<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.ปรับรถเมล์ 4 เส้นทางวิ่งเชื่อมสายสีแดง ดีเดย์ 2 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ค.2564 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(รฟท.)&amp;nbsp;จะเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และ บางซื่อ-ตลิ่งชัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยไม่เก็บค่าบริการ เป็นเวลา 3 เดือน (เดือน ส.ค.-ต.ค.64) ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.64 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขสมก. จึงได้ปรับปรุง และเพิ่มเติมเส้นทางเดินรถโดยสาร&amp;nbsp;(รถเมล์)&amp;nbsp;จำนวน 4 เส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ที่มีความประสงค์เดินทางเชื่อมต่อระบบรถไฟสายดังกล่าว โดยจัดเก็บค่าโดยสารตามอัตราปกติของรถโดยสารแต่ละประเภท โดยจะให้บริการในวันที่ 2 ส.ค.64 ตั้งแต่เวลา 10.00-19.30 น. และตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.64 เป็นต้นไป จะให้บริการ เวลา 05.00-19.30 น. โดยมีรายละเอียด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สาย 49&amp;nbsp;&amp;nbsp;เส้นทางสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต2-หัวลำโพง (เดิม) ปรับปรุงเป็นเส้นทาง วงกลมสถานีกลางบางซื่อ-หัวลำโพง ช่วงสถานีกลางบางซื่อ-ยมราช-หัวลำโพง (ให้บริการทั้งรถโดยสารปรับอากาศ&amp;nbsp;(รถเมล์แอร์)&amp;nbsp;และรถโดยสารธรรมดา&amp;nbsp;(รถเมล์ร้อน)) 2.สาย 67 เส้นทางวัดเสมียนนารี-เซ็นทรัลพระราม 3 (เดิม) เพิ่มเติมเส้นทาง-ช่วงสถานีกลางบางซื่อ-เซ็นทรัลพระราม 3 (ให้บริการเฉพาะรถเมล์แอร์) 3.สาย 79 เส้นทางอู่บางแค (วัดม่วง)-ราชประสงค์ (เดิม) เพิ่มเติมเส้นทาง-ช่วงอู่บรมราชชนนี-สถานีบางบำหรุ-สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ปิ่นเกล้า) (ให้บริการเฉพาะรถเมล์แอร์)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.สาย 522 เส้นทางรังสิต-งามวงศ์วาน-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (เดิม) เพิ่มเติมเส้นทาง-ช่วงสถานีรถไฟฟ้ารังสิต-สถานีรถไฟฟ้าแยก คปอ. (ให้บริการเฉพาะรถเมล์แอร์) ทั้งนี้ ขสมก. จะเพิ่มเติมเส้นทางเดินรถเมล์ อีก 4 เส้นทาง เพื่อเชื่อมต่อระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บริการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111612</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), รถเมล์, สายสีแดง, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e7b6cc80884.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก. จำกัดผู้ใช้บริการไม่เกิน 50% เริ่ม 21 ก.ค. นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ก.ค.2564 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล &amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ออกข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 28) ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2564 จำนวน 11 ข้อ &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นข้อปฏิบัติ ในการแก้ไขและบรรเทาสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ให้คลี่คลายลงโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยข้อที่ 6 กำหนดให้หน่วยงานที่ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท &amp;nbsp;ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด และการขนส่งสาธารณะทุกประเภทระหว่างจังหวัดทั่วราชอาณาจักร ให้เป็นไปตามแนวทางที่ ศปก.ศบค. กำหนด โดยจำกัดจำนวนผู้โดยสาร ที่ใช้บริการไม่เกิน 50%ของความจุผู้โดยสาร สำหรับยานพาหนะแต่ละประเภท รวมทั้งจัดให้มีการเว้นระยะห่างและการปฏิบัติตามมาตรการ ด้านสาธารณะสุขที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยพิจารณาจัดการให้บริการขนส่งสาธารณะ ให้เพียงพอต่อความจำเป็น และตามเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางของประชาชน โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ขสมก. จึงปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทางทุกคัน ไม่ให้เกินร้อยละ 50 ของความจุผู้ใช้บริการ ตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น &amp;nbsp;2. ปรับเปลี่ยนเวลาให้บริการรถโดยสารประจำทาง จากเวลาปกติ เป็นให้บริการ เวลา 05.00 - 21.00 น. (เวลา 21.00 น. คือ เวลาที่รถโดยสารกลับถึงอู่จอดรถ) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น โดยเพิ่มความถี่ในการปล่อยรถ ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า (05.00 - 08.00 น.) และช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ถึงเวลาก่อนรถโดยสารหยุดให้บริการ (16.00 - 21.00 น.) ให้มีระยะห่างกันไม่เกิน 5 - 10 นาที หรือจัดเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการของประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
3. ให้บริการรถโดยสาร วันธรรมดา จำนวน 18,000 - 20,000 เที่ยว &amp;nbsp;วันเสาร์ - วันอาทิตย์ ให้บริการรถโดยสาร จำนวน 16,000 เที่ยว หรือจัดเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการของประชาชนในแต่ละช่วงเวลา4. ปล่อยรถโดยสารคันสุดท้าย ออกจากท่าปลายทางประมาณ 20.00 น. เพื่อให้พนักงานสามารถนำรถกลับเข้าอู่จอดรถได้ทันเวลา 21.00 น. โดยปรับเพิ่มความถี่ในช่วงการปล่อยรถ 3 คันสุดท้าย ให้มีระยะห่างกัน 5 - 10 นาที ซึ่งรถโดยสาร 3 คันสุดท้าย จะติดป้ายข้อความบ่งชี้บริเวณหน้ารถโดยสาร ดังนี้ เหลือรถ 2 คันสุดท้าย,เหลือรถ 1 คันสุดท้ายและรถคันสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) &amp;nbsp;ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งขณะใช้บริการรถโดยสาร &amp;nbsp;นั่งหรือยืนตามจุดที่กำหนด &amp;nbsp;กรณีผู้ใช้บริการเต็มจะต้องรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป &amp;nbsp;รวมทั้ง ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ เตรียมตัวกลับบ้านก่อนเวลา 18.00 น. เพื่อลดความแออัดของผู้ใช้บริการบนรถโดยสาร ในช่วงเวลาก่อนรถโดยสารหยุดให้บริการ (20.00 - 21.00 น.) ซึ่งจะทำให้การดำเนินการตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมบนรถโดยสาร เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110417</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก, ผู้โดยสาร 50%, รถเมล์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e7b6cc80884.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.สุรเชษฐ์ แฉด้วยภาพ!ตอกย้ำต้องเพิ่มเที่ยวรถ รักษาระยะห่างระหว่างคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย. 64&amp;nbsp; - นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้านคมนาคม และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า จากกรณีที่มีกระแสในโลกออนไลน์เรื่องรถเมล์คนแน่นมาก ดังที่บางคนระบุพร้อมโชว์ภาพว่า &amp;ldquo;แน่นไปจนถึงบันไดประตูรถเมล์เลยค่ะ ชีวิตมีความเสี่ยงมากค่ะ กลัวจะติดเชื้อโควิดค่ะ ให้ภาพเล่าเรื่องดีกว่านะคะ เพราะมันสวนทางกับที่ทาง ศบค. หรือทางรัฐบาล อยากให้รักษาระยะห่าง social distacing มากเลยค่ะ ... คือตอนแรกที่ดิฉันขึ้นรถเมล์ โชคดีที่ได้ขึ้นต้นทางค่ะ จึงได้นั่งและบนรถก็ยังโล่งอยู่ แต่ต่อมาคนเริ่มทยอยขึ้นรถเมล์คันนี้เพิ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพวกเราทุกคนต่างก็อยากเดินทางกลับบ้านเพื่อนอนพักผ่อนเช่นเดียวกัน หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมากจากการทำงาน จึงจำเป็นต้องขึ้นรถเมล์คันเดียวกันดังกล่าว&amp;nbsp; คนบนรถเบียดกันจนดิฉันนึกถึงเพลงของวงซาซ่าอยู่เพลงหนึ่งคะ ชื่อเพลง &amp;lsquo;เลือกได้ไหม?&amp;rsquo; ... แล้วฉันเลือกอะไรได้มั้ย เลือกให้เธอไม่ไปได้หรือเปล่า ?&amp;rdquo;

จากกรณีดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะได้เคยเตือนไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว แต่ท่านไม่ฟัง ท่านต้องเข้าใจเสียใหม่ว่า ขสมก. เป็นบริการสาธารณะ อย่ามองเรื่องกำไรหรือขาดทุน&amp;nbsp; ในกรณีนี้ต้องเพิ่มความถี่เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างคน ไม่ใช่ลดเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างรถ และนี่เป็นหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในฐานะรัฐมนตรีที่ต้องกำกับดูแลไม่ให้ไปซ้ำเติมสถานการณ์ทางสาธารณสุขและบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน ท่านต้องทำหน้าที่ของตัวเองบ้าง

&amp;ldquo;ต้องเข้าใจหัวอกประชาชนบ้างว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่สามารถหยุดอยู่บ้านเฉยๆแล้วมีเงินใช้ได้ และไม่ได้ร่ำรวยพอที่จะซื้อรถยนต์ส่วนตัว เรียกแท็กซี่ หรือขึ้นรถไฟฟ้าราคาแพง อย่าลืมว่าโควิดรอบนี้รัฐบาลที่ท่านนั่งร่วมอยู่ ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วมีแต่คำสั่งบังคับให้ประชาชนทำนั่นทำนี่ แต่มาตรการเยียวยาช่วยเหลือกลับไม่มีให้เห็นออกมาเลย&amp;rdquo;

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายสุรเชษฐ์ ได้เคยแสดงความเห็นในเฟซบุ๊กถึงกรณี ขสมก.ปรับลดเที่ยววิ่งรถโดยสารทุกประเภท เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 โดยระบุว่า การลดเที่ยววิ่ง เป็นการลด &amp;lsquo;ความถี่&amp;rsquo; ของการให้บริการ ทำให้ผู้ใช้บริการต้องรอนานขึ้น ส่วนการที่รถโล่งขึ้นก็เป็นเรื่องที่ควรจะเป็นอยู่แล้วในช่วงโควิด เพราะเป็นการรักษาระยะห่างระหว่างคน รัฐมนตรีควรเข้าใจว่า รถเมล์เป็นบริการสาธารณะที่รัฐควรอุดหนุนโดยไม่ลดระดับการให้บริการความถี่ ซึ่งก็คือการใช้เงินภาษีอุดหนุนผู้มีรายได้น้อยโดยตรง นอกจากนี้ เขายังแนะนำว่า เมื่อรัฐบาลไม่เห็นหัวประชาชน ประชาชนก็ต้องดูแลตัวเอง โดยแนะนำให้ใช้ &amp;lsquo;Via Bus&amp;rsquo; แอปติดตามรถเมล์บนมือถือที่อย่างน้อยก็ทำให้ประชาชนเดินทางอย่างมีความ﻿หวังขึ้น เพราะสามารถทราบพิกัดรถเมล์แบบเรียลไทม์ได้ด้วย GPS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101283</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, รถเมล์, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608ba62c6d05a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!!!กระเป๋ารถเมล์ขสมก.สาย 73”ห้วยขวาง-สะพานพุทธ”ติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23เม.ย.64-รายงานข่าวจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) แจ้งว่า &amp;nbsp;พบพนักงานเก็บค่าโดยสาร่รถปรับอากาศ (รถเมล์แอร์) สาย 73 ห้วยขวาง-สะพานพุทธ เพศหญิง อายุ 33 ปี ติดโควิด-19หลังจากเมื่อวันที่ 23 เม.ย.64 เวลา 13.30 น. พนักงานคนนี้ได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;ณ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ต่อมาเมื่อเวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ได้แจ้งให้ทราบว่าพนักงานคนดังกล่าว เป็นผู้ติดเชื้อฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จึงให้พนักงานรออยู่ที่บ้าน โดยจะนำรถพยาบาลมารับพนักงานไปรักษาตัวที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล&amp;nbsp;
ต่อมาวันที่ 24 เม.ย.64 &amp;nbsp;ขสมก. รับทราบข้อมูลจากผู้อำนวยการเขตการเดินรถที่ 8 จึงดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ขสมก. ได้แจ้งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อแจ้งรายละเอียดผู้ติดเชื้อโควิด-19 (ตามแนวทางปฏิบัติกรณีพบผู้ติดเชื้อฯ) โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ รวมทั้งตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง ซึ่งอุณหภูมิร่างกายของพนักงาน ตั้งแต่วันที่ 13 &amp;ndash; 22 เม.ย.64 อยู่ที่ 36.5 องศาเซลเซียส โดยไทม์ไลน์ของพนักงานสรุปได้ ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 13 เม.ย.64 ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์แอร์ สาย 73 หมายเลข 8-67043 เวลา 05.00-11.45 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที
วันที่ 14 เม.ย.64 ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์แอร์ สาย 73 หมายเลข 8-67043 เวลา 05.00-11.40 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที
วันที่ 15 เม.ย.64 ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์แอร์ สาย 73 หมายเลข 8-67030 เวลา 04.30-11.20 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที
วันที่ 16 เม.ย.64 วันหยุดประจำสัปดาห์ เมื่อเวลา 08.30 น. ได้เดินทางไปพบแพทย์ณ คลีนิกที่ตั้งอยู่บริเวณซอยอินทามระ 18 ต่อมาเวลา 09.00 น. ได้นั่งวินรถจักรยานยนต์ (จยย.) รับจ้างบริเวณซอยอินทามระ 16 ไปกรมการขนส่งทางบก (จตุจักร) เพื่อต่อใบอนุญาตเป็นพนักงานเก็บค่าโดยสาร และเดินทางกลับที่พักอาศัย ในเวลา 10.00 น. ระหว่างทางได้แวะซื้อกาแฟที่ร้านอเมซอน สาขาบิ๊กซีสะพานควาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 17 เม.ย.64 ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์แอร์ สาย 73 หมายเลข &amp;nbsp;8-67043 เวลา 07.15-15.25 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที
วันที่ 18 เม.ย.64 ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์แอร์ สาย 73 หมายเลข &amp;nbsp;8-67119 เวลา 05.45-12.30 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที
วันที่ 19 เม.ย.64 ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์แอร์ สาย 73 หมายเลข 8-67043 ตั้งแต่เวลา 04.40 &amp;ndash; 12.25 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที
วันที่ 20 เม.ย.64 ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์แอร์ สาย 73 หมายเลข 8-67043 เวลา 04.40-11.30 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 21 เม.ย.64 ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์แอร์ สาย 73 หมายเลข 8-67043 เวลา 04.30-10.40 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที&amp;nbsp;
วันที่ 22 เม.ย.64 ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์แอร์ สาย 73 หมายเลข 8-67043 เวลา 04.10-11.10 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที ต่อมาเวลา 19.00 น.เจ้าหน้าที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แจ้งว่ามารดาของพนักงานเป็นผู้ติดเชื้อฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 23 เม.ย.64 เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ เมื่อเวลา 13.30 น. ได้เดินทางไปที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 และเดินทางกลับที่พักอาศัยในเวลา 16.00 น. ต่อมาเวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ได้แจ้งให้ทราบว่าพนักงานเป็นผู้ติดเชื้อฯ จึงให้พนักงานรออยู่ที่บ้าน โดยจะนำรถพยาบาลมารับพนักงานไปรักษาตัวที่ศูนย์ฯ&amp;nbsp;
วันที่ 24 เม.ย.64 และ วันที่ 24 เม.ย.64 เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ได้นำรถพยาบาลมารับพนักงานไปทำการรักษา ในเวลา 13.00 น. &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เมื่อพนักงานขับรถเมล์นำรถกลับเข้าอู่ในแต่ละรอบ จะฉีดพ่นทำความสะอาดภายในรถเมล์ทันทีด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70 % จึงมั่นใจได้ว่ารถเมล์ ขสมก. มีความสะอาด ปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ขสมก. ได้พักการใช้งานรถโดยสารเมล์ สาย 73 จำนวน 3 คัน ที่พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ รถเมล์ หมายเลข 8-67043, 8-67030 และหมายเลข 8-67119 เป็นระยะเวลา 3 วัน เพื่อฉีดพ่น ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในรถ รวมถึง อู่จอดรถและท่าปล่อยรถเมล์ และ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ขสมก. ได้ตรวจสอบ พบว่าพนักงานขับรถเมล์จำนวน 1 คน ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์คันเดียวกับพนักงานผู้ติดเชื้อ จึงให้พนักงานขับรถเมล์หยุดงานไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 หากได้ผลเป็นประการใดจะแจ้งให้ทราบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) อย่างเคร่งครัด ได้แก่ การสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร การล้างทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;การฉีดพ่นทำความสะอาดภายในรถโดยสารด้วยแอลกอฮอล์ ทั้งก่อนและหลังนำรถออกวิ่งให้บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการเดินทาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., พนักงานเก็บค่าโดยสาร, รถเมล์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_6083fa4cf10b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนใจแห่แชร์โพสต์ &#039;ส.ส.วัน&#039; เอาเงินซื้อเรือดำน้ำไปซื้อรถเมล์ก่อนดีมั้ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.63 - นายวัน อยู่บำรุง ส.ส. พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์รูปภาพรถเมล์พร้อมข้อความระบุว่า &amp;nbsp; &amp;quot;เอาเงินซื้อเรือดำน้ำไปซื้อรถเมล์ก่อนมั้ยไอ้สลัดผัก!!!!&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โพสต์ของนายวัน มีแฟนเพจเข้าไปกดไลก์เป็นจำนวนมาก แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยและแชร์ออกไปในสังคมโซเชียลฯอีกนับพัน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75238</URL_LINK>
                <HASHTAG>กงอทัพ, กลาโหม, ซื้อเรือดำน้ำ, รถเมล์, วัน อยู่บำรุง, ส.ส.บางบอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200822/image_big_5f40fef71b214.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถเมล์สาย 8 ซิ่งทับคนขับวิน จยย.ดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.63 - ร.ต.อ.บรรยง แดงเรือง รอง สว.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุรถโดยสารประจำทางเฉี่ยวชนคนขี่จักรยานยนต์เสียชีวิตบนถนนลาดพร้าว หน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ปากซอยลาดพร้าว 38 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ จึงประสานมูลนิธิกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง และแพทย์เวรนิติเวช รพ.ตำรวจ เข้าตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุถนนลาดพร้าวฝั่งขาเข้าแบ่งเป็น 2 เลน ช่องขวาสุดพบศพนายเสมือน เกรงซื่อ สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีม่วง สวมวินจักรยานยนต์รับจ้างห้างมาบุญครอง ประตู 2 เขตปทุมวัน ทับไว้ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว สภาพศพนอนหงายมีเลือดออกจมูก อยู่ใต้ท้องรถโดยสารประจำทาง สาย 8 สีชมพู วิ่งเส้นทางแฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธ เลขข้างรถ 35-104 ป้ายทะเบียน 13-7382 กทม.ห่างออกไปเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ผู้ตายยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ ทะเบียนเหลือง 1กฒ507 กทม.เจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายจราจรสั่งปิดการจราจร 2 ช่องทางเป็นเวลาประมาณ 10 นาที โดยสั่งให้คนขับรถเมล์คันเกิดเหตุไปจอดรอที่ป้อมจราจรแยกรัชดาฯ เพื่อลดความหนาแน่นการจราจร ก่อนคุมตัวนายนัฐพล สารพันธ์ อายุ 38 ปี คนขับรถไปสอบปากคำที่ สน.พหลโยธิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายนัฐพล กล่าวว่า ผู้ตายขี่จักรยานยนต์มาเลนซ้าย แล้วเบรกหลบเนื่องจากจะชนรถคันข้างหน้าก่อนเสียหลักล้มเอง ทำให้ตนที่ขับมาทางเลนขวาหยุดรถไม่ทัน ทับตัวผู้ตายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องสอบปากคำพยานก่อนตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อสรุปสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71132</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถเมล์, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f0969841c855.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.ยกเครื่องแผนฟื้นฟูฯดันคิดราคาเหมาจ่าย 30 บาท การันตีรถใหม่สะอาด รอไม่เกิน 10 นาที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ออกแผนฟื้นฟูปี 2563 รับกระแสโพล &amp;ldquo;รถเมล์แบบไหนถูกใจคนกรุงฯ&amp;rdquo; หลังพบแผนฯเดิมมีบางข้อไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ และไม่ทันยุค Covid-19 &amp;nbsp;เน้นความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตพื้นฐานของประชาชนทั้งด้านบริการ ความสะดวก ปลอดภัย ถูกสุขอนามัยตามวิถีชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal) &amp;nbsp;หวังเปลี่ยนโฉมสู่การเป็นรถเมล์สาธารณะของคนไทย ให้บริการสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ล่าสุดผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)แล้ว เตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือนสิงหาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก) กล่าวถึงการปรับแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ที่ได้มีการปรับแผนใหม่ล่าสุด ทันต่อยุค Covid-19 ว่า &amp;ldquo;ขสมก.ได้เคยจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ เมื่อปี พ.ศ. 2562 โดยได้รับความเห็นชอบในหลักการจากคณะรัฐมนตรี แต่เนื่องจากเรายังมีโจทย์ที่จะต้องปรับแผนให้รอบคอบรัดกุม สามารถแก้ปัญหาเรื้อรัง ทั้งสถานะทางการเงิน สภาพรถเก่าและจำนวนรถโดยสาร การปรับโครงสร้างองค์กร ต้นทุนการดำเนินงานที่สูง และการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีด้าน IT ของหน่วยงานให้ทันต่อยุคสมัย &amp;nbsp;โดยจะเห็นว่าจากสถานการณ์โลกปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือ Covid-19 เป็นตัวเร่ง ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้น และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก ซึ่งประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากแผนฟื้นฟูดังกล่าว อาทิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ประชาชนจะได้ใช้รถใหม่ มีบริการที่สะอาด สะดวก สบาย ปลอดภัย ผ่านการตรวจสอบคุณภาพตัวรถทั้งระบบคันเร่ง เบรก เป็นอย่างดี และเป็นรถเย็น ติดแอร์ทั้งหมด ทำให้พนักงานขับรถไม่รู้สึกเครียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ราคาค่าบริการเหมาจ่ายทั้งวัน 30 บาท สามารถโดยสารกี่เที่ยวก็ได้ไม่จำกัด ทั้งรถของขสมก.และรถร่วมทั้งนี้คนที่ขึ้นเที่ยวเดียวคิดราคาเพียง 15 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ปัญหาการจราจรลดลง เนื่องจากจะมีจำนวนรถประจำทางลดลง จาก 6,000 คัน เหลือเพียง 2,500 คัน &amp;nbsp;เท่ากับการลดพื้นที่การใช้ถนนลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. คุณภาพอากาศดีขึ้น โดยเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า เอ็นจีวี และ ไฮบริดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. การปฏิรูปเส้นทางรถเมล์รูปแบบใหม่ ที่จะครอบคลุมทั้ง กทม.และ ปริมณฑล โดยมีเส้นหลัก เส้นรอง และวงกลม ตามโปรแกรมคำนวณจากระบบคอมพิวเตอร์ของกรมขนส่งทางบก ทำให้รถไม่ต้องวิ่งทับเส้นทางกันเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ระยะเวลารอรถ สั้นลง 5-10 นาที โดยการปรับเส้นทางวิ่งระยะสั้น แต่มีความถี่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ประชาชนโดยรวมทั้งประเทศ ไม่มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น เนื่องจากหนี้สินเดิมได้มีการจัดการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากทำตามแผนที่วางไว้ มีการคำนวณว่าจะขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐเป็นระยะเวลา 7 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2571 และในปี 2572 ขสมก.จะสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่เป็นภาระให้ภาครัฐในอนาคตซึ่งนับเป็นการเตรียมแผนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลโพล &amp;ldquo;รถเมล์แบบไหน ถูกใจคนกรุง&amp;rdquo; เก็บข้อมูลจากประชาชนที่ใช้บริการรถเมล์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,299 คน จัดทำโดยกรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 46.7 มีความพึงพอใจต่อรถเมล์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในระดับน้อย รองลงมาร้อยละ 33.0 ระบุว่าพึงพอใจปานกลาง และร้อยละ 20.3 ระบุว่าพึงพอใจมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงภาพลักษณ์ของรถเมล์ที่วิ่งอยู่ในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร &amp;nbsp;พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 61.0 ระบุว่ารอรถเมล์นาน รถไม่พอกับความต้องการ &amp;nbsp;รองลงมาร้อยละ 51.7 ระบุว่า รถมีสภาพเก่า ชำรุดทรุดโทรม และร้อยละ 41.2 ระบุว่ารถปล่อยควันดำ ส่งผลเสียด้านมลพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคาดหวังว่าอยากได้รถเมล์แบบใดนั้น พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 61.6 อยากให้รถเมล์มาตรงเวลา ผู้โดยสารไม่ต้องรอนาน จะได้เดินทางรวดเร็วขึ้น &amp;nbsp;รองลงมาร้อยละ 53.1 ระบุว่าอยากให้รถเมล์ใหม่ทุกคัน ทุกสาย เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และร้อยละ 51.9 ระบุว่าอยากให้ออกรถถี่ขึ้น มีที่นั่งเพียงพอ ไม่ต้องเบียดเสียดแออัด ตามรูปแบบการใช้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีความต้องการอื่น ๆ จากเสียงของผู้ใช้บริการ อาทิ ร้อยละ 37.6 อยากให้รถโดยสารเป็นรถชานต่ำ เป็นมิตรกับผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และร้อยละ 26.8 &amp;nbsp;มีความคาดหวังให้ชำระค่าบริการผ่าน&amp;nbsp; E-Ticket แทนการใช้เงินสด เพื่อความสะดวก ลดการสัมผัส และปรับราคาค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย 30 บาท เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการแก้ไขปัญหา การขับรถหวาดเสียว &amp;nbsp;การไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร และการขับรถเลยป้าย ขสมก.จะเข้มงวดกวดขันในการกำกับดูแลพนักงานขับรถ ให้ปฏิบัติตามกฎจราจรและคู่มือพนักงานขับรถตามมาตรฐานระบบ ISO 9001: 2015 อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ ขสมก.พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนสู่สิ่งที่ดีขึ้น เรามองไปที่การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ขสมก.ใหม่ทั้งหมด ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ ในการพลิกโฉม ขสมก.ในอดีตโดยสิ้นเชิง โดยเราได้รับฟังเสียงจากประชาชนผู้ใช้บริการ เพื่อเป็นข้อมูลในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. &amp;nbsp;โดยในปี 2563 นี้ เราหวังส่งสัญญาณไปถึงประชาชนทุกคน เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตพื้นฐานของคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสังคม ไม่เพียงแต่พนักงานของ ขสมก. หรือผู้ใช้บริการ แต่หมายถึงคนในสังคม ผู้ใช้รถ ใช้ถนน ตลอดจนสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัย&amp;rdquo; นายสุระชัย ผอ.ขสมก.กล่าวทิ้งท้าย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70945</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถเมล์, สุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล, แฟนฟื้นฟู ขสมก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f06d34e53018.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
