<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระส่ำหนัก! บ.ประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์รถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรก100คัน ศาลย้ำ&#039;อาคม&#039;ต้องรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.61- นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ &amp;nbsp;อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ โพต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าบริษัทประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์รถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรกจำนวน 100 คัน หลังสขมก.ทำผิดเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประมูลจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 489 คัน มีปัญหาตลอดมาจนถึงการประมูลครั้งที่ 8 ปรากฏว่าบริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท สแกนอินเตอร์ จำกัด (มหาชน) ชนะการประมูล ซึ่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ชี้แจงว่าได้รับรถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรกแล้วจำนวน 100 คัน เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ ขสมก.อ้างว่าได้รับรถเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2561 นั้น ก็เพราะต้องการหาเหตุผลมาสนับสนุนการรับรถจำนวน 100 คัน ให้ได้ว่า ขสมก.รับรถก่อนที่ศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 ให้ทุเลาการบังคับตามมติของคณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. (บอร์ด ขสมก.) ที่มีมติให้ ขสมก.ทำสัญญากับ ช.ทวีร่วมกับสแกนอินเตอร์ในการประชุมเมื่อวันที่ 18 และ วันที่ 20 ธันวาคม 2560 เนื่องจากศาลได้ไต่สวนแล้วพบว่าไม่มีมติดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ดังนั้น การทำสัญญาระหว่าง ขสมก.กับ ช.ทวีร่วมกับสแกนอินเตอร์อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้ง ศาลได้สั่งห้ามมิให้ ขสมก.นำมติดังกล่าวไปดำเนินการใดๆ ที่มีผลผูกพันกับ ขสมก. เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะมีการรับรถ ขสมก.ได้ทำประกันภัยกับบริษัทประกันแห่งหนึ่ง โดยกรมธรรม์หรือสัญญาเริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2561 จนถึง 31 ธันวาคม 2561 ซึ่งตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ขสมก.จะต้องชำระเบี้ยประกันภายใน 30 วัน แต่เมื่อถึงกำหนด ขสมก.ไม่ได้ชำระเบี้ยประกัน บริษัทดังกล่าวจึงมีหนังสือทวงถาม และขีดเส้นตายให้ ขสมก.ชำระเบี้ยประกันภายใน 15 วัน หรือประมาณวันที่ 11 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา หาก ขสมก.ยังคงไม่ชำระเบี้ยประกันภายในเวลาที่กำหนดให้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกกรมธรรม์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุที่ ขสมก.ไม่กล้าเสี่ยงที่จะชำระเบี้ยประกันก็เพราะว่าศาลได้สั่งห้ามมิให้ ขสมก.ดำเนินการใดๆ ที่มีผลผูกพันกับ ขสมก. หากจ่ายไปแล้ว ผู้อนุมัติให้จ่ายจะต้องรับผิดชอบ จึงทำให้ไม่มีคนกล้าสั่งจ่าย เป็นเหตุให้บริษัทประกันภัยเตรียมถอนประกันภัยรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 100 คัน ดังนั้น หากไม่มีประกันภัย จึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าใครจะรับผิดชอบเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีอุบัติเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต และ/หรือมีผู้บาดเจ็บสาหัส หรือในกรณีที่รถเมล์ชนกับรถหรูซึ่งมีราคาแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากปัญหาเรื่องประกันภัยดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่ในการควบคุมดูแลกิจการ ขสมก.ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวคือหลังจากศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ให้สัมภาษณ์ว่า &amp;ldquo;...จะเดินหน้าตามสัญญา พร้อมทยอยรับมอบรถจนครบ 489 คัน ตามสัญญาที่ระบุไว้...&amp;rdquo; นับว่าเป็นการให้สัมภาษณ์ที่สวนทางกับคำสั่งศาลอย่างชัดเจน เนื่องจากศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ ขสมก.ดำเนินการใดๆ ที่มีผลผูกพันกับ ขสมก.เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ดังนั้น การรับรถเพิ่มเติมจึงไม่สามารถกระทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการให้สัมภาษณ์ของ รมว.คมนาคมดังกล่าวข้างต้น เป็นเหตุให้บริษัท สยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประมูลครั้งที่ 8 ด้วย เข้ายื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2561 ให้ไต่สวนและกำหนดบทลงโทษ รมว.คมนาคมที่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลให้ถูกต้องครบถ้วน เนื่องจาก รมว.คมนาคมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในลักษณะยั่วยุส่งเสริมไม่ให้ ขสมก. และบอร์ด ขสมก.ปฏิบัติตามคำสั่งของศาล เป็นการละเมิดคำสั่งศาล อีกทั้ง ผู้ฟ้องคดีหรือบริษัท สยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด เห็นว่า รมว.คมนาคมมีอำนาจเรียกประธานบอร์ด ขสมก. ผู้อำนวยการ ขสมก. พนักงานหรือลูกจ้าง ขสมก. มาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็น หรือให้ทำรายงานเสนอ หรือสั่งให้กระทำหรือยับยั้งมิให้กระทำการใดๆ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและมติคณะรัฐมนตรี ตลอดจนมีอำนาจที่จะสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของ ขสมก. ตามมาตรา 12 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ.2519 แต่ รมว.คมนาคมไม่ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง อีกทั้ง ยังออกมาให้สัมภาษณ์ยุยงส่งเสริมไม่ให้ ขสมก.และบอร์ด ขสมก.ปฏิบัติตามคำสั่งศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งออกมาว่า รมว.คมนาคมไม่ใช่คู่กรณีหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ตกอยู่ภายใต้การบังคับที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 เนื่องจากผู้ฟ้องคดีหรือบริษัท สยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด ไม่ได้ฟ้อง รมว.คมนาคม แต่ฟ้องเฉพาะ ขสมก. กับบอร์ด ขสมก.เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ศาลได้ระบุไว้ในคำสั่งชัดว่า &amp;ldquo;รมว.คมนาคมจะใช้หรือไม่ใช้อำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของ ขสมก. ตามมาตรา 12 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ.2519 ตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างหรือไม่ ก็เป็นความรับผิดชอบต่ออำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของ รมว.คมนาคม&amp;rdquo; นั่นหมายความว่า หากผู้ฟ้องคดีหรือใครคนใดคนหนึ่งนำเรื่องนี้ไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) รมว.คมนาคมจะหนีความรับผิดชอบไปไม่พ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลานี้ หาก รมว.คมนาคมยังคงนิ่งเฉย ผมเป็นห่วงท่านจริงๆ เพราะทราบมาว่ามีผู้เตรียมร้องต่อ ปปช. โดยตั้งใจจะดำเนินคดีจนถึงที่สุดให้เหมือนกับคดีรับจำนำข้าวที่ดังฉาวโฉ่ข้ามประเทศเลยทีเดียว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9139</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก, บริษัทประกันภัย, ยกเลิกกรมธรรม์, รถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรก 100 คัน, สามารถ ราชพลสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af91f431542b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
