<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยักษ์ชนยักษ์รถพ่วงชนกันไฟลุกท่วม   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 04.40 น. วันที่ 27 ก.ย. 63 &amp;nbsp;ร.ต.อ.นธี &amp;nbsp;ศิริทอง &amp;nbsp;รองสารวัตรสอบสวน สภ.ไชโย &amp;nbsp;ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ &amp;nbsp;รถบรรทุกพ่วงชนท้ายรถเทรลเลอร์จนเกิดเพลิงลุกไหม้ &amp;nbsp;บริเวณถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ &amp;nbsp;หลักกิโลเมตรที่ 59 + 400 อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp;หลังได้รับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;พร้อมประสานขอสนับสนุนรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลไชโย &amp;nbsp;อบต.ชัยฤทธิ์ &amp;nbsp;และเทศบาลเมืองอ่างทอง &amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp;เข้าทำการควบคุมเพลิง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่เกิดเหตุบริเวณช่องทางด้านซ้ายพบรถพ่วงบรรทุกปูน &amp;nbsp;ยี่ห้ออีซูซุ &amp;nbsp;หมายเลขทะเบียน 83 5666 นครสวรรค์ &amp;nbsp;ลูกพ่วงหมายเลขทะเบียน 83 5667 นครสวรรค์ &amp;nbsp;สภาพชนอัดอยู่กับท้ายรถเทรลเลอร์หัวลากบรรทุกน้ำ &amp;nbsp;ยี่ห้ออีซูซุ &amp;nbsp;หมายเลขทะเบียนหัวลาก 70 8815 ปทุมธานี &amp;nbsp;จนหัวเก๋งกระเด็นหลุดลงมาที่พื้นถนน &amp;nbsp;มีเพลิงลุกไหม้ที่หัวเก๋งและท้ายรถเทรลเลอร์อย่างรุนแรง &amp;nbsp;เนื่องจากรถบรรทุกพ่วงติดแก๊ส &amp;nbsp;ประกอบกับมีเสียงระเบิดของถังแก๊ส &amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าควบคุมเพลิง &amp;nbsp;เพราะเกรงว่าถังแก๊สจะเกิดระเบิดขึ้นมาอีก &amp;nbsp;อาจจะทำให้ได้รับอันตราย &amp;nbsp;โดยใช้เวลาในการควบคุมเพลิงประมาณ 40 นาทีเพลิงจึงสงบ &amp;nbsp;ส่งผลทำให้การจราจรบริเวณที่เกิดเหตุติดขัดใช้ได้ 1 ช่องทาง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
จากการสอบถาม นาย บรมินทร์ &amp;nbsp;ทองยุทธ อายุ 33 ปี &amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่ 14 &amp;nbsp;หมู่ที่ 9 &amp;nbsp;ตำบลช่องแมว &amp;nbsp;อำเภอลำทะเมนชัย &amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา &amp;nbsp;คนขับรถเทรลเลอร์หัวลาก &amp;nbsp;เล่าให้ฟังว่า &amp;nbsp;ตนเองขับรถเทรลเลอร์บรรทุกน้ำดื่มเต็มคันรถมาจากอำเภอแม่สอด &amp;nbsp;จังหวัดตาก &amp;nbsp;มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ &amp;nbsp;โดยได้จอดพักรถที่ปั๊มน้ำมันในเขตอำเภอไชโย &amp;nbsp;หลังจากขับออกมาเพียงไม่นานได้มีรถพ่วงวิ่งเข้ามาชนท้ายและเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นมา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นาย นิพนธ์ &amp;nbsp;อินทรวิเศษ &amp;nbsp;อายุ 39 ปี &amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่ 202/1 &amp;nbsp;หมู่ที่ 12 &amp;nbsp;ตำบลหนองกลับ &amp;nbsp;อำเภอหนองบัว &amp;nbsp;จังหวัดนครสวรรค์ &amp;nbsp;คนขับรถพ่วงบรรทุกปูน &amp;nbsp;ยืนตั้งสติอยู่หน้าปั๊มน้ำมันที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ 50 เมตร &amp;nbsp;ให้การว่า &amp;nbsp;ตนเองขับรถพ่วงบรรทุกปูนมาเพียงคนเดียว &amp;nbsp;ออกจากอำเภอหนองบัว &amp;nbsp;จังหวัดนครสวรรค์ &amp;nbsp;มุ่งหน้าไปอำเภอนครหลวง &amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;ระหว่างทางได้ขับตามรถเทรลเลอร์บรรทุกน้ำ &amp;nbsp;พอมาถึงที่เกิดเหตุตนเองกำลังจะเร่งเครื่องแซงรถเทรลเลอร์ &amp;nbsp;แต่มีรถขนผักที่อยู่ด้านหลังแซงขึ้นมาเสียก่อน &amp;nbsp;จึงเบรกไม่ทันพุ่งเข้าชนท้ายรถเทรลเลอร์เข้าอย่างจังไปไกลกว่า 50 เมตร &amp;nbsp;หัวเก๋งหลุดลงไปอยู่ที่พื้นถนน &amp;nbsp;ส่วนตนเองก็ต้องรีบตะเกียกตะกายออกจากรถรีบวิ่งหนีมาตั้งหลัก &amp;nbsp;เพราะถังแก๊สที่รถเกิดระเบิดจนเพลิงลุกไหม้รถอย่างรุนแรง &amp;nbsp;ตนเองได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลเพียงเล็กน้อยรอดตายราวปาฏิหาริย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบบันทึกภาพเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;และทำการสอบสวนผู้ขับขี่รถทั้ง 2 คัน &amp;nbsp;เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงในครั้งนี้ตามขั้นตอนของกฎหมาย &amp;nbsp;และเร่งดำเนินการนำรถทั้ง 2 คันที่เกิดอุบัติเหตุออกจากพื้นที่ &amp;nbsp;โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง &amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ใช้เส้นทางได้ตามปกติต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78754</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถบรรทุกพ่วงชนท้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f70020f2d48e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
