<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2021 07:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2021 07:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเนระนาด!ยักษ์ชนยักษ์รถพ่วง 22 ล้อหลับในชนท้ายรถพ่วง 22 ล้อ ก๊าซเชื้อเพลิงรั่ว  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.พรชัย &amp;nbsp;คงอุตส่าห์ &amp;nbsp;รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางพลีน้อย จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถพ่วง 22 ล้อชนท้ายกันบนถนนบางนา-ตราด ขาเข้า ช่องทางด่วน หลักกิโลเมตรที่ 35 หมู่ 4 &amp;nbsp;ต.บางพลีน้อย &amp;nbsp;อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและมีก๊าซเชื้อเพลิงรั่วไหล หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และรถดับเพลิงของเทศบาลบางพลีน้อยเดินทางไปตรวจสอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาว ทะเบียนหัวลาก 71-3312 ฉะเชิงเทรา หางพ่วง 41-3265 ฉะเชิงเทรา ที่บรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาว ทะเบียนหัวลาก 72-6456 สมุทรปราการ และหางพ่วงทะเบียน 72-7669 สมุทรปราการ ที่มีนายยุทธนา &amp;nbsp;แสนนามวงษ์ อายุ 43 ปี เป็นคนขับอย่างเต็มแรงจนทำให้สินค้าที่บรรทุกมาตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน และทำให้หัวเก๋งรถขาดหลุดออกจากตัวรถตกลงมากองอยู่กับพื้นถนนและมีก๊าซเอ็นจีวี ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงของรถบรรทุกพ่วงคันที่พุ่งชนท้ายเกิดการรั้วไหล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ต้องทำการปิดกั้นถนนไม่ให้รถวิ่งผ่านเนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เกิดประกายไฟและทำให้ไฟลุกไหม้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะทำการฉีดพ่นน้ำเพื่อป้องกันการเกิดประกายไฟ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนขับทราบชื่อนายธวิทย์ &amp;nbsp;เจริญเทพ อายุ 49 ปี ได้รับบาดเจ็บกระเด็นไปอยู่เบาะหลังในห้องโดยสาร พลเมืองดีได้ช่วยเหลือออกมาจากซากรถ ก่อนที่กู้ภัยจะเร่งปฐมพยาบาลและนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลรวมชัยประชารักษ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธนา &amp;nbsp;เล่าว่า ก่อเกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังขับรถอยู่เลนซ้ายเพื่อจะไปส่งสินค้าในกรุงเทพมหานคร ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุจู่ ๆ รถพ่วง 22 ล้อ นายธวิทย์ &amp;nbsp;ขับตามหลังมาด้วยความเร็วได้พุ่งชนท้ายรถของตนเต็มแรงเสียงดังสนั่น ทำให้รถตนไปต่อไม่ได้ จึงรีบลงมาดูและเห็นว่าคนขับรถพ่วงที่มาชนท้ายรถตนติดอยู่ในหัวเก๋งที่ขาดหลุดจากตัวรถกระเด็นมาตกอยู่กลางถนน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่านผู้บาดเจ็บที่ขับรถพ่วง 22 ล้อคันดังกล่าวน่าจะหลับใน จึงได้พุ่งชนรถบรรทุกพ่วงคันหน้าอย่างแรงจนตัวเองบาดเจ็บและระบบก๊าซเชื้อเพลิงเกิดการรั่วไหล อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนผู้บาดเจ็บอีกครั้งและตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92161</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถพ่วง, สมุทรปราการ, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210206/image_big_601de0796d13c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2019 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2019 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถพ่วงหลับในชนยับ! บ้านพัง-ไฟฟ้าดับ2อำเภอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค. 62 &amp;ndash; เมื่อเวลา 00.30 น. ร.ต.อ.จิรพจน์ บัวปาน รองสารวัตรสอบสวน สภ.สทิงพระ จ.สงขลา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถพ่วงชนเสาไฟฟ้าและบ้านเรือนริมถนนสายสงขลา-ระโนด หมู่1 ต.บ่อแดง อ.สทิงพระ หลังลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ทะเบียนป้ายหน้า 71-7601 สงขลา ป้ายหลัง 71-2132 สงขลา&amp;nbsp; พุ่งชนเสาไฟฟ้าทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงขาดสะบั้น 1 ต้น เสาไฟฟ้าแรงต่ำ 1 ต้น และเอียงอีก 2 ต้น และมีบ้านของชาวบ้านถูกชนบริเวณหน้าบ้านเสียหาย 3 หลัง พร้อมรถกระบะอีก1 คัน สภาพรถพ่วงด้านหน้าพังยับชนติดอยู่กับเสาไฟฟ้า&amp;nbsp; ส่วนคนขับทราบชื่อ นายนพรัตน์ แก้วกิริยา&amp;nbsp; ติดอยู่ภายในรถหน่วยกู้ภัยและชาวบ้านต้องงัดร่างออกมารอดราวปาฏิหาริย์บาดเจ็บแค่เล็กน้อยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ทำให้ไฟฟ้าดับบางพื้นที่ต่อเนื่อง 2 อำเภอ ทั้ง อ.สทิงพระ และ อ.สิงหนคร และเมื่อช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สทิงพระ และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้เข้าตรวจสอบความเสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งในส่วนของเสาไฟฟ้าและบ้านเรือนของประชาชนเพื่อสรุปความเสียหายทั้งหมด และเร่งแก้ไขระบบไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เบื้องต้นคาดว่าคนขับน่าจะหลับใน เนื่องจากบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นเส้นทางตรงและไม่มีรอยเบรก โดยรถพ่วงคันดังกล่าวได้บรรทุกไม้สำเร็จจาก อ.ระโนด ไปส่งที่ท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา แต่ก็มาเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง&amp;nbsp; โดยตำรวจจะเรียกตัวคนขับมาสอบสวนอีกครั้ง รวมทั้งเรื่องค่าเสียหายทั้งหมด.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48147</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนยับ, รถพ่วง, สงขลา, หลับใน, ไฟดับ2อำเภอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191016/image_big_5da688d6d0612.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกแล้ว เมาหลับใน รถพ่วง 22ล้อชนรถสองแถวดับ 1 เจ็บนับ 10</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 17 มิถุนายน 2561 พ.ต.ท.วุฒิ &amp;nbsp; พุฒิพานนท์ สารวัตรเวร สภ.เมือง สมุทรปราการ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ 22 ล้อชนท้ายรถโดยสารสองแถวสาย 36 พุ่งเข้าไปในร้านขายไก่ย่างวิเชียร ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิทขาเข้า หลักกิโลเมตรที่ 31 ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูและร่วมกุศลสมุทรปราการ พร้อมรถกู้ชีพโรงพยาบาลรัทรินทร์บางปูและโรงพยาบาลสมุทรปราการ รุดไปช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบรถโดยสารสองแถวประจำทางสาย 36 ที่วิ่งระหว่างตลาดปากน้ำ-วัดศรีจันทร์ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียนป้ายเหลือง 10-7244 สมุทรปราการ พลิกคว่ำตะแคลง หลังคาเหล็กหลุดกระเด็นแยกไปคนละทาง ด้านหัวรถพุ่งชนเข้าไปในร้านขายไก่ย่างจนข้าวของกระจัดกระจาย และเสาไฟฟ้าแรงสูงหักไปจำนวน 1 ต้น ที่บริเวณพื้นฟุตบาทพบผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งเป็นผู้โดยสารนั่งมาบนรถสองแถวจำนวน 10 รายมีอาการสาหัส 4 ราย ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่มูลนิธิและกู้ชีพได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลรัทรินทร์บางปูและโรงพยาบาลสมุทรปราการ ในที่เกิดเหตุยังพบว่ามีผู้เสียชีวิตอีกหนึ่งรายชื่อนางสาวมะลิ &amp;nbsp;ขำงาม อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นผู้โดยสารนั่งมาในรถสองแถวถูกชนจนขาทั้งสองข้างหักและหน้าท้องแตกกระดูกหักหลายท่อนกระเด็นออกมานอนเสียชีวิตบนป้ายบอกทางที่ถูกชนจนล้มมากองอยู่กับพื้น ห่างไปประมาณ 50 เมตรพบรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ 22 ล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่ 500 สีขาวทะเบียนห่างพ่วง 71-2976 สมุทรปราการ ทะเบียนหัวพ่วง 71-2613 สมุทรปราการ ของบริษัท พรโสภา ทรานสปอร์ต ที่บรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์มาทางด้านท้าย จอดอยู่ในสภาพด้านหน้าฝั่งซ้ายยุบกระจกหน้าแตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายวันชัย &amp;nbsp;ชัยวิเสธ อายุ 63 ปี คนขับรถสองแถวที่เกิดเหตุ ได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถสองแถวคันดังกล่าวรับผู้โดยสารมาจากวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์ &amp;nbsp;มุ่งหน้าเข้าตลาดปากน้ำ ซึ่งขณะนั้นมีผู้โดยสารนั่งมาที่ท้ายรถประมาณ 8 คน และเพิ่งมาจอดรับผู้ตายที่บริเวณปากทางเข้าวัดอโศการาม ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 10 เมตร เหตุเกิดหลังจากที่ตนขับรถเคลื่อนออกมาจากจุดที่รับผู้โดยสารคนสุดท้ายที่ปากทางเข้าวัด โดยในขณะที่ตนเคลื่อนรถขับมาตามถนนทางด้านเลนซ้าย อยู่ ๆ รถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์คันดังกล่าว ที่ขับมาด้วยความเร็วและพุ่งชนท้ายรถตนอย่างแรงจนพลิกคว่ำหลังคาเหล็กหลุดจากตัวรถผู้โดยสารที่นั่งมาท้ายรถกระเด็นไปคนละทางได้รับบาดเจ็บ ส่วนตนเองปากกระแทกพวงมาลัยจนเลือดจากปาก ติดอยู่ในรถพอตั้งสติได้ จึงได้ปีนออกมาทางด้านประตูฝั่งขวา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันทางด้านนายวินัย &amp;nbsp;กัญญาชาติ &amp;nbsp;อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 313 หมู่ 10 ต.สมสะอาด อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี โชว์เฟอร์รถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์คันดังกล่าว ซึ่งอยู่ในอาการลักษณะมึนเมา ได้ให้การวกวนว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถพ่วงคันดังกล่าวไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของผู้จัดการบริษัทรถที่ตนขับอยู่ ซึ่งอยู่แถววัดตำหรุ ย่านบางปู และนั่งดื่มเบียร์กันจนดึกตนจึงได้ขอตัวกลับบ้านที่อยู่ในย่านบางนา โดยขับรถพ่วงคันดังกล่าวมาตามถนนสุขุมวิท ขณะมาถึงที่เกิดเหตุตนได้เกิดหลับในก่อนที่พุ่งชนท้ายรถสองแถว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายวิชัย ไปทำการตรวจแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ และคุมตัวไปทำการสอบสวนที สภ.เมือง สมุทรปราการ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11495</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถบรรทุก, รถพ่วง, รถโดยสารสองแถวประจำทาง, สมุทรปราการ, อุบัติเหตุ, เมาหลับ, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180617/image_big_5b25c0a807bda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2018 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดวงถึงฆาต!ขี่จยย.จอดติดไฟแดง รถพ่วงมรณะชนยับดับอนาถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.61 - เวลา 06.30 น. ร.ต.อ.กุลธวัช สร้อยจิตร รอง สว.( สอบสวน ) สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีรถชนกันบนถนนเศรษฐกิจ ช่วงหน้าร้านตะวันออกศูนย์รวมยางใหญ่ ขาเข้าเมืองชลบุรี หมู่ 6 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยไตรคุณธรรม พบร่างนายสายัน พิมแมน อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 / 2 หมู่ 5 ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี รับบาดเจ็บสาหัสร่างค่อมคาซากรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีบรอนซ์ แดง ทะเบียน จษข 538 ชลบุรี ที่ติดอยู่ช่วงหน้ารถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกเหล็ก ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน ส่วนหัว 70 &amp;ndash; 0860 ระยอง ส่วนหาง 70 &amp;ndash; 0866 ระยอง ของริษัท ระยองลำเลียง จำกัด กู้ภัยฯรีบดึงร่างออกจากรถ จยย.และรถพ่วง ปฐมพยาบาลเบื้องต้นนำส่ง รพ.ชลบุรี แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ด้านหน้ารถพ่วง ยังมีรถบัสรับ &amp;ndash; ส่ง พนักงานแห่งหนึ่ง ด้านท้ายรถยุบมีรอยเลือดสาดกระจาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามนายเชน บุญสม อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 156 / 18 ถนนวิฑูรย์ดำริ ต.บ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี คนขับรถบัส เผยว่ารถจอดติดสัญญาณไฟแดง จู่ๆได้ยินเสียงดังโครมที่ท้ายรถลงมาดูก็พบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บถูกรถพ่วงชนอัดติดกับรถตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายชลิต ชำกรม อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 / 1 หมู่ 6 ต.ท่าไม้ อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร คนขับรถพ่วง 18 ล้อ เผยอ้างว่า รถชลอแล้วแต่เหยียบเบรกไม่อยู่มันลื่นทำให้รถพุ่งชนรถ จยย.ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหานายชลิต ขับรถประมาท ส่วนที่อ้างว่าเบรกไม่อยู่มันลื่นนั้นจะได้นำรถไปตรวจสอบหาสาเหตุต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4858</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, ซิ่งจยย., รถพ่วง, อุบัติเหตุ, ไฟแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa73286bb6e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2018 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2018 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มรถพ่วงแวะจอดกินแกงข้าวแกง เผลอลืมล็อกประตูเสร็จโจรแสบฉกทรัพย์นับแสน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค. 61 - ดาบตำรวจ ธานี อ้วนศรี ผบ.หมู่ ป.ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองชลบุรี ว่ามีเหตุคนร้ายแอบฉกทรัพย์สินบนรถพ่วง 18 ล้อที่จอดอยู่ริมถนนสายบายพาสเลี่ยงเมืองชลบุรี หน้าร้านข้าวแกง ก่อนถึงแสงอรุณเครน หมู่ 1 ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี &amp;nbsp;จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบนายศิวดล วิชกูล อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 / 3 หมู่ 7 ต.หนองตำลึง อ.เมือง จ.ชลบุรี ยืนหน้าซีดอยู่หน้ารถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อนิสสัน สีส้ม ทะเบียน 85 &amp;ndash; 9657 ชลบุรี &amp;nbsp;พร้อมให้การว่า ตนขับรถเอาหินไปลงที่พระราม 2 กทม. กำลังจะกลับไปขึ้นหินอีกรวบที่ซอยคีรีนคร อ.เมืองชลบุรี &amp;nbsp;แต่ได้จอดรถกินข้าวแกง ไม่ได้ดับเครื่อง &amp;nbsp;แล้วก็ไม่ได้ล็อกประตูด้านคนขับ พอกินข้าวเสร็จใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง กลับมาที่รถก็พบว่ากระเป๋าสะพายที่วางอยู่ข้างเบาะนั่งได้หายไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในรถพ่วงมีโทรศัพท์ไอโฟน พลัส 8 จำนวน 1 เครื่อง มูลค่ากว่า 3 หมื่นบาท ไอแพดไปร 1 เครื่อง มูลค่ากว่า 3 หมื่นบาท &amp;nbsp;เงินสดประมาณกว่า 2 หมื่นบาท รวมแล้วเกือบ 1 แสนบาท พร้อมบัตรประชาชนและเครื่องเสียงขนาดมินิอีก 1 เครื่อง หายไป จึงแจ้งความดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิด หน้าร้านจำหน่ายรถยนต์มือ 2 พบว่าคนร้ายเป็นชายขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีขาว มาจอดด้านข้างแล้วปิดประตูฉกเอาทรัพย์สินหลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนแกะรอยคนร้ายเพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.สมโชค &amp;nbsp;ตาผล ผกก.สภ.เมืองชลบุรี กล่าวว่า ตนพยายามประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ระมัดระวัง การนำทรัพย์สินทิ้งไว้ในรถ ขณะลงจากรถเพื่อไปทำอะไรก็ตาม และให้ล็อกรถให้ดี ส่วนใหญ่ จะเกิดจากที่คนขัยลงจากรถแล้วไม่ได้ล็อครถ จึงได้เป็นเหยื่อของคนร้ายที่เฝ้าอยู่ ขณะนี้ กำลังติดตามจับกุมคนร้ายโดยเร็วอีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4622</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉกทรัพย์, ชลบุรี, รถพ่วง, ลือมล็อกประตูรถ, สูญเงินแสน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa218e1ce4c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.เข้มรถบรรทุกน้ำหนักเกินฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมทางหลวง สรุปสถิติจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินบนทางหลวงตั้งแต่ 1 ต.ค. 59 ถึง 28 ก.พ.61 จับกุมได้ 6,552 คัน พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการบรรทุกน้ำหนักตามพิกัด หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
5 ก.พ.61-นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมทางหลวงมีนโยบายปรับปรุงเครือข่ายด่านชั่งน้ำหนักถาวรและด่านชั่งน้ำหนักเคลื่อนที่ทั่วประเทศตั้งแต่ปี2559 ที่ผ่านมา โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีการผ่อนผันให้ผู้ประกอบการในการบรรทุกน้ำหนักเกิน อันจะส่งผลให้ประหยัดงบประมาณในการซ่อมบำรุงรักษาทาง ยืดอายุการใช้งานของถนนและลดความเสี่ยงต่ออันตรายที่เกิดกับโครงสร้างสะพานและทางลอดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปัจจุบันมีสถิติจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินบนทางหลวงทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 59 &amp;ndash; 28 ก.พ. 61 ทั้งสิ้นจำนวน 6,552 คัน แบ่งเป็นปีงบประมาณ 2561 (1 ต.ค. 60 &amp;ndash; 28 ก.พ. 61) จำนวน 2,098 คัน และปีงบประมาณ 2560 (1 ต.ค. 59 &amp;ndash; 31 ก.ย. 60) จำนวน 4,454 คัน โดยหากแบ่งตามประเภทวัสดุบรรทุกได้ดังนี้ วัสดุหิน ดิน ทราย 36% สินค้าการเกษตร 23% วัสดุก่อสร้าง 12% อื่นๆ 8% และรถขนเครื่องจักร 7%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ประกอบการไม่บรรทุกน้ำหนักเกินตามกำหนดพิกัดของรถพ่วง ซึ่งหากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อยืดอายุการใช้งานและลดการเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวง หากประชาชนพบเห็นหรือสงสัยว่ามีการบรรทุกน้ำหนักเกิน สามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 กด5&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4315</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ซ่อมบำรุง, ด่านชั่งน้ำหนัก, น้ำหนัก, รถบรรทุก, รถพ่วง, เครื่อข่าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9d07e16ef10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
