<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีเอสไอ&#039; สอบลัมโบร์กินี &#039;ผกก.โจ้&#039; พบข้อมูลโยงคดีรถหรูเลี่ยงภาษีอยู่ในอัยการสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;26 ส.ค.64 - เวลา 13.30 น. ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน กรณี ดีเอสไอตรวจสอบพบรถยนต์ลัมโบร์กีนีของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ หรือ ผกก.โจ้ ซึ่งเป็นหนึ่งในรถจำนวน 29 คัน ที่อยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;โดยพ.ต.ท.กร​วัช​ร์ กล่าวว่า ดีเอสไอขอชี้แจงว่าได้ตรวจสอบฐานข้อมูลในระบบบริหารคดีของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า ในจำนวนรถหรู ยี่ห้อลัมโบร์กินี หมายเลขตัวรถ ZHWEC1ZD6ELA..เป็นคดีพิเศษที่ 199/2560 ที่ดีเอสไอรับผิดชอบ และได้มีการดำเนินคดีกับขบวนการผู้ร่วมกันกระทำความผิด รวม 8 ราย ที่ร่วมกันนำรถยนต์ใหม่สำเร็จรูปจากต่างประเทศมาในราชอาณาจักรโดยสำแดงราคานำเข้าเป็นเท็จต่ำกว่าราคาซื้อขายที่แท้จริง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี เป็นเหตุให้รัฐได้รับความเสียหายในความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560&amp;nbsp;(มาตรา 27 และมาตรา 115 จัตวา แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469) พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 (มาตรา 165 มาตรา 167 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527) และตามประมวลกฎหมายอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;กรณีนี้ทำให้รัฐเสียหายคิดเป็นราคาขาด 9,512,525.61 บาท อากรขาด 7,610,020.00 บาท ภาษีสรรพสามิตขาด 19,025,050.27 บาท ภาษีเพื่อมหาดไทยขาด 1,902,505.33 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่มขาด 2,663,507.48 บาท ทำให้ภาษีอากรรวมขาด 31,201,083.08 บาท และได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษคดีดังกล่าวไปยังพนักงานอัยการแล้วเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2562 สารบบระบุว่าปัจจุบันคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด (อสส.)&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้ คดีพิเศษที่ดีเอสไอรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับรถหรูความผิดที่เกี่ยวกับการสำแดงราคานำเข้าเป็นเท็จต่ำกว่าราคาซื้อขายที่แท้จริงทั้งหมด มีจำนวนทั้งสิ้น 216 คดี และได้สอบสวนเสร็จสิ้นส่งสำนวนการไปยังพนักงานอัยการแล้ว จำนวน 150 คดี และอยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 66 คดี
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบโดยทั่วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114631</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, ถุงคลุมหัวฆ่า, ผกก.โจ้, ผู้กำกับโจ้, พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร, รถหรู, ลัมโบร์กินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61274d47b3cb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาธิการองค์กรต้านโกงปลุกสังคมจับตาคดี&#039;รถหรูเลี่ยงภาษี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.2562 - &amp;nbsp;ดร.มานะ นิมิตมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เขียนบทความสั้นๆ บนเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;รถหรูเลี่ยงภาษีกับความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของข้าราชการ&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า &amp;lsquo;รถหรูเลี่ยงภาษี&amp;rsquo; ขบวนการค้ารถยนต์ผิดกฎหมายที่ขยายตัวอย่างเปิดเผยมานานนับสิบปี จนทำให้คนกลุ่มหนึ่งกลายเป็นเศรษฐีมีเงินสกปรก ถึงแม้วันนี้เรื่องจะดูสงบลงแต่การสะสางปัญหา การเรียกคืนภาษีและเอาคนผิดมาลงโทษทั้งที่เป็นพ่อค้าและข้าราชการยังคงล่าช้าคาราคาซังอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในยุคเฟื่องฟู เครือข่ายเหล่านี้สามารถฉ้อฉลหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ของหลายหน่วยงานทั้ง กรมศุลกากร กรมการขนส่งทางบก กรมสรรพสามิตและสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ด้วยกลวิธีหลากหลายโดยมีข้าราชการจำนวนหนึ่งร่วมมือและรับสินบนตามที่ปรากฏเป็นข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงถูกตรวจสอบดำเนินคดี ทำให้มีหน่วยงานตรวจสอบเข้ามา &amp;lsquo;เพิ่ม&amp;rsquo; อีก คือ ดีเอสไอ ป.ป.ช. ป.ป.ท. และ ปปง. และเมื่อเวลาผ่านไปก็พบว่าแต่ละฝ่ายต่างยึดถือกฎหมาย ตีความและใช้อำนาจดำเนินการต่างกันไป จนดูเหมือนต่างคนต่างเดินหรือขัดแย้งกันโดยเฉพาะกรมศุลกากรกับดีเอสไอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นดังกล่าวเห็นได้จาก มีรถยนต์ที่ถูกกรมศุลกากรยึดมาจำนวนมากแต่ตกค้างขายทอดตลาดไม่ได้ ทำลายก็ไม่ได้ ปล่อยให้เสื่อมสภาพ ราคาตกและเกิดค่าใช้จ่ายในการดูแล ผู้ซื้อรถยนต์จากการขายทอดตลาดแต่นำไปจดทะเบียนไม่ได้ ต้องเสียเวลาเสียค่าใช้จ่ายไปฟ้องร้องให้ศาลมีคำสั่งเสียก่อน ส่วนรถยนต์ที่ดีเอสไออายัดไว้ดำเนินคดีทั้งจากโชว์รูมและจากประชาชนที่ซื้อไปมีมากถึง 140 คัน แต่เรื่องยังค้างคาอยู่จนบัดนี้ และแม้จะผ่านไปหลายปี ป.ป.ช. เพิ่งชี้มูลความผิดข้าราชการ ซี 8 ของกรมศุลกากรได้เพียงรายเดียวทั้งที่มีคดีเข้าสู่ระบบจำนวนมาก เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาประเทศต้องสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีไปนับหมื่นล้านบาท อุตสาหกรรมผลิต/ประกอบรถยนต์ในประเทศได้รับผลกระทบ เกิดเครือข่ายอาชญากรรมลักรถยนต์ข้ามชาติและการฟอกเงินที่ทำลายชื่อเสียงประเทศ ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ซื้อรถยนต์ไปต้องเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินคดีที่เป็นไปอย่างล่าช้าย่อมทำให้ประชาชนเป็นกังวลว่า ข้าราชการที่เกี่ยวข้องกำลังทำงานด้วย &amp;lsquo;ความรับผิดชอบ&amp;rsquo; ต่อหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติดีพอแล้วหรือยัง กำลังเกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการยุติธรรม ข้อเท็จจริงคืออะไร ทำไมข้อมูลและความคืบหน้าของแต่ละหน่วยงานจึงไม่ถูกรวบรวมและนำมาเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้อย่างโปร่งใส ไม่มีอะไรที่ซุกซ่อนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเชิญชวนประชาชน สื่อมวลชน ข้าราชการที่ดีมาช่วยกันติดตามเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและเรียกเอาภาษีคืนเข้ารัฐเพื่อประโยชน์ของคนไทยครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48926</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทความ, ภาษี, มานะ นิมิตมงคล, รถหรู, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db501ad21d5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!ดีเอสไอเผยรถหรู&#039;มาเซราติ&#039;อยู่ในบัญชีตรวจสอบ686คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;24 ต.ค 62 - ที่กระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp; พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงกรณีการตรวจสอบรถยนต์ยี่ห้อมาเซราติ ของน.ส.ปณิตา ธรรมวัฒนะ ดาราสาว ซึ่งสวมทะเบียนรถยนต์ BMW หมายเลขทะเบียน กท 191 กทม. ว่า ดีเอสไอได้ตรวจสอบรถยนต์หรูที่หลบเลี่ยงภาษีนำเข้า ยี่ห้อแลมโบกินีและมาเซราติ ซึ่งรถยนต์คันดังกล่าวอยู่ในบัญชีการตรวจสอบของดีเอสไอ ขณะนี้ได้ประสานขอรายละเอียดราคานำเข้าจากทางการประเทศอิตาลีไปแล้ว อยู่ระหว่างรอข้อมูลตอบกลับอีก 686 คัน จึงยังไม่สามารถสรุปรายละเอียดการสอบสวน หรือยึดอายัดรถยนต์คันดังกล่าวได้ ทั้งนี้ หลังได้รับรายละเอียดและตรวจสอบพบว่ารถคันใดนำเข้าโดยสำแดงราคานำเข้าต่ำ หรือชำระภาษีไม่ถูกต้องก็จะดำเนินคดีเป็นรายคัน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;แหล่งข่าวจากดีเอสไอ แจ้งว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ทำหนังสือสอบถามดีเอสไอถึงผลการตรวจสอบข้อมูลการสำแดงราคาและการนำเข้ารถยนต์มาเซราติที่ดาราสาวใช้ ซึ่งดีเอสไอได้มีหนังสือตอบกลับไปว่า รถยนต์ยี่ห้อมาเซราติคันดังกล่าวเป็น รุ่นควอตโตรปอร์เต้ V8 2011 มีหมายเลขเครื่องยนต์และหมายเลขตัวถังตรงกับรถยนต์มาเซราติในบัญชีตรวจสอบของดีเอสไอย้อนหลัง 5 ปี&amp;nbsp; โดยเบื้องต้นทราบว่ารถคันดังกล่าวถูกซื้อขายเปลี่ยนมือมาแล้วหลายครั้ง และสามีของดาราสาวเป็นผู้ครอบครองมือที่ 4.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48774</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, ดีเอสไอ, ปณิตา ธรรมวัฒน, รถหรู, หนิง ปณิตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db13d7f3d3b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์”ออกกฎห้ามนำเข้ารถมือสองเข้าประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ยกร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ที่ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้าม หรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักรพ.ศ. ... เพื่อป้องกันปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน แก้ไขปัญหาการหลบเลี่ยงมาตรการควบคุมเพื่อนำมาจำหน่ายในประเทศ รวมถึงแก้ปัญหารสวมสิทธิ์ใช้ชื่อผู้อื่นนำเข้าแทน และปลอมแปลงเอกสาร ที่สำคัญเป็นการบริหารงานที่สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การนำเข้ารถยนต์มือสองอยู่ภายใต้การควบคุมการนำเข้าของกระทรวงพาณิชย์มาตั้งแต่ปี 2496 มี 9 ประเภท ซึ่งระเบียบที่แก้ไขใหม่ จะห้ามนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วเพื่อใช้เฉพาะตัว หรือรถยนต์ส่วนบุคคล ส่วนใหญ่เป็นรถหรู ขณะที่รถอีกอีก 8 ประเภท จะถ่ายโอนให้หน่วยงานอื่นอนุญาตการนำเข้าแทน&amp;rdquo;น.ส.ชุติมากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประกาศดังกล่าว ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเปิดประชาพิจารณ์ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th จนถึงวันที่ 14 มี.ค.2562 จากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา หากไม่มีการแก้ไข รัฐมนตรีพาณิชย์จะลงนามออกประกาศต่อไป และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในอีก 6 เดือน เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ปรับตัว เพราะในระหว่าง 6 เดือนอาจมีรถยนต์ส่วนบุคคลมือสองที่อยู่ระหว่างการนำเข้ามาในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ชุติมากล่าวว่า รถยนต์ที่ใช้แล้ว เป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการนำเข้าของกระทรวงพาณิชย์มี 9 ประเภท ประกอบด้วย รถยนต์นั่งที่ใช้แล้วเพื่อใช้เฉพาะตัว , รถลักษณะพิเศษที่ใช้แล้วเพื่อใช้ในกิจการของตน เช่น รถกวาดถนน รถเครน , รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดที่ได้รับการยกเว้นหรือชดเชยภาษี เช่น รถยนต์ขององค์กรระหว่างประเทศ , รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดโดยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การสาธารณกุศล เช่น รถดับเพลิง รถพยาบาล, รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเป็นการชั่วคราว , รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเพื่อเป็นต้นแบบในการผลิตหรือการศึกษาวิจัย, รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก , รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ และรถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดโดยใช้ประโยชน์สุทธินำกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบันรถยนต์นำเข้ามือสอง ประเภทรถยนต์ส่วนบุคคล 95% เป็นรถหรู ที่เหลือเป็นรถยนต์บ้านทั่วไป ในแต่ละปีมีการนำเข้าโดยขออนุญาตจากกรม 100 กว่าคัน และยังมีการลักลอบนำเข้าโดยไม่ขออนุญาตหรือถอดชิ้นส่วนแล้วมาประกอบในประเทศปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 คัน ซึ่งส่วนใหญ่ผิดกฎหมาย และจะเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ยาเสพติด เห็นได้จากในแต่ละเดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งหนังสือมายังกรมฯ ไม่ต่ำกว่า 100 ฉบับ เพื่อให้ปากคำเกี่ยวกับประเด็นกฎหมายการนำเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา กระทรวงพาณิชย์ได้จัดประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องถึง 15 ครั้ง เพื่อพิจารณาทบทวนมาตรการควบคุมการนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้ว โดยที่ประชุมมีมติห้ามนำเข้ารถยนต์นั่งส่วนบุคคล เพราะมีปัญหามากมาย นอกจากการนำเข้าจะเพิ่มปริมาณรถเก่าในประเทศ ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเปิดช่องให้เกิดการทุจริตได้อีก จึงเห็นว่าไม่ควรให้มีการนำเข้าอีกต่อไป&amp;rdquo;นายกีรติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรถยนต์ประเภทอื่น กรมฯ จะถ่ายโอนอำนาจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแล เช่น รถยนต์ขององค์กรระหว่างประเทศ ให้กระทรวงต่างประเทศเป็นผู้ออกใบอนุญาต รถเก่าที่นำมาแสดงในพิพิธภัณฑ์ ให้กรมศิลปากรอนุญาต เป็นต้น โดยกรมฯ ยังคงเป็นผู้ออกใบอนุญาตการนำเข้ารถยนต์ลักษณะพิเศษเพื่อใช้ในกิจการของตนเอง เช่น รถเครน และรถยนต์ที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การสาธารณกุศลได้รับบริจาค เช่น รถพยาบาล รถดับเพลิง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30135</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ชุติมา บุณยประภัศร, นำเข้ารถมือสอง, รถหรู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180416/image_big_5ad45a54dfe9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จับรถหรู&#039;ปอร์เช่&#039;ซุกในรถ6ล้อลักลอบนำเข้าชายแดนแม่สอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.61- &amp;nbsp;ที่จุดตรวจฝ่ายความมั่นคงบ้านห้วยหินฝน ถนนสายเอเชีย 12 สาย อ.แม่สอด อ.เมืองตาก บ้านห้วยฝน ตำบลแม่ปะ เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สอด ฝ่ายตำรวจสภ.แม่สอด ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 อ.แม่สอด และฝ่ายปกครอง จับกุมนายศักดิ์ดา สารีมุข &amp;nbsp;อายุ 43 ปี พร้อมด้วยของกลางรถยนต์เก๋งปอร์เช่ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียนสวม กพ.1499 ลำปาง และรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 70 &amp;ndash; 2842 ตาก ภายหลังจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า จะมีรถยนต์หรู ลักลอบข้ามมาจากฝั่งประเทศเมียนมา ไปยังจังหวัดชั้นใน จึงทำการสกัดจับ โดยรถยนต์ปอร์เช ถูกบรรทุกอยู่บนรถยนต์ 6 ล้อ และอำพรางด้วย เศษผ้าที่บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก ด้านท้ายรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์ดา ให้การว่า ได้นำรถยนต์หรูมาจากอู่รถยนต์แห่งหนึ่งในอำเภอแม่สอด เพื่อไปส่งที่ อ.เมืองตาก จากนั้นจึงจะติดต่อให้คนมารับขับรถยนต์หรู ที่ อ.เมืองตากอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ ได้จับกุมไว้ เนื่องจากรถยนต์ไม่เสียภาษี ลักลอบนำเข้า และใช้ทะเบียนปลอมอำพรางตบตาเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถยนต์หรูคันดังกล่าว เป็นรถยนต์มือ 2 มาจากประเทศญี่ปุ่น หรือ เป็นสินค้าประเภทถ่ายลำ ที่ส่งไปประเทศเมียนมาร์ แต่น่าจะมีการยักยอกไว้ในประเทศไทย เพื่อนำมาสงมทะเบียนไทย และใช้ในประเทศ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว โดยลักลอบออกไปทางด้านสาย อ.แม่ระมาด - อ.บ้านตาก และสาย อ.แม่สอด - อ.เมืองตาก และในปัจจุบันนี้ มีรถยนต์มือสอง จากประเทศญี่ปุ่น นับ กว่า 1,000 คันขึ้นไปถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรแม่สอดยึดไว้ บริเวณท่าขนส่งสินค้า เนื่องจากจอดในเขตไทยเกินระยะเวลาที่กฏหมายกำหนด ซึ่งรถยนต์เริ่มเสื่อมสภาพ หรือ แทบจะกลายเป็นสุสานรถยนต์ไปแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17376</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตาก, ทหาร, รถยนต์, รถหรู, ลอบนำเข้า, ศุลกากร, แม่สอด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b988c79a2b29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาเยนน์ ใหม่ เสริมทางเลือกด้วยรุ่นปลั๊ก-อิน ไฮบริด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปอร์เช่เสริมทัพขุมพลังขับเคลื่อนไฮบริด ต่อยอดสมรรถนะเหนือระดับให้ยนตรกรรม SUV สุดหรู ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด ผสมผสานการบังคับควบคุมสไตล์สปอร์ต ให้เป็นหนึ่งเดียวกับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด เครื่องยนต์ V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร (340 แรงม้า/250 กิโลวัตต์) เสริมพลังด้วยระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า (136 แรงม้า/100 กิโลวัตต์) ให้พละกำลังสูงสุดรวมกว่า 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดถึง 700 นิวตันเมตร พร้อมนำพายนตรกรรมสปอร์ต SUV พุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด ทันทีที่เหยียบคันเร่ง; ด้วยศักยภาพของขุมพลังที่สืบทอดแนวทางการออกแบบจากรถซูเปอร์สปอร์ตอย่าง ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาเยนน์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด สามารถเร่งออกตัวจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 5.0 วินาทีเท่านั้น เร้าใจยิ่งกว่าด้วยความเร็วสูงสุดถึง 253 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่ สามารถเดินทางได้ 44 กิโลเมตร และทำความเร็วได้ถึง 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเมื่อวัดตาม มาตรฐาน New European Drive Cycle (NEDC) โดยขึ้นอยู่กับขนาดของยางรถยนต์ที่ติดตั้งอยู่ที่ 29.4 - 31.2 กิโลเมตร ต่อลิตร หรือ 3.4 &amp;ndash; 3.2&amp;nbsp; ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.9 &amp;ndash; 20.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร นอกจากการเปิดตัว คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ปอร์เช่ยังได้เพิ่มเติม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบช่วยเหลือการขับขี่หลากหลายรายการให้แก่คาเยนน์ (Cayenne) ทุกรุ่น อาทิ หน้าจอ แสดงข้อมูล head-up display แบบใหม่ เบาะนวดไฟฟ้า และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 22 นิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พละกำลังสูงสุดกว่า 462 แรงม้า ด้วยแนวคิดในการพัฒนาแบบเดียวกับปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ คาเยนน์ อี-ไฮบริด&amp;nbsp; คือหนึ่งในผลงานอันเป็นตัวแทนที่แสดงออกถึงทิศทางการพัฒนายานพาหนะ พลังงานไฟฟ้าในอนาคตของปอร์เช่ ประจำการด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในสมรรถนะสูง ซึ่งผ่านการปรับแต่งจนมีกำลัง สูงสุดเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 7 แรงม้า (5 กิโลวัตต์) รวมเป็น 340 แรงม้า (250 กิโลวัตต์) ประสิทธิภาพจากระบบขับเคลื่อน พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 43 เปอร์เซ็นต์ หรือ 136 แรงม้า (100 กิโลวัตต์) ทั้ง 2 ขุมพลังผสานพละกำลังสูงสุดกว่า 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) แนวทางในการออกแบบระบบเสริมสมรรถนะที่ได้รับการถ่ายทอดโดยตรงจากรถซูเปอร์สปอร์ต ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์&amp;nbsp; ถูกนำมาใช้อย่างเหมาะสมลงตัว เพื่อให้มั่นใจว่ามอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงาน ได้อย่างเต็มศักยภาพเมื่ออยู่ภายใต้โปรแกรมการขับขี่ทุกรูปแบบของชุดแต่งสปอร์ตโครโน ซึ่งติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นั่นหมายความว่าแรงบิดสูงสุดจะพร้อมตอบสนองต่อการบังคับควบคุมทุกครั้งที่สัมผัสคัน เร่ง ผู้ขับขี่สามารถสนุกสนานกับอัตราเร่งและแรงบิดมหาศาลในทุกรอบความเร็ว พร้อมรับมือกับสถานการณ์บนท้องถนน ที่ต้องเผชิญด้วยความมั่นใจ ทั้งหมดข้างต้นนำมาซึ่งเสถียรภาพการทรงตัวและประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยมกำลังสำรอง ที่ล้นเหลือจากมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกเก็บสะสมเอาไว้ผ่านการชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างการเดินทางโดยขึ้นอยู่กับโปรแกรมการขับขี่ที่เลือกใช้งานขณะนั้น โหมด Sport และ Sport Plus เน้นการดึงสมรรถนะตัวรถออกมาจนถึงขีดสุด พลังงานจากแบตเตอรี่ทั้งหมดจะได้รับการนำมาใช้เพื่อสร้างอัตราเร่ง สำหรับโหมด Sport การชาร์จแบตเตอรี่จะเกิด ขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อการเสริมพละกำลัง ในส่วนของโหมด Sport Plus แบตเตอรี่จะได้รับการชาร์จอย่างรวดเร็ว ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โหมดการขับขี่อื่นๆ นั้นเหมาะสมกับลักษณะการขับขี่ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน เชื้อเพลิงสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปอร์เช่ ออกแบบและสร้างสรรค์ระบบขับเคลื่อนและระบบส่งกำลังของ คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่ทั้งหมด ชุดขับเคลื่อนไฮบริด ประกอบด้วยเซลล์พลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงพร้อมชุดคลัทช์อิสระ electromechanical แตกต่างจากระบบ electro-hydraulic และอุปกรณ์ spindle actuator ในรุ่นก่อนหน้าให้อัตรา การตอบสนองที่รวดเร็วและฉับไวกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนของระบบส่งกำลังประจำการด้วยเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 จังหวะ Tiptronic S ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่สำหรับปอร์เช่ คาเยนน์ โดยเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ ชุดนี้ไม่เพียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความนุ่มนวล แต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนอัตราทดได้อย่างรวดเร็ว ลดอาการกระตุกที่เกิดขึ้น ขณะเปลี่ยนจังหวะ หนึบแน่นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive พร้อมสมรรถนะการลากจูงสูงสุดกว่า 3.5 ตัน จัดเต็มอุปกรณ์พิเศษ: หน้าจอแสดงผล head-up display และล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ขนาด 22 นิ้ว ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่ มีกำหนดเปิดตัวในภูมิภาคยุโรปประมาณ ปลายเดือนพฤษภาคม 2018&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8610</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวยานยนต์, ข่าวรถ, คาเยนน์, ปอร์เช่., ยานยนต์, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถหรู, รถใหม่, ไฮบริด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aeef9208bce1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศุลกากรปัดรับผลประโยชน์กรณีสอบรถหรู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศุลกากร&amp;rdquo; พร้อมแจง ป.ป.ช. กรณีอดีต ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ร้องตรวจสอบกระบวนการสอบรถหรู ระบุอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด ยืนยันมีหลักการทำงานชัดเจนและเป็นไปตามมาตรฐาน

30 เม.ย. 61 - นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยถึงกรณีที่อดีต ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์เตรียมไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้มีการตรวจสอบกระบวนการการสอบสวนกรณีรถยนต์หรูเลี่ยงภาษี เนื่องจากเห็นว่าเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และอัยการที่ไม่สั่งฟ้องเป็นกระบวนการตรวจสอบที่ไม่ถูกต้องและอาจมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง กรณีการนำเข้ารถยนต์หรู 190 ใบขน จำนวน 554 คัน ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ว่ามีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร

โดยยืนยันว่า ที่ผ่านมากรมศุลกากรมีหลักการทำงานที่ชัดเจน และเป็นไปตามมาตรฐาน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้แจงในรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวได้ เพราะต้องตรวจสอบให้ละเอียดก่อน

&amp;ldquo;เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรมศุลกากรเพียงแห่งเดียว แต่ยังมีอีกหลายหน่วยงาน ทั้งดีเอสไอ และอัยการ ดังนั้นก็ต้องไปเช็คข้อมูลก่อนว่ามีรายละเอียดอย่างไร เพราะเรื่องนี้เป็นคดีเฉพาะ มีข้อกังวล ข้อมูลต่าง ๆ ในทุกด้าน ซึ่งกรมฯ เองพร้อมจะให้ข้อมูลกับ ป.ป.ชง หากมีการประสานความร่วมมือมา ยืนยันว่ากรมฯ พร้อมร่วมมือในการตรวจสอบข้อมูลทุกด้าน

อธิบดีกรมศุลกากร ยังกล่าวอีกว่า ได้มีการส่งรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีการตรวจสอบนาฬิกาหรูของพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ ป.ป.ช. พิจารณาเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8158</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศุลกากร, กุลิศ สมบัติศิริ, ปปช., ประชาธิปัตย์, รถหรู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fa3d046b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
