<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 22:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 22:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็คด่วน !!! ขนส่งสั่งระงับการเดินรถสาธารณะ 220 เส้นทาง 15 จังหวัดทั่วประเทศ ป้องกันโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เมษายน 2563 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2563 ได้ เซ็นคำสั่งเรื่อง ระงับการเดินรถโดยสารสารประจำทางในเส้นทางหมวด 2 และหมวด 3ในเส้นทางที่มีต้นทางหรือปลายทางในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
จนกว่าจะมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19)ที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยคำสั่งดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตามซึ่งคณะกรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ในการประชุมครั้งที่3/2563เมื่อวันที่ 26มีนาคม 63ได้อนุมัติในหลักการให้อธิบดีกรมการขนส่งทางบกในฐานะนายทะเบียนกลางมีอำนาจในการออกคำสั่งให้ผู้ประกอบการขนส่งในเส้นทางรถโดยสารประจำทางหมวด 1หมวด 4กรุงเทพมหานคร และหมวด 2หมวด 3และรถโดยสารไม่ประจำทางภายในเขตกรุงเทพมหานคร และระหว่างจังหวัด จัดการเดินรถตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดหรือระงับการเดินรถหรือจำกัดพื้นที่การเดินรถในเส้นทางหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสCOVID-19เป็นการชั่วคราว

ทั้งนี้ประกอบกับนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่ง ที่ 7/2563 ลงวันที่ 8 เมษายน 63แต่งตั้งปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการคมนาคม และการขนส่งทั่วราชอาณาจักร อธิบดีกรมการขนส่งทางบกโดยความเห็นชอบของปลัดกระทรวงคมนาคม จึงมีคำสั่ง ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารระงับการเดินรถในเส้นทางหมวด 2และหมวด 3ที่มีต้นทางหรือปลายทางในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นการชั่วคราว

นายจิรุตม์ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่จังหวัด แต่ละจังหวัดส่งความต้องการในการปิดเส้นทางเดินทางเข้าสู่จังหวัดนั่นๆเพื่อป้องกันการระบาด COVID -19 เข้ามา ที่กรมการขนส่งทางบกหลังจากนั้น กรมฯจะรายงานให้นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคม-การขนส่งทั่วราชอาณาจักรพิจารณาอนุมัติ หลังจากนั้นจะดำเนินการออกประกาศในลักษณะดังกล่าวล่าสุดจะมีประกาศในลักษณะเดียวกันของจังหวัดเชียงรายตามออกมาอีก 1 จังหวัด

นายจิรุตม์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการดำเนินการของกรมการขนส่งทางบก เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น โดยได้ออกคำสั่งระงับการเดินรถโดยสารสาธารณะเป็นการชั่วคราวในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดออกคำสั่งระงับการเดินรถ รวม 15 จังหวัด ประกอบด้วย หมวด 2 ระงับ 35 เส้นทาง จากทั้งหมด 209 เส้นทาง หรือคิดเป็น 16.75% ได้แก่ พังงา 3 เส้นทาง, ภูเก็ต 2 เส้นทาง, กระบี่ 3 เส้นทาง, สตูล 2 เส้นทาง, ยะลา 1 เส้นทาง, พัทลุง 1 เส้นทาง, สงขลา 4 เส้นทาง, นราธิวาส 2 เส้นทาง, บึงกาฬ 2 เส้นทาง, นครราชสีมา 2 เส้นทาง, นครพนม 6 เส้นทาง, ร้อยเอ็ด 4 เส้นทาง และตราด 3 เส้นทาง

ขณะที่หมวด 3 ระงับ 185 เส้นทางจากทั้งหมด 634 เส้นทางหรือคิดเป็น 29.18% ได้แก่ พังงา 3 เส้นทาง, ภูเก็ต 27 เส้นทาง, กระบี่ 10 เส้นทาง, ตรัง 7 เส้นทาง, สตูล 1 เส้นทาง, ยะลา 13 เส้นทาง, พัทลุง 4 เส้นทาง, สงขลา 27 เส้นทาง, ปัตตานี 7 เส้นทาง, นราธิวาส 2 เส้นทาง, บึงกาฬ 10 เส้นทาง, นครราชสีมา 31 เส้นทาง, นครพนม 20 เส้นทาง, ร้อยเอ็ด 17 เส้นทาง และตราด 6 เส้นทาง
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62779</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, รถสาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e908fa220f3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบง.ปรับขึ้นราคาขายปลีกเอ็นจีวีอีก 62 สตางค์/กก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบง.ไฟเขียวเพิ่มราคาขายปลีกเอ็นจีวีในรถสาธารณะ 62 สตางค์/กก. สะท้อนการปรับปรุงคุณภาพก๊าซส่งผลค่าความร้อนที่เพิ่มขึ้น เริ่ม 16 พ.ค. นี้ พร้อมสั่งเร่งใช้ B20 ในรถบรรทุก หวังใช้ไบโอดีเซลเพิ่ม 1 ล้านลิตร ดูดซับน้ำมันปาล์มดิบปาล์มเพิ่ม 2.5 แสนตัน/ปี พคุยคลังช่วยลดภาษีสรรพสามิต 82 สตางค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค. 2561 - นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ในวันที่ 2 พ.ค. 2561 ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการปรับราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติเพื่อรถยนต์(เอ็นจีวี) สำหรับกลุ่มรถโดยสารสาธารณะเพิ่มขึ้นอีก 0.62 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้สะท้อนการปรับปรุงคุณภาพก๊าซเอ็นจีวีตามแผนการบริหารจัดการคุณภาพเอ็นจีวี ที่ส่งผลให้มีค่าเพิ่มความร้อนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการสามารถทำระยะทางได้มากกว่าเดิม โดยจะเริ่มปรับราคาในวันที่ 16 พ.ค. 2561 นี้ และตรึงราคาไปอีก 1 ปีจนถึงวันที่ 1 ก.ค. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การปรับราคาขึ้นของเอ็นจีวีสำหรับรถโดยสารสาธารณะอีก 62 สตางค์ จากปัจจุบันที่มีการตรึงราคาอยู่ที่ 10 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) เป็น 10.62 บาทต่อกก. เพื่อสะท้อนการปรับปรุงคุณภาพก๊าซ ขณะที่อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลงยังอยู่ที่ 1 บาทต่อกก.เท่าเดิม แต่ค่าความร้อนนั้นสูงขึ้น ทำให้รถวิ่งได้ไกลขึ้น ขณะที่รถยนต์ทั่วไปไม่มีมติปรับ ยังราคาเท่าเดิมอยู่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 13.57 บาทต่อกก.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ที่ประชุม กบง.ยังเร่งให้ส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 20% หรือ B20 ในรถบรรทุก และรถขนาดใหญ่ เพื่อดูดซับการใช้น้ำมันปาล์มดิบ(ซีพีโอ)ในตลาด โดยตั้งเป้าจะเพิ่มการใช้อีก 1 ล้านลิตรต่อวัน จากปัจจุบันที่ใช้อยู่ 6.5 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งจะเป็นการช่วยดูดซับซีพีโอได้ 250,000 ตันต่อปี โดยเบื้องต้นได้ส่งการให้กรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) ออกเชิญชวนผู้ประกอบการเพื่อให้เข้ามาศึกษาการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้สามารถรองรับการใช้ B20 ได้ ทั้งนี้คาดว่าในเดือน ก.ค. 61 นี้จะสามารถนำออกขายสู่ตลาดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้หารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตของน้ำมัน B20 โดยคาดว่าจะได้รับการสนับสนุนลดภาษีดังกล่าวอีก 82 สตางค์ รวมถึงจะสร้างแรงจูงใจทางด้านราคาให้ผู้ประกอบการเข้ามาใช้ โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 3,000 ล้านบาทโดยในช่วงเริ่มต้น เพื่อกำหนดให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B20 ถูกกว่าน้ำมันดีเซล B7 ประมาณ 3 บาทต่อลิตร ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ที่ 1.5 ล้านลิตรต่อวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8367</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบง., ก๊าซ, ก๊าซธรรมชาติ, ก๊าซเอ็นจีวี, ทวารัฐ สูตะบุตร, รถสาธารณะ, เอ็นจีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a7098a9cde82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมคุมเข้มตรวจความพร้อม&#039;รถสาธารณะ&#039;ช่วงเดินทางวันสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คมนาคม กำชับขนส่งฯ บขส. รถสาธารณะให้บริการประชาชนเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ให้เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมคุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัยรถ 30 วิ่งให้บริการต้องตรวจมาตรฐานซ้ำก่อนออกวิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.-นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังร่วมหารือกับหน่วยงานที่บริหารการเดินรถขนส่งทางบกในเทศกาลสงกรานต์ ทั้งกรมการขนส่งทางบกและบริษัทขนส่งจำกัด(บขส.) โดยเน้นย้ำถึงการจัดรถให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนโดยเฉพาะการเสริมรถโดยสารไม่ประจำทางหรือรถประเภท 30 เข้ามาวิ่งในช่วงเทศกาลซึ่งขณะนี้ทราบว่ามีรถ 30 เข้ามาลงทะเบียนแล้ว 311 คัน. จากเป้าหมายที่ต้องมีรถเข้ามาเสริมไม่น้อยกว่า 400 คัน ดังนั้นจะมีการหารือกับผู้ประกอบการเพื่อให้จัดรถเข้ามาวิ่งเสริม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการความปลอดภัยนั้นเน้นย้ำว่า รถโดยสารประจำทางและรถ 30 ทุกคัน จะต้องมีการตรวจมาตรฐานซ้ำ ก่อนนำออกวิ่งบริการโดยในส่วนของรถ 30 เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้วจะต้องมีการติดป้ายแสดงหน้ารถ เพื่อให้สามารถนำรถออกวิ่งได้ หากรถคันใดไม่ผ่านการตรวจสภาพก็จะมีการพ่นสเปรย์ &amp;ldquo;ห้ามใช้&amp;rdquo; ทันทีรวมทั้งมาตรการคุมเข้มคนขับ ที่ต้องมีระดับแอลกอฮอล์และสารเสพติดเป็น ศูนย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัญหาความปลอดภัยของรถโดยสาร 2 ชั้น &amp;nbsp;ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมมีนโยบายชัดเจนในส่วนของรถโดยสารประจำทางนั้นจะไม่มีการจดทะเบียนเพิ่มส่วนไหนรถประเภท 30 จะมีการควบคุมตามประกาศที่ออกไปแล้วทั้งในเรื่องของมาตรความสูง จำนวนที่นั่ง ความแข็งแรงของตัวถัง และวัสดุไม่ติดไฟ และในอนาคตก็จะมีมาตรการจำกัดพื้นที่วิ่งออกมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6277</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, คมนาคม, บขส., รถ 30, รถสาธารณะ, รมว.คมนาคม, สงกรานต์, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180225/image_big_5a92aa60068a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งคุมเข้มรถโดยสารรองรับสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งฯสั่งรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ห้ามฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้โดยสารเด็ดขาด เข้มงวดมาตรการกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง พร้อมตรวจสอบทุกประเด็นการร้องเรียน แนะรายละเอียดที่ต้องการร้องเรียน ส่งตรงถึงกรมฯทุกช่องทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มี.ค.61-นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมฯเตือนผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ห้ามฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้โดยสารเด็ดขาด โดยได้สั่งกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเข้มข้นตามมาตรการตรวจสอบการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ หากพบการกระทำความผิด โดยเฉพาะความผิดที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ดำเนินการลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุดทุกกรณี นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังมีช่องทางสำหรับร้องเรียนปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 อาทิ สายด่วน โทร. 1584, Facebook, E-mail และแอพพลิเคชั่นทางโทรศัพท์มือถือ จากการรวบรวมสถิติการร้องเรียนจากทุกช่องทาง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 (เดือนตุลาคม 2560 &amp;ndash; เดือนกุมภาพันธ์ 2561 เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ได้รับเรื่องร้องเรียนรวมทั้งสิ้น 33,616 เรื่อง ดำเนินการแก้ไขเรื่องร้องเรียนจนได้ข้อยุติแล้ว 31,280 เรื่อง คิดเป็น 93.05% ส่วนที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ 2,336 เรื่อง จะเร่งติดตามตัวผู้ถูกร้องเรียนมาสอบสวนเพื่อแก้ไขโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถโดยสารสาธารณะที่ประชาชนร้องเรียนมากที่สุดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ได้แก่ รถแท็กซี่ได้รับการร้องเรียน 17,794 เรื่อง ดำเนินการ17,015 เรื่อง เรื่องร้องเรียน 3 อันดับแรก ได้แก่ ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ และขับรถประมาทหวาดเสียว รถจักรยานยนต์รับจ้างได้รับการร้องเรียนจำนวน 638 เรื่อง ดำเนินการ 553 เรื่อง เรื่องร้องเรียน 3 อันดับแรก ได้แก่ ขับประมาทหวาดเสียว เรียกเก็บค่าโดยสารเกินจากอัตราที่ทางราชการกำหนด และแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ รถสามล้อรับจ้าง รถตุ๊กตุ๊กได้รับการร้องเรียนจำนวน 136 เรื่อง ดำเนินการ118 เรื่อง เรื่องร้องเรียน 3 อันดับแรก ได้แก่ ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร อุปกรณ์ส่วนควบไม่มั่นคงแข็งแรง และขับประมาทหวาดเสียว รถสี่ล้อเล็กรับจ้าง ได้รับการร้องเรียนจำนวน 54 เรื่อง ดำเนินการ 43 เรื่อง เรื่องร้องเรียน 3 อันดับแรก ได้แก่ ขับประมาทหวาดเสียว แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ และจอดรถขวางทางจราจรหรือขวางป้ายหยุดรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของรถโดยสารสาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พบว่า รถเมล์ร่วมบริการ ขสมก. ได้รับการร้องเรียน 1,565 เรื่อง มีเรื่องร้องเรียน 3 อันดับแรก ได้แก่ ขับประมาทหวาดเสียว ไม่หยุดรับส่งผู้โดยสารที่ป้าย และแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ รถตู้โดยสารได้รับการร้องเรียนจำนวน 993 เรื่อง เรื่องร้องเรียน 3 อันดับแรก ได้แก่ ขับประมาทหวาดเสียว แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ และบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง รถ บขส. และรถเอกชนร่วมบริการได้รับการร้องเรียนจำนวน 950 เรื่อง เรื่องร้องเรียน 3 อันดับแรก ได้แก่ ขับประมาทหวาดเสียว แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ และไม่หยุดรับส่งผู้โดยสารที่ป้าย, ให้ผู้โดยสารลงก่อนถึงจุดหมายปลายทาง รถ ขสมก. ได้รับการร้องเรียน 784 เรื่อง เรื่องร้องเรียน 3 อันดับแรก ได้แก่ ขับประมาทหวาดเสียว ไม่หยุดรับส่งผู้โดยสารที่ป้าย และแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5502</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่ง, ผู้โดยสาร, รถสาธารณะ, สงกรานต์, สนิท พรหมวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab1fe13e1663.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
