<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาค1โชว์ผลงานทลายแก๊งโจรกรรมรถยนต์ตามห้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1(บช.ภ.1) พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.), พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 &amp;nbsp;(ผบช.ภ.1), พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) และ พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนภาค 1 (ผบก.สส.ภ.1) แถลงผลการจับกุมตัวนายพิชิตชัย บุญมี อายุ 36 ปี, นายวิเชียร สนทีรัก อายุ 38 ปี, นายนิคม สายบุญจันทร์ อายุ 51 ปี และ นายกมล ชลวิหารพันธ์ อายุ 64 ปี พร้อมของกลาง รถยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง โดยจับกุมได้เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.เพิ่มพูน เผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณเดือน พ.ย.63-ก.พ.64 &amp;nbsp;ได้มีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุลักรถยนต์ บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าใน จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 คัน โดยมีพฤติการณ์ในการก่อเหตุเหมือนกัน ต่อมาศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปจร.ตร. ) ได้สั่งการให้มีการสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายดังกล่าวในทุกมิติ ตำรวจภูธรภาค1 โดยศูนย์ปราบปรามปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ (ศปจร.ภ.1 ) ได้ทำการสืบสวนขยายผลเครือข่ายกลุ่มขบวนการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนทราบว่าเครือข่ายลักรถยนต์ได้ก่อเหตุในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 3 ครั้ง และมีพฤติการณ์ในการก่อเหตุเหมือนกัน โดยจะก่อเหตุในเวลากลางวันและจะเลือกสถานที่ก่อเหตุภายในห้างสรรพสินค้า โดยคนร้ายใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีดำในการก่อเหตุ ซึ่งกลุ่มคนร้ายจะไปดักรอดูรถตามห้างสรรพสินค้า เมื่อพบรถที่ต้องการและผู้เสียหายจอดเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้า 1 ในคนร้าย เดินติดตามผู้เสียหายเข้าไปในห้างสรรพสินค้าเพื่อดูต้นทาง และส่งสัญญาณให้คนร้ายที่อยู่ภายนอกก่อเหตุลักทรัพย์รถยนต์คันของผู้เสียหาย โดยใช้วิธีทำลายระบบสัญญาณกันขโมย และระบบล็อกกุญแจของรถคันดังกล่าวและขับขี่หลบหนีออกไป &amp;nbsp;จากนั้นจะนำรถยนต์ที่ลักมาไปตัดแปลงสภาพที่อู่ ก่อนนำไปขายต่อนำเงินที่ได้จากการขายรถยนต์มาแบ่งกัน กระทั่งสืบสวนทราบตัวคนร้ายจึงออกหมายจับทั้ง 4 คนและสามารถติดตามจับกุมได้พร้อมของกลาง &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่น โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิดหรือรับของโจร ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนพร้อมของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.เพิ่มพูนเผยอีก ว่านายพิชิตชัย เคยถูกจับกุมก่อเหตุลักทรัพย์รถยนต์พื้นที่ จ.ปทุมธานี เมื่อปี 2557 พึ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำเมื่อเดือน ก.ย.2563 ก่อนมาก่อเหตุซ้ำ โดยการเลือกก่อเหตุจะทำตามออเดอร์ที่สั่งมา โดยส่วนใหญ่จะเน้นรถโตโยต้า เช่น ฟอร์จูนเนอร์ วีโก้ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่งขายราคาคันละ 50,000-120,000 บาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97876</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผช.ผบ.ตร., ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ, ภาค 1, รถยนต์, โจรกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_6064189e8ae3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัปดาห์แห่งความรักเพิ่งผ่านไป สถานีต่อไปคือ “สัปดาห์แห่งความคุ้ม”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-left:4.5pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:4.5pt&quot;&gt;เตรียมพบกับ BMW Executive Car Week LIVE Show ที่จะพาคุณไปพบกับมหกรรมรถยนต์มือสอง ไมล์น้อยราคาดี การันตีคุณภาพมากกว่า 100 คัน โดยสามารถรับชม Live บรรยากาศสดๆ ผ่านช่องทาง Facebook ผู้จำหน่ายฯ อย่างเป็นทางการ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:4.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:4.5pt&quot;&gt;- ฟรี! โปรแกรมขยายคุณภาพการรับประกันรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู (BMW Extended Protect) นานสูงสุด 2 ปี หรือคุ้มครองสูงสุด 200,000 กม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:4.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:4.5pt&quot;&gt;- บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:4.5pt&quot;&gt;พบกันวันที่ 20-26 กุมภาพันธ์นี้ หรือรับรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://usedcar.bmw.co.th/&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:4.5pt&quot;&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คลิก https://bit.ly/3a5CSLJ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:4.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:4.5pt&quot;&gt;*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93724</URL_LINK>
                <HASHTAG>BMW, รถยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210221/image_big_6031df4dc16be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อุบัติเหตุพุ่ง3% พบสาเหตุหลักมาจากขับรถเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
กรมทางหลวง สรุปอุบัติเหตุบนทางหลวงเดือนพ.ค. 62 พบผู้เสียชีวิตลดลง 4% แต่อุบัติเหตุเพิ่มขึ้น3% สาเหตุหลักขับขี่ด้วยความเร็ว &amp;nbsp;ภาคอีสานเยอะสุด 22% เร่งประสานตำรวจทางหลวงใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
21 มิ.ย. 62 - นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)เปิดเผยว่าสำนักอำนวยความปลอดภัย ได้สรุปรายงานข้อมูลอุบัติเหตุบนทางหลวงทั่วประเทศประจำ &amp;nbsp;เดือนพฤษภาคม 2562 จากการรายงานอุบัติเหตุทางระบบ HAIMS พบว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นบนทางหลวงในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง จำนวน 886 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 137 คน ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 890 คน จำนวน &amp;nbsp; รถที่เกิดอุบัติเหตุ 1,299 คัน เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของกรมทางหลวงเสียหายประมาณ 13 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบสถิติอุบัติเหตุประจำเดือนพฤษภาคม 2561 จำนวนอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 3% ผู้เสียชีวิตลดลง 4% บาดเจ็บเพิ่มขึ้น 24% จำนวนรถที่เกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น 10% ซึ่งสาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุมาจากผู้ขับขี่ขับรถด้วยความเร็วสูงกว่ากฎหมายกำหนด 66% (587 ครั้ง) รองลงมาได้แก่ หลับใน 9% (77 ครั้ง) การตัดหน้าระยะกระชั้นชิด 6% &amp;nbsp; &amp;nbsp;(51 ครั้ง) และอุปกรณ์รถบกพร่อง 5% (43 ครั้ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบริเวณทางตรง 65% (574 ครั้ง) ทางโค้งปกติ 15% (130 ครั้ง) และทางแยก 6% (56 ครั้ง) ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ได้แก่ รถปิคอัพบรรทุก 4 ล้อ 37% (488 คัน) รถยนต์นั่ง 26% (343 คัน) และรถบรรทุกมากกว่า 10 ล้อ (รถพ่วง) 10% (132 คัน) ซึ่งหากจำแนกตามภาคของการเกิดอุบัติเหตุพบว่าเส้นทางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกิดอุบัติเหตุสูงสุด 22% ภาคเหนือ 21% และภาคตะวันออก 15%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทางหลวงที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ทางหลวงหมายเลข 7 หนองรี &amp;ndash; หนองขาม จำนวน 24 ครั้ง หากจำแนกตามรายจังหวัดพบว่าจังหวัดชลบุรีเกิดอุบัติเหตุสูงสุด รองลงมาได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนครราชสีมา ตามลำดับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้มีมาตรการแก้ไขที่ได้ดำเนินการร่วมกับตำรวจทางหลวงในการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจจับความเร็วยานพาหนะที่วิ่งบนทางหลวง ซึ่งเป็นมาตรการที่สำคัญในการลดและป้องกันอุบัติเหตุ &amp;nbsp;ที่อาจเกิดขึ้น กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดขับขี่ด้วยความระมัดระวังและปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม &amp;ldquo;ขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด มอเตอร์ไซด์ เปิดไฟใส่หมวก&amp;rdquo;พร้อมรณรงค์ผู้ใช้ทางไม่ขับบนไหล่ทาง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อความปลอดภัยของท่านและผู้ร่วมทาง รวมถึงป้องกันและลดอุบัติเหตุให้ได้ประสิทธิผลอีกด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
หากประชาชนผู้ใช้ทางต้องการแจ้งอุบัติเหตุหรือสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39039</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง(ทล.), รถยนต์, สำนักอำนวยความปลอดภัย, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b5552e3175.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอท.โอดยอดผลิตรถยนต์งวดพ.ค.หด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส.อ.ท.โอดยอดผลิตรถยนต์เดือนพ.ค หด 6.11% อยู่ที่ 1.81 แสนคัน หลังการผลิตเพื่อส่งออกลดลง 8.11% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ปัจจัยบวกยังมีส่งผลยอดขายในประเทศโต 3.7% มั่นใจสถานการณ์จะดีขึ้น คงเป้าผลิตทั้งปีที่ 2.15 ล้านคัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.62 -&amp;nbsp;นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่ายอดผลิตรถยนต์เดือนพ.ค.2562 ที่ผ่านมามีจำนวนทั้งสิ้น 181,338 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.11% จากการลดลงทั้งตลาดส่งออกและในประเทศ โดยการผลิตเพื่อส่งออกลดลง 8.11% อยู่ที่ 94,476 คัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกลดลง 18.86% อยู่ที่ 31,657 คัน และรถกระบะเพื่อส่งออกลดลง 1.53% อยู่ที่ 62,819 คัน สอดคล้องกับยอดส่งออกที่ลดลง 3.585% อยู่ที่ 95,331 คัน จากการลดลงเกือบทุกตลาด ยกเว้นตลาดเอเชีย ตลาดตะวันออกกลาง ตลาดยุโรป และตลาดอเมริกาเหนือ ขณะที่มูลค่าส่งออกลดลง 6.22% อยู่ที่ 48,649.82 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ 86,862 คัน ลดลง 3.83% จากการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อจำหน่ายในประเทศลดลง 3.57% อยู่ที่ 39,690 คัน และรถกระบะเพื่อจำหน่ายในประเทศลดลง 3.54% อยู่ที่ 44,436 คัน แต่ปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจในประเทศที่ยังเติบโต มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล การลงทุนของภาครัฐและเอกชน นักท่องเที่ยวต่างประเทศยังมีจำนวนมาก รวมทั้งการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ ทำให้ยอดขายในประเทศยังขยายตัวได้ 3.7% อยู่ที่ 88,097 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรายังคงตอดการผลิตทั้งปีนี้อยู่ที่ 2.15 ล้านคันอยู่ เนื่องจากมั่นใจว่ายอดการขายและส่งออกรถยนต์ในช่วงครึ่งปีหลังจะได้รับอานิสงส์ที่เป็นผลบวก และเกิดการขยายตัวเพิ่มขึ้น&amp;rdquo;นายสุรพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38480</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดตะวันออกกลาง, นักท่องเที่ยว, ยุโรป, รถกระบะ, รถยนต์, ส่งออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d021fe0bc543.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จับรถหรู&#039;ปอร์เช่&#039;ซุกในรถ6ล้อลักลอบนำเข้าชายแดนแม่สอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.61- &amp;nbsp;ที่จุดตรวจฝ่ายความมั่นคงบ้านห้วยหินฝน ถนนสายเอเชีย 12 สาย อ.แม่สอด อ.เมืองตาก บ้านห้วยฝน ตำบลแม่ปะ เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สอด ฝ่ายตำรวจสภ.แม่สอด ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 อ.แม่สอด และฝ่ายปกครอง จับกุมนายศักดิ์ดา สารีมุข &amp;nbsp;อายุ 43 ปี พร้อมด้วยของกลางรถยนต์เก๋งปอร์เช่ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียนสวม กพ.1499 ลำปาง และรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 70 &amp;ndash; 2842 ตาก ภายหลังจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า จะมีรถยนต์หรู ลักลอบข้ามมาจากฝั่งประเทศเมียนมา ไปยังจังหวัดชั้นใน จึงทำการสกัดจับ โดยรถยนต์ปอร์เช ถูกบรรทุกอยู่บนรถยนต์ 6 ล้อ และอำพรางด้วย เศษผ้าที่บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก ด้านท้ายรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์ดา ให้การว่า ได้นำรถยนต์หรูมาจากอู่รถยนต์แห่งหนึ่งในอำเภอแม่สอด เพื่อไปส่งที่ อ.เมืองตาก จากนั้นจึงจะติดต่อให้คนมารับขับรถยนต์หรู ที่ อ.เมืองตากอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ ได้จับกุมไว้ เนื่องจากรถยนต์ไม่เสียภาษี ลักลอบนำเข้า และใช้ทะเบียนปลอมอำพรางตบตาเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถยนต์หรูคันดังกล่าว เป็นรถยนต์มือ 2 มาจากประเทศญี่ปุ่น หรือ เป็นสินค้าประเภทถ่ายลำ ที่ส่งไปประเทศเมียนมาร์ แต่น่าจะมีการยักยอกไว้ในประเทศไทย เพื่อนำมาสงมทะเบียนไทย และใช้ในประเทศ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว โดยลักลอบออกไปทางด้านสาย อ.แม่ระมาด - อ.บ้านตาก และสาย อ.แม่สอด - อ.เมืองตาก และในปัจจุบันนี้ มีรถยนต์มือสอง จากประเทศญี่ปุ่น นับ กว่า 1,000 คันขึ้นไปถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรแม่สอดยึดไว้ บริเวณท่าขนส่งสินค้า เนื่องจากจอดในเขตไทยเกินระยะเวลาที่กฏหมายกำหนด ซึ่งรถยนต์เริ่มเสื่อมสภาพ หรือ แทบจะกลายเป็นสุสานรถยนต์ไปแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17376</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตาก, ทหาร, รถยนต์, รถหรู, ลอบนำเข้า, ศุลกากร, แม่สอด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b988c79a2b29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปอร์เช่ เคย์แมน จีที4 คลับสปอร์ต GT4 Clubsport รถแข่งต้นแบบสำหรับทางวิบาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ปอร์เช่พัฒนารถสปอร์ตสายพันธุ์ล่าสุดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลงสนามทดสอบในรายการแรลลี่สุดทรหด ADAC Rallye Deutschland ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-19 สิงหาคม 2018 ที่ผ่านมา: รถต้นแบบคันพิเศษมีชื่ออย่างเป็น ทางการว่า ปอร์เช่ เคย์แมน จีที4 คลับสปอร์ต พร้อมแล้วสำหรับการตะลุย เส้นทางทุรกันดาร โดยปอร์เช่ต้องการใช้รถต้นแบบคันนี้เพื่อเป็นแนวทาง ในการสร้างสรรค์รถแข่งระดับ FIA R-GT ซึ่งมีพื้นฐานใกล้เคียงกับรถสปอร์ตทางเรียบรุ่น GT จากสายการผลิตปกติมากที่สุด รถแข่งต้นแบบคันนี้จะถูกทดสอบ ภายใต้สภาวะของการแข่งขันจริงทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาและสามารถพัฒนาต่อเนื่องจนกระทั่งกลายเป็นรถแข่งแรลลี่สำหรับรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าผู้รักการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตสไตล์วิบากในลำดับต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;นักแข่งรถยนต์สังกัดทีมโรงงานปอร์เช่ ผู้รับบทบาทหน้าที่ในการขับรถทดสอบ คือ Romain Dumas (ชาวฝรั่งเศส) หนึ่งในนักแข่งที่ได้รับการยอมรับว่ามีทักษะการขับขี่ยอดเยี่ยมและครบเครื่องที่สุดในโลกของกีฬาความเร็วระดับสากล ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปีในชีวิตนักแข่งเจ้าของตำแหน่งชนะเลิศรายการ Le Mans เขาลงแข่งขันแรลลี่มาแล้วทั่วทุกมุม โลกด้วยทีมแข่งของตนเอง นอกจากนี้ Dumas ยังเคยได้รับชัยชนะในรายการแข่งรถขับขึ้นเขาระดับตำนาน Pikes Peak ถึง 4 สมัย และเป็นเจ้าของสถิติเวลาเร็วที่สุดอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น Richard Lietz (ชาวออสเตรีย) และ Timo Bernhard (ชาวเยอรมัน) ซึ่งเป็นนักแข่งสังกัดโรงงานปอร์เช่และมีประสบการณ์ในการแข่งขันแรลลี่มาแล้วทั้งคู่ ยังได้ร่วมเป็นนักขับ ในโครงการพัฒนารถแข่งต้นแบบ เคย์แมน จีที4 คลับสปอร์ต (Cayman GT4 Clubsport) เช่นเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ปอร์เช่ เคย์แมน จีที4 คลับสปอร์ต ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลงสนามแข่งขันในรายการระดับ clubsport หลากหลายรายการทั่วโลก นับตั้งแต่ฤดูกาล 2016 เป็นต้นมา รถคันนี้ได้รับการติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ 6 สูบนอนวางกลาง ขับเคลื่อนล้อหลัง ขนาดความจุ 3.8 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุดถึง 385 แรงม้า (283 กิโลวัตต์) พร้อมถ่ายทอดพละกำลังขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัทช์คู่ PDK ควบคุมการเปลี่ยนจังหวะได้ตาม ต้องการด้วย shift paddles บนพวงมาลัย สำหรับการแข่งขันแรลลี่ทางวิบาก รถคันนี้ได้รับการติดตั้งแผ่นโลหะปิดใต้ท้อง เพิ่มเติม รวมทั้งเสริมวัสดุโฟมสังเคราะห์ดูดซับแรงกระแทก เพื่อป้องกันความเสียหายภายในแผงประตูลักษณะเดียวกัน กับรถแข่งรายการแรลลี่ WRC &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;Dr. Frank-Steffen Walliser รองประธานกรรมการผู้รับผิดชอบส่วนงานมอเตอร์ สปอร์ตและรถยนต์รุ่น GT ของปอร์เช่ เปิดเผยว่า ผมขอเชิญนักแข่งทุกท่านและเจ้าของทีมแข่งทุกทีมที่มีความ สนใจในโครงการของเรา เข้ามาเยี่ยมชม service park และร่วมสัมผัสรถแข่งแรลลี่ต้นแบบของเราคันนี้อย่างใกล้ชิด ทุกความคิดเห็นและเสียงตอบรับมีความหมายต่อการพัฒนาในอนาคต และถูกนำไปพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนภายใน สิ้นปีนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจลงมือเดินหน้าพัฒนาโครงการรถแข่งแรลลี่ระดับมาตรฐานโดยสร้างขึ้นจากยนตกรรมปอร์เช่รุ่นอื่นที่กำลังจะตามมาในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16787</URL_LINK>
                <HASHTAG>Cayman GT4 Clubsport, Dr. Frank-Steffen Walliser, motoring, Motorsport, ข่าวรถ, ข่าวใหม่, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ปอร์เช่ เคย์แมน จีที4 คลับสปอร์ต, ปอร์เช่., ยานยนต์ไทยโพสต์, รถยนต์, รีวิว, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8e105559638.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5 ข้อควรรู้ เพื่อการควบคุมรถอย่างปลอดภัยในระหว่างและหลังฝนตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นนักขับที่เชี่ยวชาญและเคยชินกับสภาพอากาศชื้นแฉะของฤดูฝน การควบคุมรถจึงกลายเป็นเรื่องที่ท้าทาย โดยมีสถิติสะท้อนให้เห็นความจริงที่น่าใจหายว่า อุบัติเหตุมักเกิดมากขึ้นในระหว่างฝนตก การที่ผู้ขับขี่มีสติและระมัดระวังมากขึ้นเมื่อต้องขับขี่บนถนนที่เปียกและลื่น จึงเป็นสิ่งสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อต้องขับรถออกไปท่ามกลางสายฝน ควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้เสมอ 1.ละลองฝ้าเกาะกระจกและหน้าต่าง ควรเปิดเครื่องปรับอากาศเพื่อสลายความชื้นภายในรถ หากรถของคุณไม่มีระบบปรับอากาศ ควรเปิดหน้าต่างด้านหลัง ให้มีช่องว่างเพียงพอให้อากาศถ่ายเท 2.การชะลอความเร็วเมื่อขับขี่บนถนนเปียก เป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากพื้นผิวที่เปียกแฉะจะทำให้ผู้ขับขี่บังคับรถได้ไม่ดีเท่ากับการขับบนพื้นถนนแห้ง นอกจากนี้ อาจต้องใช้ระยะเบรกเพิ่มขึ้นเท่าตัว รวมทั้งอาจบังคับพวงมาลัยหลีกสิ่งกีดขวางต่างๆ ได้ไม่ดีนัก 3.ระยะห่างระหว่างรถของคุณ&amp;nbsp; ควรรักษาระยะห่างระหว่างรถของคุณกับรถคันหน้าให้เหมาะสม เนื่องจากอาจต้องใช้ระยะเบรกยาวขึ้นเมื่อขับรถบนถนนที่เปียกแฉะ นอกจากนี้ การรักษาระยะห่างเอาไว้ จะช่วยไม่ให้รถโดนน้ำที่กระเซ็นมาจากรถคันข้างหน้า ซึ่งจะช่วยให้ทัศนวิสัยดีขึ้น 4.เทคนิคด้านมุมมองเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับขี่อย่างปลอดภัย ผู้ขับขี่ควรมองไปบนถนนข้างหน้า ไปที่จุดหมายเบื้องหน้าที่ต้องการจะไปเสมอ 5.การเลี้ยวกระทันหันหรืออย่างกระชากรุนแรง โดยเฉพาะบนพื้นถนนที่แฉะและลื่น อาจทำให้รถสูญเสียการทรงตัว ควรขับขี่ด้วยการบังคับพวงมาลัยอย่างนุ่มนวลและระมัดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากเทคนิคเหล่านี้แล้ว ต้องมั่นใจว่าได้เลือกใช้ยางที่เหมาะสม และมีการตรวจสภาพยานพาหนะของคุณอยู่เสมอกู๊ดเยียร์พร้อมตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โดยเสริมสมรรถนะด้านความปลอดภัยขณะขับขี่ท่ามกลางสายฝนด้วยยางรุ่นแอชชัวแรนซ์ ทริปเปิ้ลแมกซ์ 2 ที่สะท้อนความก้าวหน้าของนวัตกรรมยาง ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยกว่าเดิมแม้ในสภาพถนนเปียก เพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน การควบคุมทิศทางของรถ และการเบรกที่ดียิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคมาเป็นอันดับหนึ่ง คือหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจของกู๊ดเยียร์มาโดยตลอด ยางรุ่นแอชชัวแรนซ์ ทริปเปิ้ลแมกซ์ 2 จึงตอบโจทย์ความต้องการของผู้ผลิตยานยนต์ทั้งหลาย ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่าผู้ขับขี่จะมองเห็นจุดเด่นของยางรุ่นนี้ได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านสมรรถนะพร้อมรองรับสภาพอากาศที่เปียกชื้น และการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิม &amp;nbsp;ยางรุ่นแอชชัวแรนซ์ ทริปเปิ้ลแมกซ์ 2 ของกู๊ดเยียร์ ใช้ส่วนผสมคอมปาวด์ยางที่ล้ำหน้า เสริมด้วยซิลิก้ามากขึ้น และยางเรซินที่ยึดติดแน่น เพื่อเสริมความเหนียวทนทาน เมื่อผสานกับการออกแบบลายดอกยางแบบอสมมาตรอันล้ำสมัย และการออกแบบโพรงอากาศในยางให้มีทรงเหลี่ยมมากกว่าเดิม เส้นยางจึงมีหน้าสัมผัสเต็ม ผิวหน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนได้เต็มพื้นที่ที่สุดในพื้นที่เปียกแฉะ ยางรุ่นแอชชัวแรนซ์ ทริปเปิ้ลแมกซ์ 2 จึงช่วยให้ระยะเบรกสั้นลงเมื่อเทียบกับยางคู่แข่งชั้นนำ ทั้งนี้ คอมปาวด์ยางรุ่นใหม่ได้รับการทดสอบแล้วในทุกสภาวะอากาศและสภาพถนน ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยให้ผลทดสอบที่แสดงสมรรถนะแห่งความปลอดภัยไร้กังวล ยางรุ่นแอชชัวแรนซ์ ทริปเปิ้ลแมกซ์ 2 ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่รถส่วนบุคคลขนาดกลาง มีความมั่นใจและสามารถควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบนถนนที่เปียกหรือชื้นแฉะ ขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะนำผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบมาสู่เซกเมนต์นี้ในตลาดรถยนต์ ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15919</URL_LINK>
                <HASHTAG>goodyear, thaipost, wheel, กู๊ดเยียร์, ข่าวรถ, ข่าวรถยนต์, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ยาง., ยานยนต์ไทยโพสต์, รถยนต์, รีวิว, เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย, แอชชัวแรนซ์ ทริปเปิ้ลแมกซ์ 2, ไทยโพสต์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb16c636bdcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
