<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯล้อมคอกสั่งปรับ5หมื่นรถบัสเพลิงไหม้หากตรวจสอบพบประมาทถอนใบอนุญาตขับรถทันที </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.64-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีอุบัติเหตุรถโดยสารประจำทางสองชั้นเกิดเพลิงไหม้ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2564 เวลาประมาณ 23.25 น. ซึ่งเป็นรถคันหมายเลขทะเบียน 10-7387 อุดรธานี เส้นทางกรุงเทพฯ &amp;ndash; อุดรธานี รับผู้โดยสารจากจังหวัดอุดรธานี จำนวน 33 คน มุ่งหน้าไปยังกรุงเทพมหานคร เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ บริเวณ ทล. 2 ถนนมิตรภาพ กม. 319 &amp;ndash; 320&amp;nbsp; ต.โนนสมบูรณ์ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น ยางล้อหลังด้านขวาเกิดระเบิดและเกิดเพลิงลุกไหม้ลุกลาม ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวน 5 ราย และบาดเจ็บ 12 ราย นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามภายหลังเกิดเหตุกรมการขนส่งทางบกได้จัดส่งทีมสืบสวนอุบัติเหตุจากส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบอุบัติเหตุ ณ สถานที่เกิดเหตุใน จ.ขอนแก่น เพื่อตรวจสอบเบื้องต้นซึ่งคาดว่าอาจเกิดจากความผิดปกติของเบรกที่ล้อหลังขวาจนเกิดความร้อนสูงทำให้ยางระเบิด ไปกระทบกับระบบถังก๊าซ CNG จนเกิดการรั่วไหลและเกิดเพลิงลุกไหม้ตัวรถอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ต้องรอผลการตรวจสอบที่แน่ชัดและรอผลการสอบสวนของตำรวจเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตม์ กล่าวว่าในส่วนของมาตรการทางกฎหมาย กรมการขนส่งทางบก โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่น ดำเนินการเปรียบเทียบปรับ บริษัท 407 พัฒนา จำกัด ผู้ประกอบการขนส่งในข้อหาใช้รถที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง ทำการขนส่งนอกเส้นทาง และไม่นำรถเข้าสถานีขนส่งผู้โดยสาร เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท และสั่งถอนรถคันดังกล่าวออกจากประกอบการขนส่งทันที พร้อมให้ผู้ประกอบการขนส่งนำรถโดยสารสองชั้นที่ติดตั้ง CNG อีกจำนวน 48 คัน ซึ่งเป็นรถลักษณะเดียวกันกับคันเกิดเหตุมาเข้ารับการตรวจสภาพรถ สภาพระบบห้ามล้อและระบบ CNG ทุกคันให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ขับรถ ปัจจุบันพนักงานสอบสวนได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ขับรถในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา และจากการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดฐานไม่ใช้เครื่องอุปกรณ์ส่วนควบ (GPS) บางช่วงเวลา กรมการขนส่งทางบกจึงได้ดำเนินการลงโทษเปรียบเทียบปรับและพักใช้ใบอนุญาตขับรถของผู้ขับรถดังกล่าวไว้ก่อน โดยเมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้ขับรถโดยประมาทแล้ว กรมการขนส่งทางบกจะพิจารณาดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตขับรถต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะดังกล่าวในอนาคต กรมการขนส่งทางบกจะทำการขยายผลโดยการเรียกรถโดยสารที่มีการติดตั้งก๊าซ CNG ทั้งหมดทั่วประเทศมาดำเนินการตรวจสภาพรถ ทั้งด้านมาตรฐานความปลอดภัย และระบบ CNG ณ สำนักงานขนส่ง ดังนี้ รถโดยสาร 2 ชั้น ที่ติดตั้งก๊าซ CNG ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดทั่วประเทศจำนวน 143 คัน ให้มาดำเนินการตรวจสภาพรถให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ รถโดยสารระหว่างจังหวัดที่ติดตั้งก๊าซ CNG ทั้งหมดทั่วประเทศรวม 2,175 คัน ให้มาดำเนินการตรวจสภาพรถให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99762</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรุตม์ วิศาลจิตร, รถทัวร์ไฟไหม้, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210417/image_big_607aa1ea5f2c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรุปผลรถทัวร์ เบรกค้างทำล้อ ระเบิดไฟคลอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผกก.สภ.บ้านแฮดสรุปสาเหตุรถทัวร์ไฟไหม้ ระบุวิศวกรกรมการขนส่งทางบก ตรวจพบเบรกค้างจนเกิดความร้อน ส่งผลให้ยางล้อหลังระเบิด โดนวาล์วถังแก๊ส NGV&amp;nbsp; เกิดไฟไหม้คลอกดับ 5 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้ากรณีไฟไหม้รถทัวร์โดยสาร 2 ชั้นของบริษัท 407 พัฒนาทัวร์ จำกัด สายอุดรธานี-กรุงเทพฯ หมายเลขข้างรถ 22-34 หมายเลขทะเบียน 10-7387 อุดรธานี ในพื้นที่ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 13 เม.ย.2564 ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย เป็นผู้ใหญ่ 4 เด็ก 1 และมีผู้บาดเจ็บ 12 ราย และสามารถเอาชีวิตรอดออกมาจากรถได้อย่างหวุดหวิดอีก 16 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2564 พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ โสภา ผกก.สภ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้วิศวกรกรมการขนส่งทางบกได้ตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอย่างละเอียดแล้ว โดยมีการสรุปผลตรวจเบื้องต้นส่งรายละเอียดมายังพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อย พบว่า สาเหตุของไฟไหม้รถครั้งนี้เกิดจากระบบเบรกรถขัดข้อง ทำให้เบรกค้างและเกิดความร้อนจนส่งผลให้ยางล้อหลังระเบิด เศษยางกระเด็นไปโดนวาล์วถังแก๊ส NGV ในรถ ซึ่งมีถังแก๊ส NGV ติดตั้งอยู่ที่บริเวณด้านท้ายรถใกล้กับเครื่องยนต์ 10 ถัง และอยู่ที่บริเวณด้านหน้า 1 ถัง ใกล้กับประตูทางออก จนแก๊สฟุ้งกระจายและติดไฟขึ้น ทำให้เกิดไฟไหม้อย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผกก.สภ.บ้านแฮด กล่าวต่อว่า หลังจากที่ทราบสาเหตุเบื้องต้นแล้ว จะต้องตรวจสอบต่อไปอีกว่าเพราะอะไรจึงทำให้เบรกค้าง ซึ่งจากการสอบสวนทางบริษัทและพนักงานขับรถทราบว่า มีการตรวจเช็กสภาพรถเมื่อวันที่ 25 มี.ค.2564 พร้อมกับเปลี่ยนยางล้อหลังเส้นใหม่ โดยทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งวิศวกรกรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ จะร่วมตรวจสอบหาต้นเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ขึ้นตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พนักงานขับรถทัวร์โดยสารคันดังกล่าว ในวันนี้ภายหลังจาก พนง.สอบสวน สภ.บ้านแฮด ได้ส่งฝากขังผลัดแรกที่ศาลจังหวัดขอนแก่น โดยในชั้น พนง.สอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว ล่าสุดทางด้านพนักงานขับรถได้ยื่นขอประกันตัวที่ชั้นศาล โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99612</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยางล้อหลังระเบิด, รถทัวร์ไฟไหม้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกิดไฟไหม้, เบรกค้างจนเกิดความร้อน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_6075730b967a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ลูกเหยื่อรถทัวร์ เสียชีวิตในวันเกิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เผยชื่อเหยื่อรถทัวร์ยางระเบิดย่างสด 2 ศพ ใน 5 ศพ เป็นคู่แม่ลูก กำลังเดินทางกลับบ้านไปฉลองวันเกิดที่พิมาย สุดเศร้าเด็กหญิงตายตรงวันเกิด ญาติร้องรับศพไปประกอบพิธีไม่ได้ เหตุ จนท.หยุดยาวช่วงสงกรานต์ ไม่สามารถตรวจดีเอ็นเอได้ ด้านคดีความตำรวจไม่ให้ประกันตัวคนขับ ส่งฝากขังแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีรถทัวร์โดยสารสายอุดรธานี-กรุงเทพฯ ของบริษัท 407 พัฒนา จำกัด เกิดเหตุยางระเบิดและมีไฟไหม้รถเสียหายทั้งคันในพื้นที่อำเภอบ้านแฮด รอยต่อระหว่าง อ.บ้านแฮด และ อ.เมืองขอนแก่น เมื่อกลางดึกวันที่ 13 เม.ย.2564 ที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียชีวิตคาซากรถ 5 คน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 12 คน และหนีออกมาได้ 16 คน ขณะที่พนักงานขับรถหลังจากเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวมาตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติด ซึ่งผลตรวจร่างกายเป็นปกติ ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแฮด ทำการสอบปากคำ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา &amp;ldquo;กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นทราบชื่อผู้เสียชีวิตยืนยันแล้ว ก่อนหน้านี้ 1 ราย คือ น.ส.สุกัญญา เกดหอม อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 14 ต.เมืองเพียง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ซึ่งพี่ชายของผู้เสียชีวิตรายนี้อยู่ระหว่างการติดต่อขอรับศพมาประกอบพิธีทางศาสนาตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าล่าสุด เช้าวันที่ 14 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานมาจาก นายวรพงษ์ เสริมทรง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 ม.6 ต.หนองโน อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพี่เขยของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว คือ น.ส.ปรางค์ทอง กาล้อม อายุ 24 ปี และยังเป็นลุงของ ด.ญ.ปวรรัตน์ กาล้อม อายุ 6 ขวบ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกัน และวันที่ 13 เม.ย. ยังเป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 6 ขวบ ของ ด.ญ.ปวรรัตน์อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรพงษ์ เสริมทรง เปิดเผยว่า ช่วงก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมา ตนเองและภรรยา คือ น.ส.ยุพาวรรณ กาล้อม อายุ 26 ปี พี่สาวคนตาย ได้เดินทางไปรับ 2 แม่ลูกจาก อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งทั้งคู่มีบ้านพักและทำงานอยู่ที่นั่น ส่วนสามีอยู่ใน อ.พิมายเช่นกัน แต่เลิกราและแยกกันอยู่ แต่จะรับลูกไปหาพ่อบ้าง โดยได้ไปรับทั้งคู่กลับมาเที่ยวเล่น และพบปะกับครอบครัวที่บ้านเกิด อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี กระทั่งในวันที่ 12 เม.ย. ทั้งคู่ต้องเดินทางกลับไปหาอดีตสามีที่ อ.พิมาย เพื่อจะร่วมกันจัดงานวันคล้ายวันเกิดให้กับ ด.ญ.ปวรรัตน์ ซึ่งมีอายุครบ 6 ขวบ ในวันที่ 13 เม.ย. จึงได้ซื้อตั๋วรถของบริษัท 407 พัฒนา ไปลงที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งมีรถเพียงเที่ยวเดียวช่วงเย็นวันที่ 12 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมและภรรยาได้ขับรถไปส่งที่ บขส.อุดรธานี ทั้งคู่ลงจากรถเดินขึ้นรถทัวร์ทันทีโดยไม่ได้พูดอะไรมาก บอกเพียงว่า ถ้าถึงแล้วจะโทร.หา ตอนนั้นไม่ทราบว่าน้องนั่งอยู่ตรงไหน&amp;nbsp; รถออกเดินทางไปสักพักน้องโทร.มาบอกว่าลืมสายชาร์จเอาไว้ที่รถของตนเองให้เก็บไว้ให้ด้วย แล้วก็เงียบหายไป จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ขึ้น ภรรยาทราบข่าวช่วงเช้าที่ผ่านมา เพราะมีการเผยแพร่ข่าวและเป็นรถของบริษัท 407พัฒนา จึงรีบโทร.หาผู้ตาย แต่ติดต่อไม่ได้ ก่อนจะพากันไปติดต่อเพื่อขอรับศพมาประกอบพิธีทางศาสนาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ อดีตสามีผู้ตายและพ่อของ ด.ญ.ปวรรัตน์ เดินทางมาที่ขอนแก่น แต่ไม่สามารถตรวจดีเอ็นเอได้ ทางเจ้าหน้าที่ให้มาติดต่ออีกครั้งวันเปิดทำการ วันที่ 19 เม.ย.2564 ตอนนี้ทุกคนกังวลใจ ทำอะไรไม่ถูก อยากจะรับศพทั้งคู่กลับมาประกอบพิธีทางศาสนา เพราะวันที่ 19 เม.ย. ทุกคนต้องกลับไปทำงานปกติ ลางานต่อจากวันหยุดยาวไม่ได้แล้ว&amp;quot; นายวรพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เวลา 15.30 น. วันเดียวกัน ที่ริมถนนมิตรภาพ สายขอนแก่น-นครราชสีมา ตรงป้ายเขตอำเภอบ้านแฮด รอยต่อระหว่าง อ.บ้านแฮด และ อ.เมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุรถทัวร์ไฟไหม้ นางเสน่ห์ บุญประมวล พร้อมด้วย นายธนาดล บุญประมวล ย่าและพ่อ ด.ญ.ปวรรัตน์ กาล้อม อายุ 6 ขวบ หนึ่งในผู้เสียชีวิต พร้อมญาติเดินทางมาจาก จ.นครราชสีมา โดยนิมนต์พระสงฆ์ 1 รูป มาทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณของ ด.ญ.ปวรรัตน์ เพื่อปลดปล่อยดวงวิญญาณตามความเชื่อของคนไทย โดยครอบครัวได้นำรูปของน้องปวรรัตน์ และเสื้อผ้า รวมทั้งนม 1 กล่อง มาประกอบพิธี ท่ามกลางความโศกเศร้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันที่ สภ.บ้านแฮด มีญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมาติดต่อรับศพ จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย น.ส.สุกัลยา เกษหอม อายุ 28 ปี ชาว ต.เมืองเพีย อ.กุดจับ จ.อุดรธานี, น.ส.ปรางค์ทอง และ ด.ญ.ปวรรัตน์ พร้อมกันนี้ญาติของทั้ง 3 ศพ ได้มาดูรถทัวร์คันเกิดเหตุ ซึ่งจอดอยู่บริเวณด้านหลังของโรงพัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ถนอมศักดิ์ โสภา ผกก.สภ.บ้านแฮด กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำคนขับรถ และแจ้งข้อหาเรียบร้อยแล้ว และไม่ให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน จึงได้ส่งตัวคนขับรถไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นเรียบร้อยแล้ว โดยในชั้นพนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้ประกันตัว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99513</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจดีเอ็นเอ, รถทัวร์ยางระเบิด, รถทัวร์ไฟไหม้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หยุดยาวช่วงสงกรานต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่สามารถตรวจดีเอ็นเอได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076e61ec8bb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
