<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะ‘สงกรานต์’วิถีไทยเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; พระราชทานรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัลทันสมัยที่สุดในประเทศให้ สธ.รับมือโควิด ศบค.เคาะเล่นสงกรานต์แบบวิถีไทยดั้งเดิม งดสาดน้ำ-ประแป้ง-จัดคอนเสิร์ต ปรับสมุทรสาครเป็นพื้นที่สีส้ม 1 เม.ย.ลดกักตัวเหลือ 10 วัน ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินถึงสิ้นเดือน พ.ค. &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งวางมาตรการจ่อคลายล็อกกีฬาพื้นบ้าน &amp;quot;ผู้ว่าฯ วีระศักดิ์&amp;quot; หายป่วยกลับมหาชัย ประชาชนแห่ต้อนรับ หลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 มีนาคม เวลา 08.00 น. ที่พระลานพระราชวังดุสิต สำนักพระราชวังได้ตรวจรับรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัลเครื่องแรกในประเทศไทยที่มีระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Technology มีความทันสมัยที่สุด ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างขึ้นเพื่อพระราชทานแก่กระทรวงสาธารณสุข สำหรับนำไปสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพทางการแพทย์ในการป้องกันดูแลสุขภาพอนามัยประชาชนอย่างครบวงจร อีกทั้งยังรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.รุจิรา เข็มเพ็ชร รองผู้อำนวยการบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามพระราชปณิธาน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะนำรถไปจอดไว้ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และศูนย์ควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดสระบุรี เพื่อให้บริการคัดกรองค้นหาผู้ป่วยวัณโรคปอด และผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อที่จะได้ทำการรักษาอย่างทันท่วงที นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีน้ำพระราชหฤทัยและทรงพระเมตตาต่อปวงชนชาวไทย และทรงเป็นพระมิ่งขวัญให้แก่พสกนิกรที่จะฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคและวิกฤตินี้ไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.30 น. พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 100 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 96 ราย ในจำนวนนี้มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 55 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 41 ราย นอกจากนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 4 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 27,594 ราย หายป่วยสะสม 26,450 ราย อยู่ระหว่างรักษา 1,054 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 53 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร อาชีพพนักงานบริษัท มีโรคประจำตัวเบาหวาน กล้ามเนื้อหัวใจตาย ปอดอักเสบ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 90 ราย
ลดกักตัวเหลือ 10 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. เป็นประธานว่า ที่ประชุมเห็นชอบการปรับเขตพื้นที่สถานการณ์ของ จ.สมุทรสาคร จากพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) เป็นพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) ทำให้ขณะนี้มีพื้นที่ควบคุมรวมเป็น 9 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร กทม. สมุทรปราการ สมุทรสงคราม นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี ตาก และราชบุรี ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) มี 14 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี ระยอง ชลบุรี ระนอง ชุมพร สงขลา ยะลา และนราธิวาส สำหรับมาตรการผ่อนคลายในพื้นที่สีส้มกับสีเหลืองมีความใกล้เคียงกัน โดยพื้นที่สีส้ม ร้านอาหาร สถานบันเทิง ผับ บาร์ ให้เปิดถึง 23.00 น. แต่พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) ให้เปิดถึง 24.00 น. ส่วนกิจกรรมอื่นให้เปิดบริการตามปกติ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงแผนการจัดการหาวัคซีนในประเทศไทย โดยวันที่ 24 ก.พ. ไทยได้วัคซีนจากซิโนแวคมาแล้ว 2 แสนโดส เดือน มี.ค.จะได้อีก 8 แสนโดส เดือน เม.ย.จะได้มาอีก 1 ล้านโดส ส่วนวัคซีนแอสตราเซเนกา ภายในเดือน มิ.ย.จะได้ 6 ล้านโดส จากนั้นเดือน ก.ค.-พ.ย. จะได้เดือนละ 10 ล้านโดส และเดือน ธ.ค.จะได้มาอีก 5 ล้านโดส รวมทั้งสิ้น 63 ล้านโดส สำหรับแผนการฉีดแบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่หนึ่ง ช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. กลุ่มเป้าหมายคือ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งรัฐและเอกชน, บุคคลที่มีโรคประจำตัว, บุคคลที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป, เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโควิด-19 โดยตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. มีตัวเลขผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว 62,941 คน และวันที่ 20 มี.ค. ไทยจะได้วัคซีนซิโนแวคมาเพิ่มอีก 8 แสนโดส จะกระจายให้กลุ่มเป้าหมายใน 18 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนระยะที่ 2 ช่วงเดือน มิ.ย.-ธ.ค. ที่มีวัคซีนมากขึ้นและเพียงพอ จะกระจายไปยังกลุ่มเป้าหมายในระยะที่หนึ่ง บุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่นอกเหนือด่านหน้า, ผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว, ผู้เดินทางระหว่างประเทศ, ประชาชนทั่วไป ซึ่งนายกฯ ให้แนวคิดว่ากลุ่มนี้ให้ตีความไปถึงกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ประชาชนผู้มีรายได้น้อย ผู้บริหารภาคราชการที่ต้องเดินทาง พระ ผู้นำศาสนา นักการทูต เจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศ นักธุรกิจต่างชาติ ชาวต่างชาติที่อยู่ระยะยาว รวมถึงแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการการกักตัวนั้น เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้รายงานว่า รัฐบาลต้องใช้งบประมาณในส่วนนี้จำนวนมาก บางคนมีการเข้า-ออกประเทศถึง 7 ครั้งต่อปี ดังนั้น จะมีการปรับรูปแบบโดยให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาออกค่าใช้จ่ายเอง โดยตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป จะปรับสถานที่กักตัวให้เหลือเท่าที่จำเป็นและเหมาะสม และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป ที่คาดว่าจะมีการกระจายวัคซีนแล้วจะปรับรูปแบบเป็นสถานที่คุมไว้สังเกต โดยผู้ที่จะเดินทางเข้ามา จากเดิมที่ต้องมีใบรับรองการบิน (FIT TO FLY) กับผลการตรวจโควิด-19 จะเหลือเพียงผลการตรวจโควิด-19 เพียงอย่างเดียว และตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย. จะให้ผู้ที่เข้าสถานที่กักตัวของรัฐสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น จำนวน 5 กิจกรรม ได้แก่ ใช้ห้องฟิตเนสได้ ออกกำลังกายกลางแจ้งได้ ใช้สระว่ายน้ำได้ ปั่นจักรยานในพื้นที่ปิดได้ และซื้อสินค้าและอาหารจากภายนอกได้ จากนั้นวันที่ 1 ก.ค.-30 ก.ย. สามารถรับประทานอาหารในห้องอาหารของโรงแรมได้ รวมถึงใช้บริการนวดเพื่อสุขภาพได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. จะกำหนดให้มีการกักตัวเฉพาะบุคคลที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติกำหนด นอกจากนี้ ยังเห็นชอบการปรับลดระยะเวลากักตัวสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว และยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน โดยตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป ให้ลดระยะเวลากักตัวจาก 14 วัน เหลือ 10 วัน เว้นแต่กรณีผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ที่กระทรวงสาธารณสุขยังกำหนดว่าต้องกักตัว 14 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สงกรานต์วิถีไทยดั้งเดิม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ยังได้เห็นชอบแนวทางการจัดกิจกรรมในเทศกาลสงกรานต์ โดยกิจกรรมที่จัดได้ ได้แก่ สรงน้ำพระ กิจกรรมอื่นๆ ทางศาสนา การจัดพิธีรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ตามประเพณีนิยม หรือรูปแบบที่กระทรวงวัฒนธรรมกำหนด อนุญาตให้เดินทางข้ามจังหวัดเพื่อไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดได้ทุกท้องที่ แต่งดจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ประกอบด้วย งดรวมกลุ่มเล่นสาดน้ำ งดการจัดคอนเสิร์ต งดการจัดกิจกรรมที่มีการสัมผัสกันใกล้ชิดคือ งดประแป้ง และงดการเล่นปาร์ตี้โฟม ส่วนกิจกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ดังนั้น ภาพการสาดน้ำจะไม่เกิดขึ้นในเทศกาลสงกรานต์นี้ แต่เป็นการย้อนกลับไปจัดงานแบบวิถีไทยดั้งเดิม ซึ่งไม่ได้มีการพูดเรื่องกฎหมาย หรือว่าจะไปบังคับ แต่เป็นการขอความร่วมมือประชาชน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบขยายระยะเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ออกไป 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-31 พ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า นายกฯ มีความห่วงใยถึงการแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ และหารือถึงการคลายล็อก ตนคิดถึงกีฬาพื้นบ้าน เช่น ไก่ชน มวย ม้าและวัวชน จึงได้เสนอที่ประชุมให้มีการเปิดการแข่งขัน โดยที่ไม่ต้องมีผู้เข้าชม สามารถถ่ายทอดผ่านการไลฟ์สดได้ และเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นจะค่อยๆ ทยอยเปิดให้มีผู้เข้าชมในสนามได้ เพื่อให้คนที่ทำงานในซุ้มไก่จะมีงานทำและมีรายได้ ซึ่งเปิดตรงนี้ได้คาดว่าจะสร้างงานได้ถึง 8 แสนคน นี่ยังไม่รวมกับค่ายมวย สนามม้าและสนามวัวอีก ซึ่งนายกฯ เห็นด้วยกับแนวทางนี้ และสั่งการให้ผู้บริหารไปวางแผนและเร่งดำเนินการ อาชีพต่างๆ จะต้องไม่ชะงัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงคลัสเตอร์ตลาดบางแคว่า มีความพยายามควบคุมและตามหาผู้ติดเชื้อ หากเก็บได้ 100% จะไม่มีปัญหาอะไร ขณะนี้เก็บได้เกือบ 100% แล้ว ฉะนั้นหากตรวจเชิงรุกและฉีดวัคซีนควบคู่ตามไปด้วยจะยิ่งเป็นการเพิ่มมาตรการ หากไล่หลังทันภายใน 14 วัน จะสามารถควบคุมได้ กรณีที่มีการกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ เช่น สงขลาและมุกดาหาร ทางทีมจังหวัดสามารถควบคุมได้ มั่นใจว่าสามารถตามเก็บผู้ติดเชื้อที่กระจายไปตามจังหวัดต่างๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงการลดวันกักตัวสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยว่า ประเทศที่พอจะเริ่มได้ เป็นประเทศส่วนใหญ่ที่ไม่ติดวีซ่าตามรายชื่อเดิม เช่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ สิงคโปร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปีนี้ กทม.ขอให้ผู้จัดงานงดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรคโควิด จะให้เน้นกิจกรรมที่ส่งเสริมประเพณีสงกรานต์โบราณเป็นหลัก ทั้งนี้ในช่วงวันที่ 10-15 เม.ย.นี้ หากเป็นการรวมคนเกิน 100 คน สามารถจัดได้ แต่ต้องขออนุญาตสำนักงานเขตเพื่อทำการตรวจมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่มีการแพร่ระบาดในย่านบางแคฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันตก แต่สำหรับกิจกรรมปกติที่เกิน 300 คนต้องขออนุญาตอยู่แล้ว
แห่ต้อนรับผู้ว่าฯ ปู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ รพ.ศิริราช เวลา 10.00 น. นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผอ.รพ.ศิริราช, นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาระบบการหายใจและวัณโรค และนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร แถลงข่าวเรื่องผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครออกจาก รพ. ศิริราช หลังจากเข้ารักษาตัวที่ รพ.ศิริราช รวม 82 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์กล่าวเปิดใจครั้งแรกว่า ช่วงที่เข้ารับการรักษาใน รพ. ไม่รู้สึกตัวนานถึง 42 วัน ตื่นขึ้นมายังพูดไม่ได้ เพราะใส่ท่ออยู่ แล้วรู้สึกแปลกใจว่ามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ต้องขอบคุณคณะแพทย์ที่รักษา ที่ช่วยยืดชีวิตมาจากความตาย ทั้งขอบคุณกำลังใจจากทุกภาคส่วน ทั้งในจังหวัดสมุทรสาคร หรือจังหวัดที่เคยรับราชการ และเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ได้รับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานแจกันดอกไม้มาเยี่ยมไข้ให้กำลังใจประจำ จากนี้จะกลับไปทำงานด้วยกำลังใจที่เต็มร้อย แม้ว่าร่างกายจะยังไม่เต็มที่ พร้อมอยากฝากทุกคนให้ไปชิมอาหารทะเลที่สมุทรสาครด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างแถลงข่าว มีนางชุติพร วิจิตร์แสงศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ภริยา และน้ำหวาน บุตรสาว มาให้กำลังใจผู้ว่าฯ สมุทรสาครตลอดเวลา และคอยประคองขึ้นรถ จนกระทั่งคณบดีศิริราชฯ พร้อม นพ.นิธิพัฒน์ได้ขึ้นรถตู้ของ รพ.ศิริราชไปส่งที่ จ.สมุทรสาคร จากนั้นจึงจะกลับไปพักฟื้นที่ จ.อ่างทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.45 น. นายวีระศักดิ์เดินทางมาถึงศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยทีมแพทย์ รพ.ศิริราช และภริยา เดินเคียงข้างเพื่อคอยดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ห่าง ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยมีข้าราชการ ตลอดจนภาคเอกชนและประชาชนในจังหวัดต่างมารอรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาร้องไห้ด้วยความดีใจ ส่วนบางส่วนที่อยู่ไกลได้ตะโกนว่าคิดถึงๆๆ และขอให้ผู้ว่าฯ หายไวๆ พร้อมกับการปรบมือดังสนั่นร่วมกันตลอดเวลา ขณะที่ผู้ว่าฯ สมุทรสาครได้เดินยกมือไหว้ขอบคุณทุกๆ คนที่มาคอยต้อนรับตลอดทางเดิน พร้อมกับโบกมือให้ทุกคนแทนคำขอบคุณ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96625</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทันสมัยที่สุดในประเทศ, พระราชทานรถเอกซเรย์, รถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล, รับมือโควิด, ศบค., สงกรานต์วิถีไทยเดิม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ในหลวง, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_6054adae44893.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง-พระราชินี&#039;พระราชทานรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัลทันสมัยที่สุด ให้สธ.รับมือโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 มี.ค.64 - เมื่อเวลา 08.00 น. ที่พระลานพระราชวังดุสิต สำนักพระราชวัง ได้ตรวจรับรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัลเครื่องแรกในประเทศไทยที่มีระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Technology มีความทันสมัยที่สุด ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดสร้างขึ้น เพื่อพระราชทานแก่กระทรวงสาธารณสุข สำหรับนำไปสนับสนุนการปฎิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพทางการแพทย์ในการป้องกันดูแลสุขภาพอนามัยประชาชนอย่างครบวงจร อีกทั้งยังรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยบุคลากรทางการแพทย์ และพสกนิกรที่ได้รับผลกระทบและตกอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2653 เป็นต้นมา ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายรายการ เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 อีกทั้งยังเป็นการป้องกันดูแลสุขอนามัยของพสกนิกรทุกหมู่เหล่าอย่างครอบคลุม อาทิ ชุด PPE เสื้อคลุมกันน้ำชนิดใช้ครั้งเดียว และชุด PPE แบบเสื้อคลุมกันน้ำชนิดใช้ซ้ำได้ จำนวน 3 รุ่น รวม 700,000 ตัว ยานพาหนะหลายรุ่น สำหรับปฏิบัติงานเชิงรุกในภาคสนามในการตรวจเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แก่ประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ รถชีวนิรภัย จำนวน 20 คัน รถวิเคราะห์ผลด่วน จำนวน 5 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัลจำนวน 2 คันที่ได้ทำการตรวจรับและพระราชทานให้แก่กระทรวงสาธารณสุขในวันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานอันตั้งมั่นที่จะทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp; มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp; บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp; พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp; ที่จะต้องดูแลประชาชนให้มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี จึงทรงรับเป็นพระราชภาระกิจสำคัญในการดูแลทุกข์สุขของอาณาราษฎรในพระองค์ทุกหมู่เหล่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล&amp;nbsp; พระราชทาน เป็นรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัลเครื่องแรกในประเทศไทยที่มีระบบ AI Technology (ปัญญาประดิษฐ์) ได้ถูกออกแบบให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐานระดับสากล ซื่งเป็นเครื่องเอกซ์เรย์ระบบดิจิทัล FDR Smart X on Van ที่ใช้เทคโนโลยีการประมวลผลแบบ AI Technology หรือ ปัญญาประดิษฐ์ สามารถส่งข้อมูลการวินิจฉัยของผู้ป่วย ไปยังแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้ พร้อมรองรับผ่านสัญญานระบบ 5G มาช่วยแพทย์ทำการวิเคราะห์ ประเมินคัดกรองผู้ป่วย เพื่อต้องการตรวจหาร่องรอยของโรค โดยเฉพาะโรคโควิด-19 โรคระบาดที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ที่ส่งผลต่อปอด ซึ่งเครื่องจะทำการตรวจจับแสดงตำแหน่งที่พบความผิดปกติด้วยจุด Detection แสดงผลผ่านหน้าจอทันที แพทย์สามารถมองเห็นภาพเอกซเรย์ของปอดของผู้ป่วยผ่านจอมอนิเตอร์ หาร่องรอยโรค หรือความผิดปกติของโรคได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น&amp;nbsp; ถือว่าช่วยแบ่งเบาการทำงานและลดความเสี่ยงของแพทย์ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล ยังมีเครื่องเอกซเรย์ X Air เป็นเครื่องเอกซเรย์แบบพกพา สามารถนำเครื่องเอกซ์เรย์ไปตรวจในภาคสนามได้ อันจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคสนาม หรือโรงพยาบาลภาคสนาม เพื่อตรวจการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนมีสุขอนามัยที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แพทย์หญิง รุจิรา เข็มเพ็ชร รองผู้อำนวยกาบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข กล่าวด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ว่า นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp; ทรงมีความห่วงใยเจ้าหน้าที่บุคคลากรทางการแพทย์ที่ปฎิบัติหน้าที่มาโดยตลอด ดังจะเห็นได้จากการที่พระองค์ได้พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ป้องกันการติดเชื้อจากการตรวจรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด19 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo; กระทรวงสาธารณสุขได้รับพระราชทานรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล เราจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามพระราชปณิธาน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราจะนำรถไปจอดไว้ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และศูนย์ควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดสระบุรี เพื่อให้บริการคัดกรองค้นหาผู้ป่วยวัณโรคปอด และผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโรคโควิด 19 ในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อที่จะได้ทำการรักษาอย่างทันท่วงที&amp;rdquo;แพทย์หญิง รุจิรา เข็มเพ็ชร&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นพระมหากรุณาที่คุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี มีน้ำพระราชหฤทัยและทรงพระเมตตาต่อปวงชนชาวไทย และทรงเป็นพระมิ่งขวัญให้แก่พสกนิกรที่จะฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคและวิกฤตินี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96575</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, รถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล, แพทย์หญิง รุจิรา เข็มเพ็ชร, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_60543a124134c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
