<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่านหน้าขนส่งสาธารณะตบเท้าฉีดวัคซีน ร่วมเดินหน้าฝ่าวิกฤติโควิด-19 ขณะ “แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.” ยังค้างสภาพัฒน์ รอลุ้นรถเมล์ใหม่-ชีวิตวิถีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยม &amp;ldquo;ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ (Central Vaccination Center)&amp;rdquo; ณ สถานีกลางบางซื่อ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ มีกลุ่มเป้าหมายฉีดให้กับบุคลากรด้านคมนาคมขนส่ง ผู้ให้บริการขนส่ง รถรับจ้างสาธารณะและผู้เกี่ยวข้องซึ่งทั้งประเทศมีจำนวน 3.5 แสนคน โดยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลประมาณ 1.3 แสนคน โดยเริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. 2564 ซึ่งเป็นวันแรก สามารถฉีดได้ 5,000 กว่าคน ขณะที่ภาพรวม 5 วัน 24 -28 พ.ค. 2564 สามารถฉีดไปแล้วกว่า 4 หมื่นคน มีทั้งเป็นกลุ่มเป้าหมายบุคลากรในระบบคมนาคมขนส่ง และกลุ่ม On Site 4,460 คน และในบางชั่วโมงสามารถฉีดได้ถึง 1,300 คน ซึ่งถือว่าสูงมาก เพราะตามศักยภาพเป้าหมายตั้งจากสมมุติฐาน 900 คน/ชม. ยิ่งในวันที่ 28 พ.ค. นั้น สามารถฉีดได้เกินกว่า 1 หมื่นคน สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ต่อวัน โดย&amp;ldquo;ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ&amp;rdquo; มีเป้าหมายในการนัดวัคซีนเข็มที่สอง หลังจากนี้ประมาณ 14 วัน ทำให้คาดว่าจะฉีดกลุ่มเป้าหมายบุคลากรด้านคมนาคมขนส่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลครบ 1.3 แสนคน ทั้ง 2 เข็ม ภายใน 1 เดือน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;ldquo;ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ&amp;rdquo; มีสถานที่กว้างขวางและมีการจัดระบบค่อนข้างดี ทำให้สามารถบริการผู้มารับการฉีดวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่เป็นบุคลากรด้านการคมนาคมขนส่งโดยเฉพาะกลุ่มผู้ให้บริการรถโดยสาธารณะที่พร้อมใจกันมารับการฉีดวัคซีนจำนวนมาก จากการสอบถามบางส่วนพบว่าเหตุผลที่รีบลงทะเบียนตอบรับมาฉีดวัคซีนเมื่อศูนย์ฯ นี้เปิด เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวของพนักงาน ขสมก. ติดเชื้อแทบทุกวัน และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ หลายคนหวาดกลัวเกรงติดเชื้อ ประชาชนทั่วไปที่ใช้บริการก็มีความกังวลการใช้บริการรถ ขสมก.&amp;nbsp; จนกระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศปูพรมฉีดให้ด่านหน้ากลุ่มขนส่งสาธารณะก็รีบมาฉีดกันเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ตัวเองและคนรอบข้างรวมถึงผู้โดยสารด้วย&amp;nbsp; โดยนโยบายส่วนไหนที่ช่วยสนับสนุนและพัฒนา ส่งเสริมสวัสดิภาพในการประกอบอาชีพก็ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ หากมีจัดการอย่างรวดเร็วฉับไวมองเห็นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักแบบนี้ก็จะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น อย่างตอนนี้ก็รอกันว่าจะมีความชัดเจนเรื่อง &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; หรือที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;ปฏิรูปรถเมล์&amp;rdquo; ว่าจะเป็นอย่างไรแน่ เฉพาะทุกคนต้องก้าวเข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่ที่จำเป็นต้องมีการปรับตัวและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเด็น &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ปฏิรูปรถเมล์&amp;rdquo; นั้น ข้อมูลล่าสุดขณะนี้เรื่องยังค้างอยู่ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ &amp;ldquo;สภาพัฒน์&amp;rdquo; ที่ทุกฝ่ายต่างก็รอความชัดเจน โดยจากการเปิดเผยรายละเอียดใน &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; มีการปรับแผนจากการซื้อรถเมล์ใหม่ เปลี่ยนเป็นการจัดเช่ารถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้าแทน และให้บริการวิ่งในเส้นทางเดินรถที่มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางตามที่กรมการขนส่งทางบกแบ่งใหม่ เป็นของ ขสมก. 108 เส้นทาง และของเอกชนอีก 54 เส้นทาง รวมระยะเวลา 7 ปี ซึ่งจะเป็นการจ่ายค่าจ้างตามกิโลเมตรที่วิ่งให้บริการจริง ในอัตราที่ ขสมก. กำหนด และยังมีการกำหนดอัตราค่าโดยสารเป็นอัตราเดียว (Single Price) ในอัตรา 30 บาท/คน/วัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน โดยยังคงมีทางเลือกสำหรับค่าโดยสารแบบเที่ยวเดียวไว้ให้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน มีการปรับจำนวนเที่ยวการเดินรถ จัดการเดินรถตามความจำเป็น ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งรถโดยสารทุกประเภท ในช่วงเวลาการให้บริการปกติ ทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศฯ และสอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการในปัจจุบันที่มีจำนวนลดลง เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นการทำงานอยู่ที่บ้าน (Work From Home) และสถานศึกษาหลายแห่ง ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์ ขณะที่การให้บริการของ ขสมก. ก็ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด - 19 อย่างเคร่งครัด อาทิ การให้พนักงานประจำรถและผู้ใช้บริการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะใช้บริการ การฉีดพ่นแอลกอฮอล์ภายในรถ ก่อนนำรถออกวิ่ง การติดตั้งขวดเจลแอลกอฮอล์ สำหรับล้างมือบนรถโดยสาร และเพื่อให้การป้องกันการแพร่ระบาด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้บริการงดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มบนรถโดยสาร เพื่อลดความเสี่ยงการเเพร่ระบาดของโรค รวมทั้งการสร้างความมั่นใจต่อการปฏิบัติงานโดยการให้พนักงานของ ขสมก. ทยอยฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานนี้จึงได้แต่ลุ้นให้ &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; จะผ่าน &amp;ldquo;สภาพัฒน์&amp;rdquo; โดยเร็ว ส่งให้ ครม. อนุมัติให้ได้เร็วเท่าที่จะเป็นได้ เพราะบุคลากรผู้ให้บริการพร้อมเต็มที่กับ &amp;ldquo;ชีวิตวิถีใหม่&amp;rdquo; ที่จะให้ประชาชนได้ใช้รถเมล์ใหม่ระบบพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังลดการวิ่งในเส้นทางที่ซ้ำซ้อน ไม่ต้องรอรถนาน จากจำนวนรถน้อยและสภาพเก่าทรุดโทรม และยังมีรถควันดำเป็นมลพิษด้วย ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าเร่งผลักดัน &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; อย่างเต็มที่เพราะตระหนักว่านี่เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนคนกรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมที่สุดอย่างหนึ่ง รอแต่ว่าผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องจะส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเมื่อไหร่เท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104751</URL_LINK>
                <HASHTAG>Single Price, กระทรวงคมนาคม, การรถไฟแห่งประเทศไทย, ขนส่งสาธารณะ, ขสมก., ค่าโดยสารเป็นอัตราเดียว, ฉีดวัคซีน, ชีวิตวิถีใหม่, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, บุคลากรด้านคมนาคมขนส่ง, ปฏิรูปรถเมล์, ฝ่าวิกฤติโควิด-19, รถเมล์ใหม่, รฟท., ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ, สภาพัฒน์, สศช., สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b44e1a81711.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาคม เผยไม่มีคำสั่งชะลอรับเมล์เอ็นจีวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo;ยัน ขสมก.ดำเนินการถูกต้อง สั่งดูรายละเอียดเตรียมยื่นอุทธรณ์ภายใน30 วัน พร้อมเดินหน้ารับรถตามสัญญา ยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.61-นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาระะหว่างบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด และพวกรวม 4 ราย เป็นผู้ฟ้องคดี กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.เป็นผู้ถูกฟ้องคดี กรณี ขสมก. บอกเลิกสัญญาซื้อ-ขายรถเมล์ NGV จำนวน 489 คัน โดยให้ ขสมก. ชดใช้ค่าเสียหายให้บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด, บริษัท อาร์ แอนด์ เอ คอมเมอร์เชียล วิฮีเคิลส์ เอสดีเอ็น บีเอชดี, บริษัท รถยนต์เซินหลง (เซี่ยงไฮ้) จำกัด และบริษัท เทคโนโลยีพลังงานใหม่ เป่ยฟังกวางโจว จำกัด รวมเป็นเงิน 1,159.97 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปีของเงินต้น 1,147.83 ล้านบาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 7 มิถุนายน 2560) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ว่าจากคำสั่งของปกครองกลางและผู้แถลงคดีนั้น ยังไม่สอดคล้องกัน ทั้งนี้ได้สั่งการให้ ขสมก.ไปหารือกับอัยการสูงสุด เพื่อดูความชัดเจน และวิเคราะห์ของข้อคำสั่งศาล เพื่อยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่รถเมล์เอ็นจีวี จำนวน 489 คัน จากกลุ่มทำงาน SCN-CHO นำโดยบริษัท ช.ทวี เป็นผู้จัดหารถ และ ขสมก.ได้นำมาให้บริการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 100 คันนั้น ยังคงนำมาให้บริการประชาชนต่อไป และเดินหน้าตามสัญญา พร้อมทยอยรับมอบรถล็อตจนครบ 489 คันตามสัญญาที่ระบุไว้ ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งหยุดรับรถอย่างไรก็ตาม ยืนยันและเชื่อมั่นในกระบวนการของ ขสมก. ที่ดำเนินการไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ รวมถึงการยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เบื้องต้นได้หารือกับขสมก. ซึ่งขสมก. ทำดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาล ซึ่งบริษัทจะทำการยื่นอุทธรณ์เช่นกัน โดยจะยื่นภายใน 30 วันตามที่กำหนด ส่วนรถส่งมอบให้แก่ขสมก.จะยังดำเนินการตามปกติ ส่วนรถล็อตที่เหลือบริษัทจะยังเดินหน้าการผลิตต่อไป พร้อมยืนยันว่า จะส่งมอบรถเมล์จนครบ 489 คันตามกรอบเวลาเดิมในเดือนมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6926</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ขสมก., ช.ทวี, บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป, รถเมล์, รถเมล์เอ็นจีวี, รถเมล์ใหม่, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acdb96a20b3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.พร้อมให้บริการเมล์เอ็นจีวีใหม่100คันแรก27มี.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขสมก. เปิดตัวรถเมล์เอ็นจีวี พร้อมให้บริการ27 มี.ค.นี้&amp;nbsp; 100 คันแรกในเขตเดินรถที่ 5 จำนวน&amp;nbsp; 5 เส้น ส่วนรถใหม่ที่เหลือทยอยรับมอบครบ 489 คันในเดือนมิ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26มี.ค 61-นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการ ผอ.ขสมก. เปิดเผยว่าการจัดหารถเมล์ เอ็นจีวี จำนวน 489 คันเป็นไปตามการดำเนินการตามแผนฟื้นฟู โดยมีกลุ่มทำงาน SCN-CHO นำโดยบริษัท ช.ทวี เป็นผู้จัดหารถ. โดยรถใหม่ทั้ง 489 คัน ขสมก.จะนำมาให้บริการก่อนในวันที่ 27มีนาคม61จำนวน 100 คัน ในเขตเดินรถที่ 5 จำนวน&amp;nbsp; 5 เส้นทาง ได้แก่&amp;nbsp; สาย20&amp;nbsp; ป้อมพระจุลจอมเกล้า-ท่าน้ำดินแดง ,สาย 21 วัดคู่สร้าง-จุฬาฯ,สาย 105 มหาชัยเมืองใหม่-คลองสาน ,สาย 138 พระประแดง-หมอชิต , สาย 140 แสมดำ-อนุสาวรีบ์ชัยสมรภูมิ ส่วนที่เหลือ จะมีการทยอยส่งมอบรถที่เหลือภายในเดือนมิถุนายน 61&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการจัดหารถใหม่ใช้เชื้อเพลิง ngv ได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 49 จนมาถึงปัจจุบันปี 61 ถือได้ว่ามีการดำเนินการมายาวนานกว่า 13 ปี คนกรุงเทพมหานคร ถึงได้นั่งรถเมล์ใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5805</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., รถเมล์, รถเมล์เอ็นจีวี, รถเมล์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab89eba51067.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถเมล์ใหม่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นเรื่องราวดีๆ หลังจากโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) 489 คัน วงเงิน 4,020 ล้านบาท ที่ขณะนี้พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์แล้ว จากที่ก่อนหน้านี้โครงการดังกล่าวพบเจออุปสรรคนานัปการกว่าที่จะได้ใช้รถเมล์ใหม่ แต่มาวันนี้ได้ยลโฉมรถเมล์ใหม่ถือเป็นความโชคดีของผู้ใช้บริการของใหม่แกะกล่อง แต่จะดีหรือไม่ดีว่ากันอีกเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ทางด้านของบริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) ได้เชิญนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เดินทางไปตรวจติดตามความก้าวหน้าแผนการประกอบติดตั้งรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) 489 คัน ที่ศูนย์บริการซ่อมรถบรรทุก &amp;quot;10 ล้อ 24&amp;quot; พร้อมเยี่ยมชมการประกอบติดตั้งรถเมล์เอ็นจีวีรุ่นใหม่ (ชานต่ำ) ขนาด 35 ที่นั่ง ที่ออกแบบสำหรับผู้โดยสารทุกกลุ่มเป็น universal design (การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล) โดยภายในมีพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการอย่างเหมาะสม ที่นั่งสำรองคนพิการ มีความสะอาด กว้างขวาง ติดตั้งกล้องซีซีทีวี เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) 489 คัน ระหว่าง ขสมก. กับ บรษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) ในส่วนของการส่งมอบรถเป็น แบ่งเป็น 4 ครั้ง ในเดือนมีนาคม 100 คัน, เมษายน 100 คัน, พฤษภาคม 100 คัน และมิถุนายน 189 คัน กำหนดส่งมอบรถให้ ขสมก.ครบ 489 คัน ภายในเดือนมิถุนายน 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าขณะนี้นั้น กลุ่ม ช.ทวี ได้นำเข้าตัวถัง เครื่องยนต์ แอร์ปรับอากาศ ชุดเกียร์ แบตเตอรี่ และถังก๊าซ โดยมีทีมวิศวกรไทย-จีน เป็นผู้ประกอบติดตั้งอุปกรณ์ ทดสอบมาตรฐานต่างๆ ที่แหลมฉบัง ที่สามารถผลิต-ประกอบรถได้ 100-150 คันต่อเดือน ขณะนี้ได้ประกอบติดตั้งแล้วเสร็จ จำนวน 52 คัน ตรงตามแผนงานที่กำหนดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะนี้มีการได้สุ่มนำรถบางส่วนทดลองวิ่งให้บริการประชาชน ในเส้นทาง สาย 138 พระประแดง-หมอชิต สาย 140 แสมดำ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อประเมินสมรรถนะของรถ ทั้งนี้ หลังรับมอบรถครบ 489 คันแล้ว ขสมก.จะทยอยนำรถออกให้บริการประชาชนในเส้นทางที่ได้กำหนดไว้ 25 เส้นทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะว่าไปแล้วกว่าจะมาถึงจุดที่คนไทยได้นั่งรถเมล์ใหม่ นับว่ากินเวลามานานกันเลยทีเดียว ถ้านับดูดีๆ ก็กินเวลามาเกือบตลอด 12-13 ปี นับแต่ปี 2549 ที่เริ่มอนุมัติโครงการครั้งแรกและมีแนวคิดจัดซื้อโครงการดังกล่าว แต่ที่ผ่านมาก็ไม่สำเร็จ ก็ถูกตรวจสอบและทักท้วงความผิดปกติมาโดยตลอด ส่งผลให้จนถึงวันนี้ผ่านมา 6 รัฐบาล มารัฐบาลชุดปัจจุบัน คนไทยจึงได้นั่งรถเมล์ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนี้ไปในเร็วๆ นี้ ก็จะได้เห็นรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ วิ่งให้บริการตามเส้นทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไม่ต้องทนนั่งรถเก่าที่บางคันมีสภาพเหมือนเศษเหล็กวิ่งได้ นี่ก็คือภาพที่เห็นกันจนชินตาตามท้องถนนในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรถเมล์ 489 คัน บริษัทนำเข้าตัวถังรถจากจีน และมาประกอบบางส่วนในประเทศไทย อาทิ เครื่องยนต์ เกียร์ แอร์ ซึ่งใช้โรงงานที่ขอนแก่นและพัทยา ส่วนการประกอบถังก๊าซเป็นความชำนาญของบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN ส่วนเรื่องความปลอดภัย ทั้ง ช.ทวี และสแกน อินเตอร์ เขาเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่ทำอะไรที่สร้างความเสียหายแก่ ขสมก. แก่ประเทศไทย และตัวถังรถหรือชิ้นส่วนต่างๆ ที่นำเข้ามา ยืนยันว่าจ่ายภาษีถูกต้องทุกอย่าง และมีใบรับรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศเชื้อเพลิง NGV 489 คัน มีมูลค่าโครงการทั้งสิ้น 4,261 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แบ่งเป็น มูลค่ารถโดยสาร 1,891 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และค่าว่าจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 10 ปี 2,370 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือว่าปิดจ๊อบสำหรับโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี ที่กว่าจะสำเร็จก็ล้มลุกคลุกคลานไม่เป็นท่า เปิดประมูลใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนนับไม่ถ้วนกันเลยทีเดียว มาวันนี้เรียกได้ว่าเหมือนฝันจริงๆ สำหรับคนที่รอคอยรถใหม่ ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็โดนด่าโดนว่าแบบเช็ดเม็ดว่าไม่เร่งดำเนินการ ชักช้าอืดอาด มาวันนี้ก็แสดงให้เห็นว่าทุกฝ่ายตั้งใจทำจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงคมนาคม, ขสมก, หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ภาครัฐและเอกชน มาวันนี้สมกับคำว่ารอคอย.

กัลยา ยืนยง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5539</URL_LINK>
                <HASHTAG>NGV, กระจกไร้เงา, กัลยา  ยืนยง, ก๊าซธรรมชาติ, ขสมก., รถเมล์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
