<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก๋งเสยท้ายมอเตอร์ไซค์ คนขี่กระเด็นไปอีกฝั่งถนน ศีรษะฟาดพื้นเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนรถจักรยานยนต์ จนกระเด็นไปอีกฝั่งถนนคนขี่รถจักรยานยนต์กระเด็นตกจากรถ ศีรษะฟาดพื้นเสียชีวิตทันทีในที่เกิดแหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 เวลา 20.00 น.พ.ต.ท.เอกรัฐ อำไพ สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรขลุง ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ บนถนนสุขุมวิทขาออก ตำบลวันยาว อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้ง พ.ต.ท.เอกรัฐ อำไพ สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรขลุง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพขลุงมูลนิธิ เดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ บริเวณยูเทิร์นใกล้โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก พบผู้เสียชีวิต ชื่อนายพลลภ วาทะรงค์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 6 ตำบลเทพนิมิต อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด สภาพสวมกางเกงขาสั้น เสื้อยืดแขนยาว สวมรองเท้าแตะ สภาพศพข้อเท้าขวาหัก กระดูกแตก ศีรษะฟาดพื้นถนนมีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมากคาดเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุเนื่องจากเสียเลือดมาก ในที่เกิดเหตุพบ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้าวีออส สีบรอนส์ เงิน หมายเลขทะเบียน กบ 5602 จันทบุรี สภาพด้านหน้ากระจกแตกยุบเป็นรูปวงกลม คาดว่าศีรษะผู้เสียชีวิตพุ่งไปชนเข้ากับบริเวณดังกล่าว ฝากระโปรงกันชนหน้ายุบ ฝาครอบล้อหน้าขวาหลุดกระเด็น ยางล้อหน้าขวาแตก โดยรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวมี นายวรพัชร สุรศัพท์ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/3 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เป็นคนขับ อีกฟากของถนนพบ รถจักยานยนต์ ซุซุกิ สีเหลือง หมายเลขทะเบียน กจน 454 ตราด ล้อหลังบี้แบนป้ายทะเบียนหลุดกระเด็น อยู่ในสภาพด้านท้ายของรถถูกชนจนพังยับเยิน ส่วนด้านหน้าเสียหายเพียงเล็กน้อย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวรพัชร เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว เล่าว่า ตนขับรถมาจากตลาดขลุงมุ่งหน้าไปตามถนนสุขุมวิท ขาออกไปจังหวัดตราด เพื่อกลับบ้านที่ตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีจักรยานยนต์ วิ่งอยู่ทางด้านหน้าในระยะกระชั้นชิด ทำให้รถยนต์ของตนพุ่งชนเข้าอย่างจังจนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพพร้อมตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพขลุงมูลนิธิ นำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลขลุงเพื่อให้แพทย์ทำการตรวจสอบก่อนเชิญตัวคนขับรถยนต์เก๋ง มาทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในลำดับต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13858</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, พลลภ วาทะรงค์, รถเก๋งชนท้ายจักรยานยนต์, สภ.ขลุง, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b53da8e3dc0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แว้นอัดปิกอัพดับ3 อีกรายขยี้2ศพ-หนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;อุบัติเหตุวันหยุด รถเก๋งชนท้ายจักรยานยนต์กระเด็นแล้วหนี ปล่อยให้คนขี่กับคนซ้อนกระเด็นฟาดเสาไฟฟ้าเป็นศพที่สุโขทัย ส่วนที่บุรีรัมย์ แก๊งแว้นเจอปิกอัพเลี้ยวตัดหน้าเข้าปั๊ม ขาซิ่ง 5 คันเบรกไม่ทันพุ่งชนเต็มแรง ดับ 3 ศพ อีก 2 สาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันเสาร์ ร.ต.อ.พุทธิชัย มินเสน รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านสวน อ.เมือง จ.สุโขทัย รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิตแล้วหลบหนี บริเวณหน้าโรงแรมเดอะเบสท์เฮาส์ ถนนสิงหวัฒน์ หมู่ 11 ต.บ้านสวน จึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์จาก รพ.สุโขทัย และหน่วยกู้ภัยข่าวภาพ พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ ไอ สีดำ ทะเบียน ขขธ 70 สุโขทัย ถูกชนท้ายล้มขวางกลางถนน ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบร่างของผู้เสียชีวิต 2 คน กระเด็นขึ้นไปอัดติดอยู่กับเสาไฟฟ้าส่องสว่างบนเกาะกลางถนน มีบาดแผลตามลำตัวหลายแห่งและคอหักทั้งคู่ ทราบชื่อ ด.ช.รัฐพล บัวแก้ว อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75/2 หมู่ 4 ต.ตาลเตี้ย อ.เมือง จ.สุโขทัย และ ด.ช.ไกรวิทย์ เพ็งอ่อง อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 382/1 หมู่ 9 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.สุโขทัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ รปภ.ของโรงแรมเดอะเบสท์เฮาส์ ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า เห็นผู้ตายทั้งสองคนซ้อนรถจักรยานยนต์กันมาจากในเมือง มุ่งหน้าสี่แยกบ้านสวน ถึงที่เกิดเหตุมีรถเก๋งสีดำ ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน วิ่งตามหลังมาด้วยความเร็วสูง ก่อนพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์เต็มแรง จนร่างคนขี่และคนซ้อนกระเด็นไปกระแทกกับเสาไฟส่องสว่างบนเกาะกลางถนน จากนั้นรถเก๋งก็ขับหลบหนีไปทาง จ.พิษณุโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุรีรัมย์ เมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 6 พ.ค.นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์จำนวนหลายคัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงได้ประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมสถานบุรีรัมย์ไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นถนนสายบุรีรัมย์-สตึก บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ต.บ้านยาง อ.เมืองบุรีรัมย์ พบรถจักรยานยนต์ในสภาพพังเสียหาย ล้อบิดเบี้ยว เศษชิ้นส่วนแตกหักกระจัดกระจายเกลื่อนถนน รวม 5 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายอายุประมาณ 15-16 ปี นอนอยู่ข้างรถจักรยานยนต์จำนวน 6 ราย ในจำนวนนี้อาการสาหัสนอนหมดสติบนพื้นถนน 5 ราย หน่วยกู้ภัยจึงทำการปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิตก่อนจะเร่งลำเลียงนำส่งโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยังพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีแดง ทะเบียน 4446 บุรีรัมย์ คู่กรณี ในสภาพพังเสียหายประตูด้านซ้ายหลุดออก คนขับและคนนั่งข้างบาดเจ็บทั้ง 2 ราย เจ้าหน้าที่จึงนำส่งโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากอุบัติเหตุดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 8 ราย ล่าสุดมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามนายวาทิต กำจัดตุรัส อายุ 15 ปี หนึ่งในกลุ่มจักรยานยนต์ที่ประสบเหตุ เล่าว่า ตนกับเพื่อนขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกันรวมกว่า 10 คัน พากันมาเที่ยวในตัวเมืองบุรีรัมย์ จากนั้นจะกลับบ้านที่ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ก็ขี่รถจักรยานยนต์มากันเป็นกลุ่ม ถึงบริเวณหน้าปั๊มได้มีรถกระบะเลี้ยวตัดหน้าจะเข้าปั๊ม ทำให้รถจักรยานยนต์ในกลุ่ม 5 คัน เบรกไม่ทัน พุ่งชนรถกระบะคันดังกล่าวเต็มแรง จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำพยาน และตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครพนม เวลา 11.00 น. วันเดียวกัน รถเก๋งนิสสัน อัลเมร่า สีเทา ทะเบียน กค 8887 นครพนม มีนายณัฐกร บุญยะฤทธิวงศ์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/77 หมู่บ้านพิมพากร ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม เป็นคนขับ เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางแล้วเกิดไฟลุกไหม้ท่วมรถทั้งคัน ริมถนนบายพาสเลี่ยงเมือง เส้นมุ่งหน้าไป อ.ธาตุพนม บ้านน้อยหนองเค็ม เขตเทศบาลเมืองนครพนม ปรากฏว่านายปิยะณัฐ สอนสุภาพ อายุ 22 ปี เห็นเหตุการณ์วิ่งไปช่วยนำนายณัฐกรออกมาจากรถได้อย่างปลอดภัย ขณะที่รถเก๋งถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงขลา ร.ต.อ.เจตพร บุปผา รองสารวัตรสอบสวน สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนต้นไม้บริเวณโค้งท่านางหอม ถนนลพบุรีราเมศวร์ เส้นทางหาดใหญ่-สงขลา สายใหม่ พื้นที่หมู่ 5 ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ ไปตรวจสอบ พบรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน อัลเมร่า สีขาว หมายเลขทะเบียน ขจ 8791 สงขลา ชนรั้วกั้นทางบริเวณทางโค้ง แล้วพุ่งชนต้นไม้ สภาพรถพลิกคว่ำติดอยู่กับต้นไม้พังเสียหายทั้งคัน มีผู้ติดอยู่ภายในรถ 3 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 1 คนคือ พลทหารอารีฟ ณแฉร้ม อายุ 23 ปี ทหารเกณฑ์ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ ส่วนอีก 2 คน คือนายเอกลักษณ์ เหล๊าะเหม อายุ 22 ปี คนขับ และนายณัฐวุฒิ ดลร่อหมาน อายุ 22 ปี เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนขับอาจหลับในหรือมึนเมา เพราะทราบว่าทั้งหมดกลับจากเที่ยวสถานบันเทิงในหาดใหญ่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8617</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเด็นฟาดเสาไฟฟ้า, คอหักทั้งคู่, นายวาทิต กำจัดตุรัส, นายเอกลักษณ์ เหล๊าะเหม, ร.ต.อ.พุทธิชัย มินเสน, รถเก๋งชนท้ายจักรยานยนต์, รพ.สุโขทัย, สภ.เมืองบุรีรัมย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบัติเหตุวันหยุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aef0d367243d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
