<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 01:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2021 22:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สองนิยามแห่งจิตวิญญาณจากสนามแข่งของเฟอร์รารี่ 812 COMPETIZIONE และ 812 COMPETIZIONE A</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;812 Competizione ยนตรกรรมรุ่นล่าสุดในซีรีส์พิเศษจำนวนจำกัด โดยพัฒนามาจากรุ่น 812 Superfast ได้เปิดตัวต่อสื่อมวลชน, ลูกค้า และสาวกของเฟอร์รารี่ พร้อมกันทั่วโลกวันนี้ อีเว้นท์ซึ่งถ่ายทอดสดผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ของเฟอร์รารี่นี้ ยังรวมถึงการเผยโฉมรุ่น 812 Competizione A ซึ่งผลิตจำนวนจำกัดเช่นกัน มาพร้อมกับตัวถังแบบ Targa-top ที่เป็นดั่งตัวแทนแห่งความรุ่งโรจน์ของยนตรกรรมเปิดประทุนจากม้าลำพอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเปิดตัวครั้งนี้ถูกจัดขึ้นที่ GT Sporting Activities Department สถานที่สุดพิเศษที่เพิ่งเปิดใหม่ ตั้งอยู่ใกล้สนามแข่ง Fiorano ที่เผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งจนไม่อาจแยกจากกันระหว่างสปอร์ตคาร์แห่งมาราเนลโล และ DNA ที่ส่งตรงมาจากความสำเร็จในสนามแข่งที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ตลอด 7 ทศวรรษที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเริ่มเปิดงานด้วยรุ่น 812 Competizione ที่วิ่งโชว์ในสนามแข่งเพื่อเผยให้ผู้ชมได้เห็นถึงบริบทของรถทั้งในด้านของประสิทธิภาพและสมรรถนะสูงสุด รวมถึงรับฟังเสียงคำรามอันไพเราะไร้ที่ติของขุมพลังเฟอร์รารี่ V12 แบบไม่มีระบบอัดอากาศ หลังจากนั้น Enrico Galliera ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและการขายของเฟอร์รารี่ กล่าวแนะนำรถอย่างเป็นทางการ และต่อด้วยการเปิดตัวรุ่น 812 Competizione A
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถทั้งสองรุ่นนี้ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเหล่านักสะสมและผู้หลงใหลในความเป็นเอกลักษณ์ของเฟอร์รารี่ที่มุ่งเน้นไปยังประสิทธิภาพซึ่งหาใครมาเทียบเคียงไม่ได้ มีการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาใช้กับทั้งเครื่องยนต์, ระบบไดนามิกส์ของรถ และอากาศพลศาสตร์ เพื่อยกระดับสมรรถนะของรถให้สูงขึ้นอีกขั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ขับจะรู้สึกราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับรถเมื่ออยู่หลังพวงมาลัยของทั้ง 812 Competizione และ 812 Competizione A ไม่ว่าจะบนถนนหรือในสนามแข่ง รับประกันได้ว่ารถจะตอบสนองต่อทุกการควบคุมอย่างฉับพลันแม้ในการขับขี่ที่จริงจังในสนามแข่งก็ตาม มั่นใจได้ว่าผู้ขับจะได้รับขีดสุดแห่งความสนุกขณะขับขี่ในทุกย่านความเร็วด้วยระบบเลี้ยวอิสระสี่ล้อ ที่ให้ความคล่องตัวและแม่นยำเป็นพิเศษขณะเข้าโค้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt; 812 Competizione&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 812 Competizione และ 812 Competizione A มาพร้อมกับขุมพลัง V12 ที่เร้าใจที่สุดในวงการยานยนต์ พัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องยนต์ที่คว้ารางวัลมามากมายรุ่นเดียวกับที่ใช้ใน 812 Superfast จนได้ผลลัพธ์เป็นขุมพลัง V12 แบบไม่มีระบบอัดอากาศที่ทำกำลังสูงสุดได้ถึง 830 แรงม้า มอบความทรงพลังร่วมด้วยความตื่นเต้นเร้าอารมณ์ และเสียงคำรามตามแบบฉบับของเฟอร์รารี่ V12 อันเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี การเพิ่มกำลังให้กับเครื่องยนต์ซึ่งมีความจุกระบอกสูบเท่าเดิมที่ 6.5 ลิตร เช่นเดียวกับใน 812 Superfast หลายชิ้นส่วนจึงได้รับการปรับเปลี่ยนทางวิศวกรรมใหม่ เพื่อให้ได้มาซึ่งเรดไลน์ที่สูงขึ้นจนทำสถิติใหม่ ร่วมด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของระบบไอดีและห้องเผาไหม้ ตลอดจนลดความเสียดทานภายในเครื่องยนต์ให้น้อยลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอบเครื่องสูงสุดทำได้ถึง 9,500 รอบ/นาที เมื่อรวมกับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นจึงสร้างอรรถรสได้อย่างไร้ขีดจำกัดทั้งในด้านของพลังและอัตราเร่ง ผลลัพธ์เหล่านี้ได้มาจากการออกแบบองค์ประกอบหลักของเครื่องยนต์ใหม่ อาทิ ก้านสูบ, ลูกสูบ และเพลาข้อเหวี่ยง เป็นต้น ก้านสูบไททาเนียมมีน้ำหนักเบากว่าแบบที่ทำจากเหล็กถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ทำให้ความแข็งแรงทนทานในระดับเดียวกัน สลักลูกสูบเคลือบด้วย DLC (Diamond-like Carbon &amp;ndash; ฟิล์มเคลือบผิวด้วยคาร์บอนที่มีคุณสมบัติคล้ายเพชร) เพื่อลดค่าแรงเสียดทาน จึงช่วยเพิ่มสมรรถนะ, ลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และลดการสึกหรอ การปรับแต่งยังรวมไปถึงการใช้เพลาข้อเหวี่ยงซึ่งเบากว่าเดิม 3% ที่ได้รับการปรับสมดุลใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดที่ถูกพัฒนามากที่สุดคือฝาสูบที่ออกแบบใหม่หมด แคมชาฟต์ (ซึ่งเคลือบด้วย DLC) จะทำการ เปิด-ปิด ผ่านชุดกระเดื่องกดวาล์วเคลือบ DLC ซึ่งพัฒนามาจากรถแข่ง F1 ของเฟอร์รารี่ และปรับใช้กับเครื่องยนต์นี้โดยเฉพาะ โดยใช้ระยะยกแคมชาฟต์ที่สูงขึ้นกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องยนต์จะได้รับปริมาณอากาศที่ถูกต้องในทุกความเร็วรอบเครื่อง ระบบไอดีจึงได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ท่อร่วมไอดีและท่อนำอากาศมีขนาดกะทัดรัดขึ้นเพื่อลดความยาวโดยรวมของระบบ ทั้งยังได้พละกำลังมากขึ้นที่รอบสูงๆ ในขณะที่แรงบิดจะเพิ่มสูงขึ้นในทุกย่านความเร็วรอบจากการใช้ท่อร่วมไอดีแบบแปรผัน ที่ปรับความยาวท่อได้อย่างต่อเนื่องตามลำดับการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการประจุอากาศเข้ากระบอกสูบ ผลที่ได้คือขุมพลังที่เร่งขึ้นสู่เรดไลน์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีสะดุดขาดตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมวิศวกรพัฒนาปั๊มน้ำมันเครื่องแบบแปรผันที่สามารถปรับแรงดันน้ำมันได้อย่างต่อเนื่องตลอดย่านการทำงานของเครื่องยนต์เพื่อลดแรงเสียงทานและการสูญเสียกำลัง ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องยนต์อีกด้วย อีกส่วนสำคัญที่ต้องกล่าวถึงก็คือการใช้น้ำมันเครื่อง (Shell Helix 5W40) ที่มีความหนืดต่ำกว่าที่เคยใช้ในขุมพลัง V12 อื่นๆ และปรับปรุงการไหลเวียนของน้ำมันเครื่องใหม่ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection ถูกพัฒนาระบบควบคุมการทำงานขึ้นใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบมาตรฐานการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดมากกว่าเดิม มีการปรับไทมิ่งและปริมาณการจ่ายน้ำมัน ตลอดจนเพิ่มแรงดันในการฉีดเชื้อเพลิงใหม่ เพื่อลดมลพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็กให้น้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่เครื่องยนต์ยังมีความร้อนไม่ถึงอุณหภูมิทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt; 812 Competizione A
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบจุดระเบิดถูกควบคุมอย่างแม่นยำจาก ECU ซึ่งมีระบบตรวจวัดไอออนเพื่อควบคุมจังหวะจุดระเบิด โดยระบบมีทั้งฟังก์ชั่นจุดระเบิดครั้งเดียวหรือหลายครั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งแรงบิดที่ต่อเนื่องและราบรื่น นอกจากนั้น ECU ยังควบคุมการเผาไหม้ในกระบอกสูบเพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องยนต์จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการตรวจวัดค่าออกเทนของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกนำมาใช้กับเครื่องยนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อคงไว้ซึ่งเสียงคำรามอันเหนือชั้นที่ผู้เป็นเจ้าของเฟอร์รารี่ V12 ต่างคุ้นเคยเป็นอย่างดี ในขณะที่จำเป็นต้องติดตั้ง GPF (Gasoline Particulate Filter &amp;ndash; ตัวกรองฝุ่นละอองน้ำมันเบนซิน) เข้าไปยังระบบไอเสีย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานกฎระเบียบล่าสุดของการควบคุมมลพิษ ทีมวิศวกรจึงใช้ท่อไอเสียแบบใหม่ล่าสุดที่เป็นนวัตกรรมซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องเสียงย่านความถี่ กลาง-สูง ที่ดร็อปลงเนื่องจากการใช้ GPF
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อมอบพลังเสียง, ประสิทธิภาพ และสุนทรียภาพที่ยอดเยี่ยม ปลายท่อไอเสียจึงติดตั้งให้สามารถมองเห็นได้เด่นชัดเพื่อเน้นย้ำถึงภาพลักษณ์ของรถที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสนามแข่ง
ทว่าไม่ลดทอนความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของเฟอร์รารี่ลงแม้แต่น้อย นอกจากนั้น ยังติดตั้งเรโซเนเตอร์เข้าไปอีกหนึ่งคู่ที่ท่อไอดี เพื่อเพิ่มความถี่เสียงของเครื่องยนต์ให้ไพเราะยิ่งขึ้น จนเกิดเป็นการหลอมรวมอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างเสียงจากปลายท่อไอเสียและระบบไอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง 812 Competizione และ 812 Competizione A ต่างมาพร้อมกับชุดเกียร์ 7 จังหวะ คลัตช์คู่ ที่จะยกระดับสมรรถนะให้ถึงขีดสูงสุด และมอบสัมผัสขณะเปลี่ยนเกียร์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถ V12 การปรับระบบควบคุมใหม่ช่วยลดระยะเวลาขณะเปลี่ยนเกียร์ลงถึง 5% และแม้จะใช้อัตราทดเกียร์เท่ากับรุ่น 812 Superfast แต่รถรุ่นใหม่ทั้งสองนี้ต่างก็มีความเป็นสปอร์ตมากกว่า จากรอบเครื่องที่เร่งได้สูงขึ้นอีก 500 รอบ/นาที ของขุมพลัง V12 ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่เคียงคู่ไปกับสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นก็คือการปรับปรุงเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานการปล่อยมลพิษของรถยนต์ด้วยระบบ HELE ที่พัฒนาขึ้นอีกขั้น มาพร้อมกับฟังก์ชั่น on-the-move Start &amp;amp; Stop และการปรับระบบควบคุมเครื่องยนต์เพื่อลดการปล่อยมลพิษ ขณะที่ยังคงไว้ซึ่งเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของเฟอร์รารี่ V12 แม้ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ และเมื่อปิดระบบ HELE เครื่องยนต์จะกลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพพร้อมกับการเปลี่ยนเกียร์ที่ฉับไวอีกครั้ง เพื่อการตอบสนองทันใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบระบายความร้อนได้รับการปรับปรุงเพื่อรับมือกับความร้อนซึ่งเกิดจากพลังที่เพิ่มขึ้น 30 แรงม้า ของเครื่องยนต์ ด้วยการใช้ช่องรับอากาศแบบเดี่ยวที่ด้านหน้าเป็นครั้งแรกในรถเฟอร์รารี่ V12 ช่วยเพิ่มปริมาณอากาศเย็นที่จะถูกส่งไปยังแผงระบายความร้อนได้มากยิ่งขึ้น วงจรระบายความร้อนทั้งหมดก็ถูกพัฒนาเช่นกัน ประสิทธิภาพในการลดความร้อนเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับ 812 Superfast นอกจากนั้น ช่องรับอากาศแบบเดี่ยวยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของอากาศไปยังท่อร่วมไอดีของเครื่องยนต์ จึงลดการสูญเสียแรงดันอากาศในท่อไอดีลงอีกทางหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่างน้ำมันเครื่องออกแบบใหม่เพื่อรับมือกับอัตราการไหลเวียนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น (สูงขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์) และแรงเหวี่ยงของรถขณะเร่งความเร็ว ต้องยกความดีความชอบให้กับการปรับปรุงห้องกั้นและปริมาณการเก็บน้ำมัน อ่างน้ำมันเครื่องใหม่ช่วยลดน้ำมันเครื่องลงได้มากกว่า 1 กิโลกรัม เทียบกับที่ใช้ใน 812 Superfast ส่งให้ทั้ง 812 Competizione และ 812 Competizione A ใช้น้ำมันเครื่องน้อยที่สุดในบรรดาขุมพลัง V12 ด้วยกัน นอกจากนั้น ยังช่วยลดน้ำหนักของรถลงอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103039</URL_LINK>
                <HASHTAG>812 Competizione, 812 Competizione A, กีฬา, รถแข่ง, เฟอร์รารี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a00dfb2d97d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2020 00:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 23:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ดาวรุ่ง F1 “นิโค ฮูลเคนเบิร์ก” เตรียมลงแข่ง ADAC GT Masters ด้วย Lamborghini Huracan GT3 EVO”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

นิโค ฮูลเคนเบิร์ก นักแข่งฟอร์มูล่าวันชื่อดังเตรียมชิงแชมป์การแข่งขันรายการ ADAC GT Masters สนาม Nurburgring (นัวบวร์กริง) ที่ประเทศเยอรมนี ในการแข่งขันครั้งนี้ได้ใช้ Lamborghini Huracan GT3 EVO (ลัมโบร์กินี ฮูราแคน จีทีทรี อีโว) ภายใต้สังกัดทีม Mcchip - dkr (แม็กชิป ดีเคอาร์) โดยมี กีกี้-ศักดิ์ นานา แชมป์ Nurburgring 24 Hours (นัวบวร์กริง ทเวนทิโฟร์ อาวร์ส) เป็นหุ้นส่วนของทีม อีกทั้งยังเป็นผู้บริหาร เรนาสโซ มอเตอร์ หรือที่รู้จักกันในนาม Lamborghini Bangkok ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีรายเดียวในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในตัวเต็งอันดับต้นๆ ของฟอร์มูล่าวัน นิโค ฮูลเคนเบิร์ก วัย 32 ปี ผู้ผ่านศึกการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน มาแล้วกว่า 177 ครั้ง จะทำการลงแข่งขัน ADAC GT MASTERS สนามที่ 2 ของปฏิทิน ในวันที่ 14 - 16 สิงหาคมนี้ และ นิโค ฮูลเคนเบิร์ก ยังเคยได้รับตำแหน่ง ADAC Motorsport Personaliy of the year ในปี 2015&amp;nbsp; อีกด้วย โดยการแข่งขันครั้งนี้จะทำการถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง SPORT 1 ที่ประเทศเยอรมนี ส่วนในประเทศไทยสามารถรับชมการแข่งขันทางออนไลน์ได้ที่ช่องยูทูบ ADAC
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิโค ฮูลเคนเบิร์ก เผยว่า &amp;ldquo;รายการแข่งขัน ADAC GT MASTERS เป็นการแข่งที่ตื่นเต้นมาก มีรถสวยๆ เยอะมาก เนื่องจากผมได้หยุดพักจากการลงแข่งเป็นเวลานานเกือบ 8 เดือน ผมต้องการที่จะอยู่หลังพวงมาลัยอีกครั้งเพื่อให้ได้รู้สึกถึงอะดรีนาลีนพลุ่งพล่านและยิ่งตอนนี้การแข่งฟอร์มูล่าวัน 2020 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วผมหวังว่าข่าวลือต่าง ๆ ที่กล่าวหาว่าการลงแข่งของผมครั้งนี้เป็นการแข่งย่อยที่ไม่สำคัญ ผมอยากให้ความชัดเจนตรงนี้ว่าผมตั้งใจและได้เตรียมตัวอย่างหนักสำหรับการลงแข่งครั้งนี้ &amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิโค ฮูลเคนเบิร์ก เป็นนักแข่งฟอร์มูลาวันมืออาชีพที่ลงแข่งตั้งแต่ปี 2010 และได้แชมป์ Le Mans 24 Hours (เลอมัง ทเวนทิโฟร์ อาวร์ส) ในปี 2015, ตอนนี้ได้ทดสอบ Lamborghini Huracan GT3 EVO ที่สนาม Nurburgring ประเทศเยอรมันนีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กำลังวางแผนที่จะทำการซ้อมอีก 2 ครั้ง ก่อนที่จะลงแข่งขันจริงในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ ในการแข่งครั้งนี้ได้ร่วมทีมกับ แดนนี่ คูบาสิค ผู้บริหาร บริษัท mcchip - dkr หรือเป็นที่รู้จักในนาม &amp;#39;Dieter Schmidtmann&amp;#39; (ไดร์เทอร์ ชมิทแมน) จากเมือง Mechernich (แมคคานิช) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แดนนี่ คูบาสิค ได้เผยต่ออีกว่า &amp;ldquo; ผมดีใจมากๆ ที่ได้ขับในสนาม N&amp;uuml;rburgring แห่งนี้ เพราะผมเคยแข่งขันที่นี่มาแล้วหลายครั้งในรายการที่เล็กกว่านี้ การที่ทีมของเราได้มีโอกาสเข้าร่วมในรายการการแข่งขันรถยนต์ รุ่น GT3 ถือเป็นความภูมิใจของพวกเราและเป็นการเริ่มต้นใหม่สำหรับเรา ที่จะได้มีโอกาสพัฒนาทุกๆ ด้านให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น ผมขอขอบคุณผู้สนับสนุนคนสำคัญ Ravenol , Lamborghini Bangkok / Renazzo Motor และ GTronix 360&amp;deg; อย่างสูง สามารถติดตามชมภาพการฝึกซ้อมและบรรยากาศระหว่างแข่งขันของพวกเราได้ที่ช่อง Mcchip-dkr ทางยูทูบ &amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิโค ฮูลเคนเบิร์ก เป็นนักแข่งคนที่ 13&amp;nbsp; ที่มาจากรายการแข่งขันรถยนต์ระดับสูงสุด และได้เข้าร่วมแข่งในรายการ ADAC GT MASTERS โดยที่ผ่านมามีนักแข่งที่มือชื่อเสียงระดับโลกมากมายที่เคยร่วมแข่งขันในรายการนี้ เช่น Heinz-Harald Frentzen, Karl Wendlinger, Jan Lammers, Mika Salo และ Jaime Alguersuari&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73080</URL_LINK>
                <HASHTAG>ADAC GT Masters, Lamborghini Huracan GT3 EVO, Mcchip - dkr, กีฬา, นิโค ฮูลเคนเบิร์ก, รถแข่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200801/image_big_5f2450428b8b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2019 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 22:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เปิดคอก&quot;ม้าลำพอง&quot; คาซ่า เฟอร์รารี่ ปี 2 ยก &quot;พอร์โตฟิโน่ - 812 ซูเปอร์ฟาสต์&quot; บุกเอ็มควอเทียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพูดถึงบิ๊กทรีของวงการรถแข่งระดับโลก ทุกคนต้องนึกถึง เฟอรรารี่ ขณะที่ การแข่งขันฟอร์มูล่า วัน ซีซั่นนนี้ แชมเปี้ยนชิพพอยท์ตอนนี้ก็มาเป็นอันดับสอง ภายใต้ฝีมือการขับแข่งของ เซบาสเตียน เวทเทล กับ ชาร์ลส เลอแคล็ร์ก การได้ครอบครองรถสปอร์ตสุดร้อนแรงคือความฝันของหลายๆคน ขณะที่โลโก้ม้าป่า Prancing Horse คือส้ญลักษณ์อันดับหนึ่งที่แทบทุกคนต้องนึกถึงเมื่อพูดถึงรถสปอร์ตในฝัน และการจะได้ใกล้ชิดกับเจ้าม้าลำพอง เป็นจริงขึ้นมาได้ง่ายๆสำหรับทุกคน เมื่อทาง คาวาลลิโน่ มอเตอร์ ได้เนรมิตคอกม้าลำพองใจกลางกรุง &amp;quot;คาซ่า เฟอร์รารี่&amp;quot; (Casa Ferrari) รอทุกคนไปเยี่ยมชมอย่างใกล้ชิดอีกครั้งเป็นปีที่ 2 คราวนี้จัดแสดง เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน่ รถสปอร์ตแกรนด์ทัวริ่ง จากโปรแกรมตกแต่งรถ &amp;quot;อเตลิเย่&amp;quot; (Atelier) ประเทศ อิตาลี คันแรกของไทย รวมถึง 812 ซูเปอร์ฟาสต์ ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม &amp;ndash; 3 กันยายน นี้&amp;nbsp; ณ โซนควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณนันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงการกลับมาในปีนี้ของคาซา เฟอร์รารี่ โชว์รูมจำลองเสมือนบ้านของรถหรูเฟอร์รารี่ เพื่อเหล่าแฟนแบรนด์ม้าลำพองได้สัมผัสความเรียบหรูที่ดูโฉบเฉี่ยว และผู้คนทั่วไปมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับรถสปอร์ตในฝันกันอีกครั้ง หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีกับการเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งการกลับมาของ คาซา เฟอร์รารี่ ในปีนี้ มีความพิเศษหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโชว์รถเฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน่ จากโปรแกรมตกแต่งรถ &amp;quot;อเตลิเยร์&amp;quot; จากประเทศอิตาลี เพื่อให้ได้รถสปอร์ตเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะคุณ เปลี่ยนฝันให้เป็นเฟอร์รารี่ที่สร้างขึ้นเพื่อคุณโดยเฉพาะ และเป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุกในชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครผ่านไปมาที่ เอ็มควอเทียร์ ตอนนี้ จะเห็น คาซ่า เฟอร์รารี่ ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณโซนควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G โดยมีธรรมชาติ เพิ่มบรรยากาศด้วยร้านอาหารอิตาเลี่ยน สัญชาติเดียวกันอยู่ใกล้ๆ ขณะที่ คาซ่า เฟอร์รารี่ ยังคงเน้นสีแดง อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมมุมพักผ่อนรับรองแขกและมุมของ Car Configuration ให้ได้ลองออกแบบและตกแต่งรถเฟอร์รารี่ของตัวเองได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นสี วัสดุ อะไหล่รถ เสมือนได้มานั่งออกแบบที่โชว์รูมจริง&amp;nbsp;&amp;nbsp; พื้นที่ภายนอกขนาบด้วยโซนจัดแสดงรถเฟอร์รารี่ 2 รุ่นล่าสุด ได้แก่ เฟอร์รารี่รุ่น 812 ซูเปอร์ฟาสต์ (812 Superfast) รถสปอร์ตอันโด่งดังของเฟอร์รารี่ กับความแรงของเครื่องยนต์ V12 789 แรงม้า และเฟอร์รารี่รุ่น&amp;nbsp; พอร์โตฟิโน (Portofino) รถสปอร์ตแกรนด์ทัวร์ริ่ง ที่ขับสนุกเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ เครื่องยนต์ V8 600 แรงม้า พร้อมความเรียบหรูตามแบบฉบับเฟอร์รารี่ และยังสามารถนัดหมายเพื่อทดลองขับรถเฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน่ ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ คาวาลลิโน มอเตอร์ ได้เตรียมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ในการจองรถเฟอร์รารี่รุ่น Portofino, 812 Superfast, 812 Spider, F8 Tributo, F8 Spider, GTC4Lusso, GTC4Lusso T และ SF90Stradale เฉพาะที่เฟอร์รารี่ คาซา เท่านั้น รับทันทีคะแนนสะสมสูงสุด หนึ่งล้านพอยท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยนตรกรรมจากสนามแข่งสู่ท้องถนน มาให้ชมถึงที่ทั้ง 2 รุ่น ทั้ง พอร์โตฟิโน่ กับ 812 ซูเปอร์ฟาสต์&amp;nbsp; ที่ คาซา เฟอร์รารี่ ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม จนถึง 3 กันยายนนี้ หรือไม่ก็ไปเยี่ยมชมกันได้ที่ โชว์รูม คาวาลลิโน่ มอเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44667</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, คาซ่า เฟอร์รารี่, คาวาลลิโน่ มอเตอร์, คุณนันทมาลี ภิรมย์ภักดี, รถสปอร์ต, รถแข่ง, ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์, เฟอร์รารี่, เฟอร์รารี่ 812 ซูเปอร์ฟาสต์, เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190831/image_big_5d696e9d89b8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2019 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2019 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เลกซัส&quot;แรง! ผงาดแชมป์จีที500 เรซสนามช้างฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สังเวียนมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของไทย เปิดแทร็กเป็นเจ้าภาพศึกรถยนต์ทางเรียบระดับโลกของญี่ปุ่น รายการ &amp;ldquo;ช้าง ซูเปอร์จีที เรซ 2019&amp;rdquo; อย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย แฟนมอเตอร์สปอร์ต &amp;ldquo;ไทย-ญี่ปุ่น&amp;rdquo; หลายหมื่นแน่นขนัด ขณะแชมป์รุ่นใหญ่จีที 500 เป็นของ เลกซัส ทีม เลอมองส์ วาโกะส์ ที่ขับโดย คาซูยะ โอชิม่า และ เคนตะ ยามาชิตะ สองนักขับญี่ปุ่น ด้านทีมแข่งไทย แพนเธอร์ อาร์โต้ ทีม ไทยแลนด์ ประสบความสำเร็จ แซง 5 คัน คว้าอันดับ 17 ในโฮมเรซ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกรถยนต์ทางเรียบระดับตำนานจากประเทศญี่ปุ่น ซูเปอร์ จีที 2019 สนาม 4 รายการ &amp;ldquo;ช้าง ซูเปอร์จีที เรซ 2019&amp;rdquo; ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยนับเป็นสนามเดียวที่แข่งขันนอกประเทศญี่ปุ่น และเป็นปีที่ 6 ติดต่อกันที่ดวลความมันส์ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฮไลต์ของสุดสัปดาห์นี้ อยู่ที่การแข่งขันเรซสุดมันส์ของ ซูเปอร์จีที ทั้งรุ่น จีที500 และ จีที300 ซึ่งมีสุดยอดรถแข่งระดับโลกทั้งสิ้น 39 คัน ขณะที่แฟนความเร็วหลายหมื่น เดินทางเข้าร่วมชมการแข่งขันอย่างคึกคัก โดยนอกจากการแข่งขันแล้วยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่เรียกความสนใจแฟนๆ ความเร็วได้อย่างมาก อาทิ พิตวอล์ค, กริดวอล์ค และเซอร์กิต ซาฟารี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของ &amp;ldquo;ช้าง ซูเปอร์จีที เรซ 2019&amp;rdquo; ออกสตาร์ทกันในเวลา 15.00 น. โดยตำแหน่งโพลโพซิชั่นในรุ่น จีที500 เป็นของรถแข่ง เลกซัส แอลซี500 หมายเลข 6 จากทีม เลกซัส ทีม เลอมองส์ วาโกะส์ ที่ขับโดย คาซูยะ โอชิม่า และ เคนตะ ยามาชิตะ สองนักขับญี่ปุ่น ขนาบข้างด้วย อันดับ 2 อย่าง เลกซัส ทีม เว็ดสปอร์ต บันโดะห์ ที่ขับโดย ยูจิ คูนิโมโตะ และ โช ซึโบอิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกสตาร์ทเรซด้วยการขยับขึ้นนำอย่างรวดเร็วของ คาซูยะ โอชิม่า นักขับมือแรกของ เลกซัส ทีม เลอมองส์ วาโกะส์ ที่ได้ออกตัวจากโพลและรักษาตำแหน่งหัวแถวได้อย่างเหนียวแน่น ก่อนนำรถเข้าพิตเพื่อเติมน้ำมัน เปลี่ยนยาง และเปลี่ยนตัวนักขับหลังผ่านไปครึ่งทางของเรซ จากนั้นเป็น เคนตะ ยามาชิตะ รับไม้ต่อเป็นนักขับคนที่ 2 ของ เลกซัส ทีม เลอมองส์ วาโกะส์ ออกจากพิตมาด้วยการเป็นผู้นำได้อีกครั้ง โดยมี นิค คาสซิดี้ นักขับนิวซีแลนด์จาก เลกซัส ทีม คีเปอร์ ทอมส์ หมายเลข 37 ไล่บี้อย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย แชมป์ คลาสจีที 500 ในเรซนี้ตกเป็นของ รถแข่ง เลกซัส แอลซี500 หมายเลข 6 จากทีม เลกซัส ทีม เลอมองส์ วาโกะส์ ที่ขับโดย คาซูยะ โอชิม่า และ เคนตะ ยามาชิตะ สองนักขับญี่ปุ่น หลังครบ 66 รอบสนาม ในเวลา 2 ชั่วโมงเต็ม เฉือนอันดับ 2 อย่าง&amp;nbsp; เลกซัส ทีม คีเปอร์ ทอมส์ หมายเลข 37 ที่ขับโดย นิค คาสซิดี้ นักขับนิวซีแลนด์ และทีมเมทชาวญี่ปุ่น เรียว ฮิราคาวะ เพียง 1.236 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ รถแข่งหมายเลข 19 จาก เลกซัส ทีม เว็ดสปอร์ต บันโดะห์ ที่ขับโดย ยูจิ คูนิโมโตะ และ โช ซึโบอิ ตามหลังแชมป์ 10.249 วินาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการแข่งขันใน คลาสจีที300 ตำแหน่งโพลเป็นของ รถแข่ง โตโยต้า 86 เอ็มซี หมายเลข 25 จาก ทีม ซึชิย่า เอ็นจิเนียริ่ง ที่ขับโดยสองนักขับญี่ปุ่นอย่าง ทาคามิตสึ มัตซูอิ และ คามิยะ ซาโตะ ทว่าเจ้าของโพลกลับมาพลาดในช่วงแรกของการแข่งขัน ส่งผลให้ในช่วงครึ่งหลังของเรซ การชิงตำแหน่งหัวแถวเป็นของรถแข่ง นิสสัน จีที-อาร์ หมายเลข 56 จาก คอนโด เรซซิ่ง ที่ขับโดย คาซูกิ ฮิรามิเน นักขับญี่ปุ่น และ ซาช่า เฟเนสตราซ์ ทีมเมทชาวฝรั่งเศส ที่โดนไล่บี้อย่างหนักโดนรถแข่ง นิสสัน จีที-อาร์ หมายเลข 10 จากทีม เกนเนอร์ โดยสองนักขับญี่ปุ่น คาซูกิ โฮชิโนะ และ เคอิชิ อิชิกาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมในเรซนี้ของคลาสจีที300 มีพลิกเอาในรอบสุดท้ายเมื่อผู้นำในคลาส จีที500 มาจ่อท้าย รถแข่ง นิสสัน จีที-อาร์ หมายเลข 56 จาก คอนโด เรซซิ่ง ที่ขับโดย คาซูกิ ฮิรามิเน จึงต้องเปิดทางให้ แต่กลับกลายเป็นเปิดช่องให้ เคอิชิ อิชิกาว่า ชิงจังหวะพารถแข่ง นิสสัน จีที-อาร์ หมายเลข 10 เสียบแซงผ่านขึ้นไปด้วย ก่อนเข้าป้ายเป็นอันดับ 1 คว้าแชมป์ในเรซนี้ไปครอง โดยเฉือน นิสสัน จีที-อาร์ หมายเลข 56 จาก คอนโด เรซซิ่ง อันดับ 2 เพียง 0.792 วินาทีเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทีมแข่งไทยอย่าง แพนเธอร์ อาร์โต้ ทีม ไทยแลนด์ ที่ออกตัวจากกริดสตาร์ทที่ 22 เริ่มเกมโดย ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ นักขับไทย พร้อมขยับขึ้นมาได้ 2 อันดับ ก่อนส่งต่อให้ทีมเมทอย่าง ฌอน วัลกินชอว์ นักขับลูกครึ่งสก็อตติช-เบลเจี้ยน ออกมาขับในช่วงที่ 2 และพาทีมขยับขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 17
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแข่งขันสนามถัดไปของ ซูเปอร์จีที 2019 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคมนี้ ที่ สนาม ฟูจิ อินเตอร์เนชั่นแนล สปีดเวย์ ประเทศญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39804</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, จังหวัดบุรีรัมย์, ช้าง ซูเปอร์ จีที เรซ 2019, รถแข่ง, สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190630/image_big_5d18a485e8903.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2019 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2019 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เลกซัส&quot;คว้าโพล ช้าง ซููเปอร์จีที เรซ 2019</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ช้าง ซูเปอร์จีที เรซ 2019&amp;rdquo; ยกทัพมาดวลความเร็วสนามที่ 4 ในเมืองไทย เปิดศึกในรอบควอลิฟาย แฟนมอเตอร์สปอร์ต &amp;ldquo;ไทย-ญี่ปุ่น&amp;rdquo; คึกคัก สนามช้างฯ ผลปรากฏว่ารถแข่งเลกซัส แอลซี500 หมายเลข 6 จากทีม เลกซัส ทีม เลอมองส์ วาโกะส์ ที่ขับโดย คาซูยะ โอชิม่า และ เคนตะ ยามาชิตะ สองนักขับญี่ปุ่น คว้าโพลจีที500 ขณะ แพนเธอร์ อาร์โต้ ทีม ไทยแลนด์ ทีมแข่งไทย คว้ากริดที่ 22 ในคลาสจีที300 จากผลงานของ ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ นักขับไทย และทีมเมทอย่าง ฌอน วัลกินชอว์ นักขับลูกครึ่งสก็อตติช-เบลเจี้ยน ก่อนลุ้นแชมป์ในวันอาทิตย์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกรถยนต์ทางเรียบระดับตำนานจากประเทศญี่ปุ่น ซูเปอร์ จีที 2019 มีคิวดวลความเร็วสนาม 4 ระหว่างวันที่ 29-30 มิถุนายนนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้ชื่อรายการ &amp;ldquo;ช้าง ซูเปอร์จีที เรซ 2019&amp;rdquo; โดยนับเป็นสนามเดียวที่แข่งขันนอกประเทศญี่ปุ่น และเป็นปีที่ 6 ติดต่อกันที่ดวลความมันส์ในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ศึก ช้าง ซูเปอร์จีที เรซ 2019 เข้าสู่โปรแกรมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ล่าสุดเป็นการจับเวลาในรอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ทของรุ่น จีที500 และ จีที300 ท่ามกลางแฟนมอเตอร์สปอร์ตที่หลั่งไหลเข้าสู่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อย่างคับคั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในไฮไลต์ของวันนี้คือกิจกรรมพิตวอล์ค ที่มีแฟนมอเตอร์สปอร์ตนับพันคนเข้าร่วมสัมผัสนักขับระดับโลกนำโดย เจนสัน บัตตัน อดีตแชมป์โลกฟอร์มูล่าวันชาวอังกฤษ รวมถึงอดีตนักขับรถสูตรหนึ่งอย่าง เฮคกิ โควาไลเน่น ชาวฟินแลนด์ที่เคยขับให้กับทีม แมคลาเรน และ คาซูกิ นากาจิม่า นักขับญี่ปุ่น รวมถึงนักขับไทยอย่าง &amp;ldquo;แมน&amp;rdquo; ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ จาก แพนเธอร์ อาร์โต้ ทีม ไทยแลนด์ ที่ลงแข่งขันในโฮมเรซของรุ่น จีที300 รวมทั้งทัพเรซควีนจากญี่ปุ่นมากกว่า 70 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการควอลิฟายในรุ่นใหญ่อย่าง จีที500 ปรากฏว่าตำแหน่งโพลโพซิชั่นตกเป็นของรถแข่ง เลกซัส แอลซี500 หมายเลข 6 จากทีม เลกซัส ทีม เลอมองส์ วาโกะส์ ที่ขับโดย คาซูยะ โอชิม่า และ เคนตะ ยามาชิตะ สองนักขับญี่ปุ่น ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 23.260 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง เลกซัส ทีม เว็ดสปอร์ต บันโดะห์ ที่ขับโดย ยูจิ คูนิโมโตะ และ โช ซึคโบอิ เพียง 0.090 วินาทีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในคลาส จีที300 ตำแหน่งโพลเป็นของ รถแข่ง โตโยต้า 86 เอ็มซี หมายเลข 25 จาก ทีม ซึชิย่า เอ็นจิเนียริ่ง ที่ขับโดยสองนักขับญี่ปุ่นอย่าง ทาคามิตสึ มัตซูอิ และ คามิยะ ซาโตะ ด้านทีมแข่งไทยอย่าง แพนเธอร์ อาร์โต้ ทีม ไทยแลนด์ คว้ากริดสตาร์ทที่ 22 มาครอง จากผลงานของ ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ นักขับไทย และทีมเมทอย่าง ฌอน วัลกินชอว์ นักขับลูกครึ่งสก็อตติช-เบลเจี้ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของศึก ช้าง ซูเปอร์จีที เรซ 2019 จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนนี้ ด้วยเรซสุดโหด 2 ชั่วโมงเต็ม โดยจะออกสตาร์ทในเวลา 15.00-17.00 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ https://web.facebook.com/BuriramUnitedInternationalCircuit/&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39754</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ข้าง ซูเปอร์จีที เรซ 2019, รถแข่ง, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190629/image_big_5d174c72cea25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2019 06:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 22:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ช้างฯ ซูเปอร์จีที เรซ 2019” พร้อมอัดแน่นกิจกรรมเอาใจแฟน “ไทย-ญี่ปุ่น” วีคเอนด์นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สังเวียนความเร็วระดับโลกของไทย พร้อมเต็มร้อยรองรับศึกมอเตอร์สปอร์ตระดับตำนานของญี่ปุ่น &amp;ldquo;ช้าง ซูเปอร์จีที เรซ 2019&amp;rdquo; ขณะสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (เอฟไอเอ) ตรวจแทร็กผ่านฉลุย พร้อมกับทัพรถแข่งซูเปอร์คาร์ชั้นนำของโลกกว่า 39 คันเข้าเซ็ตอัพเรียบร้อย ด้านฝ่ายจัดการแข่งขันเผยอัดกิจกรรมแน่นตลอดเสาร์-อาทิตย์นี้ เอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั้ง &amp;ldquo;ไทย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ญี่ปุ่น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกรถยนต์ทางเรียบระดับตำนานจากประเทศญี่ปุ่น ซูเปอร์ จีที 2019 มีคิวดวลความเร็วสนาม 4 ระหว่างวันที่ 29-30 มิถุนายนนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้ชื่อรายการ &amp;ldquo;ช้าง ซูเปอร์จีที เรซ 2019&amp;rdquo; โดยนับเป็นสนามเดียวที่แข่งขันนอกประเทศญี่ปุ่น และเป็นปีที่ 6 ติดต่อกันที่ดวลความมันส์ในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดสุดยอดทีมแข่งทั่วโลกได้เดินทางถึง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ พร้อมกับเคลื่อนย้ายรถแข่งซูเปอร์คาร์สุดล้ำทั้งสิ้น 39 คัน เพื่อเข้าเซ็ตอัพตามพิตของตัวเองอย่างเรียบร้อย
ขณะเดียวกัน สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ เอฟไอเอ ได้ส่งคณะตัวแทนตรวจความเรียบร้อยของสภาพแทร็ก เพื่อมาตรฐานสูงสุดสำหรับการแข่งขัน ที่เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก โดยมีเจ้าหน้าที่ของ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เข้ารับการชี้แจงอย่างใกล้ชิด ซึ่งปรากฏว่าสภาพแทร็กผ่านมาตรฐานอย่างไร้ปัญหา พร้อมรองรับการแข่งขัน &amp;ldquo;ช้าง ซูเปอร์จีที เรซ 2019&amp;rdquo; ในสุดสัปดาห์นี้ร้อยเปอร์เซ็นต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดเผยว่า &amp;ldquo;วันนี้เจ้าหน้าที่จาก เอฟไอเอ นำคณะลงตรวจความเรียบร้อยของแทร็ก ตามมาตรฐานของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบทั่วโลก เพื่อให้การแข่งขันมีความปลอดภัยสูงสุดสำหรับนักขับ โดยหลังจากลงตรวจสอบแทร็กโดยละเอียดก็ไม่มีปัญหาอะไรน่ากังวล แทร็กของเราพร้อมเต็มร้อยสำหรับ ช้าง ซูเปอร์จีที เรซ ปีที่6&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตนัยศิริ ยังกล่าวถึงสีสันของการแข่งขันในสุดสัปดาห์นี้ว่า &amp;ldquo;ปีนี้ ซูเปอร์จีที มีความคึกคักมากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะเป็นปีที่พวกเขาต้องเตรียมตัวเพื่อขยับกฎการแข่งขันให้เข้ากับ ดีทีเอ็ม จากประเทศเยอรมนี ทำให้ทุกๆ สนามมีความเข้มข้นขึ้นอย่างมาก ล่าสุดรถแข่งทั้ง 39 คัน ทั้งในรุ่น จีที500 และจีที300 ก็ถูกเคลื่อนย้ายเข้าพิต เพื่อประกอบและเซ็ตอัพครบทุกคนแล้ว เรียกว่าสร้างความคึกคักให้กับสนามและ จ.บุรีรัมย์ เป็นพิเศษจากจำนวนทีมงานของ จีทีเอ, ทีมแข่ง และแฟนๆ จากญี่ปุ่นที่เดินทางมาชมการแข่งขันในสุดสัปดาห์นี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกิจกรรมที่จะมาเติมเต็มความมันส์แบบมอเตอร์สปอร์ตใน &amp;ldquo;ช้าง ซูเปอร์จีที เรซ 2019&amp;rdquo; นายตนัยศิริ กล่าวว่า &amp;ldquo;ปีนี้ไฮไลต์หลักๆ ของกิจกรรมในแทร็กจจะยังคงความสนุกและตื่นตาตื่นใจเหมือนเดิม เริ่มจาก พิตวอล์ค และกริดวอล์ค ที่จะเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้สัมผัสนักขับระดับโลกอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังมีเรซควีนน่ารักๆ ส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเติมความสดใสให้การแข่งขัน นอกจากนี้ เซอร์กิต ซาฟารี กิจกรรมที่ให้แฟนๆ นั่งบนรสบัสขับในแทร็กพร้อมกับรถแข่งจีที500 และจีที300 ที่สร้างความเร้าใจมา 5 ปีติดต่อกัน ก็ยังคงมีอยู่และได้รับความสนใจจากแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตเป็นอย่างมากเช่นเคย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีเทศกาลวัฒนธรรม &amp;ldquo;ช้าง ไทย-เจแปนีส สตรีท เฟสติวัล&amp;rdquo; (Chang Thai-Japanese Street Festival) ที่รวมเอา 2 วัฒนธรรมอย่างงานวัดไทยและตลาดนัดญี่ปุ่นมาไว้ในงานเดียว โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ สตรีทฟู้ด สุดหลากหลาย พร้อมขบวน Food Truck, เกมงานวัด, โชว์รถแต่งสไตล์ญี่ปุ่น, เปิดท้ายขายของแต่งรถ Car Swap Meetingและ รถแห่ King of ซาวด์ซิ่งสุดอลังการ &amp;quot;ช. ช้าง มิวสิค ชัยภูมิ&amp;quot; ผู้ชนะจากรายการ est Castle 12 ซาวด์ซิ่ง Contest
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแข่งขันรายการนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากแฟนความเร็วทั่วโลก รวมถึงในเมืองไทยที่สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จมนับตั้งแต่ครั้งแรกในปี 2014 มีจุดเด่นอยู่ที่การรวบรวมสุดยอดรถแข่งระดับโลก ซึ่งเต็มไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ โดยในรุ่นจีที500 เป็นคลาสสูงสุดที่มีรถแข่งที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีสูงสุดของค่ายผู้ผลิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากยอดนักขับชั้นนำของญี่ปุ่นแล้ว ยังมีชื่อนักขับซูเปอร์สตาร์ระดับโลกหลายคนลงแข่งขันในรายการนี้ อาทิ เจนสัน บัตตัน อดีตแชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน ชาวอังกฤษ, เฮคกิ โควาไลเนน อดีตนักขับเอฟวัน ชาวฟินแลนด์ รวมถึง คาซูกิ นากาจิม่า อดีตนักขับรถสูตรหนึ่งชาวญี่ปุ่นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในรุ่น จีที300 นั้นถือเป็นการรวมเอารถแข่งซูเปอร์คาร์ชั้นนำของโลกแทบทุกแบรนด์ไว้ด้วยกัน โดยทีมแข่งไทยหนึ่งเดียวอย่าง แพนเธอร์ อาร์โต้ ทีม ไทยแลนด์ ที่ลงแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน มีความเปลี่ยนแปลงที่ดีในทีมอย่างมาก ทั้งรถแข่งที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการใช้บริการนักขับฝีมือดีอย่าง ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ ที่มีประสบการณ์สูงกับรายการชิงแชมป์ประเทศไทยและซูเปอร์จีที จับคู่กับทีมเมทลูกครึ่ง สก็อตติช-เบลเจี้ยน อย่าง ฌอง วัลกินชอว์ ที่สร้างผลงานอย่างโดดเด่นในระดับนานาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ศึก ช้าง ซูเปอร์จีที เรซ 2019 มีคิวลงซ้อมครั้งแรกในศึก ช้าง ซูเปอร์ จีที เรซ 2019 ในวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายนนี้ ก่อนจะควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ทในวันเดียวกัน จากนั้นจะดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศต่อหน้าแฟนความเร็วชาวไทยในวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39662</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, จ.บุรีรัมย์, ช้างฯ ซูเปอร์จีที เรซ 2019, รถแข่ง, สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d154e820794b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2019 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2019 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระหึ่ม! “วุฒิกร” ผงาดแชมป์ &quot;บลองค์แปง จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์  เอเชีย 2019&quot; สนาม 2 ที่ บุรีรัมย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึกแกรนด์ทัวเรอร์ &amp;quot;บลองค์แปง จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย 2019 ดวลเดือดที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ &amp;quot;เต๊อะ&amp;rdquo; วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ จับคู่ทีมเมทชาวสวิส อเล็กซ์ อิมเพอราทอรี ผงาดแชมป์โฮมเรซได้ฉลองชัยชนะต่อหน้าแฟนความเร็วในเมืองไทยอย่างยิ่งใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแข่งขันซูเปอร์คาร์ระดับเวิลด์คลาส รายการ &amp;quot;บลองค์แปง จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย &amp;quot; มีคิวดวลความเร็วสนามที่ 2 ของฤดูกาล ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 11-12 พฤษภาคมนี้ โดยเรซที่ 2 ลงชิงชัย ด้วยเวลารวม 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บลองค์แปง จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย 2019&amp;quot; นับเป็นหนึ่งในรายการ ซูเปอร์คาร์ ระดับเวิลด์คลาสที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในทวีปเอเชียภายใต้รถแข่งสุดล้ำกว่า 30 คัน เป็นการแข่งขันประเภทจีทีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เมื่อรวมมูลค่าของรถแข่งและการสร้างทีมแล้วจะสูงหลายพันล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กริดสตาร์ทในเรซนี้มี รถแข่งเมอร์เซเดส เอเอ็มจี จีที3 หมายเลข 88 จาก คราฟท์-แบมบู เรซซิ่ง ซึ่งขับโดย อเลสซิโอ พิคาริเอลโล และ เจฟฟรีย์ ลี ทีมเมทชาวไทเปเป็นเจ้าของโพล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมในเรซนี้เข้มข้นตั้งแต่ออกตัว โดย พิคาริเอลโล ออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมขยับขึ้นนำได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ อเล็กซ์ อิมเพอราทอรี นักขับสวิส ทีมเมทของนักขับไทยอย่าง วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ ภายใต้รถแข่งปอร์เช่ หมายเลข 918 จากทีม แพนเธอร์/เอเอเอส มอเตอร์สปอร์ต ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 2 ด้วยการขับที่ดุดัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเปลี่ยนตัวให้ วุฒิกร ลงมารับไม้ต่อในช่วงที่ 2 นักขับไทยก็เปิดตัวด้วยอันดับ 3 หลังออกจากพิต ก่อนจะขยับแซงคู่แข่งขึ้นมารั้งอันดับ 2 หลังผ่านไปเพียง 1 รอบสนาม และจากนั้น 1 รอบ วุฒิกร ก็ขึ้นเป็นผู้นำได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ธนาตย์ เสถียรถิระกุล นักขับไทยจาก แอบโซลูท เรซซิ่ง เปลี่ยนตัวกับทีมเมทชาวเยอรมันอย่าง ฟิลลิป แฮมเพรชท์ ก็สวมบทบู๊ ไล่แซงคู่แข่งขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ในช่วงต้นเรซเกิดปัญหากับรถแข่งจนรูดลงไปอยู่ท้ายกลุ่ม โดยในช่วงท้าย เซฟตี้คาร์ต้องออกมาวิ่งนำหัวแถวอย่าง วุฒิกร หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุในโค้ง 3 มีรถแข่ง เมอร์เซเดส เอเอ็มจี จีที 3 ของ เจฟฟรี ลี จอดเสียอยู่ริมแทร็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับมารีสตาร์ทกันใหม่ในข่วง 5 รอบสุดท้ายด้วยสถานการณ์สุดบีบหัวใจ โดย วุฒิกร ยังคงรักษามาตรฐานการขับที่ยอดเยี่ยม พารถแข่ง ปอร์เช่ เข้าป้ายเป็นคันแรก ด้วยเวลารวม 1 ชั่วโมงเศษๆ วิ่งไปทั้งสิ้น 36 รอบสนาม ผงาดคว้าแชมป์โฮมเรซอย่างยิ่งใหญ่ เหนืออันดับ 2 อย่าง หยวนโบ นักขับจีนและ โจโน เลสเตอร์ ทีมเมทชาวนิวซีแลนด์ จาก แอบโซลูท เรซซิ่ง เพียง 0.909 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ รถแข่งเฟอร์รารี่ 488 จีที3 หมายเลข 27 จากทีม ฮับออโต คอร์ซ่า ที่ขับโดย ยูยะ ซากาโมโตะ นักขับญี่ปุ่นจับคู่กับทีมเมท อันเดร ไฮม์การ์ทเนอร์ ตามหลังแชมป์ 5.990 วินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผลงานของนักขับไทยคนอื่นๆ กันตศักดิ์ กุศิริ นักขับไทยจาก สิงห์ แพลน-บี บาย แอบโซลูท เรซซิ่ง จับคู่กับ ภูริต ภิรมย์ภักดี เข้าป้ายในอันดับ 7 และเพียงพอต่อการขึ้นโพเดี้ยมในอันดับ 2 ของคลาส โปรแอม ส่วน ปิติ ภิรมย์ภักดี และทีมเมทชาวญี่ปุ่นอย่าง เคตะ ซาวะ จบเรซในอันดับ 10 คว้าอันดับ 4 ในคลาสโปรแอม ส่วน ธนาตย์ เสถียรถิระกุล เรซนี้เจองานหนักจากช่วงแรกที่ทีมเมทต้องนำรถเข้าพิตถึง 2 ครั้ง รวมถึงโดนบวกเวลา สต็อป แอนด์ โก 10 วินาที ทำได้ดีที่สุดเพียงอันดับ 12 โอเวอร์ออล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นักขับไทยที่จับคู่กับ อากิฮิโร อาซาอิ ทีมเมทชาวญี่ปุ่นภายใต้สังกัด วัฒนา มอเตอร์สปอร์ต ช่วยกันพารถแข่ง ลัมบอร์กินี ฮูราคาน จีที3 อีโว หมายเลข 128 เข้าเส้นชัยในอันดับ 13 คว้าอันดับ 2 ได้ฉลองโพเดี้ยมในคลาส &amp;quot;อเมเจอร์&amp;rdquo; ด้าน ปรีดา ตันเต็มทรัพย์ และ มั่นคง เสถียรถิระกุล ที่ลงแข่งขันในคลาส จีที4 ภายใต้สังกัด เรซซิ่ง สปิริต จบการแข่งขันในอันดับ 25 โอเวอร์ออล คว้าอันดับ 5 ในคลาสจีที4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแข่งขัน บลองค์แปง จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย 2019 สนามถัดไปจะโยกไปดวลความเร็วที่ ซูซูกะ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น ระว่างวันที่ 6-7 กรกฎาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนโปรแกรมมอเตอร์สปอร์ตระดับอินเตอร์เนชั่นแนลของ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จะรองรับการแข่งขัน เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2019 สนาม 3 ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายนนี้ ต่อด้วยศึก ช้าง ซูเปอร์ จีที เรซ 2019 ระหว่างวันที่ 29-30 มิถุนายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35638</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, จ.บุรีรัมย์, บลองค์แปง จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ 2019, รถแข่ง, สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190512/image_big_5cd7d62692c49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
