<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2018 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2018 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.สามารถ&#039; ชำแหละรถเมล์เอ็นจีวี  ถาม &#039;ขสมก&#039; รับมอบถูกกฎหมายหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 61 - ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์เรื่อง &amp;quot;รถเมล์เอ็นจีวีที่ ขสมก.รับมอบถูกกฎหมายหรือไม่?&amp;quot;ลงในเฟซบุ๊กแฟนเพจ&amp;nbsp; โดยระบุว่าองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้รับมอบรถเมล์เอ็นจีวีแล้วจำนวน 100 คัน จากบริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ชนะการประมูลรถเมล์ล็อตแรกจำนวน 489 คัน ด้วยการเสนอราคาคันละ 3.86 ล้านบาท ซึ่งแพงกว่าราคากลางที่ ขสมก.กำหนดไว้คันละ 3.5 ล้านบาท นั่นคือแพงกว่าราคากลางคันละ 360,000 บาท รวม 489 คัน คิดเป็นเงินที่ซื้อแพงกว่าจำนวน 176 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเขียนบทความนี้ด้วยความหวังที่ต้องการให้คนกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ใช้รถเมล์ใหม่ที่มีคุณภาพอย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ไม่ต้องการให้คนกรุงเทพฯ และปริมณฑลต้องอดทนใช้รถเมล์ที่ให้บริการกันอยู่ในปัจจุบันซึ่งมีสภาพเสื่อมโทรมเนื่องจากมีอายุการใช้งานมานานมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ ผมและทีมงานจึงได้ทำการตรวจสอบรถเมล์เอ็นจีวีที่ ขสมก.รับมอบมาแล้ว เพื่อดูว่ามีสิ่งใดผิดปกติซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้โดยสารหรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่าความสูงจากพื้นรถถึงหลังคารถหรือเพดานต่ำกว่าความสูงที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย กล่าวคือกฎหมายกำหนดให้ความสูงภายในรถต้องไม่น้อยกว่า 175 เซนติเมตร แต่จากการวัดความสูงภายในรถจากพื้นถึงเพดานรถ ปรากฎว่ามีพื้น 2 ระดับที่มีความสูงต่ำกว่า 175 เซนติเมตร ทั้งนี้ รถเมล์เอ็นจีวีที่ ขสมก.รับมอบมีการออกแบบส่วนท้ายรถให้มีพื้นถึง 4 ระดับ โดยมีขั้นบันไดทำหน้าที่เปลี่ยนระดับของพื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปที่ 1 แสดงความสูงของบันได จากพื้นระดับที่ 1 ขึ้นไปที่พื้นระดับที่ 2 มีขั้นบันได 2 ขั้น สูง 25 เซนติเมตร และ 27 เซนติเมตร ตามลำดับ จากพื้นระดับที่ 2 ขึ้นไปที่พื้นระดับที่ 3 มีขั้นบันได 1 ขั้น สูง 25 เซนติเมตร และจากพื้นระดับที่ 3 ขึ้นไปที่พื้นระดับที่ 4 มีขั้นบันได 1 ขั้น สูง 25 เซนติเมตร ความสูงของขั้นบันไดเหล่านี้สูงกว่าขั้นบันไดในบ้านพักที่กฎหมายกำหนดให้สูงไม่เกิน 18 เซนติเมตร แม้ว่ากฎหมายที่เกี่ยวกับการขนส่งไม่ได้กำหนดความสูงของขั้นบันไดภายในรถโดยสารไว้ก็ตาม แต่ ขสมก.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีประสบการณ์ในการเดินรถควรตระหนักว่าขั้นบันไดที่สูงเกินไปจะทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกสบาย และอาจสะดุดขั้นบันไดจนทำให้เกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะผู้โดยสารสูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็ก และคนพิการที่ต้องเดินขึ้นลงขั้นบันไดในขณะที่รถเมล์กำลังวิ่งหรือรถตกหลุมบ่อ ซึ่งมีโอกาสสะดุดขั้นบันไดได้สูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปที่ 2 แสดงความสูงจากพื้นรถถึงเพดานรถ ซึ่งจะเห็นได้ว่าความสูงจากพื้นระดับที่ 3 และระดับที่ 4 ถึงเพดานรถมีค่าเท่ากับ 171 เซนติเมตร และ 146 เซนติเมตร ตามลำดับ ถือว่าต่ำกว่าความสูงที่กฎหมายกำหนดไว้ให้มีความสูงไม่น้อยกว่า 175 เซนติเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปที่ 3 นายแบบสูง 173 เซนติเมตร ต้องก้มศีรษะหากจะยืนบนพื้นระดับที่ 4&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปที่ 4 นายแบบนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่บนพื้นระดับที่ 4 จะเห็นว่าศีรษะของนายแบบอยู่ใกล้กับหลังคารถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การมีความสูงจากพื้นถึงเพดานรถต่ำกว่าความสูงที่กฎหมายกำหนดไว้อาจทำให้ศีรษะกระแทกเพดานรถเป็นอันตรายได้โดยเฉพาะในขณะที่รถเมล์กำลังวิ่ง หรือตกหลุมบ่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า ขสมก.รับมอบรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 100 คัน ที่มีความสูงภายในรถไม่ตรงตามที่กฎหมายกำหนดไว้มาได้อย่างไร และทำไมจึงไม่ให้ ช.ทวีและสแกน อินเตอร์ซึ่งเป็นบริษัทผู้ชนะการประมูลทำการแก้ไขความสูงภายในรถให้ตรงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ก่อนรับมอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเมื่อ ขสมก.ซื้อรถเมล์เอ็นจีวีที่แพงกว่าราคากลางแล้วก็จะต้องได้รถเมล์ที่มีคุณภาพเหมาะสมกับราคา ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบายของผู้โดยสารเป็นสำคัญ ดังนั้น รถเมล์เอ็นจีวีที่เหลืออีกจำนวน 389 คัน ที่ ขสมก.เตรียมจะรับมอบนั้น จะต้องเป็นรถที่มีองค์ประกอบทุกอย่างตรงตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22698</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก, รถเมล์เอ็นจีวี, สามารถ ราชพลสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af91f431542b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาคม เผยไม่มีคำสั่งชะลอรับเมล์เอ็นจีวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo;ยัน ขสมก.ดำเนินการถูกต้อง สั่งดูรายละเอียดเตรียมยื่นอุทธรณ์ภายใน30 วัน พร้อมเดินหน้ารับรถตามสัญญา ยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.61-นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาระะหว่างบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด และพวกรวม 4 ราย เป็นผู้ฟ้องคดี กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.เป็นผู้ถูกฟ้องคดี กรณี ขสมก. บอกเลิกสัญญาซื้อ-ขายรถเมล์ NGV จำนวน 489 คัน โดยให้ ขสมก. ชดใช้ค่าเสียหายให้บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด, บริษัท อาร์ แอนด์ เอ คอมเมอร์เชียล วิฮีเคิลส์ เอสดีเอ็น บีเอชดี, บริษัท รถยนต์เซินหลง (เซี่ยงไฮ้) จำกัด และบริษัท เทคโนโลยีพลังงานใหม่ เป่ยฟังกวางโจว จำกัด รวมเป็นเงิน 1,159.97 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปีของเงินต้น 1,147.83 ล้านบาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 7 มิถุนายน 2560) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ว่าจากคำสั่งของปกครองกลางและผู้แถลงคดีนั้น ยังไม่สอดคล้องกัน ทั้งนี้ได้สั่งการให้ ขสมก.ไปหารือกับอัยการสูงสุด เพื่อดูความชัดเจน และวิเคราะห์ของข้อคำสั่งศาล เพื่อยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่รถเมล์เอ็นจีวี จำนวน 489 คัน จากกลุ่มทำงาน SCN-CHO นำโดยบริษัท ช.ทวี เป็นผู้จัดหารถ และ ขสมก.ได้นำมาให้บริการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 100 คันนั้น ยังคงนำมาให้บริการประชาชนต่อไป และเดินหน้าตามสัญญา พร้อมทยอยรับมอบรถล็อตจนครบ 489 คันตามสัญญาที่ระบุไว้ ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งหยุดรับรถอย่างไรก็ตาม ยืนยันและเชื่อมั่นในกระบวนการของ ขสมก. ที่ดำเนินการไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ รวมถึงการยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เบื้องต้นได้หารือกับขสมก. ซึ่งขสมก. ทำดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาล ซึ่งบริษัทจะทำการยื่นอุทธรณ์เช่นกัน โดยจะยื่นภายใน 30 วันตามที่กำหนด ส่วนรถส่งมอบให้แก่ขสมก.จะยังดำเนินการตามปกติ ส่วนรถล็อตที่เหลือบริษัทจะยังเดินหน้าการผลิตต่อไป พร้อมยืนยันว่า จะส่งมอบรถเมล์จนครบ 489 คันตามกรอบเวลาเดิมในเดือนมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6926</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ขสมก., ช.ทวี, บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป, รถเมล์, รถเมล์เอ็นจีวี, รถเมล์ใหม่, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acdb96a20b3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.อ่วมค่าโง่พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขสมก.อ่วม! ศาลปกครองกลางสั่งชดใช้ค่าเลิกสัญญาซื้อรถเมล์เอ็นจีวีให้เบสท์ริน 1,159 ล้านบาท &amp;nbsp;พร้อมสั่งระงับการทำสัญญาซื้อรถเมล์เอ็นจีวีกับ ช.ทวี ชั่วคราว เหตุมติบอร์ดน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขสมก.จ่อยื่นอุทธรณ์ ขณะที่ประธานเบสท์รินเตรียมเสนอรัฐบาลให้ ขสมก.เช่า-ซื้อรถของบริษัท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ชดใช้ค่าเสียหายให้กับบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด, บริษัท อาร์ แอนด์ เอ คอมเมอร์เชียล วิฮีเคิลส์ เอสดีเอ็น บีเอชดี จำกัด, &amp;nbsp; บริษัท รถยนต์เซินหลง (เซี่ยงไฮ้) จำกัด และบริษัทเทคโนโลยีพลังงานใหม่เป่ยฟังกวางโจว จำกัด เนื่องจากบอกเลิกสัญญาจัดซื้อจัดจ้างรถยนต์โดยสารปรับอากาศเอ็นจีวี และบำรุงรักษาจำนวน 489 คัน โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นเงิน 1,159,969,552.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้น 1,147,831,350.06 บาท นับถัดจากวันที่ 7 มิ.ย.60 ซึ่งเป็นวันฟ้องคดีเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ขสมก.ส่งมอบหนังสือค้ำประกันของธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ 30 ก.ย.59 จำนวน 547,427.71 บาท คืนแก่บริษัท เบสท์รินฯ กับพวก ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด หากคืนไม่ได้ ให้ชดใช้เป็นเงินตามจำนวนหนังสือค้ำประกันดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศาลให้เหตุผลว่า ข้อเท็จจริงในคดีปรากฏว่าบริษัท เบสท์รินฯ กับพวกทำสัญญาซื้อขายรถเมล์เอ็นจีวีให้ ขสมก.จำนวน 489 คัน เมื่อวันที่ 30 ก.ย.59 และมีกำหนดส่งมอบรถทั้งหมดภายใน 90 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีทั้ง 489 คัน ณ วันที่ 24 ม.ค.60 และได้นำรถ 390 คันไปติดตั้งระบบจีพีเอส ในจำนวนนี้ได้นำไปจดทะเบียนต่อกรมขนส่งทางบกเป็นชื่อของ ขสมก.แล้วจำนวน 292 คัน &amp;nbsp;แม้จะมีรถยนต์บางส่วนยังอยู่ที่กรมศุลกากร การที่ ขสมก.ไม่ตรวจรับมอบรถโดยอ้างว่า ได้รับหนังสือจากสำนักงานอัยการสูงสุดแจ้งว่าให้รอกรมศุลกากรพิจารณาถิ่นกำเนิดสินค้าก่อน รวมทั้งอ้างว่าส่งมอบรถไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา เป็นการขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการตรวจสอบรับและทดสอบรถเมล์เอ็นจีวีมีมติให้มีการส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวีเป็นงวดๆ ได้ ดังนั้นการที่ ขสมก.อ้างสิทธิตามข้อ 21 ของสัญญาที่ว่า ขสมก.มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที หากบริษัท เบสท์รินฯ ส่งมอบรถไม่ครบตามจำนวนที่กำหนดในสัญญา และมีสิทธิริบหลักประกัน รวมทั้งสิทธิเรียกค่าเสียหายจากบริษัทได้นั้น เป็นข้ออ้างที่ไม่อาจรับฟังได้ การบอกสัญญาจึงไม่ชอบด้วยมาตรา 387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ ขสมก.อ้างว่ารถเมล์เอ็นจีวีดังกล่าวไม่ได้เป็นรถนำเข้าสำเร็จรูปทั้งคันจากประเทศจีน หรือเป็นรถที่ประกอบในประเทศไทย แต่เป็นรถที่ประกอบขึ้นที่ประเทศมาเลเซียนั้น ศาลเห็นว่า จากประกาศของ ขสมก.เรื่องการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษา ลงวันที่ 23 พ.ค.59 มีเจตนารมณ์ในการจัดซื้อที่มิได้ถือแหล่งผลิตหรือแหล่งประกอบรถเมล์เอ็นจีวีเป็นสาระสำคัญ แม้ตามข้อตกลงในสัญญาตกลงที่จะซื้อขายรถที่ผลิตในประเทศจีนทั้งคัน แต่ข้อเท็จจริง เป็นการนำรถมาประกอบที่ประเทศมาเลเซีย ก็ไม่ใช่ข้อแตกต่าง ที่จะทำให้การจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีของ ขสมก.ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ในการบริการสาธารณะ ดังนั้นการที่ ขสมก.อ้างว่าบริษัท เบสท์รินฯ กับพวกเป็นฝ่ายผิดสัญญา และสามารถบอกเลิกสัญญาตามกฎหมายได้ จึงไม่อาจรับฟังได้ จึงพิพากษาให้ ขสมก.ชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ศาลปกครองกลางยังได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาในคดีที่บริษัท สยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมประมูลโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน เมื่อวันที่ 4 ต.ค.60 หรือหลังจากที่ ขสมก.ยกเลิกสัญญาจัดซื้อรถเมล์จำนวนดังกล่าวจากบริษัท เบสท์รินฯ แล้ว ได้ยื่นฟ้อง ขสมก. และคณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. (บอร์ด ขสมก.) &amp;nbsp;กรณีบอร์ด ขสมก.มีมติในการประชุมครั้งที่ 16/2560 &amp;nbsp;ให้ ขสมก.ทำสัญญาจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 489 คัน วงเงิน 4,221 ล้านบาทเศษ จากกลุ่มทำงาน SCN-CHO โดยบริษัท ช. ทวี จำกัด (มหาชน) และบริษัท สแกนอินเตอร์ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;เนื่องจากศาลเห็นว่ามติบอร์ดขสมก.ในการประชุมครั้งที่ 15/2560 วันที่ 18 ธ.ค.60 และการประชุมครั้งที่ 16/2560 วันที่ 20 ธ.ค.60 น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะปรากฏข้อเท็จจริงจากพยานว่า ในการประชุมทั้ง 2 ครั้งดังกล่าว ไม่มีการลงมติอนุมัติให้ขสมก.เข้าทำสัญญา และไม่มีการรับรองรายงานการประชุมดังกล่าว จึงสั่งมิให้ ขสมก.และบอร์ด ขสมก.นำมติดังกล่าวไปดำเนินการใดที่มีผลผูกพันกับ ขสมก.และบอร์ด ขสมก.เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยถึงกรณีศาลปกครองกลางพิพากษาให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด จำนวน 1.1 พันล้านบาท พร้อมคืนเเบงก์การันตี หลังยกเลิกสัญญารถเมล์เอ็นจีวีมิชอบ ว่าหลังจากนี้ ขสมก.จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด โดยจะดำเนินการภายใน 30 หลังจากนี้ โดยเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด ส่วนแผนการรับรถยังคงเดินหน้าปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายคณิสสร์ ศรีวัชระประภา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ระบุเพิ่มเติมว่า แม้บริษัทจะได้รับค่าเสียหายมา แต่ประชาชนกลับไม่ได้ใช้บริการรถเมล์เอ็นจีวี เพราะความจริงแล้วบริษัทไม่ได้ต้องการความเสียหาย แต่ต้องการนำรถที่ดีและราคาถูกมาให้บริการ ทั้งนี้ จะไม่ยื่นอุทธรณ์เรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม เพราะไม่ใช่จุดประสงค์ของบริษัท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ต้องการที่จะส่งมอบรถที่สั่งมาให้กับทาง ขสมก.เพื่อที่ประชาชนจะได้ใช้ โดยทางบริษัทก็จะไม่อุทธรณ์เรื่องค่าเสียหายเพิ่ม แต่พยายามเจรจากับรัฐบาล และขสมก.เพื่อหาทาง โดยอาจจะมีการทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้ ขสมก.มีการเช่าหรือซื้อของบริษัทไป&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6891</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., ชดใช้ค่าเสียหาย, บริษัท เบสท์รินฯ, ผิดสัญญา, รถเมล์เอ็นจีวี, ระงับการทำสัญญา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5accc625445bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งามหน้าเมล์NGVใหม่วิ่ง3วันรถเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งามหน้า3วันเมล์NGVเจ๊ง ขสมก.กระโดดอุ้ม ช ทวี &amp;nbsp;แจงรถใหม่อาจมีปัญหาติดขัดบ้างต้องมีการปรับอุปกรณ์ต่างๆ ให้เข้าที่ มั่นใจไม่กระทบการให้บริการ ยืนยันรถทุกคันเป็นรถที่ประกอบขึ้นมาใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04เม.ย.61-นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึงกรณีรถถเมล์ &amp;nbsp;NGV คันใหม่ที่ สาย 138 เส้นทางพระประแดง-หมอชิต ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่เพิ่งได้รับการส่งมอบจาก บมจ.ช ทวี หรือ CHO ผู้ชนะการประมูลจัดซื้อฯ และเริ่มวิ่งให้บริการได้เพียง 3 วัน ก็เกิดเหตุขัดข้องเครื่องยนต์ดับ &amp;nbsp;เนื่องจากการตั้งค่าสายพานคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่เหมาะสม ส่งผลให้สายพานคอมเพรสเซอร์แอร์ขาด ซึ่งได้แก้ไขเสร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รถเมล์ NGV ที่รับมอบมาเป็นรถใหม่ อาจมีปัญหาติดขัดบ้าง ต้องมีการปรับอุปกรณ์ต่างๆ ให้เข้าที่ โดยได้กำชับ บริษัท ช ทวีฯ &amp;nbsp;คู่สัญญาฯ ให้ตรวจสอบสภาพความพร้อมใช้งาน และเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมให้บริการ นอกจากนี้ได้สั่งการให้ บริษัท ช ทวีฯ รถเมล์ NGV 100 คันแรก ไปเปลี่ยนสายพานทั้งหมด เนื่องจากในสัญญามีการระบุความรับผิดชอบด้านการซ่อมบำรุงไว้ถึง 10 ปี อย่างไรก็ตามยืนยันว่า รถเมล์NGV ดังกล่าวเป็นรถประกอบขึ้นใหม่ทั้งหมด&amp;rdquo;นายประยูร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6382</URL_LINK>
                <HASHTAG>NGV, ขสมก., รถเมล์, รถเมล์เอ็นจีวี, เมล์, เอ็นจีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac36908bf359.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.พร้อมให้บริการเมล์เอ็นจีวีใหม่100คันแรก27มี.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขสมก. เปิดตัวรถเมล์เอ็นจีวี พร้อมให้บริการ27 มี.ค.นี้&amp;nbsp; 100 คันแรกในเขตเดินรถที่ 5 จำนวน&amp;nbsp; 5 เส้น ส่วนรถใหม่ที่เหลือทยอยรับมอบครบ 489 คันในเดือนมิ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26มี.ค 61-นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการ ผอ.ขสมก. เปิดเผยว่าการจัดหารถเมล์ เอ็นจีวี จำนวน 489 คันเป็นไปตามการดำเนินการตามแผนฟื้นฟู โดยมีกลุ่มทำงาน SCN-CHO นำโดยบริษัท ช.ทวี เป็นผู้จัดหารถ. โดยรถใหม่ทั้ง 489 คัน ขสมก.จะนำมาให้บริการก่อนในวันที่ 27มีนาคม61จำนวน 100 คัน ในเขตเดินรถที่ 5 จำนวน&amp;nbsp; 5 เส้นทาง ได้แก่&amp;nbsp; สาย20&amp;nbsp; ป้อมพระจุลจอมเกล้า-ท่าน้ำดินแดง ,สาย 21 วัดคู่สร้าง-จุฬาฯ,สาย 105 มหาชัยเมืองใหม่-คลองสาน ,สาย 138 พระประแดง-หมอชิต , สาย 140 แสมดำ-อนุสาวรีบ์ชัยสมรภูมิ ส่วนที่เหลือ จะมีการทยอยส่งมอบรถที่เหลือภายในเดือนมิถุนายน 61&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการจัดหารถใหม่ใช้เชื้อเพลิง ngv ได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 49 จนมาถึงปัจจุบันปี 61 ถือได้ว่ามีการดำเนินการมายาวนานกว่า 13 ปี คนกรุงเทพมหานคร ถึงได้นั่งรถเมล์ใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5805</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., รถเมล์, รถเมล์เอ็นจีวี, รถเมล์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab89eba51067.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ไพรินทร์”ยันมิ.ย.61ส่งมอบรถNGVครบ489คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไพรินทร์ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าแผนการประกอบติดตั้งรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ 489 คัน รุ่นใหม่ชานต่ำ35ที่นั่ง สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ มั่นใจส่งมอบรถครบ มิ.ย.61
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
15 มี.ค.61-นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม ตรวจติดตามความก้าวหน้าแผนการประกอบติดตั้งรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) 489 คัน เยี่ยมชมการประกอบติดตั้งรถเมล์เอ็นจีวีรุ่นใหม่ (ชานต่ำ) ขนาด 35 ที่นั่ง ที่ออกแบบสำหรับผู้โดยสารทุกกลุ่มเป็น universal design หรือการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล ให้ภายในมีพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการอย่างเหมาะสม ที่นั่งสำรองคนพิการ มีความสะอาดกว้างขวาง นั่งสบายกว่ารถรุ่นเก่า ติดตั้งกล้องซีซีทีวี มีทางออกฉุกเฉินตามมาตรฐานความปลอดภัย และรับฟังบรรยายสรุปแผนการประกอบติดตั้งฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) 489 คัน ระหว่าง ขสมก. กับ บ. ช.ทวี จำกัด (มหาชน) แบ่งการส่งมอบรถเป็น 4 ครั้ง ในเดือนมีนาคม 100 คัน เมษายน 100 คัน พฤษภาคม 100 คัน และมิถุนายน 189 คัน กำหนดส่งมอบรถให้ ขสมก. ครบ 489 คัน ภายใน มิ.ย. 61 ซึ่งเป็นการนำเข้าตัวถัง เครื่องยนต์ แอร์ปรับอากาศ ชุดเกียร์ แบตเตอรี่ และถังก๊าซ โดยทีมวิศวกรไทย - จีนจะนำรถไปประกอบติดตั้งอุปกรณ์ ทดสอบมาตรฐานต่างๆ ณ ศูนย์บริการซ่อมรถบรรทุก &amp;ldquo;10 ล้อ 24&amp;rdquo; บริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) สาขาชลบุรี (แหลมฉบัง) ที่สามารถผลิต - ประกอบรถได้ 100 - 150 คันต่อเดือน ขณะนี้ได้ประกอบติดตั้งแล้วเสร็จ จำนวน 52 คัน ตรงตามแผนงานที่กำหนดไว้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ขสมก. ได้สุ่มนำรถบางส่วนทดลองวิ่งให้บริการประชาชนในวันที่ 14 &amp;ndash; 15 - 16 มี.ค. 61 เวลา 04.00 &amp;ndash; 22.00 น. ในเส้นทาง สาย 138 พระประแดง - หมอชิต สาย 140 แสมดำ - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อประเมินสมรรถนะของรถ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังรับมอบรถครบ 489 คัน แล้ว ขสมก. จะทยอยนำรถออกให้บริการประชาชนในเส้นทางที่ได้กำหนดไว้ 25 เส้นทาง ดังนี้ เขตการเดินรถที่ 1 สาย 59 129 510 522 543 A1 A2 A3 A4 รวม 139 คัน เขตการเดินรถที่ 2 สาย 26 60 168 514 รวม 110 คัน เขตการเดินรถที่ 3 สาย 102 142 145 511 รวม 110 คัน และเขตการเดินรถที่ 5 สาย 20 21 37 76 105 138 140 141 รวม 130 คัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5075</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซธรรมชาติ, ขสมก., คมนาคม, รถเมล์, รถเมล์เอ็นจีวี, รถโดยสาร, เอ็นจีวี, ไพรินทร์, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa3cace2791.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2018 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2018 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท.ไล่เช็กหาคนรับผิดชอบ เมล์เอ็นจีวีเสียหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทท.ชี้แจงกรณีรถเมล์เอ็นจีวีได้รับความเสียหายบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง เผย 3 กระบวนการรับมอบ-ส่งมอบ ด้านท่าเรือแหลมฉบังเร่งรวบรวมเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ก.พ.61-เรือตรีทรงธรรม จันทประสิทธ์ รองผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) สายวิศวกรรม รักษาการแทนผู้อำนวยการ ชี้แจงกรณีที่มีการเสนอข่าวเกี่ยวกับรถเมล์เอ็นจีวีขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้รับความเสียหายบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ว่า กระบวนการรับมอบ-ส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวีนั้น ตรวจสอบแล้วมีกระบวนการดำเนินการ 3 ขั้นตอน ทั้งนี้ มีผู้รับผิดชอบแต่ละขั้นตอน คือ 1.การส่งมอบระหว่างเรือสินค้ากับท่าเทียบเรือซี 3 ทลฉ. รถเมล์เอ็นจีวี จอดอยู่บนพื้นโครงเหล็กซึ่งมีขนาดเท่ากับตู้คอนเทนเนอร์ 40 ฟุต โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันระหว่างการขนถ่าย จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากการกระทบกระแทกกันได้สูง ซึ่งเมื่อเรือสินค้าเข้าเทียบท่าเทียบเรือซี 3 พบว่ามีรถเมล์เอ็นจีวี 3 คัน ชำรุดเสียหายก่อนที่จะมาถึงท่าเทียบเรือซี 3 โดยมีกระจกแตก ทะลุ ร้าว และได้มีการจัดทำบันทึกความเสียหาย ซึ่งผู้แทนของเรือสินค้าได้ลงนามรับทราบและรับรองความเสียหายดังกล่าวแล้ว ความเสียหายส่วนนี้สายการเดินเรือเป็นผู้รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การรับฝากรถเมล์เอ็นจีวีในพื้นที่ท่าเทียบเรือซี 3 ทลฉ.ตรวจสอบแล้วพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ปิดและมีกล้อง CCTV บันทึกภาพตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ของท่าเทียบเรือซี 3 แวะเวียนมาตรวจสอบเป็นประจำ ซึ่งตรวจพบรถเมล์เอ็นจีวีชำรุดเสียหายบริเวณกระจกอีก 2 คัน ความเสียหายส่วนนี้ท่าเทียบเรือ ซี 3 เป็นผู้รับผิดชอบ และ 3.การส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวีให้กับรถหัวลากที่ลำเลียงออกนอกพื้นที่ท่าเทียบเรือซี3 ทลฉ.นั้น ได้มีการตรวจสอบร่วมกันระหว่างท่าเทียบเรือซี 3 และตัวแทนเจ้าของสินค้าและได้มีบันทึกการตรวจสอบร่วมกันแล้วพบว่ามีรถเมล์เอ็นจีวีเสียหายบริเวณกระจกรถ แต่หลังจากรถเมล์เอ็นจีวีออกจากท่าเทียบเรือซี 3 ไปแล้วมีการตรวจพบโดยผู้ขนส่งว่ารถเมล์มีไฟเลี้ยวและไฟท้ายแตกเพิ่มอีก 2 คัน ความเสียหายส่วนนี้ผู้รับบรรทุกเป็นผู้รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการดำเนินการแก้ไขปัญหา ร.ต.ต.มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง ได้เข้าพื้นที่ท่าเทียบเรือซี 3 เมื่อวันที่ 25 ก.พ.61 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. และได้มีการประชุมร่วมกับท่าเทียบเรือซี 3 พร้อมทั้งเข้าตรวจสอบพื้นที่ร่วมกัน และจัดทำรายงานสรุปเหตุการณ์พร้อมให้ท่าเทียบเรือซี 3 รวบรวมเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเสนอท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3904</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทท., การท่าเรือ, ท่าเรือแหลมฉบัง, รถเมล์, รถเมล์เอ็นจีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a93948066281.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
