<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถทัวร์พลิกคว่ำ!หักหลบสุนัขวิ่งตัดหน้า ดับ1เจ็บ5ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค. 64 - เมื่อเวลา 06.30 น. พ.ต.ต.มนัสวี บำรุงจิตร สารวัตรสอบสวน สภ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย รับแจ้งอุบัติเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำลงข้างทาง บริเวณถนนเซิม - เฝ้าไร่ ช่วงบ้านหนองยาง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลเฝ้าไร่ หน่วยกู้ภัยชบา 191, กู้ภัยโพนพิสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบรถทัวร์สีฟ้า รถร่วม บขส. สายกรุงเทพ- บึงกาฬ ทะเบียน 15-6617 กรุงเทพมหานคร พลิกตะแคงตกถนน พบศพ น.ส.กัลย์ญา ฤทธิมนตรี อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 212 หมู่ 11 ต.ศรีวิไล อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงสีดำ เสียชีวิตอยู่บริเวณช่วงกลางภายในรถ และยังมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 5 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามทราบว่า รถทัวร์เดินทางจากกรุงเทพ มุ่งหน้าจะไปส่งผู้โดยสารที่ จ.บึงกาฬ โดยใช้เส้นทางเซิม - เฝ้าไร่ ซึ่งเป็นถนนสองเลน รถสวนทางกัน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีสุนัขวิ่งตัดหน้า คนขับรถได้หักรถหลบสุนัข ทำให้รถเสียหลัก คนขับพยายามจะประคองรถไม่ให้พลิกคว่ำแต่ไม่สำเร็จ รถไถลลงข้างทางชนเสาไฟฟ้าและต้นไม้หักโค่นก่อนจะพลิกคว่ำ เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101580</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับ1เจ็บ5, พลิกคว่ำ, รถทัวร์, หนองคาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f696d67153.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 08:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดเศร้า!ผู้เสียชีวิตรถทัวร์ไฟไหม้ที่ขอนแก่นอีก2คนเป็นแม่ลูกกำลังกลับบ้านไปฉลองวันเกิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.2564 - &amp;nbsp;จากกรณีรถทัวร์โดยสารของบริษัท 407 พัฒนา จำกัด รับผู้โดยสารมาเต็มคันรถรวมพนักงานของรถจำนวน 33 คน โดยมีจุดหมายปลายทางที่ กรุงเทพฯแต่เกิดเหตุการณ์ล้อรถด้านหลังฝั่งขวาระเบิด จนเกิดประกายไฟลุกไหม้รถวอดทั้งคัน ในพื้นที่ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น เมื่อกลางดึกวันที่ 13 เม.ย.2564 ที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียชีวิตคาซากรถ 5 คน ได้รับบาดเจ็บ 12 คน และหนีออกมาได้ 16 คน รวมทั้งหมด 33 คน ขณะที่พนักงานขับรถหลังจากเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ควบคุมตัวมาตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติดซึ่งร่างกายปกติ พร้อมทั้งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแฮด ทำการสอบปากคำในวันนี้เสร็จก็แจ้งข้อกล่าวหา &amp;ldquo;กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย&amp;rdquo; โดยเบื้องต้นทราบชื่อผู้เสียชีวิตยืนยันแล้วก่อนหน้านี้ 1 ราย คือ น.ส.สุกัญญา เกดหอม อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 14 ต.เมืองเพียง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ซึ่งพี่ชายของผู้เสียชีวิตรายนี้อยู่ระหว่างการติดต่อขอรับศพประกอบพิธีตามศาสนา ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 14 เม.ย.2564 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานมาจาก นายวรพงษ์ เสริมทรง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 ม.6 ต.หนองโน อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพี่เขยของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว คือ น.ส.ปรางค์ทอง กาล้อม อายุ 24 ปี และยังเป็นลุงของ ด.ญ.ปวรรัตน์ กาล้อม อายุ 6 ขวบ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน และในที่ 13 เม.ย.2564 ยังเป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 6 ขวบของ ด.ญ.ปวรรัตน์ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรพงษ์ เสริมทรง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ช่วงก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมา ตนเองและภรรยาคือ น.ส.ยุพาวรรณ กาล้อม อายุ 26 ปี พี่สาวคนตาย ได้เดินทางไปรับ 2 แม่ลูกจาก อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งทั้งคู่มีบ้านพักและทำงานอยู่ที่นั่น ส่วนสามีก็อยู่ใน อ.พิมายเช่นกัน แต่เลิกราและแยกกันอยู่ แต่จะรับลูกไปหาพ่อบ้าง โดยได้ไปรับทั้งคู่กลับมาเที่ยวเล่น และพบปะกับครอบครัวที่บ้านเกิด ที่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี กระทั่งในวันที่ 12 เม.ย.ทั้งคู่ต้องเดินทางกลับไปหาอดีตสามีที่ อ.พิมาย &amp;nbsp;เพื่อจะร่วมกันจัดงานวันคล้ายวันเกิดให้กับ ด.ญ.ปวรรัตน์ ซึ่งมีอายุครบ 6 ขวบในวันที่ 13 เม.ย.2564 จึงได้ซื้อตั๋วรถของบริษัท 407พัฒนา ไปลงที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งมีรถเพียงเที่ยวเดียวในช่วงเย็นวันที่ 12 เม.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมและภรรยาได้ขับรถไปส่งที่ บขส.อุดรธานี พอทั้งคู่ลงจากรถก็เดินขึ้นรถทัวร์ทันทีโดยไม่ได้พูดอะไรมาก บอกเพียงว่าถ้าถึงแล้วจะโทรหา ซึ่งตอนนั้นไม่ทราบว่าน้องนั่งอยู่ตรงไหน &amp;nbsp;พอรถออกเดินทางผ่านไปสักพักน้องโทรมาบอกว่าลืมสายชาร์จเอาไว้ที่รถของตนเอง ให้เก็บเอาไว้ให้ด้วย แล้วก็เงียบหายไปจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น โดยภรรยาทราบข่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพราะมีการเผยแพร่ข่าวและเห็นว่าเป็นรถของบริษัท 407พัฒนาอีกทั้งยังระบุว่าเสียชีวิตอยู่ช่วงด้านหลังรถชั้น 2 จึงรีบโทรหาผู้ตายแต่ติดต่อไม่ได้ ก่อนที่จะพากันไปติดต่อเพื่อขอรับศพมาประกอบพิธีทางศาสนาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าให้มาติดต่ออีกครั้งเพื่อตรวจดีเอ็นเอในวันเปิดทำการคือวันที่ 19 เม.ย.2564 ทำให้ตอนนี้ทุกคนรู้สึกกังวลใจร้อนทำอะไรไม่ถูก อยากจะรับศพทั้งคู่กลับมาประกอบพิธีทางศาสนา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรพงษ์กล่าวต่ออีกว่า &amp;nbsp;ขณะนี้อดีตสามีของผู้ตายและเป็นพ่อของ ด.ญ.ปวรรัตน์ได้เดินทางมาที่ขอนแก่นเพื่อจะขอตรวจดีเอ็นเอแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถตรวจได้ พร้อมที่จะประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำไมต้องรอนานขนาดนั้น เพราะครอบครัวอยากจะขอตรวจดีเอ็นเอเพื่อรับศพผู้ตายกลับ เนื่องจากในวันที่ 19 เม.ย. ทุกคนต้องกลับไปทำงาน เพราะลางานต่อจากวันหยุดยาวไม่ได้แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99427</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, บริษัท 407 พัฒนา จำกัด, รถทัวร์, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076424b1db4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับ2พี่น้องโคราชใช้รถทัวร์ขนยาบ้าเกือบ 3 ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62- พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการปราบปรามยาเสพติด &amp;nbsp;พร้อมด้วยพล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.และนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯเชียงราย ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายพร้อม รัตนกระจ่าง อายุ 46 ปี และนายธนาธิป รัตนกระจ่าง อายุ 50 ปี &amp;nbsp;2 พี่น้องจังหวัดนครราชสีมา พร้อมของกลางยาบ้าประทับตรา 999 ตรารูปดาว และตราฝิ่นสีแดง จำนวน 17 กระสอบ 1,414 มัด รวม 2,828,000 เม็ด , รถกระบะมิตซูบิชิสีเทา ทะเบียน ผค-6604 เชียงราย รถทัวร์โดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-เชียงราย หมายเลขทะเบียน 10-1294 ปทุมธานี , รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง ทะเบียน ขงฉ-192 เชียงราย , โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า ตำรวจ ปส.สืบทราบขบวนการค้ายาเสพติดเครือข่ายรถทัวร์โดยสารที่เคยก่อเหตุขนยาบ้ามาแล้วหลายครั้ง จะขนยาบ้าจำนวนมากจากเชียงราย ส่งเครือข่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงติดตามจนพบรถทัวร์โดยสารดังกล่าว โดยมีนายพร้อมและนายธนาธิป ขับมาตามถนนพหลโยธิน เข้าไปจอดภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.เชียงราย แห่งที่ 2 ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย จากนั้นได้ขนถ่ายยาพสติดและขับออกจากสถานีไปจอดพักอยู่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งพื้นที่ ต.สันทราย ไม่ห่างจากสถานีขนส่งฯมากนัก ก่อนจะมีรถยนต์กระบะของกลางขับเข้าไปเทียบ แล้วรถยนต์กระบะได้ขับออกไปจากปั๊ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าคุมตัวนายพร้อม และนายธนาธิป ซึ่งกำลังนั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยวอยู่บริเวณปั๊มน้ำมันได้ พร้อมนำรถออกไล่ติดตาม ปรากฎว่ารถกระบะไหวตัวขับหลบหนีขึ้นสายเหนือไปตามถนนพหลโยธิน ก่อนจะขับหลบหนีไปทางถนนทวีรัตน์ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย และเสียหลักพุ่งลงไปข้างทาง แต่คนขับเปิดประตูหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจค้นรถพบของกลางยาบ้าจำนวนมากดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ด้านพล.ต.ต.พรชัย เสริมว่า เครือข่ายยาเสพติดรายนี้มีพฤติกรรมขนยาเสพติดมาต่อเนื่องและทำมาแล้วหลายครั้ง โดยใช้ทั้งรถโดยสารประจำทาง รถบรรทุกห้องเย็น รถขนพืชผลทางการเกษตร ฯลฯ แล้วขนยาเสพติดขนปนไปกับนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสาร ส่งเครือข่ายที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27120</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เชียงราย, บช.ปส., พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาบ้า, รถทัวร์, ศูนย์อำนวยการปราบปรามยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c455b073e2ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนขับรถทัวร์วูบนักท่องเที่ยวฟิลิปปินส์กว่า 20 ชีวิตหวิดดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.62- ช่วงเวลา 04.45 น. ร.ต.อ.ประสาน ทองฉิม รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ลงข้างทางมีผู้บาดเจ็บหลายรายที่บริเวณสะพาน5 ถนนเพชรเกษม หลักกม.478 หมู่ 4 ตำบลหาดพันไกร อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรีบประสานขอกำลังไปช่วยเหลือพร้อมด้วย ร.ต.อ.ปฏินันท์ จันทร์หนองไซ รอง สวป. ด.ต.สมศักดิ์ พลรักษ์เขตต์ สายตรวจหาดพันไกร และด.ต.ใจเทพ สาลี ด.ต.เกษม อุดมศิลป์ สายตรวจรถยนต์ 2411 ตำรวจทางหลวงชุมพร หน่วยกู้ภัย กู้ชีพ มูลนิธิชุมพรกากุศลสงเคราะห์ นำอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างและเครื่องมือแพทย์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
&amp;nbsp;
ที่เกิดเหตุถนนเพชรเกษมช่องทางขาล่องใกล้กับทางแยกบ้านบางลึก-หาดพันไกร เขตรอยต่อระหว่าง อ.เมืองชุมพร &amp;ndash;อ.ท่าแซะ ห่างจากป้อมตำรวจทางหลวงท่าแซะประมาณ 600 เมตร &amp;nbsp;พบรถทัวร์ร่วม บขส.กรุงเทพฯ-ภูเก็ต ยีห้อวอลโว่สองชั้น หมายเลขข้างรถ ม.4ข./63-6 บัสเอ็กซ์เพลส สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 15-2999 กรุงเทพฯ สภาพจอดอยู่ในพงหญ้าข้างถนนใกล้กับต้นไม้ขนาดใหญ่ 2 ต้น ด้านหน้าพังเสียหายกระจกหน้าแตกร้าว ภายในรถมีผู้โดยสารติดอยู่จำนวนหลายรายหน่วยกู้ภัยช่วยเหลือนำออกมา ทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติฟิลิปปินส์ เป็นชาย 11 คน หญิง 12 คน มีผู้หญิงบาดเจ็บศีรษะแตก 1 ราย เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วพาส่งโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ส่วนที่เหลือไม่ได้รับบาดเจ็บและไม่ประสงค์จะไปโรงพยาบาล
&amp;nbsp;
นอกจากนั้นมีคนขับติดอยู่ภายในบนเบาะนั่งถูกคอนโทรลหน้ารถอัดติดขาข้างขวาร้องขอความช่วยเหลืออยู่หน่วยกู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือประมาณ 10 นาที จนนำร่างออกมาได้ทราบชื่อคือ นายทวีศักดิ์ ชิดเกื้อ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/6 &amp;nbsp;หมู่ 3 ตำบลม่วงกลาง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ขาขวาหักจึงรีบนำส่งโรงพยาบาล
&amp;nbsp;
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเป็นทางตรงไม่มีร่องรอยการเบรกพบบริเวณไหล่ทางมีหญ้าราบเป็นทางยาวไปยังรถทัวร์คันดังกล่าวประมาณ 100 เมตร และมีเสาป้ายบอกทางถูกชนจนหักพังเสียหาย 1 ต้น เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน และประสานให้บริษัทรถทัวร์คันเกิดเหตุได้นำรถมารับนักท่องเที่ยวทั้งหมดไปส่งยังจุดหมายปลายทางต่อไป
&amp;nbsp;
สอบสวนทราบว่ารถทัวร์ร่วม บขส.สองชั้นคันดังกล่าวรับนักท่องเที่ยวสัญชาติฟิลิปปินส์ทั้งหมดชายหญิงรวม 23 คน มาจากกรุงเทพฯ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมาเพื่อไปส่งที่ จ.ภูเก็ต กระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางตรงและที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยการเบรกบนถนนแต่อย่างใด แต่พบที่บริเวณข้างไหล่ทางมีเพียงรอยล้อรถที่วิ่งทับพงหญ้าจนราบเป็นทางยาวประมาณ 100 เมตร และชนป้ายบอกทางพังเสียหาย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนขับอาจจะเกิดอาการหลับในจนทำให้รถเสียหลักวิ่งลงข้างซึ่งโชคดีที่ไม่พลิกคว่ำทำให้มีนักท่องเที่ยวบาดเจ็บเพียง 1 คน ส่วนคนขับถูกอัดติดอยู่หน้ารถจนขาขวาหัก ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินทางราชการได้รับความเสียหาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26486</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, นักท่องเที่ยว, รถทัวร์, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3bf1964c1bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2018 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2018 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จยย.ซิ่งย้อนศรฝ่าไฟแดงพุ่งชนรถทัวร์ดับคาที่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;26 ธ.ค. 61 - เมื่อเวลา 05.00 น. &amp;nbsp;พ.ต.ท.ประเจน &amp;nbsp;สุนันท์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสารชนประสานงานกับรถจักรยานยนต์ เหตุเกิดบนถนนมิตรภาพ บริเวณ 4แยก บ้านเกิ้ง ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น มีผู้เสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับ พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภบ้านไผ่ แพทย์เวร รพ.บ้านไผ่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุ บริเวณสี่แยกบ้านเกิ้ง ถ.มิตรภาพ สาย ขอนแก่น-อุดรธานี พบรถบัสโดยสารปรับอากาศชั้น 1 ของบริษัท 407 พัฒนา สาย ระยอง-หนองคาย หมายเลขข้างรถ 590-43 หมายเลขทะเบียน 10-7769 ระยอง มีผู้โดยสารอยู่เต็มคันรถ สภาพรถด้านหน้าพังเสียหาย โดยบริเวณหน้ารถพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ดำ หมายเลขทะเบียน 1กฎ-8859 มหาสารคาม ติดอยู่หน้ารถ สภาพพังเสียหาย โดยมีนายเจริญ มีสรรเสริญ อายุ 60 ปี ชาว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เป็นคนขับรถบัสโดยสารยืนรอให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ &amp;nbsp;ห่างกันประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่พบศพนาย นิรันดร์ พัฒนาโพธิ์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 208 หมู่ 2 ต.โพนทอง อ.เมือง จ.กาฬสินธ์ คนขับรถจักรยานยนต์ นอนเสียชีวิตสภาพศพเลือดอาบทั้งตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนายเจริญ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถบรรทุกผู้โดยสารมาเต็มคันรถมาตามถนนมิตรภาพเพื่อมุ่งหน้ายังปลายทาง จ. หนองคาย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์คู่กรณีขับย้อนศรฝ่าไฟแดงมา ก่อนเลี้ยวตัดหน้ารถอย่างกระทันหัน ทำให้เบรกไม่ทันชนประสานงานเข้าอย่างแรงจนคนขับรถจักรยานยนต์กระเด็นออกจากรถเสียชีวิตอยู่กลางถนน ซึ่งหลังเกิดเหตุได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานงานรถโดยสารของบริษัทฯมารับผู้โดยสารทั้งหมดเพื่อไปส่งยังจุดหมายที่ จ. หนองคายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.ประเจน &amp;nbsp;สุนันท์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า หลังจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพื้นที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน &amp;nbsp;พร้อมทั้งการลงบันทึกประจำวัน ก่อนจะทำการเรียกสอบปากคำคนขับรถโดยสาร และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25104</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, จยย.ซิ่งย้อนศร, ดับคาที่, ถนนมิตรภาพ, รถทัวร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181226/image_big_5c22ea3828a24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบของขวัญปีใหม่&quot;ทีมเผือก&quot; เดินทางอุ่นใจ-ไร้คุกคามทางเพศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแพร่หลายผ่านรถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้า เรือ รถทัวร์ รถตู้ รถสองแถว รถแท็กซี่ แม้กระทั่งเครื่องบิน ซึ่งล้วนกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะเพศหญิงมักตกเป็นเหยื่อ และถือว่าเป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างสังคมปลอดภัยและบั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้คน จึงเป็นสิ่งที่จะต้องรณรงค์ช่วยกันหยุดยั้งสิ่งเหล่านี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเร็วๆ นี้ ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ หมอชิต (จตุจักร) เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง ร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แถลงข่าวประกาศความร่วมมือครั้งแรกของไทย ในการยกระดับรถทัวร์ไทยให้ปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศ ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;บขส.มอบของขวัญปีใหม่ ยกขบวนชวนพนักงานเผือก เพื่อรถทัวร์ปลอดภัยไร้การคุกคามทางเพศ&amp;rdquo; พร้อมเปิดตัว &amp;ldquo;ทีมพนักงานเผือก&amp;rdquo; จากพนักงาน บขส. ที่ผ่านการอบรมการสอดส่องป้องกันและแก้ไขปัญหาเมื่อมีผู้โดยสารถูกคุกคามทางเพศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบาย องค์กรแอคชั่นเอด ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการรถขนส่งสาธารณะของ บขส. 8-9 หมื่นคน/วัน ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีผู้หญิงไม่น้อยตกเป็นเป้าการถูกคุกคามทางเพศ แต่ไม่กล้าตอบโต้ ซึ่งหากตกเป็นผู้ถูกคุกคามทางเพศหรือเห็นผู้อื่นถูกคุกคาม ทั้งผู้โดยสารและพนักงานของ บขส.ช่วยยุติการคุกคามทางเพศได้ โดยการ &amp;ldquo;เผือก&amp;rdquo; หรือเข้าไปแทรกแซงเพื่อหยุดการคุกคาม เครือข่ายเมืองปลอดภัยฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงร่วมกับ บขส. เสนอมาตรการลดการคุกคามทางเพศบนรถสาธารณะ 3 แนวทาง คือ จัดอบรมพนักงาน ติดกล้องวงจรปิดภายในรถ และพัฒนาระบบการแจ้งเหตุถ้ามีการคุกคามทางเพศเกิดขึ้น และทำคลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์วิธีรับมือสถานการณ์สำหรับผู้ที่ตกเป็นเป้าการคุกคามทางเพศด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปี 2560 สำรวจพบว่า 45% ของผู้หญิงที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะเคยถูกคุกคามทางเพศในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ มีประชาชนเดินทางกลับบ้าน หรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดโดยใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเป็นจำนวนมาก ทำให้ความร่วมมือครั้งนี้มีประโยชน์อย่างมาก&amp;nbsp;


แทงสล็อต&amp;nbsp; เชื่อว่าผู้โดยสารจะเดินทางด้วยความอุ่นใจมากขึ้น เพราะพนักงานบริการบนรถ มีองค์ความรู้ทั้งในเชิงการประเมินสถานการณ์ การเข้าแทรกแซง รวมทั้งหากผู้โดยสารที่ถูกคุกคามสามารถดำเนินการทางกฎหมาย สามารถแจ้งส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ เครือข่ายเมืองปลอดภัยฯ ตั้งเป้าว่าจะขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานขนส่งสาธารณะหรือหน่วยงานกำกับดูแลการขนส่งภายใต้กระทรวงคมนาคม เช่น กรมเจ้าท่า กรมการขนส่งทางบก&amp;quot; น.ส.รุ่งทิพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า การคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นบ่อยบนระบบขนส่งสาธารณะถือเป็นความรุนแรงทางเพศรูปแบบหนึ่ง โดยกว่า 1 ใน 3 ของผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เพศต่างๆ เคยถูกคุกคามทางเพศ ทั้งนี้ ผู้ที่เคยถูกคุกคามทางเพศบนขนส่งสาธารณะ อายุมากสุดคือ 74 ปี และอายุน้อยสุดคือ 12 ปี โดยเป็นเพศหญิงทั้งสองกรณี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การคุกคามทางเพศทำให้สังคมไม่ปลอดภัยและบั่นทอนคุณภาพชีวิตของคนในสังคม จึงเป็นภารกิจของ สสส.ที่จะสนับสนุนให้การพัฒนาและเสริมศักยภาพกลไกปัญหาการคุกคามทางเพศ รวมทั้งหนุนเสริมการทำงานของเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง เพื่อสร้างให้เกิดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงและคนทุกเพศวัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งการสื่อสารรณรงค์ในแคมเปญ &amp;ldquo;เผือก&amp;rdquo; ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปค่อนข้างมาก มีการเสนอแนวทางและวิธีการง่ายๆ ในการเข้าช่วยเหลือ แทรกแซกการคุกคามทางเพศ เช่น ตะโกนส่งเสียง หยิบมือถือขึ้นมาถ่าย แจ้งพนักงานรถโดยสาร ทำเป็นทีว่ารู้จักผู้ถูกกระทำ เป็นต้น ตนจึงเห็นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยสร้างกระแสให้ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมหันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศไม่เฉพาะบนระบบขนส่งสาธารณะเท่านั้น แต่รวมถึงทุกๆ พื้นที่ในสังคมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความร่วมมือระหว่าง สสส. ภาคีเครือข่าย และ บขส. ประกอบด้วย ข้อ 1 การเสริมศักยภาพพนักงานประจำรถ บขส.ด้านความรู้ความเข้าใจและทักษะเบื้องต้นในการป้องกันการคุกคามทางเพศ ข้อ 2 พัฒนาระบบการเรียนรู้ออนไลน์สำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองของพนักงาน บขส. และข้อ 3 สื่อสารรณรงค์ให้ความรู้ปัญหาการคุกคามทางเพศรูปแบบต่างๆ พร้อมข้อมูลแหล่งความช่วยเหลือหรือแจ้งเรื่องร้องเรียนทั้งบนรถ‬บขส. และช่องทางออนไลน์อื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาววราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า นอกจากเครือข่ายจะจัดอบรมพนักงาน บขส. แล้งยังเปิดเว็บไซต์ E-learning เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเรียนรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับแนวทางการ &amp;ldquo;เผือก&amp;rdquo; หรือเข้าแทรกแซงเมื่อพบเจอเหตุการณ์การคุกคามทางเพศ เพราะพนักงานของ บขส.มีจำนวนมาก และมีพนักงานเข้า-ออกในตำแหน่งงานต่างๆ อยู่ตลอด&amp;nbsp;&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดฝึกอบรมเพียงอย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุมพนักงานทั้งหมด ขณะเดียวกัน บริการขนส่งสาธารณประเภทอื่นก็มีปัญหาการคุกคามทางเพศ การมีช่องทาง E-learning จึงเปิดโอกาสให้พนักงานของหน่วยงานขนส่งสาธารณะอื่นสามารถเข้ามาร่วมเรียนรู้ด้วยตนเองได้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้สนใจสามารถเข้าชมสื่อการเรียนรู้ได้ที่เว็บไซต์ teampueak.org แล้วคลิกเลือก &amp;ldquo;พนักงานเผือก&amp;rdquo; ก็จะพบสื่อการเรียนรู้รูปแบบและตัวอย่างการคุกคามทางเพศที่พบบ่อยบนขนส่งสาธารณะ การช่วยเหลือผู้ที่ถูกคุกคามและแหล่งช่วยเหลือที่เป็นตัวช่วยสำหรับพนักงานในการระงับเหตุ นอกจากนี้ยังมีแบบทดสอบให้ทดลองทำด้วยตัวเอง พร้อมเฉลยและคำอธิบาย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและทักษะของพนักงานในการรับมือกับปัญหาการคุกคามทางเพศด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวว่า บขส.รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับเครือข่ายเมืองปลอดภัยฯ ในการออกมาตรการและวิธีการที่หลากหลายและเป็นรูปธรรม เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศที่อาจเกิดขึ้นบนรถในระบบของ บขส. โดยมาตรการเหล่านี้ถือเป็นของขวัญจาก บขส.ที่มอบให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการในช่วงปีใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยส่งพนักงานชุดแรกเข้ารับการอบรมแนวทางการรับมือและให้การช่วยเหลือผู้โดยสารที่ถูกคุกคามทางเพศ การฉายวิดีโอประชาสัมพันธ์บนรถโดยสารของ บขส.ทุกคัน เพื่อให้ผู้โดยสารตระหนักและรับรู้แนวทางการรับมือกับปัญหาและแหล่งให้ความช่วยเหลือ ปัจจุบัน บขส.มีรถโดยสารจำนวน 480 คัน และรถร่วมของบริษัทเอกชนที่อยู่ในความดูแลของ บขส.กว่า 4,000 คัน มีเจ้าหน้าที่ 2,800 คน โดยตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2562 พนักงานและรถในระบบของ บขส.จะเข้าร่วมกับโครงการนี้ทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วิธีแก้ปัญหาในส่วนของพนักงาน บขส.ที่ถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศต่อเพื่อนพนักงานมี 2 ขั้นตอน คือ ถูกร้องเรียนครั้งแรกจะถูกตักเตือนและภาคทัณฑ์ ถูกร้องเรียนครั้งที่ 2 จะถูกไล่ออกสถานเดียว โดย 3-4 ปีที่ผ่านมามีเพียง 1 กรณีเท่านั้นที่ถูกไล่ออก จึงย้ำกับพนักงานผู้หญิงว่า หากประสบเหตุสามารถร้องเรียนได้ตลอดเวลา ส่วนกรณีการคุกคามทางเพศระหว่างผู้โดยสารกับผู้โดยสารนั้น บขส.ได้จัดให้มี Save Zone สำหรับผู้โดยสารหญิงนั่งคู่กับผู้หญิง หลีกเลี่ยง และป้องกันเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารผู้หญิงอาจถูกผู้โดยสารชายลวนลาม ทำให้ที่ผ่านมายังไม่ค่อยได้รับเรื่องร้องเรียนเช่นกัน&amp;rdquo; นายจิรศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บขส.เตรียมออกมาตรการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารใน 3 ด้าน คือ ข้อ 1 การป้องปราม โดยอยู่ระหว่างการเสนอขอติดตั้งกล้อง CCTV ทั้งภายในรถและหน้ารถ ข้อ 2 ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมในการรับมือ และมีเทคนิควิธีการในการดูแลผู้โดยสารและดูแลตนเอง และข้อ 3 พัฒนาช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้มีความสะดวกมากขึ้น จากเดิมร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ของ บขส. &amp;ldquo;‮transport.co.th&amp;rdquo;‬ และฮอตไลน์ 1490 จะเพิ่มช่องทางร้องเรียนผ่านคิวอาร์โค้ดซึ่งจะติดไว้บนรถทุกคัน‬‬‬
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การฉายวิดีโอรณรงค์ให้ผู้โดยสารตระหนักและรับรู้แนวทางการรับมือปัญหาการคุกคามทางเพศ การสาธิตวิธีการใช้เว็บไซต์ E-learning และการขึ้นรถโดยสารของ บขส. เพื่อชมการสาธิต &amp;ldquo;วิธีเผือก&amp;rdquo; ของพนักงาน โดยตัวแทนพนักงาน บขส.ที่ผ่านการอบรมแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวังว่า &amp;ldquo;ทีมเผือก&amp;rdquo; จะนำไปสู่การสร้างความปลอดภัยและลดการคุกคามทางเพศ สำหรับผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะได้อย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23182</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถตู้, รถทัวร์, รถสองแถว, รถเมล์, รถแท็กซี่, รถไฟ, รถไฟฟ้า, สุขภาวะสร้างได้, เครื่องบิน, เรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c012da00ab15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถทัวร์สายใต้กระเจิงขวางรถรั้วขับแข่งแซงมายิงใส่ผู้โดยสารเจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.61-เวลา 02.00 น.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.สายันต์ ตุมระวัต รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.ท่าแซะได้รับแจ้งมีเหตุรถกระบะไล่ยิงรถทัวร์มีผู้โดยสารบาดเจ็บสาหัสบริเวณสามแยกบ้านอ่างทอง ถนนเพชรเกษม &amp;nbsp;หมู่ที่ 5 ตำบลทรัพย์อนันต์ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพ รพ.ท่าแซะ
&amp;nbsp;
ที่เกิดเหตุบนถนนเพชรเกษมช่องทางขาขึ้นพบรถทัวร์สองชั้นกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-ด่านนอก ยีห้อสแกนเนีย สีน้ำเงิน ทะเบียน 14-1155 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ไหล่ทางหน้าร้านอ่างทองคอมพิวเตอร์ มีผู้โดยสารถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่ต้นขาซ้าย 1 นัด กระสุนฝังใน หน่วยกู้ชีพได้นำตัวส่งโรงพยาบาลท่าแซะก่อนแล้ว ทราบชื่อคือ นายอากร พรรณคง อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 3 ตำบลป่าบอน อ.ป่าบอน จ.พัทลุง มีอาการสาหัสกระดูกตนขาซ้ายแตกเสียเลือดมากต้องส่งตัวไปผ่าตัดหัวกระสุนและรักษาต่อที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ในตัวเมืองชุมพร เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรูกระสุนที่ข้างรถใกล้กับประตูทางขึ้นด้านซ้าย 1 รู ทะลุเข้าไปถึงด้านในที่นั่งผู้โดยสาร และพบหัวกระสุนบี้แบนตกอยู่ใกล้เบาะนั่ง 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;
สอบสวน นายแดง ภู่สกุล อายุ 45 ปี คนขับรถทัวร์ให้การว่าได้ขับรถรับผู้โดยสารออกจากต้นทางที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งแต่ตอนเย็นที่ผ่านมา จนกระทั่งตอนดึกมาถึงบริเวณสามแยกไฟแดงนากระตาม อ.ท่าแซะ เป็นแยกทางลัดเข้าตัวเมืองชุมพร ได้เห็นรถยนต์กระบะติดกรงเหล็กหรือที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;รถรั้ว&amp;rdquo; ซึ่งเป็นรถเปล่าไม่ได้บรรทุกสิ่งของลักษณะเหมือนขับแข่งไล่แซงกันไปมาตลอดทาง แล้วพยายามจะเบียดรถตนที่ขับอยู่ช่องทางขวา จนกระทั่งมาถึงบริเวณสามแยกบ้านอ่างทองจุดเกิดแหตุ ได้มีรถกระบะหรือรั้วยีห้อโตโยต้าสีขาวไม่ทราบทะเบียน ขับเบียดแซงทางช่องทางซ้ายของรถทัวร์คันที่ตนขับ แล้วคนขับรถกระบะซึ่งมาคนเดียวได้ชักอาวุธปืนออกมายิงใส่รถทัวร์ถูกผู้โดยสารบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว และเมื่อคนขับรถยนต์กระบะแซงผ่านขึ้นไปอยู่ข้างหน้ารถทัวร์ยังได้ยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าอีกราว 4-5 นัด จนตนต้องเบรกรถแล้วจอดที่หน้าร้านคอมพิวเตอร์เพื่อขอความช่วยเหลือและแจ้งตำรวจดังกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17909</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ปืน, รถทัวร์, รถทัวร์โดยสาร, รถรั้ว, รถสายใต้, อ.ท่าแซะ, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba1ac38edcf3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
