<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2020 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2020 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลเผยคนกรุงบ่นอุบรถเมล์มาสาย-ไม่พอกับความต้องการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;4 ก.ค.63 - กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ &amp;nbsp;เปิดเผยสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;รถเมล์แบบไหน ถูกใจคนกรุง&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนที่ใช้บริการรถเมล์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,299 คน พบว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 46.7 ระบุว่ามีความพึงพอต่อใจรถเมล์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในระดับน้อย รองลงมาร้อยละ 33.0 ระบุว่าพึงพอใจปานกลาง และร้อยละ 20.3 ระบุว่าพึงพอใจมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงภาพลักษณ์ของรถเมล์ที่วิ่งอยู่ในปัจจุบัน ว่าเป็นอย่างไร พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 61.1 ระบุว่า รอรถเมล์นาน รถไม่พอกับความต้องการ รองลงมาร้อยละ 51.7 ระบุว่ารถมีสภาพเก่า ชำรุด ทรุดโทรม และร้อยละ 41.2 ระบุว่า ปล่อยควันดำ ส่งผลเสียด้านมลพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคาดหวังว่าอยากได้รถเมล์แบบใด นั้น พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 61.6 ระบุว่าอยากให้รถเมล์มาตรงเวลา ผู้โดยสารไม่ต้องรอนาน จะได้เดินทางรวดเร็วขึ้น รองลงมาร้อยละ 53.1 ระบุว่าเป็นรถเมล์ใหม่ปรับอากาศทุกคัน ทุกสาย เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และร้อยละ 51.9 ระบุว่าออกรถถี่ขึ้น มีที่นั่งเพียงพอ ไม่ต้องเบียดแออัดกัน / แบบ New Normal
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70461</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กรุงเทพฯ, กรุงเทพโพลล์, รถเมล์, รถโดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200704/image_big_5effd39307bd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถตู้เดือดร้อนถูกจับปรับความเร็วใบละ 1 พัน โอดให้วิ่งไม่เกิน 90 กม.คนขับหลับใน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.63 - นายธรรมรัศม์ ถนนจิน ผู้ประกอบการรถตู้และสมาชิกสมาคมรถตู้วีไอพีแห่งประเทศไทยประมาณ 10 คน เข้ายื่นหนังสือถึงนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ขอความเป็นธรรมจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องของสำนักงานขนส่งจังหวัด โดยมีนายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นผู้รับมอบหนังสือ พร้อมด้วย นายบัญญัติ คันธา ขนส่งจังหวัดภูเก็ต และ คณะเข้าร่วมในการรับมอบหนังสือครั้งนี้ ณ บริเวณหน้าอาคารศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรรมรัศม์ กล่าวว่า จากการที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้รถโดยสารประจำทางและรถโดยสารไม่ประจำทางทุกประเภทยกเว้นรถโดยสารลักษณะสองแถว ติดตั้งระบบจีพีเอสเชื่อมต่อสัญญาณกับศูนย์ GPS ของกรมการขนส่งทางบกและสำนักงานขนส่งจังหวัดเพื่อใช้ในการตรวจสอบความเร็วของรถรวมถึงการตรวจจับการเดินรถในช่องทางเดินรถตามกฎหมายจราจรด้วยกล้องเลเซอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพบว่ารถคันใดกระทำผิดด้วยการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กำหนดหรือไม่เดินรถในช่องทางเดินรถด้านซ้าย นานทะเบียนของสำนักงานขนส่งจังหวัดที่พบการกระทำผิดจะมีจดหมายไปยังผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตของรถคันนั้นให้ไปพบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและชำระค่าปรับ

&amp;quot;ในส่วนจีพีเอสปรับความเร็ว ถ้าเกิน 90 กิโลเมตรจะมีหนังสือแจ้งเตือนยังผู้ประกอบการของรถจะมีการปรับใบละ 1,000บาท ในส่วนนี้การเสียค่าปรับเราเสียได้แต่เขาไปรวบยอดในการตรวจสภาพรถเพื่อต่อทะเบียน รวบยอดทั้งหมดกี่ใบ ต้องจ่าย ณ วันนั้น จึงสามารถต่อทะเบียนได้&amp;nbsp; ในส่วนนี้เห็นว่าเป็นการเอาเปรียบและเบียดเบียนผู้ประกอบการทั่วไป ขอให้พิจารณาการผ่อนปรนการจ่ายค่าปรับและความเร็วที่สามารถเพิ่มความเร็วได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันสภาพถนนดีกว่าอดีต จะมายึดความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไม่ได้ ถ้าในเขตชุมชนเรายินดีทำตามแต่ถ้าวิ่งทางไกล ความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คนขับหลับในแน่นอน ในส่วนให้รถวิ่งเลนซ้ายกับรถสิบล้อจะมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงมาก จึงขอให้พิจารณาในส่วนนี้ด้วย ขอให้ทางผู้ว่าและผู้มีอำนาจพิจารณา ในส่วนกลาง&amp;nbsp;ทางนายกสมาคมฯจะเข้าพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในเรื่องนี้&amp;nbsp;

การที่มายื่นหนังสือเพื่อให้รับทราบปัญหาความเดือดร้อน ที่เราหาเช้ากินค่ำ มาจับปรับใบละ 1,000บาท แล้วมารวบยอดทีเดียวบางคนต้องขายรถเพราะสู้ค่าปรับไม่ได้ &amp;quot;นายธรรมรัศม์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า รับหนังสือดังกล่าวส่งต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต โดยจะมีการประชุมหารือในเรื่องนี้ในโอกาสต่อไปเนื่องจากเป็นเรื่องของกติกา ถ้าจะร้องขอให้แก้กฎกติกานั้น ขอให้รอการแก้ปัญหาตามระเบียบที่ถูกต้อง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55234</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมขนส่งทางบก, ขนส่งจังหวัดภูเก็ต, จังหวัดภูเก็ต, ผู้ประกอบการรถตู้, รถตู้, รถโดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e27f699c9193.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯผุดไอเดียคิวอาร์โค้ดติดเสื้อวินให้ตรวจสอบได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งฯผุดไอเดียเล็งทำคิวอาร์โค้ดติดเสื้อวินมอเตอร์ไซต์ หวังให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบความถูกต้อง ทั้งคนขับและผู้ได้รับใบอนุญาตต้องตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มิ.ย.62 - นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีข้อสงสัยในเรื่องของบริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง (วิน) ในเส้นทางตรอกซอกซอยหรือพื้นที่ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ส่งผลให้มีผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้างมากขึ้น ทำให้ยากต่อการควบคุมและการจัดระเบียบ ขณะที่ประชาชนมีความต้องการระบบขนส่งสาธารณะที่มีความปลอดภัย แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพในการลงไปสำรวจหรือจัดระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ เข้าไปทดแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่จะมีการจัดระบบขนส่งสาธารณะประเภทอื่น ๆ เช่น รถโดยสาร มินิบัส สองแถวเข้าไปในระบบ ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าปัญหาการจราจรติดขัดเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้บริการจักรยานยนต์รับจ้างเกิดขึ้น ส่วนการจะจัดระบบรถขนส่งสาธารณะเพิ่มต้องดูให้เหมาะสม เพราะอาจจะยิ่งส่งผลกระทบทำให้ปัญหาการจราจรติดขัดเพิ่มมากขึ้น&amp;rdquo;นางจันทิรา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมฯ มีแนวคิดที่จะทำระบบให้ประชาชนเข้ามาเป็นส่วนร่วมตรวจสอบผู้ประกอบอาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เนื่องจากปัจจุบันกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีวินมอเตอร์ไซค์มากกว่า 5,500 วิน มีผู้ขับรถประกอบอาชีพเกือบ 200,000 คน กำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาจมีไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมฯ มีแนวคิดจะริเริ่มโครงการนำระบบไอทีมาช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ โดยทำระบบคิวอาร์โค้ดติด กับเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถสแกนตรวจสอบและทราบข้อมูล เพื่อให้ผู้ขับรถจริงกับหมายเลขเสื้อที่รับอนุญาตตรงตามที่ภาครัฐจัดระเบียบควบคุมจำนวนผู้ขับรถแต่ละวินนำมาขึ้นทะเบียนไปแล้วนั้น หากพบว่าข้อมูลไม่ตรงกันผู้ใช้บริการสามารถร้องเรียนมาที่หมายเลขสายด่วน 1584 ให้เจ้าหน้าที่ ผู้ตรวจการกรมการขนส่งทางบกเข้าไปตรวจสอบได้ โดยระบบคิวอาร์โค้ดนี้อาจมีความเป็นไปได้ที่จะขยายผลไปใช้ในระบบรถแท็กซี่สาธารณะติดตั้งภายในรถด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39040</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, คิวอาร์โค้ด, มินิบัส, รถจักรยานยนต์รับจ้าง, รถโดยสาร, เสื้อวินมอเตอร์ไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b5740d1ae6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯตรวจรถโดยสารพบควันดำ412 คันสั่งหยุดวิ่งทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ขนส่งฯเปิดผลการตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารเพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 บนถนนสายหลักและจุดสำคัญต่างรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1-10 ก.พ.62 พบควันดำเกินมาตรฐาน 412 คัน พ่นสีห้ามใช้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ก.พ.62-นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกดำเนินการตามมาตรการ &amp;ldquo;One Transport ปลอดฝุ่น PM2.5&amp;rdquo; ของกระทรวงคมนาคม เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อาทิ การลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบรถโดยสารประจำทางในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูงและสุ่มตรวจสอบ ณ อู่รถโดยสารทั้งของ ขสมก. และรถร่วมบริการ ขสมก. และการตั้งจุดตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสาร บนถนนสายหลักโดยรอบกรุงเทพฯ ครอบคลุมพื้นที่ 15 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีจุดสำคัญต่างๆ เช่น สถานีขนส่งสินค้าชานเมือง ท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือแหลมฉบัง เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 จนถึงปัจจุบัน และดำเนินการต่อเนื่องจนกว่าปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 จะคลี่คลาย สำหรับผลการตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารระหว่างวันที่ 1-10 กุมภาพันธ์ 2562 เรียกรถเข้าตรวจจำนวนทั้งสิ้น 14,663 คัน พบรถที่มีค่าควันดำเกิน 45 %จำนวน 412 คัน เป็นรถบรรทุก จำนวน 357 คัน และเป็นรถโดยสาร จำนวน 55 คัน เปรียบเทียบปรับ 5,000 บาท และพ่น &amp;ldquo;ห้ามใช้&amp;rdquo; ทันที โดยจะไม่สามารถใช้งานรถได้จนกว่าจะแก้ไขปัญหาเรียบร้อยและนำรถเข้าตรวจสภาพที่สำนักงานขนส่ง และออกใบเตือนรถที่มีค่าควันดำระหว่าง 30-45%จำนวน 481 คัน เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขให้ค่าควันดำลดลง ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการนำรถเข้าตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดและสำนักงานขนส่งสาขาทั่วประเทศได้ทุกวันทำการ เพื่อป้องกันสาเหตุการเกิดควันดำและก่อให้เกิดฝุ่นละออง PM2.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งดำเนินการตามมาตรการ &amp;ldquo;One Transport ปลอดฝุ่น PM2.5&amp;rdquo; ของกระทรวงคมนาคม อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง และได้มีการขอความร่วมมือไปยังภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องหลากหลายภาคส่วนในการร่วมกันบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการขนส่งทั้งรถบรรทุกและรถโดยสารที่ใช้รถเครื่องยนต์ดีเซล ขอให้นำรถเข้ารับการตรวจสภาพก่อนถึงกำหนดรอบชำระภาษีรถ ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกรณีที่ไม่ผ่านการตรวจสภาพตามเกณฑ์ให้ดำเนินการแก้ไขและนำกลับเข้ามารับการตรวจสภาพใหม่ พร้อมกำชับห้ามใช้รถที่มีควันดำโดยเด็ดขาด รวมถึงสุ่มตรวจสอบการดำเนินการของสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) หากพบสถานตรวจสภาพรถใด ละเลยไม่ทำการตรวจสภาพรถให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด พิจารณาสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28825</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพฯ, ขนส่ง, ควันดำ, ฝุ่นละอองขนาดPM2.5, รถโดยสาร, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก, อู่รถโดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c611d53dc749.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2018 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2018 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>   ลุ้น“อาคม”ไฟเขียวรถร่วมฯโขกขึ้นค่าโดยสาร3 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; รับลูกรถร่วมฯหลังบุกคมนาคมยืนหนังสือขอปรับค่าโดยสาร สั่ง ขนส่งทางบกกลางพิจารณาข้อมูลที่เป็นจริง &amp;nbsp;ให้จบใน 15 ธ.ค. นี้ ก่อนเคาะราคาใหม่ขึ้นพรวด 3 บาทต่อเที่ยวสำหรับรถร้อน ส่วนรถแอร์ขยับขึ้นอีก 2 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.61-นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ &amp;nbsp;รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังผู้ประกอยการรถโดยสารร่วมบริการ ขสมก.ได้ยื่นข้อเสนอ 3 ประเด็น ได้แก่1. ปรับค่าโดยสารรถร้อนจาก 9 บาท เป็น 13 บาทตลอดสาย 2. รถปรับอากาศเริ่มต้นจาก13 บาทเป็น15 บาท และเพิ่มระยะละ 2 บาท 3. รถโดยสารใหม่ปรับอากาศ คือ อัตราที่ 4กม.แรก เก็บที่ 20 บาท เกินจากนั้นเก็บที่ 25 บาทตลอดสาย โดยกระทรวงคมนาคมได้รับข้อเรียกร้องของสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง และสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน ไว้พิจารณา โดยได้มอบหมาย กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) โดยคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง พิจารณาความเหมาะสมของอัตราค่าโดยสาร และมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง โดยให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ธ.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาข้อเสนอของผู้ประกอบการรถร่วม โดยให้คำนึงถึง ปัจจัยต้นทุน ค่าเชื้อเพลิง ค่าแรง คุณภาพการให้บริการ รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน&amp;rdquo;นายอาคม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอาคมกล่าวว่า รัฐบาลมีแผนการปฏิรูปรถโดยสารสาธารณะ ต้องปรับปรุงคุณภาพบริการ มีรถโดยสารใหม่ ซึ่งรถเอกชนต้องเข้ามาอยู่ในระบบและคุณภาพเดียวกัน มีระบบGPS มี e-ticket พนักงานบริการตามมาตรฐาน ซึ่งผู้ประกอบการเห็นด้วยและพร้อมร่วมมือในการปรับปรุงคุณภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างดำเนินการปฏิรูปรถเมล์ จะมีการปรับปรุงคาภพ มีรถใหม่ มีการปรับการกำกับดูแลโดยรถเอกชนจะไปขึ้นตรงกับกรมการขนส่งทางบก( ขบ.) ,มีการปฏิรูปเส้นทางเดินรถใหม่ แต่เนื่องจากการทำลอง 2 เส้นทาง ยังไม่ตกผลึก จึงจำเป็นต้องหารือกันอีก ซึ่งการปรับเส้นทางจะกระทบต่อรถร่วมฯด้วย อีกทั้งการกำหนดเส้นทางรถเมล์ใหม่ จะต้องสอดคล้องกับโครงข่ายรถไฟฟ้า รถเมล์จะเป็นฟีดเดอร์เชื่อมกับรถไฟฟ้า และวิ่งเป็นโซน วิ่งระยะสั้นลง เพื่อให้มีความเหมาะสมและคุ้มค่า เรื่องปฎิรูปอาจต้องใช้เวลาอีกสักระยะจึงจะชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน กล่าวว่า ผลการหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งทางกระทรวงฯได้รับข้อเสนอทั้งหมดไปพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 ธ.ค.นี้ และหากเข้าสู่กระบวนการได้เร็วมีความชัดเจน ผู้ประกอบการจะสามารถพัฒนาการบริการให้ดีขึ้นได้ พร้อมยอมรับแนวทางของกระทรวงคมนาคมที่มอบหมายและจะดำเนินการตามทุกข้อเพื่อพัฒนาคุณภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, ปรับค่าโดยสาร, รถร่วมฯ, รถร้อน, รถแอร์, รถโดยสาร, อาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b28f8ac65eda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บขส.จัดรถกว่า8,800คันรองรับคนกลับบ้านช่วงสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บขส. คาดสงกรานต์พร้อมจัดรถ 8,853 เที่ยว รองรับผู้โดยสารวันละ 201,000 คน ด้าน ขบ. ประสานสหกรณ์แท็กซี่ 16-18 เม.ย. เข้ามารับส่งผู้โดยสารคาดเดินทางกลับจากภูมิลำเนามาก หวั่นแท็กซี่ไม่พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27มี.ค.61-นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทขนส่งจำกัด (บขส.) เปิดภายหลังการประชุมแผนเตรียมความพร้อมรองรับประชาชนเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2561 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เทศกาลสงกรานต์คาดว่าจะมีผู้โดยสารทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปยังต่างจังหวัดทั่วทุกภูมิภาคตั้งแต่วันที่ 10-13 เม.ย. 61 โดย บขส. ได้เพิ่มเที่ยววิ่งรถโดยสาร รถ บขส., รถร่วม, รถตู้ รองรับประชาชนเที่ยวไป จากปกติวันละ 6,163 เที่ยว เพิ่มขึ้น 2,690 เที่ยว รวม 8,853 เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้สูงถึงวันละ 201,000 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเที่ยวกลับตั้งแต่วันที่ 15-18 เม.ย. 61 บขส. ได้จัดเที่ยววิ่งจากปกติ วันละ 6,095 เที่ยว เพิ่มเที่ยวเสริมวันละ 1,987 เที่ยว รวม 8,082 เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้ถึงวันละ 181,547 คน สำหรับการเดินทางในเที่ยวขากลับ คาดว่าผู้โดยสารจะทยอยเดินทางด้วยรถตู้โดยสารเป็นจำนวนมาก ทำให้จำนวนเที่ยววิ่งของรถตู้โดยสารเพิ่มสูงขึ้น แต่จำนวนผู้โดยสารลดลง เนื่องจากรถตู้โดยสารมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารได้ไม่เกิน 14 ที่นั่งต่อเที่ยววิ่ง ตามที่กฎหมายกำหนด ประกอบกับในปีนี้มีการยกเลิกเที่ยววิ่ง และมีรถตู้ถูกยกเลิกสัญญาและมีอายุการใช้งานครบ 10 ปี ทั้งนี้อยู่ระหว่างสรุปจำนวนรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถ 30) ที่จะนำมาให้บริการ ตั้งเป้าจะใช้รถ 1,000-1,200 คัน จำนวน 1,400 เที่ยววิ่งน่าจะเพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการลดความแออัดและแก้ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณสถานีขนส่งหมอชิต 2 บขส. ได้จัดแผนการเดินรถเฉพาะรถโดยสาร บขส. ดังนี้ 1.ผู้โดยสารที่จองตั๋วโดยสารล่วงหน้า รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 และรถวีไอพี ของ บขส. เส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 10-12 เม.ย.61 เวลา 18.00-22.30 น. ให้ไปขึ้นรถที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) โดย บขส. ได้จัดรถตู้ไว้ให้บริการรับ-ส่งฟรี บริเวณด้านหน้าอาคารสถานีขนส่งหมอชิต 2 2.ผู้โดยสารที่จองตั๋วโดยสารรถปรับอากาศชั้น 2 เส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้มาขึ้นรถที่ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) ตั้งแต่วันที่ 10-13 เม.ย.61 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. จนเที่ยวสุดท้ายของการเดินทาง 3.ผู้โดยสารที่ไม่ได้จองตั๋วล่วงหน้า เส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ติดต่อซื้อตั๋วโดยสาร และขึ้นรถเที่ยวเสริมที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 เท่านั้น นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)ในการนำรถปรับอากาศ จำนวน 15 คัน วิ่งให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ-สระบุรี ตั้งแต่วันที่ 10-17 เม.ย.61&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5903</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่ง, บขส., ผู้โดยสาร, รถโดยสาร, สงกรานต์, แท็กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba1037db786.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ไพรินทร์”ยันมิ.ย.61ส่งมอบรถNGVครบ489คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไพรินทร์ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าแผนการประกอบติดตั้งรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ 489 คัน รุ่นใหม่ชานต่ำ35ที่นั่ง สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ มั่นใจส่งมอบรถครบ มิ.ย.61
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
15 มี.ค.61-นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม ตรวจติดตามความก้าวหน้าแผนการประกอบติดตั้งรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) 489 คัน เยี่ยมชมการประกอบติดตั้งรถเมล์เอ็นจีวีรุ่นใหม่ (ชานต่ำ) ขนาด 35 ที่นั่ง ที่ออกแบบสำหรับผู้โดยสารทุกกลุ่มเป็น universal design หรือการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล ให้ภายในมีพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการอย่างเหมาะสม ที่นั่งสำรองคนพิการ มีความสะอาดกว้างขวาง นั่งสบายกว่ารถรุ่นเก่า ติดตั้งกล้องซีซีทีวี มีทางออกฉุกเฉินตามมาตรฐานความปลอดภัย และรับฟังบรรยายสรุปแผนการประกอบติดตั้งฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) 489 คัน ระหว่าง ขสมก. กับ บ. ช.ทวี จำกัด (มหาชน) แบ่งการส่งมอบรถเป็น 4 ครั้ง ในเดือนมีนาคม 100 คัน เมษายน 100 คัน พฤษภาคม 100 คัน และมิถุนายน 189 คัน กำหนดส่งมอบรถให้ ขสมก. ครบ 489 คัน ภายใน มิ.ย. 61 ซึ่งเป็นการนำเข้าตัวถัง เครื่องยนต์ แอร์ปรับอากาศ ชุดเกียร์ แบตเตอรี่ และถังก๊าซ โดยทีมวิศวกรไทย - จีนจะนำรถไปประกอบติดตั้งอุปกรณ์ ทดสอบมาตรฐานต่างๆ ณ ศูนย์บริการซ่อมรถบรรทุก &amp;ldquo;10 ล้อ 24&amp;rdquo; บริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) สาขาชลบุรี (แหลมฉบัง) ที่สามารถผลิต - ประกอบรถได้ 100 - 150 คันต่อเดือน ขณะนี้ได้ประกอบติดตั้งแล้วเสร็จ จำนวน 52 คัน ตรงตามแผนงานที่กำหนดไว้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ขสมก. ได้สุ่มนำรถบางส่วนทดลองวิ่งให้บริการประชาชนในวันที่ 14 &amp;ndash; 15 - 16 มี.ค. 61 เวลา 04.00 &amp;ndash; 22.00 น. ในเส้นทาง สาย 138 พระประแดง - หมอชิต สาย 140 แสมดำ - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อประเมินสมรรถนะของรถ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังรับมอบรถครบ 489 คัน แล้ว ขสมก. จะทยอยนำรถออกให้บริการประชาชนในเส้นทางที่ได้กำหนดไว้ 25 เส้นทาง ดังนี้ เขตการเดินรถที่ 1 สาย 59 129 510 522 543 A1 A2 A3 A4 รวม 139 คัน เขตการเดินรถที่ 2 สาย 26 60 168 514 รวม 110 คัน เขตการเดินรถที่ 3 สาย 102 142 145 511 รวม 110 คัน และเขตการเดินรถที่ 5 สาย 20 21 37 76 105 138 140 141 รวม 130 คัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5075</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซธรรมชาติ, ขสมก., คมนาคม, รถเมล์, รถเมล์เอ็นจีวี, รถโดยสาร, เอ็นจีวี, ไพรินทร์, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa3cace2791.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
