางทั้งหมดนี้ มีเจตนารมณ์ เพื่อจะลดต้นทุนผู้ประกอบการที่ไม่มีความพร้อม แต่ไม่ห้ามผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและจะต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของประชาชนผู้โดยสารสูงสุด ขอยืนยันว่า ให้มีการเปลี่ยนได้ด้วยความสมัครใจ ไม่บังคับให้เปลี่ยน และไม่ห้ามเปลี่ยน เพราะประชาชนผู้โดยสารจะเป็นผู้เลือกใช้บริการเอง อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้หากประชาชนผู้โดยสารไม่เห็นด้วย และผู้ประกอบการไม่ปรับตัว ไม่สร้างความเชื่อถือให้แก่ประชาชนผู้โดยสาร ก็อาจจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพบริการ ความปลอดภัย และความพึงพอใจของประชาชนสูงสุด&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43404</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถตู้, รมว.คมนาคม, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, ไมโครบัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d41d52d4aaaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2019 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2019 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ “ศักดิ์สยาม” ถูกถล่มขวางลำไอ้โม่งรับผลประโยชน์นำเข้าไมโครบัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค. 2562 ภายหลังที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม มีข้อสรุปแนวทางเกี่ยวกับรถตู้สาธารณะ คือไม่ต้องเปลี่ยนแปลงรถตู้เป็นรถไมโครบัสในทันที&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เปลี่ยนเป็นภาคสมัครใจ ส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น

ล่าสุดคณะทำงานพรรคภูมิใจไทย ประจำกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความเป็นจริงมติความเห็นข้างต้นเเละรมว.คมนาคมไม่ได้หวังเอาใจชาวรถตู้เพียงอย่างเดียวแต่ได้พิจารณาสภาพความเป็นจริงของผู้เกี่ยวข้องทุกมิติ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนที่โดยสารรถสาธารณะเป็นเป้าหมายหลัก พร้อมทั้งยังปิดช่องมิให้บุคคลใดหรือกลุ่มใด ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนรถตู้ไปเป็นรถไมโครบัส&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

&amp;ldquo;เนื่องจากทราบว่าเกิดจากผู้วางแผนนำเข้ารถไมโครบัสจากจีน เข้ามาขายแทนการใช้รถตู้ จนเสียประโยชน์ จากสิ่งที่รมว.คมนาคมระบุว่าไม่มีการบังคับให้เปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัส&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ให้สิทธิผู้ประกอบการเลือก ว่าจะใช้รถตู้หรือไมโครบัสก็ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งทราบว่าการสั่งต่อรถไว้แล้ว มากกว่า&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งหากมีการบังคับให้เปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัส ทั้งหมด จะเสียเงินออกนอกประเทศ มากกว่า&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ล้านบาท ที่น่าจะกระทบภาวะเศรษฐกิจไทยตอนนี้&amp;rdquo;

แหล่งข่าวกล่าวและว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า สำหรับข้อดีของการอนุญาตให้ใช้รถตูต่อไปเพราะ รถประกอบในประเทศไทย มีการจ้างแรงงาน สร้างรายได้ให้คนไทย แต่รถไมโครบัส เป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศทั้งคัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากใช้รถไมโครบัส100%&amp;nbsp;ก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมชิ้นส่วน และ คนงานไทยที่จะไม่มีงานทำในสภาวะที่ปัญหาเศรษฐกิจปากทองเป็นปัญหาหลักของประเทศตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ที่จะต้องเร่งแก้ไขด่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp;

นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากมีการบังคับให้ปรับเปลี่ยนจากรถตู้เป็นไมโครบัสทั้งหมด จะทำให้เกิดปัญหาไม่มีรถให้บริการประชาชน เพราะผู้ประกอบการไม่มีกำลังซื้อรถไมโครบัสมาให้บริการ เนื่องมีราคาสูงกว่ารถตู้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เท่าตัวจากรถตู้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาทเศษเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านบาทเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ผู้ประกอบการไม่มีกำลังซื้อรถไมโครบัส และหากมีต้นทุนรถเพิ่ม ก็จะกระทบกับการบริการประชาชนทั้งราคาค่าโดยสารที่แพงขึ้น และรถที่ไม่เพียงพอ

&amp;ldquo; ข้อเสนอคือให้เป็นสิทธิของผู้ประกอบการ ใครอยากเปลี่ยนเป็นไมโครบัส&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็เปลี่ยนได้ไม่ได้ห้าม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามความเหมาะสมกับการบริการของแต่ละพื้นที่ และสถานะเศรษฐกิจของแต่ละคน เพื่อไม่เป็นการมัดมือชก ไม่เป็นการบังคับซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจและการลงทุน&amp;rdquo;

แหล่งข่าวกล่าวและว่า ส่วนข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย กระทรวงคมนาคม มีเหตุผลทางวิชาการสนับสนุนว่า อุบัติเหตุบนถนนเกิดจากผู้ขับขี่บกพร่อง และ ประมาท เมาแล้วขับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มากกว่าเกิดจากยานพาหนะ ดังนั้นสิ่งที่ต้องดำเนินการคือการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนผู้ใช้บริการ ด้วยการตรวจสอบผู้ขับขี่รถอย่างเข้มงวด และการตรวจสอบสภาพรถอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการรับผู้โดยสารตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43215</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดระเบียบรถตู้, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รถตู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d41d52d4aaaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
