<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2แรงงานเมียนมา จ่าย2หมื่นเข้าไทย เจอฉก.กาญจน์จับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฉก.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี จับ 2 แรงงานเถื่อนชาวเมียนมาขณะนั่งรถตู้โดยสารประจำทางสายพุน้ำร้อน-กาญจนบุรี ไปลงตัวเมืองกาญจนบุรี และจะมีรถมารับไปทำงาน ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร สารภาพจ่ายค่านายหน้ารายละ 2 หมื่นบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 มี.ค. เวลา 10.00 น. พ.อ.เฉลิมพล สังข์ต้อง รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า พร้อมกำลัง มว.ลว.ที่ 4 จุดตรวจร่วมเขาหนีบ ร่วมกับชุดปฏิบัติการข่าว กกล.สุรสีห์, ชป.กร.สุรสีห์ ที่ 105 มว.ปชด.เพิ่มเติมที่ 1 บ้านบ้องตี้ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ตรวจสอบรถยานพาหนะป้องกันการกระทำผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ บริเวณจุดตรวจร่วมเขาหนีบ ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งรถตู้โดยสารประจำทางสายพุน้ำร้อน-กาญจนบุรี วิ่งมาถึงจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ขึ้นตรวจสอบบนรถ พบนายวิง ไม่มีนามสกุล อายุ 39 ปี นางเอเอสุก ไม่มีนามสกุล อายุ 32 ปี ชาวเมียนมา ไม่มีเอกสารหลักฐานแสดงตนแต่อย่างใด จึงควบคุมตัวมาสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นนายวิงและนางเอเอสุกรับสารภาพว่า พวกตนได้เดินทางมาจาก อ.อะป่อง จ.มะละแหม่ง ประเทศเมียนมา โดยมีรถจักรยานยนต์ไปรับที่บริเวณในหมู่บ้านชาวมอญ บ้านพุน้ำร้อน และนั่งรถโดยสารประจำทางเพื่อไปตัวเมืองกาญจนบุรี จากนั้นจะมีนายหน้ามารับที่สถานีรถประจำทางเพื่อไปส่งที่ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยได้จ่ายเงินให้นายหน้าไปคนละ 20,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจึงได้ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้ต้องหา เบื้องต้นไม่พบอุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่ง พงส.สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณแนวชายแดนไทย-เมียนมา พื้นที่ อ.เมือง อ.ไทรโยค อ.ทองผาภูมิ และ อ.สังขละบุรี มีแรงงานชาวเมียนมาอีกจำนวนมากที่ยังหลบซ่อนตัวในป่าเพื่อรอให้นายหน้าลักลอบพาเข้าประเทศไทย เพื่อไปทำงานยังพื้นที่ชั้นในจังหวัดต่างๆ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ลาดหญ้า ตำรวจ ปกครอง ลาดตระเวนตรวจเข้มตามแนวพรมแดน รวมทั้งจุดตรวจร่วมเส้นทางต่างๆ ทำให้กลุ่มขบวนการลักลอบนำพาแรงงานเถื่อนไม่สามารถนำพาชาวเมียนมาเข้ามาได้โดยง่าย จะเห็นได้ว่าในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ทหาร ฉก.ลาดหญ้าได้ทำการจับกุมแรงงานเถื่อนชาวเมียนมากว่า 100 คน แต่ก็ยังมีความพยายามที่จะลักลอบเข้าประเทศอยู่ในทุกวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96933</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, นั่งรถตู้โดยสารประจำทาง, รถตู้โดยสาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แรงงานเถื่อน, แรงงานเถื่อนชาวเมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_605899351941d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมชี้แจงรถตู้เช่าเหมาชนรถบรรทุกตัด GPS ไม่เป็นความจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คมนาคม ชี้แจง เหตุรถตู้เช่าเหมาชนรถบรรทุกตัด GPS ไม่เป็นความจริง สั่งขนส่งสระแก้วตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด &amp;ldquo;ศักดิ์สยาม&amp;rdquo;คุมเข้มงวดมาตรการติดตามตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.62-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง ชี้แจงว่าได้รับมอบหมายจาก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการเสนอข่าวคลาดเคลื่อน กรณีอุบัติเหตุรถตู้โดยสารเช่าเหมารับแรงงานต่างด้าว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 04.08 น. &amp;nbsp;ว่าพบการตัด &amp;nbsp;GPS ไม่เป็นความจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบของศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS กรมการขนส่งทางบก ได้ดำเนินการตรวจสอบและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานขนส่งจังหวัดสระแก้วแล้ว พบว่ารถตู้เช่าเหมาคันหมายเลขทะเบียน 34-0405 กรุงเทพมหานคร ติดตั้ง GPS กับ บริษัท ไทยจีพีเอส แทรกเกอร์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด มีการส่งข้อมูลต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นทางโดยไม่พบการตัดสัญญาณ GPS ความเร็วก่อนเกิดเหตุ คือ เวลา 04.08.33 น. ความเร็ว 85 กม./ชม. ส่วนความเร็วในระหว่างขับขี่ เวลา 04.08.31 น. ความเร็ว 85 กม./ชม. เวลา 04.07.35 &amp;nbsp;น. ความเร็ว 70 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านรถบรรทุกพ่วง คันหมายเลขทะเบียน &amp;nbsp;70-1234 อุตรดิตถ์ ติดตั้ง GPS กับ บริษัท ฟอร์ทแทร็คกิ้ง ซีสเต็ม จำกัด ความเร็วก่อนเกิดเหตุ คือ ความเร็ว 48 กม./ชม.เวลา 04.06.39 &amp;nbsp;น. ความเร็ว 44 กม./ชม. เวลา 04.04.39 น. ความเร็ว 37 กม./ชม. ไม่พบการตัดสัญญาณ GPS โดยกรมการขนส่งทางบกได้มอบหมายให้สำนักงานขนส่งจังหวัดสระแก้วร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามผลทางคดีอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีการกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกจะได้พิจารณาลงโทษ &amp;nbsp;ในทุกกรณีความผิดต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเสนอข่าวคลาดเคลื่อนน่าจะมีเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ได้กำชับให้กรมการขนส่งทางบก ซักซ้อมและควบคุมการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการติดตามข่าวสารและการรายงานเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงาน โดยเฉพาะการรายงานข้อมูลการคาดเดาหรือการสันนิษฐานที่ยังไม่ชัดแจ้ง หรือไม่มีการตรวจพิสูจน์ที่ชัดเจน ต้องตรวจสอบอย่างรอบด้าน เพื่อป้องกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายศักดิ์สยาม กำชับให้กรมการขนส่งทางบกเข้มงวดมาตรการติดตามตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมพฤติกรรมการขับรถให้มีความปลอดภัยและรายงานให้ผู้ประกอบการได้ทราบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถสาธารณะทุกประเภทและพนักงานขับรถทุกคนปฏิบัติตามเงื่อนไขการเดินรถ โดยห้ามบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่กำหนด ห้ามเรียกค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนด สภาพรถต้องมีความพร้อม มีความปลอดภัยในการใช้งานบนท้องถนน พนักงานขับรถต้องไร้สารเสพติด แอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์และขับรถไม่เกินชั่วโมงการทำงานตามที่กฎหมายกำหนดพบฝ่าฝืนลงโทษหนักทุกกรณี และหากพบมีการใช้อุปกรณ์ตัดสัญญาณทำให้ข้อมูลพิกัดตำแหน่งเคลื่อนที่ของรถไม่สามารถส่งข้อมูลมายังศูนย์ฯ GPS ได้ จะแจ้งความดำเนินคดี ทั้งพนักงานขับรถและผู้ประกอบการ กรณีที่พบว่าผู้ประกอบการขนส่งรายใดมีพฤติกรรมรู้เห็นเป็นใจสนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าวพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่งทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43759</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่ง, คมนาคม, จิรุตม์ วิศาลจิตร, รถตู้โดยสาร, รถบรรทุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5a54eae092f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 08:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 08:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก๋งประสานงานรถตู้ทะเบียนกทม.กลางแยกสุรินทร์บาดเจ็บหลายราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.62-เมื่อเวลา 03.00 น.ร.ต.ต.สมควร ม่วงทา รอง สว.ป.สทล 3 กก 6 บก.ทล ซึ่งอยู่เวรประจำหน่วยบริการตำรวจทางหลวงสังขะ &amp;nbsp;ได้ประสบเหตุ รถชนกัน บริเวณสี่แยกไฟแดง สังขะ-บัวเชด ถนนสีคิ้ว-เดชอุดม ทางหลวงหมายเลข 24 &amp;nbsp;โดยรถตู้เสียหลักพุ่งชนเสาสัญญาณไฟจราจร จนหักโค่นขวางถนน จุงอำนวยการจราจรในที่เกิดเหตุ เพื่อประกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน &amp;nbsp;พร้อมวิทยุประสาน พ.ต.ท.ปวเรศ กระบวนกิจ พนักงานสอบสวน สภ.สังขะ &amp;nbsp;หน่วยกู้ภัยสุรินทร์จุดทางหลวงสังขะ และหน่วยกู้ภัยตาดานเดินทางเข้าช่วยเหลือบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ทะเบียน กฉ 5398 มหาสารคาม จอดขวางถนน สภาพด้านซ้ายพังยุบไปทั้งคัน กระจกด้านหน้าแตก &amp;nbsp;ภายในตัวรถพบคนขับเป็นผู้หญิง ไม่ทราบชื่ออยู่ในอาการตกใจ อาการปลอดภัย &amp;nbsp;ส่วนผู้โดยสารอีกรายเป็นหญิง ไม่ทราบชื่อ มีได้รับบาดเจ็บสาหัส ติดอยู่ในซากรถ มีบาดแผลลึกที่บริเวณศีรษะ และขาผิดรูป เลือดอาบหน้า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยตาดาน จึงใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างออกมา และรีบนำส่งรพ.สังขะทันที หากประมาณ 20 เมตรพบ รถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮท 2046 กรุงเทพ จอดบนเกาะกลางถนน สี่แยกไฟแดง สภาพด้านหน้าพังยับเยิน เนื่องจากแรงชนประสานงาเข้าอย่างจังกับรถเก๋ง แล้วเสียหลักมาพุ่งชนเสาสัญญาณไฟจราจรจนล้มหักโค่นขวางถนน &amp;nbsp;คนขับปลอดภัย ส่วนผู้โดย 12 ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหลายรายไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล &amp;nbsp;และมีเด็ก คนแก่ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 5 ราย นำส่งรพ.สังขะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดำ อุดมสุข อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67 ม.2 ต.หนองโด่น้อย ต.ไพบูลย์ อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ตนขับรถมาจากกรุงเทพฯกำลังพาผู้โดยสารกลับไปที่ อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี &amp;nbsp;เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้เบรกและร้อง พร้อมบีบแตรใส่แต่รถเก๋งดังกล่าวก็ไม่ได้ชะลอจนเกิดอุบัติเหตุขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40975</URL_LINK>
                <HASHTAG>กูภัย, ตำรวจ, รถชน, รถตู้โดยสาร, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2bd147963af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2019 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2019 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯยกระดับความปลอดภัยรถตู้โดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.62-นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)เปิดเผยว่า การกำหนดอายุการใช้งานรถตู้โดยสารประจำทางไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก เนื่องจากได้พิจารณาด้านสภาพรถที่เก่าเครื่องอุปกรณ์ชำรุดจะมีค่าบำรุงรักษาที่สูงกว่ารถใหม่ ทำให้เกิดความไม่คุ้มทุน บริษัทประกันภัยจะไม่รับจัดทำประกันภัยให้ ซึ่งจะสร้างปัญหาให้กับเจ้าของรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 กำหนดเปลี่ยนรถตู้โดยสารที่ครบอายุการใช้งานก่อน (ครบ 10 ปี) เฉพาะในเส้นทาง หมวด 2 กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัดทุกเส้นทาง จำนวน 937 คัน ซึ่งผู้ประกอบการได้เปลี่ยนเป็นรถใหม่ทดแทนแล้ว จำนวน 252 คัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถหมวด 3 ที่วิ่งให้บริการระหว่างจังหวัดกับจังหวัด รวม 238 คัน ได้เปลี่ยนเป็นรถใหม่ทดแทนแล้ว จำนวน 227 คัน (ข้อมูล 1 ต.ค. 60 &amp;ndash; 31 พ.ค. 62) และตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 นี้เป็นต้นไป กำหนดให้ใช้รถโดยสารขนาดเล็กที่ได้มาตรฐานมาให้บริการทดแทนรถตู้ ครบกำหนดอายุ 10 ปี ครอบคลุมรถตู้หมวด 1 และหมวด 4 ที่ให้บริการภายในกรุงเทพมหานครและเส้นทางต่อเนื่องภายในจังหวัด และส่วนภูมิภาคหมวด 2 กรุงเทพมหานครไปยังต่างจังหวัด รวมถึงเส้นทางรถหมวด 3 ที่วิ่งระหว่างจังหวัดกับจังหวัด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล กล่าวว่า กรมฯ มีมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมเพื่อจูงใจและลดผลกระทบของผู้ประกอบการ ภายใต้โครงการ เปลี่ยนรถโดยสารประจำทางขนาดเล็กแทนรถตู้โดยสาร และได้จัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จรถตู้โดยสารประจำทาง ณ บริเวณอาคาร 3 ชั้น 1 อำนวยความสะดวกให้คำปรึกษาแนะนำกรณีรถตู้โดยสารประจำทางจะครบกำหนดอายุ 10 ปี และขั้นตอนการจดทะเบียนรถแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One stop service) พร้อมช่วยเหลือเจ้าของรถในกรณีที่มีความประสงค์ที่จะทำการเปลี่ยนรถทดแทนรถคันเดิมที่หมดอายุให้ได้รับความสะดวกรวดเร็ว โดยผู้ประกอบการขนส่งที่เข้าข่ายรถตู้ครบกำหนดอายุการใช้งาน (10 ปี) ในปี 2562 จำนวน 1,175 คัน สามารถนำรถตู้โดยสารใหม่ หรือรถที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่จดทะเบียนรถครั้งแรกมาเปลี่ยนทดแทนคันเดิมได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 หรือเลือกเปลี่ยนเป็นรถโดยสารขนาดเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ ด้วยรถโดยสารมาตรฐาน 2 (จ) ซึ่งมีจำนวนที่นั่งไม่เกิน 20 ที่นั่ง (ที่ไม่ใช่ลักษณะรถตู้) และหรือรถโดยสารมาตรฐาน 2 (ค) จำนวนที่นั่งตั้งแต่ 21 - 30 ที่นั่ง เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้จำนวนมาก อีกทั้งยังมีโครงสร้างตัวรถแข็งแรง เหมาะกับการเดินทางระยะไกล เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้นด้วยระบบเบรก &amp;nbsp;แบบ ABS (Anti-lock Brake System) หรือระบบห้ามล้อแบบอื่นที่มีมาตรฐานเท่ากันหรือสูงกว่า และอุปกรณ์ภายในรถที่ &amp;nbsp;กันไฟ ติดตั้ง GPS Tracking และอุปกรณ์แสดงผลความเร็ว (Speed Monitor) มีประตูฉุกเฉินรองรับกรณีหากเกิดอุบัติเหตุตามมาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39688</URL_LINK>
                <HASHTAG>พีระพล ถาวรสุภเจริญ, รถตู้โดยสาร, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d159a4cbcade.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิมสงกรานต์อันตราย!เมียนมาร์หวิดดับสยองยกคัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไฟท่วมรถตู้! ชาวเมียนมาร์กลับบ้านสงกรานต์ 14 ชีวิตหนีตายจ้าละหวั่น จ่อโทษหนักคนขับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.61- &amp;nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดตาก &amp;nbsp;ได้รายงานการเกิดอุบัติเหตุถึงนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ว่า ได้เกิดอุบัติเหตุทางถนน มีรถตู้โดยสารประจำทาง เส้นทางหมวด 1 &amp;nbsp;สายที่ ตาก (ต.76) &amp;nbsp;เดินทางจากห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า &amp;ndash; หมู่บ้านบัวทอง &amp;nbsp;คันหมายเลขทะเบียน 15-8690 กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;จะมาส่งผู้โดยสารชาวเมียนมาร์ ที่ ชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ได้เกิดไฟลุกไหม้ โดยจุดเกิดเหตุ อยู่บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ตอน วังเจ้า-ตาก กม. &amp;ndash; 496+010 NB (ขาออก) อ.วังเจ้า จ.ตาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังเจ้า จ.ตาก เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถตู้โดยสารประจำทาง &amp;nbsp;ได้นำผู้โดยสารชาวเมียนมาร์ 14 คน ชาย 7 คน หญิง 7 คน เดินทางจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าไปอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อกลับไปเที่ยวบ้านในเมียนมาร์ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามผู้ขับรถ เบื้องต้นยางหน้าขวาระเบิด เสียหลักลงร่องกลาง อาจทำให้ท่อน้ำมันแตก ผู้โดยสารจึงลงจากรถได้ทันก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายแรง โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ จากนั้นอีกประมาณ 20 นาที จึงเกิดไฟไหม้รถตู้คันดังกล่าว อย่างไรก็ตามโชคดีที่คนขับและผู้โดยสารทั้งหมดสามารถหนีออกมาจากรถได้ทันเวลา ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่รถเสียหายเกือบทั้งคัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เบื้องต้นทราบว่ารถตู้โยสารคันที่เกิดอุบัติเหตุ มี นายสิงห์ทอง สุขประเสริฐ &amp;nbsp;อายุ 53 ปี ชาว ตำบลเสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เป็นคนขับ &amp;nbsp; เป็นรถตู้โดยสารประจำทางเส้นทาง กรุงเทพ-แม่สอด(ตาก) &amp;nbsp;การดำเนินการกับผู้ประกอบการ/พนักงานขับรถ/vender: &amp;nbsp;โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังเจ้า และเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดตาก ได้เรียกตัวมาเปรียบเทียบปรับผู้ประกอบการและ พนักงานขับรถนั้นจะ พิจารณาลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด อาทิบรรทุกผู้โดยสารเกิน ผิดเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบการขนส่ง(เส้นทางและบรรทุกผู้โดยสาร) วิ่งรถนอกเส้นทางโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อมูลไม่เชื่อม GPS
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดตาก ได้มีหนังสือเพิกถอนทะเบียนรถ และพักใช้ใบอนุญาตขับรถ &amp;nbsp;และมีหนังสือเรียกตัว vender มาชี้แจงข้อเท็จจริงและดำเนินการลงโทษ &amp;nbsp;โดยขนส่ง จังหวัดตากจะประสานติดตามผลคดีจากพนักงานสอบสวน สภ.วังเจ้า &amp;nbsp;จ.ตาก เจ้าของคดี เพื่อติดตามผลคดีอย่างใกล้ชิดต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6735</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้มสงกรานต์, ตาก, ถนน, รถตู้โดยสาร, อุบัติเหตุ, เมียนมาร์, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acaf43cd3cd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
