<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซัมมิทแคปปิตอล ชูกลยุทธ์บริการรวดเร็ว ทันใจกระตุ้นยอดเช่าซื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซัมมิท แคปปิตอล ลุยกระตุ้นตลาดรถมอเตอร์ไซต์ครึ่งหลังปี 61 ชูกลยุทธ์&amp;rdquo;รวดเร็ว ทันใจ ครอบคลุมบริการทุกมิติ&amp;rdquo;หวังกระตุ้นยอดสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซต์ พร้อมโชว์ผลงานครึ่งแรกปี 61 มียอดสินเชื่อใหม่รวม 3,600 ล้านบาท คาดสิ้นปีตามเป้า 6,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค. 61 นายวิชิต พยุหนาวีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดรถยนต์และรถมอเตอร์ไซต์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 โดยข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า มีการจดทะเบียนรถมอเตอร์ไซต์รวม 934,747 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ประมาณ 1.56% โดย 10 จังหวัดที่มีอันดับรถมอเตอร์ไซต์จดทะเบียนสูงสุดได้แก่ กรุงเทพ ชลบุรี เชียงใหม่ ระยอง ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา อุบลราชธานี สกลนคร และเชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของบริษัทมีตัวเลขผู้ใช้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซต์เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 นี้ บริษัมมีแผนในการกระตุ้นยอดสินเชื่อเช่าซื้อเพื่อให้บริษัทมีเป้าหมายเติบโตได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ โดยบริษัทมีกลยุทธ์&amp;rdquo;รวดเร็ว ทันใจ ครอบคลุมบริการทุกมิติ&amp;rdquo;นอกจากนี้ยังมีแผนคุมคุณภาพหนี้ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 1.1% ในปีนี้บริษัทได้ทุ่มงบ 20 ล้านบาท ลงทุนในระบบการปรับปรุงระบบจัดอันดับและให้คะแนนลูกค้าให้มีประสิทธิภาพ และมีแผนเพิ่มบุคลากรอีก 200 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเป้าหมายในปี 2561 นี้ บริษัทตั้งเป้าจะมียอดผู้ใช้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซต์ที่ประมาณ 110,000 ถึง 120,000 คัน และในปัจจุบันมีดีลเลอร์อยู่ที่ 600-700 ดีลเลอร์ และมีโชว์รูมรวมทั่วประเทศอยู่ที่ 2,000 แห่ง อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทตั้งเป้ามียอดสินเชื่อใหม่อยู่ที่ 6,000 ล้านบาท ซึ่งในครึ่งปีแรกมียอดสินเชื่อใหม่ 3,600 ล้านบาท ส่วนสินเชื่อคงค้างปัจจุบันอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าสิ้นปีนี้จะมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13772</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, ซัมมิท แคปปิตอล, ยอดสินเชื่อ, รถมอเตอร์ไซด์, รถยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b519d1e71f70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;สรรพสามิต&quot;จ่อรีดภาษีสินค้าปล่อยก๊าซ Co2 หนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สรรพสามิต&amp;quot; ถก &amp;quot;พลังงาน&amp;quot; จ่อรีดภาษีกลุ่มสินค้าที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทำลายสิ่งแวดล้อมเพิ่ม หวยออกที่กลุ่มน้ำมันขายตามสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ &amp;quot;เบนซิน-ดีเซล-โซฮอลล์&amp;quot; เข้าข่าย หลังพบปล่อยก๊าซทำลายสิ่งแวดล้อมหนัก เล็งรีดภาษีรถมอเตอร์ไซด์ เหตุปล่อยก๊าซคาร์คอนไดออกไซด์ไม่แพ้กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค. 61-นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มีการหารือกับกระทรวงพลังงาน เพื่อหาแนวทางในขยายฐานการจัดเก็บภาษีก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ (CO2) กลุ่มสินค้าที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทำลายสิ่งแวดล้อมเพิ่ม โดยกรอบการหารือพูดถึงชนิดของสินค้า และปริมาณที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ รวมถึงรูปแบบการเก็บภาษี เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า สินค้าใดควรเข้าข่ายการเสียภาษีเพิ่มบ้าง และอัตราภาษีที่เหมาะสมควรอยู่ที่เท่าไร แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าจะเก็บภาษีดังกล่าวเพิ่มจากสินค้าชนิดใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมฯยืนยันว่าการเก็บภาษี CO2 ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยเก็บภาษีจากสินค้าบางประเภทไปแล้ว เช่น รถยนต์ และที่สำคัญการเก็บภาษีจะไม่สร้างภาระให้กับผู้บริโภคให้มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแบบมีนัยยะ เพราะกรมฯต้องการแค่ขยายฐานการเก็บภาษีให้กว้างขึ้น สอดคล้องกับมาตรฐานการเก็บภาษีสากลที่หลายประเทศก็มีการเก็บภาษีในสินค้าที่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม&amp;quot; นายกฤษฎา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมสรรพสามิต ระบุว่า ในการหารือของกรมสรรพสามิตและกระทรวงพลังงาน ได้พิจารณาเตรียมเก็บภาษีคาร์บอนไดออกซ์ จากน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งกลุ่มเบนซิน ดีเซล แก๊สโซฮอล ที่จำหน่ายตามสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ เนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นตัวกลางที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก่อให้เกิดมลพิษอย่างมาก อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเก็บภาษีในอัตราเท่าไร แต่หลักการคือจะไม่กระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันในปัจจุบัน และสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้มีข้อเสนอให้กระทรวงพลังงานลดการนำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จากเชื้อเพลิงที่ใช้ภายในประเทศ &amp;nbsp;เพื่อนำเงินส่วนต่างที่ลดลงจากการส่งเข้ากองทุนฯ มาจ่ายเป็นค่าภาษีก๊าซคาร์บอนไดออกซ์แทน โดยเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้ไม่เป็นภาระแก่ผู้บริโภค เพียงแต่เป็นการปรับการบริหารจัดการ โดยโยกจากเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ บางส่วนมาแบ่งจ่ายภาษีแก่สรรพสามิตแทน ซึ่งแนวทางทั้งหมดคาดว่าจะสรุปภายใน 1-2 เดือนนี้ เพื่อเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กรมสรรพสามิต ยังอยู่ระหว่างศึกษาจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ &amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะเก็บภาษีเพิ่มเพียงคันละ 150-250 บาท จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการเพิ่มราคาขายปลีกรถจักรยานยนต์ และทำให้ผู้บริโภค ผู้มีรายได้น้อยได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากผู้ผลิตอาจเลือกรับภาระภาษีไว้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พบว่าปัจจุบันรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในประเทศ 80% เป็นรถจักรยานยนต์มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 150 ซีซี มีราคาขายปลีกประมาณ 3-5 หมื่นบาทต่อคัน ซึ่งมีภาระภาษีสรรพสามิต 750-1,250 บาทต่อคัน แต่หากมีการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จะมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.5% ของราคาขายปลีก หรือมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 150-250 บาทต่อคัน&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กรมสรรพสามิตมีการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ ตามหลักการความฟุ่มเฟือย โดยแบ่งประเภทของอัตราภาษีตามขนาดความจุของกระบอกสูบ แต่เนื่องจากเทคโนโลยีการผลิตมีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดังนั้น จึงมีแนวคิดในการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นไปตามหลักการจัดเก็บภาษีเพื่อสิ่งแวดล้อม และจะส่งผลดีต่อการสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบอุตสาหกรรมในประเทศในการพัฒนาเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5735</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา จีนะวิจารณะ, คาร์บอนไดออกไซด์, พลังงาน, ภาษี, รถมอเตอร์ไซด์, สรรพสามิต, สิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab749bb71256.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
