<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมรถร่วมขสมก. ยื่นคมนาคมเรียกร้อง 4 ข้อ เยียวยาโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.63-นายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน พร้อมสมาชิก ยื่นหนังสือถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เรื่องขอขยายเวลาแผนปฏิรูปเส้นทางรถโดยสารประจำทางทั้ง 269 เส้นทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลออกไปอีก 3 ปี โดยมีนายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คมนาคม เป็นผู้รับหนังสือ จากนั้นได้ประชุมร่วมกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และ สมาคมต่อ

นายวิทยา เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางเส้นทางหมวด 1 และรถนิบัสที่เดินรถในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือโควิด-19 จึงเสนอข้อเรียกร้อง 4 ข้อ คือ 1.ขอขยายระยะเวลายื่นคำขออนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร เส้นทางหมวด 1 ในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง (ตามแนวทางปฏิรูปช่วงถ่ายโอนการกำกับดูแล) พ.ศ.2562 ที่ประกาศ ณ วันที่ 1 ก.ค.62 ออกไปอีก 3 ปี

2.ขอให้ใช้รถเก่าต่อไปได้อีกอย่างน้อย 3 ปี 3.ขอให้รัฐจัดหาแหล่งเงินทุน เพื่อจัดหาซื้อรโดยสารใหม่ และขอให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น เนื่องจากในโครงการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สำหรับเส้นทางของผู้ประกอบการรถร่วมที่ ขบ. ต้องจัดสรรให้ 54 เส้นทาง และออกใบอนุญาตประกอบการเดินรถแล้ว 48 เส้นทาง แบ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ 31 เส้นทาง และ รายย่อย 17 เส้นทาง ทำให้รายย่อยไม่มีแหล่งทุนลงทุน

และ 4.ขอให้กระทรวงคมนาคมประสานไปยัง ปตท. ให้ขยายระยะเวลาการลดราคาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติอัด NGV ที่ ปตท. ให้ความช่วยเหลือรถโดยสารสาธารณะจากเดิมราคา 15.65 บาท ต่อกิโลกรัม (ก.ก.) เหลือ 10.67 บาท ต่อ ก.ก.มาตั้งแต่ 1 เม.ย.63 และสิ้นสุด 30 มิ.ย.63 แต่ขณะนี้ไวรัสโควิด-19 ยังระบาดอยู่ จึงขอให้ ปตท. ยังคงลดราคาเชื้อเพลิงสำหรับรถโดยสารสาธารณะลงเหลือราคา 10.67 บาท ต่อ ก.ก. ออกไปอีก 3 เดือน หรือจนกว่าสถานการณ์กลับมาปกติ

&amp;ldquo;การเรียกร้องครั้งนี้เกรงว่ารถร่วมเดิมที่มี 100 กว่าเส้นทาง แต่เมื่อการปฏิรูปเส้นทางลดเหลือ 54 เส้นทาง ทำให้รถร่วมที่มีกว่า 46 เส้นทาง จำนวนรถ 2,000 กว่าคัน และพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสารต้องตกงานและหายไปจากระบบ ทั้งที่ได้ดำเนินธุรกิจมา 40 กว่าปีแล้ว ดังนั้นจึงคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่เรื่องดังกล่าวสามารถประกอบธุรกิจร่วมกันได้ ทั้งนี้หากไม่พิจารณาให้จะไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต่อไป&amp;rdquo; นายวิทยากล่าว

ด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดี ขบ. กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับฟังข้อกังวลของผู้ประกอบการรถร่วมเรื่องแผนฟื้นฟู ขสมก. กรณีปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ที่เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้ ขณะนี้ได้ออกใบอนุญาตประกอบการเดินรถให้เอกชนแล้ว 56 เส้นทาง แต่ที่มีปัญหาเอกชนกว่า 40 เส้นทางที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต เนื่องจากไม่สามารถรวมกลุ่มเป็นนิติบุคคลได้ ตามข้อกำหนดของ ขบ. ระบุว่า 1 เส้นทางต้องมีผู้ประกอบการเพียงรายเดียวเท่านั้น

นายจิรุตม์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเสนอ 4 ข้อนั้น ที่ประชุมมอบหมายให้ ขบ. ขสมก. และ ผู้ประกอบการหารือร่วมกันกับแนวทางออกเรื่องดังกล่าวต่อไป คาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้จะได้ข้อสรุป เพราะข้อเรียกขยายระยะเวลาการลดราคาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติอัด NGV นั้น วันที่ 11 มิ.ย.นี้ จะหารือกับกระทรวงพลังงานต่อไป ส่วนแหล่งเงินทุน ขบ. จะประสานงานไปยังสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อเข้าตามหลักเกณฑ์ ส่วนปัญหาผู้ประกอบการกว่า 40 เส้นทางที่ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบการเดินรถนั้น ได้มอบหมายให้ ขสมก. ไปดำเนินการต่อไป

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการกว่า 40 เส้นทางที่ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบการเดินรถ ขสมก. จะเปิดให้ผุ้ประกอบการรถร่วมเข้ามาประมูลเส้นทางต่อไป โดยผู้ประกอบการที่เข้ามาต้องเป็นภาคสมัครใจเข้ามายื่นประมูล ต้องมีความพร้อม คุณสมบัติตามที่ ขสมก. กำหนด ทั้งมีรถใหม่ เพื่อให้บริการประชาชนได้มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68314</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถร่วมขสมก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee091df9326f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 23:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สนข.เล็งดึงรถร่วมขสมก.เข้าระบบตั๋วร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนข.เล็งดึงรถร่วมขสมก.-บขส.เข้าระบบตั๋วร่วมหลังคนต่างจังหวัดอยากแตะบัตรแมงมุม เผย ช.ทวียอมเปลี่ยนระบบ E-Ticket รับตั๋ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จ ประดิษฐ์เพชร ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการประชุมร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการรถเมล์เอกชนร่วมบริการ รถร่วมฯ ขสมก.และกลุ่มรถโดยสารสาธารณะเอกชนร่วมบริการ รถร่วมฯ บขส. หลังจากที่กระทรวงการคลังได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมนำระบบเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะด้วยบัตรใบเดียวหรือตั๋วร่วมไปใช้กับรถบัสร่วมบริการในท้องถิ่นตามต่างจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเนื่องจากประชาชนท้องถิ่นมีความต้องการใช้ตั๋วร่วมและการสแกนบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยผ่านเครื่องอ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) บนตัวรถอีกด้วย ควบคู่ไปกับการติดตั้งระบบอ่านบัตรตั๋วร่วมบนรถเมล์ในกรุงเทพซึ่งมีอยู่ราว 1 หมื่นคัน มิใช่เพียงติดตั้งแต่รถเมล์ ขสมก.เพียง 2.6 พันคันเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะมีการแนะนำแนวทางการติดตั้งให้กับผู้ประกอบการรวมถึงเม็ดเงินการลงทุนด้วย ซึ่งการลงทุนติดตั้งเครื่องอ่านบัตรนั้นมีอยู่หลายระดับทั้งของจีนและของยุโรป ราคาต่อเครื่องอยู่ที่ราว 1-2 หมื่นบาท ทั้งนี้เครื่องอ่านบัตรต้องได้มาตรฐานตามที่กระทรวงคมนาคมกำหนดด้วย หลังจากนั้นต้องติดตั้งระบบซอฟต์แวร์อ่านตั๋วร่วมตามมาตรฐานของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ซึ่งระบุว่าเป็นเวอร์ชั่น 2.5 โดยผู้ประกอบการสามารถติดต่อขอตัวซอฟต์แวร์จากรฟม. ส่วนด้านรถร่วมฯขสมก.สามารถขอความช่วยเหลือจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ด้านการติดตั้งโปรแกรมเพื่อลดภาระค่าใส่ระบบซอฟต์แวร์ได้อีกด้วย ดังนั้นจึงเชื่อว่าขสมก.จะติดตั้งระบบตั๋วร่วมได้ทัน 1 ต.ค. แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จกล่าวต่อว่าส่วนกรณีที่ระบบซอฟต์แวร์ของขสมก.ไม่ตรงกับที่รฟม.ออกแบบมานั้น สนข.ได้หารือร่วมกับบริษัท ช.ทวี จำกัด(มหาชน) หรือ CHO และขสมก.เรียบร้อยแล้วเบื้องต้นเอกชนยินยอมที่จะกลับไปปรับปรุงพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ให้เป็น 2.5 เหมือนกับที่รฟม.กำหนด คาดว่าจะใช้เวลาปรับปรุงซอฟต์แวร์ราว 1 เดือนก่อนนำไปติดตั้งในเครื่องอ่านบัตร E-Ticket บนรถเมล์แต่ละคันอีกที &amp;nbsp;ทั้งนี้การปรับปรุงดังกล่าวไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหัวอ่านในเครื่อง E-Ticket เพราะเป็นแค่งานเทคนิคด้านคอมพิวเตอร์เท่านั้น อย่างไรก็ตามในอนาคตเมื่อมีการนำระบบบัตร EMV มาใช้ในช่วงปลายปี 2562 เพื่อเปลี่ยนถ่ายระบบตั๋วร่วมไปเป็น 4.0 แล้วเชื่อว่าผู้ให้บริการขนส่งจะต้องลงทุนเปลี่ยนหัวอ่านบัตรให้รองรับระบบดังกล่าว ทั้งนี้คาดว่าผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวอย่างบีทีเอสจะต้องเข้ามาร่วมเชื่อมต่อกับบัตรระบบ EMV แน่นอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12191</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรแมงมุม, รถร่วมขสมก., รถเมล์, ระบบตั๋วร่วม, สนข.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180622/image_big_5b2c8d7d73464.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 23:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 23:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนรถร่วมโอดขาดทุน ชี้ค่าโดยสารควรเริ่มต้นที่ 20 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอกชน โอดเป็นหนี้เพราะคิดราคาต่ำกว่าต้นทุนจริง ขสมก.ชี้รถเมล์ควรเริ่มต้นที่ 20 บาท หากต้องการให้องค์กรมีกำไรตามแผนฟื้นฟู ด้านเจ๊เกียวเตรียมขายรถเก่าให้ บขส.นับพันคัน &amp;ndash; นครชัยแอร์ชงอธิบดีขนส่งมอบสวัสดิการให้ผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ พร้อมขอรัฐอุ้มภาษีรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ(รถร่วม) เปิดเผยว่าขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะนั้นภาคเอกชนอย่างรถร่วมต้องการปรับราคาให้สะท้อนกับต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมาเก็บราคาต่ำจนทำให้มีหนี้สินสะสมจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับราคาใหม่ที่เหมาะสมนั้นรถโดยสารปรับอากาศจะอยู่ที่ 20 บาทตลอดสายพร้อมกับขายตั๋ววันราคา 40 บาทโดยไม่จำกัดจำนวนเที่ยวในการเดินทาง จากปัจจุบันราคารถเมล์โดยสารปรับอากาศเริ่มต้นที่ 13 บาท ส่วนด้านหนี้สินสะสมที่ติดค้างกับขสมก.จำนวน 800 ล้านบาทนั้นทางสมาคมขอยืนยันว่าหนี้ก้อนที่เกิดในปี ‪2548-2550‬ จำนวน 400-500ล้านบาท ซึ่งในช่วงดังกล่าวนั้นราคาน้ำมันดีเซลลอยตัว ต้นทุนผู้ประกอบการสูงมาก แต่กระทรวงคมนาคมไม่ให้ปรับค่าโดยสาร โดยให้ขสมก.ยกเว้นค่าตอบแทนเพื่อช่วยเหลือ แต่ขสมก.ไม่ดำเนินการตาม ดังนั้นจึงถือว่าหนี้ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากเจตนาทำให้เอกชนไม่สามารถชำระได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหนี้ส่วนที่เหลือนั้นสมาคมพอรับได้บางส่วนโดยต้องมาเจรจาร่วมกันระหว่างขสมก.อีกครั้งหนึ่งว่าจะมีแนวทางการชำระอย่างไร แต่ทั้งนี้ต้องการให้ภาครัฐบาลประนอมหนี้พร้อมปรับลดลงเพื่อให้หนี้สินของผู้ประกอบการลดลงอยู่ในระดับที่สามารถจ่ายได้ เนื่องจากผู้ประกอบการยังต้องไปลงทุนเพื่อรองรับการดำเนินกิจการภายหลังจากกรมการขนส่งทางบกปฏิรูปเส้นทางครบ 269 เส้นทางต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวีระพงศ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) กล่าวว่าปัจจุบันรถเมล์ขสมก.เก็บค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุนจนทำให้องค์กรมีหนี้สินสะสมมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ดังนั้นตามแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อลดการขาดทุนนั้น ขสมก.จำเป็นต้องปรับราคารถโดยสารธรรมดา(รถเมล์ร้อน) ไปอยู่ที่ 15 บาท ส่วนด้านรถโดยสารปรับอากาศ(รถเมล์เย็น) ควรจะเริ่มต้นที่ 20 บาท ซึ่งอัตราค่าโดยสารดังกล่าวนั้นเป็นเรทที่ทำให้องค์กรหยุดขาดทุนแต่ยังไม่สามารถมีกำไรได้ ถ้าหากต้องการมีกำไรจำเป็นต้องปรับราคาดังกล่าวให้สูงขึ้นอีก จากปัจจุบันที่คิดราคาค่าโดยสารรถเมล์ร้อนเริ่มต้นที่ 6.5 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสุจินดา เชิดชัย หรือ เจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ(รถร่วม) บขส. กล่าวว่าการปรับโครงสร้างราคาครั้งนี้ได้เรียกร้องให้ปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร 10 สตางค์ต่อกิโลเมตร และผ่อนผันการเก็บค่าเที่ยววิ่ง (ค่าขา) โดยขอให้คิดตามจริง ทั้งนี้หากรัฐบาลไม่สามารถขึ้นราคาได้ เอกชนคงต้องลดเที่ยววิ่งลงเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ บขส.ได้ออกมาตรการช่วยเหลือโดยเสนอรับซื้อรถบัสเก่าที่ไมได้ใช้งานจำนวนนับพันคันไปดูแลเพื่อลดภาระของผู้ประกอบการรถร่วมบขส. ส่วนตัวเลขเรื่องจำนวนที่แน่ชัดในการขายครั้งนี้รวมถึงราคาค่าใช้จ่ายนั้นขอเวลาอีกราว 1 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด กล่าวว่าแผนการปรับโรงสร้างราคาค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะใหม่ของภาครัฐบาลนั้นหากไม่สามารถปรับขึ้นค่าโดยสารให้กับผู้ประกอบการได้ รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถอยู่ได้เพื่อรับใช้ประชาชนร่วมกันต่อไป โดยเริ่มจากการยกเว้นภาษีเงินได้ของผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะเพราะเป็นงานบริการประชาชน ตลอดจนภาษียิบย่อยอย่างภาษีค่าน้ำมัน ภาษียานพาหนะ ภาษีท้องถิ่นรวมถึงภาษีป้าย เนื่องจากเป็นต้นทุนที่ภาครัฐสามารถสนับสนุนได้เพื่อให้ผู้ประกอบการนำเม็ดเงินไปพัฒนาคุณภาพงานบริการให้ประชาชนได้ใช้บริการอย่างสะดวกสบายมากที่สุด ทั้งนี้ตนมองว่าวิธีดังกล่าวเป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย (Win-Win Situation) คือ ลดภาระผู้ประกอบการไปพร้อมกับเพิ่มคุณภาพบริการให้ผู้โดยสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตนได้ทำหนังสือไปยังนายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เพื่อขอให้พิจารณาเพิ่มสวัสดิการให้อาชีพผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ อาทิ ยกเว้นภาษีรายได้ให้ผู้ขับขี่ สวัวดิการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สวัสดิการบ้านพักอาศัยรวมถึงสวัสดิการด้านการศึกษาสำหรับบุตร เพราะตนมองว่าเป็นอีกแนวทางในการเพิ่มคุณภาพบริการ หากผู้ขับขี่มีความสุขก็จะส่งต่อความรู่สึกดีไปยังผู้โดยสารและผู้คนบนท้องถนนจนไม่เกิดปัญหาอย่างที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10691</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ขบ., ค่าโดยสาร, ภัทรวดี กล่อมจรูญ, รถร่วมขสมก., สนิท พรหมวงษ์, สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b1564e9e8c15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “อาคม”เบรกหัวชนฝาห้ามรถร่วมขสมก.ขึ้นค่าโดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo;เบรคหัวชนฝารถสาธารณะทุกประเภทห้ามขึ้นค่าโดยสารรอศึกษาแรับโครงสร้างราคาใหม่เสร็จภายใน2เดือน พร้อมมอบนโยบาย บอร์ดใหม่ &amp;nbsp;ขสมก.ขยายเส้นทางเดินรถเชื่อมสนามบินหารายได้เพิ่ม พร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังได้รับหนังสือพร้อมหารือกับผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง หรือรถร่วม(ขสมก.) เพื่อขอปรับขึ้นค่าโดยสาร หลังได้รับผลกระทบจากการขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี ว่า ยืนยันจะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถทุกประเภทในขณะนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงแล้ว ประกอบกับ กรมการขนส่งทางบก(ขบ.)อยู่ระหว่างการศึกษาปรับโครงสร้างค่าโดยสารระบบขนส่งใหม่ทั้งระบบ คาดว่าจะเสร็จภายใน 2เดือน จากนั้นจะมีการเรียกผู้ประกอบการมาหารือเพื่อรับทราบและหาแนวทางร่วมกันอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้มอบนโยบายให้คณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ชุดใหม่ที่มีการประชุมในวันที่ 31 พ.ค. 61 เป็นครั้งแรกโดยเน้นไปที่เรื่องของการปรับบทบาทไปเป็นผู้ประกอบการเต็มตัวภายหลังจากปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ 269 เส้นทาง เพื่อเตรียมความพร้อมแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่น ตลอดจนปรับตัวเป็นระบบขนส่งรองรับส่งประชาชนป้อนสู่ระบบรถไฟฟ้า (ฟีดเดอร์)รวมทั้งพัฒนามาตรฐานการให้บริการ นำระบบเทคโนโลยีนำมาใช้ ทั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (อีทิคเก็ต) เชื่อมสู่ระบบตั๋วร่วมหรือบัตรแมงมุมในอนาคตตลอดจนนำเทคโนโลยีเรื่องเชื้อเพลิงต่างๆ เข้ามาใช้ปัจจุบันมีหลากหลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ให้ดูฐานะการเงิน รายได้ รายจ่าย โดยเฉพาะรายจ่ายต้องเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะการหารายได้จากเส้นทางเดินรถที่มีศักยภาพ อาทิ การเปิดเดินรถเชื่อมสนามบินที่ได้รับความนิยมมากสามารถเก็บค่าบริการอัตราพิเศษได้ เช่นสาย A3 ดอนเมือง-สวนลุมพินี และ A4 ดอนเมือง-สนามหลวง ส่วนการจัดซื้อรถเมล์ใหม่นั้น ให้นำข้อเสนอแนะจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 61 ที่ขอจัดซื้อรถเมล์จาก 3,183 คัน เหลือ 3,000 คัน ล็อตแรกได้จัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ(เอ็นจีวี)489 คันไปแล้ว อนาคตจัดซื้อรถเมล์ใหม่อีก 2,000 กว่าคัน แบ่งเป็นรถเก่าปรับปรุงสภาพใหม่ 323 คัน ที่เหลือรถเมล์ใหม่เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ ที่อาจจะเป็นระบบเชื้อเพลิงดีเซล ระบบดีเซลและไฟฟ้า (ไฮบริด) และรถเมล์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งมีแนวทางการดำเนินการจัดหาอย่างไร จะเป็นรูปแบบการจัดซื้อหรือเช่าต้องพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนข้อเรียกร้องให้พิจารณาทบทวนลดอัตราค่าตอบแทนของ ขสมก.ที่เรียกเก็บจากรถร่วมลง โดยรถโดยสารธรรมดาคิดอัตราส่วนแบ่งรายได้ค่าโดยสาร 15 บาทต่อวันต่อคัน รถโดยสารปรับอากาศคิดอัตราค่าส่วนแบ่งรายได้ค่าโดยสาร 30 บาทต่อวันต่อคัน จากเดิมเคยเก็บ 35 - 305 บาทต่อวันต่อคัน และขอให้งดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับของหนี้ที่ค้างชำระ ซึ่งปัจจุบันรถร่วม ขสมก.เป็นหนี้ค่าตอบแทน ขสมก.ถึง 800 ล้านบาทนั้น เป็นเรื่องที่คณะกรรมการหรือบอร์ดของ ขสมก.ต้องพิจารณาเพื่อหาแนวทางแก้ไขประนอมหนี้ต่อไป
นอกจากนี้ได้มอบหมาย ขสมก.พิจารณาในเรื่องของค่าตอบแทนและหนี้สินค้างชำระระหว่างทางรถร่วมบริการและทาง ขสมก. ทั้งในข้อเรียกร้องข้อเสนอที่จะงดเว้นให้มีการผ่อนผันในการเก็บค่าตอบแทน ในส่วนของหนี้ค้างชำระก็จะต้องให้ทางรถร่วมฯไปหารือกับทาง ขสมก.ในรายละเอียดว่ามีหนี้สินทั้งหมดเท่าไหร่และเกิดในช่วงไหนบ้างรวมถึงจะมีวิธีการไหนที่จะประนอมหนี้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วม ขสมก. กล่าวว่าจากการหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคมนั้น ทางกระทรวงฯได้ขอให้ทางสมาคมชะลอการปรับขึ้นค่าโดยสารเพิ่มอีก 4 บาทโดยจะต้องรอผลการศึกษาโครงสร้างอัตราค่าโดยสารใหม่จากทางกรมการขนส่งทางบกก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษา อย่างไรก็ตามทางผู้ประกอบการยินดีที่จะรอความชัดเจนผลการศึกษาอีก 2 เดือน แต่หากยังไม่ได้ขอจะเดินทางเข้าหารือถึงมาตรการความช่วยเหลือจากทางกระทรวงคมนาคมอีกครั้งและทางสมาคมฯยังยืนยันว่าจะขอปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10449</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., ขึ้นค่าโดยสาร, ขึ้นราคา, นายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วม ขสมก., รถร่วมขสมก., รถเมล์, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a86f5f69a8e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
