<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯเข้มมาตรการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะและรถแท็กซี่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 มิ.ย.2563 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)เปิดเผยว่า เพื่อป้องกันและควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดำเนินการอย่างเคร่งครัด แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการบังคับใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วก็ตาม กรมการขนส่งทางบกจึงออกประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง มาตรการปฏิบัติเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์สาธารณะ สถานีขนส่งผู้โดยสาร พนักงานขับรถ ผู้บริการ และผู้โดยสาร โดยเฉพาะการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ผู้โดยสารต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่จังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด ห้ามลงจากรถระหว่างทางหรือในสถานที่ซึ่งมิใช่ที่หยุดหรือจอดตามที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ผู้โดยสารทุกคนต้องกรอกแบบคำถามสุขภาพ (แบบ ต.8-คค) เพื่อประโยชน์ต่อการควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ประกอบการขนส่งจะแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการการจำกัดการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ และมาตรการป้องกันโรคตามที่จังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดให้ผู้โดยสารได้รับทราบในเวลาการจำหน่ายตั๋วโดยสารและก่อนขึ้นรถโดยสาร ในกรณีที่ผู้โดยสารไม่พร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดดังกล่าว สามารถเลื่อนเวลาการเดินทางหรือคืนเงินค่าโดยสารให้แก่ผู้โดยสารได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตม์ กล่าวว่าขอความร่วมมือผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดการเดินทาง และห้ามรับประทานอาหารบนรถ เว้นแต่กรณีจำเป็น เพื่อป้องกันการถอดหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าระหว่างเดินทาง รวมถึงให้ปฏิบัติตามมาตรการ Social Distancing เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 เมตรอย่างเคร่งครัด ทั้งภายในรถโดยสาร และสถานีขนส่งผู้โดยสาร และเข้ารับการคัดกรองเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเดินทาง กรณีพบผู้โดยสารที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส หรือไม่ให้ความร่วมมือในการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ ไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ผู้ประกอบการขนส่งสามารถปฏิเสธการให้บริการได้ เช่นเดียวกับ การให้บริการของผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานประจำรถ หากละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด กรมการขนส่งทางบกจะพิจารณาลงโทษตามกฎหมายในสถานหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของมาตรการด้านความสะอาด ขอให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด โดยเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสภายในรถ และอาคารสำนักงาน ช่องจำหน่ายตั๋ว ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร เช่น ราวจับ ที่จับบริเวณประตูรถ ที่นั่ง ราวจับบันได บันไดเลื่อน ปุ่มกดลิฟต์ และห้องน้ำ เป็นต้น จัดให้มีแอลกอฮอล์เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบริการประชาชน จัดสถานที่นั่งรอ และการเข้าแถวซื้อตั๋ว หรือเดินขึ้นรถโดยสาร ให้เว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัสหรือแพร่เชื้อโรคทางฝอยละอองน้ำลาย เมื่อหยุดพักรถให้เปิดประตูหรือหน้าต่าง และเปิดเครื่องระบายอากาศภายในรถ ขอความร่วมมือตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จะคลี่คลายหรือมีการประกาศเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65017</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19), จิรุตม์ วิศาลจิตร, รถยนต์สาธารณะ, รถแท็กซี่, รถโดยสารสาธารณะ, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5a54eae092f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
