<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โชเฟอร์สองแถว ปฏิเสธโกงเงินค่าโดยสาร ทำเด็ก ม.3 เครียดโดดสะพานลอยคิดฆ่าตัวตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.63 - พ.ต.อ.ปัญญา ดำเล็ก ผกก.สภ.สัตหีบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุพรรณ ใจหาญ สว.สส. ได้ควบคุมตัวนายจตุพล ชาวเชียงยืน อายุ 26 ปี โชเฟอร์ขับรถสองแถวสีขาว สายนาเกลือ-สัตหีบ หมายเลข 1631จ-110 มาทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริง กรณีถูกกล่าวหา โกงเงินทอนค่าโดยสาร นายบอย (สงวนชื่อสกุล) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง พื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนเป็นเหตุทำให้เด็กเกิดความเครียด พยายามกระโดดสะพานลอยหวังฆ่าตัวตาย บริเวณหน้าค่ายหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเวลา 09.30 น.วันที่ 14 ก.ย.63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ปัญญา ดำเล็ก กล่าวว่า จากการสอบปากคำ คนขับ ให้การรับสารภาพว่า เด็กคนนี้ได้ขึ้นรถมาจากบริเวณวัดหนองใหญ่ อ.บางละมุง มีจุดหมายปลายทางหน้าค่ายหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่าโดยสาร 20 บาท ส่วนหลังลงรถเด็กอ้างว่า จ่ายธนบัตรใบละ 100 บาท ยอมรับว่า จำไม่ได้ หรืออาจหลงลืม เพราะขณะนั้นมีผู้โดยสารลงพร้อมกันหลายคน และที่เด็กอ้างว่า ต่อว่าเด็กนั้น ยืนยันไม่เป็นความจริง ซึ่งไม่มีเจตนาคิดจะโกงค่ารถ หากผิดจริงก็ขอยอมรับผิดทุกอย่างตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายจรัญญา ชาวเชียงยืน อายุ 47 ปี บิดาคนขับสองแถว กล่าวว่า ลูกชายขับรถสองแถวมานานหลายปี ขอยืนยันว่า ลูกชายไม่เคยมีพฤติกรรมโกงเงินใคร หรือมีประวัติไม่ดี คาดว่าจะเป็นการเข้าใจผิดแน่นอน ขอให้สังคมอย่าประณาม ช่วยยืนอยู่บนความจริง และฟังความทั้ง 2 ฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามเพื่อนสนิทในชั้นเรียน ทราบว่า ที่ผ่านมา นายบอย จะบ่นให้ฟังเสมอถึงปัญหาชีวิต โดยเฉพาะเรื่องในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน ส่วนสาเหตุ การถูกโกงค่ารถนั้น ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เพื่อน ตัดสินใจฆ่าตัวตายแน่นอน แต่มาจากปัญหาครอบครัว และสุขภาพร่างกาย เบื้องต้น นายมนัส รุ่งปิ่น ตำแหน่ง นักวิชาการชำนาญการพิเศษ กรมการขนส่งทางบกชลบุรี ยังไม่ระบุชัดว่า คนขับมีความผิด เนื่องจากไม่ประจักษ์หลักฐาน ประกอบกับคนขับให้การปฏิเสธ แต่หากพบมีความผิด ฐานเก็บค่าโดยสารเกินที่กำหนด ก็จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77507</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถสองแถว, เด็กฆ่าตัวตาย, โกงเงินค่าโดยสาร, โรคซึมเศร้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f605ca2ee494.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบของขวัญปีใหม่&quot;ทีมเผือก&quot; เดินทางอุ่นใจ-ไร้คุกคามทางเพศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแพร่หลายผ่านรถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้า เรือ รถทัวร์ รถตู้ รถสองแถว รถแท็กซี่ แม้กระทั่งเครื่องบิน ซึ่งล้วนกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะเพศหญิงมักตกเป็นเหยื่อ และถือว่าเป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างสังคมปลอดภัยและบั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้คน จึงเป็นสิ่งที่จะต้องรณรงค์ช่วยกันหยุดยั้งสิ่งเหล่านี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเร็วๆ นี้ ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ หมอชิต (จตุจักร) เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง ร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แถลงข่าวประกาศความร่วมมือครั้งแรกของไทย ในการยกระดับรถทัวร์ไทยให้ปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศ ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;บขส.มอบของขวัญปีใหม่ ยกขบวนชวนพนักงานเผือก เพื่อรถทัวร์ปลอดภัยไร้การคุกคามทางเพศ&amp;rdquo; พร้อมเปิดตัว &amp;ldquo;ทีมพนักงานเผือก&amp;rdquo; จากพนักงาน บขส. ที่ผ่านการอบรมการสอดส่องป้องกันและแก้ไขปัญหาเมื่อมีผู้โดยสารถูกคุกคามทางเพศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบาย องค์กรแอคชั่นเอด ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการรถขนส่งสาธารณะของ บขส. 8-9 หมื่นคน/วัน ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีผู้หญิงไม่น้อยตกเป็นเป้าการถูกคุกคามทางเพศ แต่ไม่กล้าตอบโต้ ซึ่งหากตกเป็นผู้ถูกคุกคามทางเพศหรือเห็นผู้อื่นถูกคุกคาม ทั้งผู้โดยสารและพนักงานของ บขส.ช่วยยุติการคุกคามทางเพศได้ โดยการ &amp;ldquo;เผือก&amp;rdquo; หรือเข้าไปแทรกแซงเพื่อหยุดการคุกคาม เครือข่ายเมืองปลอดภัยฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงร่วมกับ บขส. เสนอมาตรการลดการคุกคามทางเพศบนรถสาธารณะ 3 แนวทาง คือ จัดอบรมพนักงาน ติดกล้องวงจรปิดภายในรถ และพัฒนาระบบการแจ้งเหตุถ้ามีการคุกคามทางเพศเกิดขึ้น และทำคลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์วิธีรับมือสถานการณ์สำหรับผู้ที่ตกเป็นเป้าการคุกคามทางเพศด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปี 2560 สำรวจพบว่า 45% ของผู้หญิงที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะเคยถูกคุกคามทางเพศในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ มีประชาชนเดินทางกลับบ้าน หรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดโดยใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเป็นจำนวนมาก ทำให้ความร่วมมือครั้งนี้มีประโยชน์อย่างมาก&amp;nbsp;


แทงสล็อต&amp;nbsp; เชื่อว่าผู้โดยสารจะเดินทางด้วยความอุ่นใจมากขึ้น เพราะพนักงานบริการบนรถ มีองค์ความรู้ทั้งในเชิงการประเมินสถานการณ์ การเข้าแทรกแซง รวมทั้งหากผู้โดยสารที่ถูกคุกคามสามารถดำเนินการทางกฎหมาย สามารถแจ้งส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ เครือข่ายเมืองปลอดภัยฯ ตั้งเป้าว่าจะขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานขนส่งสาธารณะหรือหน่วยงานกำกับดูแลการขนส่งภายใต้กระทรวงคมนาคม เช่น กรมเจ้าท่า กรมการขนส่งทางบก&amp;quot; น.ส.รุ่งทิพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า การคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นบ่อยบนระบบขนส่งสาธารณะถือเป็นความรุนแรงทางเพศรูปแบบหนึ่ง โดยกว่า 1 ใน 3 ของผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เพศต่างๆ เคยถูกคุกคามทางเพศ ทั้งนี้ ผู้ที่เคยถูกคุกคามทางเพศบนขนส่งสาธารณะ อายุมากสุดคือ 74 ปี และอายุน้อยสุดคือ 12 ปี โดยเป็นเพศหญิงทั้งสองกรณี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การคุกคามทางเพศทำให้สังคมไม่ปลอดภัยและบั่นทอนคุณภาพชีวิตของคนในสังคม จึงเป็นภารกิจของ สสส.ที่จะสนับสนุนให้การพัฒนาและเสริมศักยภาพกลไกปัญหาการคุกคามทางเพศ รวมทั้งหนุนเสริมการทำงานของเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง เพื่อสร้างให้เกิดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงและคนทุกเพศวัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งการสื่อสารรณรงค์ในแคมเปญ &amp;ldquo;เผือก&amp;rdquo; ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปค่อนข้างมาก มีการเสนอแนวทางและวิธีการง่ายๆ ในการเข้าช่วยเหลือ แทรกแซกการคุกคามทางเพศ เช่น ตะโกนส่งเสียง หยิบมือถือขึ้นมาถ่าย แจ้งพนักงานรถโดยสาร ทำเป็นทีว่ารู้จักผู้ถูกกระทำ เป็นต้น ตนจึงเห็นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยสร้างกระแสให้ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมหันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศไม่เฉพาะบนระบบขนส่งสาธารณะเท่านั้น แต่รวมถึงทุกๆ พื้นที่ในสังคมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความร่วมมือระหว่าง สสส. ภาคีเครือข่าย และ บขส. ประกอบด้วย ข้อ 1 การเสริมศักยภาพพนักงานประจำรถ บขส.ด้านความรู้ความเข้าใจและทักษะเบื้องต้นในการป้องกันการคุกคามทางเพศ ข้อ 2 พัฒนาระบบการเรียนรู้ออนไลน์สำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองของพนักงาน บขส. และข้อ 3 สื่อสารรณรงค์ให้ความรู้ปัญหาการคุกคามทางเพศรูปแบบต่างๆ พร้อมข้อมูลแหล่งความช่วยเหลือหรือแจ้งเรื่องร้องเรียนทั้งบนรถ‬บขส. และช่องทางออนไลน์อื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาววราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า นอกจากเครือข่ายจะจัดอบรมพนักงาน บขส. แล้งยังเปิดเว็บไซต์ E-learning เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเรียนรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับแนวทางการ &amp;ldquo;เผือก&amp;rdquo; หรือเข้าแทรกแซงเมื่อพบเจอเหตุการณ์การคุกคามทางเพศ เพราะพนักงานของ บขส.มีจำนวนมาก และมีพนักงานเข้า-ออกในตำแหน่งงานต่างๆ อยู่ตลอด&amp;nbsp;&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดฝึกอบรมเพียงอย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุมพนักงานทั้งหมด ขณะเดียวกัน บริการขนส่งสาธารณประเภทอื่นก็มีปัญหาการคุกคามทางเพศ การมีช่องทาง E-learning จึงเปิดโอกาสให้พนักงานของหน่วยงานขนส่งสาธารณะอื่นสามารถเข้ามาร่วมเรียนรู้ด้วยตนเองได้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้สนใจสามารถเข้าชมสื่อการเรียนรู้ได้ที่เว็บไซต์ teampueak.org แล้วคลิกเลือก &amp;ldquo;พนักงานเผือก&amp;rdquo; ก็จะพบสื่อการเรียนรู้รูปแบบและตัวอย่างการคุกคามทางเพศที่พบบ่อยบนขนส่งสาธารณะ การช่วยเหลือผู้ที่ถูกคุกคามและแหล่งช่วยเหลือที่เป็นตัวช่วยสำหรับพนักงานในการระงับเหตุ นอกจากนี้ยังมีแบบทดสอบให้ทดลองทำด้วยตัวเอง พร้อมเฉลยและคำอธิบาย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและทักษะของพนักงานในการรับมือกับปัญหาการคุกคามทางเพศด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวว่า บขส.รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับเครือข่ายเมืองปลอดภัยฯ ในการออกมาตรการและวิธีการที่หลากหลายและเป็นรูปธรรม เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศที่อาจเกิดขึ้นบนรถในระบบของ บขส. โดยมาตรการเหล่านี้ถือเป็นของขวัญจาก บขส.ที่มอบให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการในช่วงปีใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยส่งพนักงานชุดแรกเข้ารับการอบรมแนวทางการรับมือและให้การช่วยเหลือผู้โดยสารที่ถูกคุกคามทางเพศ การฉายวิดีโอประชาสัมพันธ์บนรถโดยสารของ บขส.ทุกคัน เพื่อให้ผู้โดยสารตระหนักและรับรู้แนวทางการรับมือกับปัญหาและแหล่งให้ความช่วยเหลือ ปัจจุบัน บขส.มีรถโดยสารจำนวน 480 คัน และรถร่วมของบริษัทเอกชนที่อยู่ในความดูแลของ บขส.กว่า 4,000 คัน มีเจ้าหน้าที่ 2,800 คน โดยตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2562 พนักงานและรถในระบบของ บขส.จะเข้าร่วมกับโครงการนี้ทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วิธีแก้ปัญหาในส่วนของพนักงาน บขส.ที่ถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศต่อเพื่อนพนักงานมี 2 ขั้นตอน คือ ถูกร้องเรียนครั้งแรกจะถูกตักเตือนและภาคทัณฑ์ ถูกร้องเรียนครั้งที่ 2 จะถูกไล่ออกสถานเดียว โดย 3-4 ปีที่ผ่านมามีเพียง 1 กรณีเท่านั้นที่ถูกไล่ออก จึงย้ำกับพนักงานผู้หญิงว่า หากประสบเหตุสามารถร้องเรียนได้ตลอดเวลา ส่วนกรณีการคุกคามทางเพศระหว่างผู้โดยสารกับผู้โดยสารนั้น บขส.ได้จัดให้มี Save Zone สำหรับผู้โดยสารหญิงนั่งคู่กับผู้หญิง หลีกเลี่ยง และป้องกันเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารผู้หญิงอาจถูกผู้โดยสารชายลวนลาม ทำให้ที่ผ่านมายังไม่ค่อยได้รับเรื่องร้องเรียนเช่นกัน&amp;rdquo; นายจิรศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บขส.เตรียมออกมาตรการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารใน 3 ด้าน คือ ข้อ 1 การป้องปราม โดยอยู่ระหว่างการเสนอขอติดตั้งกล้อง CCTV ทั้งภายในรถและหน้ารถ ข้อ 2 ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมในการรับมือ และมีเทคนิควิธีการในการดูแลผู้โดยสารและดูแลตนเอง และข้อ 3 พัฒนาช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้มีความสะดวกมากขึ้น จากเดิมร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ของ บขส. &amp;ldquo;‮transport.co.th&amp;rdquo;‬ และฮอตไลน์ 1490 จะเพิ่มช่องทางร้องเรียนผ่านคิวอาร์โค้ดซึ่งจะติดไว้บนรถทุกคัน‬‬‬
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การฉายวิดีโอรณรงค์ให้ผู้โดยสารตระหนักและรับรู้แนวทางการรับมือปัญหาการคุกคามทางเพศ การสาธิตวิธีการใช้เว็บไซต์ E-learning และการขึ้นรถโดยสารของ บขส. เพื่อชมการสาธิต &amp;ldquo;วิธีเผือก&amp;rdquo; ของพนักงาน โดยตัวแทนพนักงาน บขส.ที่ผ่านการอบรมแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวังว่า &amp;ldquo;ทีมเผือก&amp;rdquo; จะนำไปสู่การสร้างความปลอดภัยและลดการคุกคามทางเพศ สำหรับผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะได้อย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23182</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถตู้, รถทัวร์, รถสองแถว, รถเมล์, รถแท็กซี่, รถไฟ, รถไฟฟ้า, สุขภาวะสร้างได้, เครื่องบิน, เรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c012da00ab15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วูบหลับในเป็นเหตุ! 6 ล้อห้องเย็นพุ่งชนรถนร.บาดเจ็บอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6ล้อห้องเย็นหลับในพุ่งชนรถโดยสารนักเรียน ครู &amp;nbsp;บาดเจ็บสาหัส 4 เดชะบุญชาวบ้านพร้อมกู้ภัยเร่งช่วยกันงัดออกจากซากรถได้เร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.61-เมื่อเวลา 06.30 น. &amp;nbsp;ร.ต.อ.พศวัฒน์ ทองใบ ร้อยเวร สภ.เขาชัยสน จ.พัทลุง &amp;nbsp;ได้รับแจ้งว่า มีเหตุรถยนต์หกล้อห้องเย็น &amp;nbsp;พุ่งชนท้ายรถสองแถวโดยสาร &amp;nbsp;ทำให้ ผู้โดยสารที่เป็นครู นักเรียน &amp;nbsp;ที่นั่งอยู่ในรถได้รับบาดเจ็บสาหัส หลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเหตุเกิดริมถนนเพชรเกษมฝั่งขาขึ้น พัทลุง-หาดใหญ่ ท้อบ้านไร่ลุ่ม หมู่ &amp;nbsp;8 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง หลังรับแจ้งจึงเดินทางรุดสอบที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพัทลุง เจ้าหน้าที่ชุดกู้ชีพ รพ.ตะโหมด รพ.เขาชัยสน &amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ชุดกู้ชีพ อบจ.พัทลุง &amp;nbsp;พร้อมชุดอุปกรณ์ตัดถ่าง มูลนิธิพัทลุงการกุศล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่พบรถยนต์บรรทุกหกล้อรับส่งของร้านสะดวกชื้อ หมายเลขทะเบียน 70-7210 นนทบุรี ชนท้ายรถสองแถวโดยสารสายแม่ขรี &amp;ndash;พัทลุง &amp;nbsp;หมายเลขทะเบียน 10-1375พัทลุง ทำให้ถูกอัดติดกับต้นไม้ &amp;nbsp;ผู้โดยสารที่มากับรถสองแถวได้รับบาดเจ็บรวม &amp;nbsp;9 ราย เป็นคนขับ 1 ราย ครูผู้หญิง2 &amp;nbsp;ราย และเด็กนักเรียน 6 ราย &amp;nbsp;โดยคนขับและคนนั่งข้างถูกอัดติดกับซากรถ &amp;nbsp;ชาวบ้านเจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วงกันงัดนานหลายสิบนาทีกว่าจะออกมาจากซากรถและช่วยกันนำส่ง รพ.เขาชัยสน และ รพ.เขาชัยสน &amp;nbsp;ได้ส่งต่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส4 ราย ไปยัง รพ.พัทลุง เพื่อให้แพทย์ช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนายองอาจ บุบผาแสง อายุ 20 ปี เป็นชาวจังหวัดมหาสารคาม &amp;nbsp;คนขับรถหกล้อ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ได้รับรถส่งของตามร้านเซเว่นอีเลฟเว่น &amp;nbsp;เมื่อสิ่งของหมดกำลังจะขับรถตีกลับไปรับของ ที่จังหวัด สุราษฎร์ธานีเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเกิดอาการวูบหลับใน จนรถพุ่งเข้าชนด้านท้ายรถสองแถวโดยสารจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายดังกล่าวเบื้องต้น &amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวคนขับมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ โรงพัก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19334</URL_LINK>
                <HASHTAG>พัทลุง, รถนักเรียน, รถสองแถว, รถหกล้อห้องเย็น, หลับใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbacc4e1f719.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2018 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 06:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.ถอดบทเรียน10ปีรถโดยสารสาธารณะ- รถรับ-ส่งนักเรียน พบรถตู้ถูกร้องเรียนมากที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.61นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในงานเวทีสมัชชาบทบาทองค์กรผู้บริโภคกับรถโดยสารสาธารณะปลอดภัย ว่า จากสถานการณ์ผู้บริโภคและรายงานรับเรื่องร้องเรียนประจำปี 2560 โดยเครือข่ายผู้บริโภค 7 ภาค และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค พบปัญหาการบริการสาธารณะได้รับการร้องเรียนสูงเป็นอันดับ 5 &amp;nbsp;มีเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น 424 เรื่อง จากทั้งหมด 3,615 เรื่อง โดยรถตู้โดยสารสาธารณะมากที่สุด 116 เรื่อง รองลงมาคือ รถสองแถว 73 เรื่อง รถรับส่งนักเรียน 42 เรื่อง และรถทัวร์โดยสาร 35 เรื่อง สสส. และภาคีเครือข่ายให้ความสำคัญและได้เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางถนนมาตลอดกว่า 10 ปี &amp;nbsp;โดยเฉพาะปัญหารถโดยสารสาธารณะที่เกิดอุบัติเหตุและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล &amp;nbsp;และเมื่อเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้ง จะพบผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากซึ่งถือเป็นอุบัติเหตุขนาดใหญ่ &amp;nbsp;กลไกสำคัญในการแก้ปัญหานอกจากการพัฒนากฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ การพัฒนามาตรฐานและการให้บริการรถโดยสารที่ช่วยลดอุบัติเหตุลงได้แล้ว การพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวัง และเยียวยากรณีเกิดความเสียหาย รับเรื่องร้องเรียน คดีฟ้องร้องต่างๆ ถือว่ามีบทบาทช่วยสร้างความเป็นธรรมกับผู้บริโภคและประชาชนได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ประสานงานโครงการรถโดยสารปลอดภัย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกล่าวถึงมติจากเวทีสมัชชาบทบาทองค์กรผู้บริโภคกับรถโดยสารสาธารณะปลอดภัยว่า ทุกภาคส่วนมีข้อเสนอให้กำหนดประเด็นรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยเข้าสู่วาระหรือนโยบาย ตั้งแต่ระดับโรงเรียน ท้องถิ่น จังหวัด และประเทศ โดยเสนอให้มีหน่วยงานเจ้าภาพหลักบริหารจัดการรถโรงเรียน ทำให้รถทุกคันเข้าสู่ระบบ มีกระบวนการติดตามคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ ขณะเดียวกันได้เสนอแนะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บูรณาการทำงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ และกรมการขนส่งทางบก ส่วนการพัฒนาในระดับบุคคลนั้น เสนอให้มีการสนับสนุนให้มีการสร้างจิตสำนึกด้วยการพัฒนาศักยภาพ ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้อุปกรณ์นิรภัยและเรียนรู้การแก้ไขสถานการณ์ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนนและรถโดยสารสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายนิกร จำนง ประธานมูลนิธิประชาปลอดภัย กล่าวว่า อัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยเฉลี่ย 60 รายต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูง ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องร่วมมือลดอัตราการเสียชีวิตอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่กำลังจะเติบโตเป็นอนาคตของชาติ โดยขอเสนอให้กวดขันรถโรงเรียนและรถรับส่งนักเรียนเป็นไปตามกฎหมาย การปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับตัวรถโรงเรียนและรถรับส่งนักเรียน ตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างสถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19279</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดบทเรียนรถโดยสารสาธารณะ รถรับส่งนักเรียน, รถตู้, รถสองแถว, สสส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb9c1cda1a8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
