<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯแจ้งปิดทำใบขับขี่ทั่วประเทศเริ่ม12 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.2564 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการขนส่งสาธารณะ กำหนดมาตรการในการเดินทางให้สอดคล้องกับมติที่ประชุมของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (ศบค.) เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และให้ทุกหน่วยงานที่ให้บริการประชาชนประชาสัมพันธ์ในเชิงรุกเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริการให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึงในทุกช่องทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของการให้บริการรถโดยสารสาธารณะในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ปัตตานี ยะลา สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสงขลา ต้องหยุดการให้บริการในช่วงตั้งแต่เวลา 21.00 &amp;ndash; 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามครอบคลุมรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท อาทิ รถ บขส., รถร่วม บขส., รถเมล์ ขสมก., รถร่วม ขสมก., รถสองแถว, รถแท็กซี่, รถจักรยานยนต์รับจ้าง, รถสามล้อรับจ้าง (รถตุ๊กตุ๊ก), รถสี่ล้อเล็ก รวมถึงรถโดยสารไม่ประจำทาง อาทิ รถบัสเช่าเหมา รถตู้เช่าเหมา โดยได้กำชับให้พิจารณาปรับความถี่ในการให้บริการประชาชน โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เกิดความแออัดขณะรอหรือใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ขณะเดียวกันยังต้องปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่าง และการสแกนคิวอาร์โค้ดไทยชนะในการเข้า-ออกพื้นที่การใช้บริการขนส่งธารณะอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ขนส่งสินค้า ต้องงดการขนส่งในช่วงตั้งแต่เวลา 21.00 &amp;ndash; 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป เช่นเดียวกัน เว้นแต่ผู้ที่มีความจำเป็นในการขนส่งสินค้าเพื่อประโยชน์ของประชาชน ได้แก่ ผู้ขนส่งอาหาร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ สินค้าอุปโภคบริโภค ผลผลิตทางการเกษตร น้ำมันเชื้อเพลิง ไปรษณียภัณฑ์ พัสดุภัณฑ์ สิ่งพิมพ์ หรือสินค้าเพื่อการส่งออกหรือนำเข้า สามารถขนส่งสินค้าได้ รวมถึงการขนส่งเที่ยวเปล่าหรือตู้สินค้าเปล่าในกรณีเดินทางไปรับสินค้าและเดินทางกลับ โดยจัดเตรียมใบอนุญาตขับรถ บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวพนักงานหรือหนังสือรับรองการทำงาน และเอกสารรับรองความจำเป็นเกี่ยวกับสินค้าและการเดินทางของผู้ขนส่งสินค้าเพื่อใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของการเดินทางข้ามจังหวัด ให้ลดการให้บริการลงให้คงเหลือเฉพาะการเดินทางที่มีความจำเป็นเท่านั้นและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่จังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด ห้ามลงจากรถระหว่างทางหรือในสถานที่ซึ่งมิใช่ที่หยุดหรือจอดตามที่กำหนดไว้ เพื่อให้สามารถตรวจคัดกรองผู้โดยสารตามมาตรการสาธารณสุขได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันตนเองสูงสุดเช่นกัน หากพบผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการรถโดยสารในพื้นที่ไม่ให้ความร่วมมือ ฝ่าฝืนกระทำความผิด ให้ดำเนินการลงโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถทั่วประเทศยังคงให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับการดำเนินการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ กรมการขนส่งทางบก จึงมีความจำเป็นต้องของดให้บริการเฉพาะบางกิจกรรมที่ต้องเข้ารับการอบรม ณ สำนักงานขนส่ง ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งดการอบรมสำหรับการขอใหม่กรณีไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถ บัตรประจำตัวคนขับรถ และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถมาก่อน ยกเว้น กรณีการผ่านการอบรมและทดสอบของโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก ให้นำผลผ่านการอบรมมาดำเนินการ ณ สำนักงานขนส่งทุกแห่งได้ไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งดการอบรมสำหรับการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ บัตรประจำตัวคนขับรถ และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถทุกชนิด โดยให้อบรมผ่านระบบ e-Learning ทางเว็บไซต์ www.dlt-elearning.com หรืออบรมกับโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งดการออกหน่วยเคลื่อนที่ด้านทะเบียนและภาษีรถ และด้านใบอนุญาตขับรถ ณ หน่วยบริการเคลื่อนที่รับชำระภาษีรถประจำปีที่ห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งชุมชน (Shop Thru for Tax) และศูนย์บริการร่วม ในเขตจังหวัดอื่นให้เป็นไปตามประกาศจังหวัดหรือประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ทั้งนี้ ประชาชนยังสามารถใช้บริการที่สำนักงานขนส่ง หรือใช้บริการชำระภาษีรถประจำปีออนไลน์ที่เว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th/ หรือ แอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตม์ กล่าวว่าผู้ที่ยังไม่มีความจำเป็นไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการในด้านใบอนุญาตขับรถ หรือด้านทะเบียนและภาษี ควรงดเว้นการติดต่อที่สำนักงานขนส่ง หรือใช้บริการระบบออนไลน์ที่กรมการขนส่งทางบกมีไว้รองรับ เช่น ชำระภาษีรถออนไลน์ การอบรมออนไลน์ เป็นต้น ในกรณีจำเป็นที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง โดยเฉพาะการติดต่อด้านใบอนุญาตขับรถขอให้จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue และขอความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดต่อแพร่กระจายของโรค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109317</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรุตม์ วิศาลจิตร, ปิดทำใบขับขี่, รถโดยสารสาธารณะ, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093672ccaf48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม สกัดโควิดสั่งหยุดให้บริการขนส่งสาธารณะตั้งแต่ 3 ทุ่มครึ่ง-ตี 4 เริ่ม 12 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเร่งด่วน เพื่อกำเนินการตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)&amp;nbsp; ว่า ที่ประชุม ศบค.ได้กำชับในประเด็น เรื่องการปรับลดการให้บริการสาธารณะ โดยมีมติในที่ประชุมให้ดำเนินการหยุดการบริการในช่วงเวลา 21.30-04.00 น. ยกเว้นรถที่มีความจำเป็น เช่น รถขนส่งอาหาร รถส่งสินค้า เป็นต้น ทั้งนี้ ให้เริ่มดำเนินการในวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 โดยให้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการ

&amp;ldquo;หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรีบไปดำเนินการออกประกาศรายละเอียดการให้บริการให้เรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบว่าจะมีการดำเนินมาตการดังกล่าว โดยทุกหน่วยงานต้องรายงานผลมาที่กระทรวงคมนาคมทุกวัน ซึ่งเรื่องนี้จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 12 ก.ค.นี้ เพราะฉะนั้แต่ละหน่วยมีเวลาประมาณ2 วัน จึงให้ทุกหน่วยรีบไปดำเนินการในมาตรการของตัวเอง&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว

นอกจากนี้ ให้ลดการบริการขนส่งสาธารณะไปยังต่างจังหวัด หรือจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไปยังจังหวัดในกลุ่มควบคุมสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 12-25 ก.ค. 2564 โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานออกประกาศภายในวันนี้ เพื่อจะได้แจ้งประชาชนให้รับทราบ ขณะเดียวกัน ขอให้พิจารณาการเรื่องความถี่ในการให้บริการ เพื่อไม่ต้องเกิดความแออัด และเน้นย้ำให้มีมาตรการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) และขอความร่วมมือให้รถสาธารณะ มีการตรวจวัดอุณหภูมิอย่างเข้มงวด

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ส่วนหน่วยงานที่มีการดำเนินการก่อสร้าง ในพื้นที่ควบคุม 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร., นครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ สมุทรสาคร, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และสงขลา โดยขอให้ใช้มาตรการเชิงรุก เข้าไปตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ให้มีความชัดเจน เพื่อลดการแพร่ระบาดดังกล่าว

นอกจากนี้ ศบค. ยังได้เน้นย้ำให้การปฏิบัติงานหลังจากนี้ เป็นการประชุมออนไลน์ และปฏิบัติงานที่บ้าน (Work From Home หรือ WFH) เป็นหลัก แต่ในส่วนงานบริการประชาชน ยังขอให้ดำเนินการตามปกติ ดังนั้นให้ทุกหน่วยเข้มงวดมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันต้องแจ้งบุคลากรให้ระวังในการหลังจากปฎิบัติงานแล้วต้องกลับไปพบเจอตนอื่นๆหรือคนในครอบครัวต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสถิติที่เกิดขึ้นขณะนี้เกิดจากการติดเชื้อจากคนใกล้ชิด

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109159</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ล็อกดาวน์, รถโดยสารสาธารณะ, ลดเที่ยววิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf2f985bbc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯคุมเข้มจับGPSความเร็ว รถโดยสารสาธารณะช่วงสงกรานต์แบบเรียลไทม์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10เม.ย.64-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมอบนโยบายให้กรมการขนส่งทางบก เพิ่มความเข้มข้นมาตรการควบคุมพฤติกรรมการใช้ความเร็วบนท้องถนนของรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 เพื่อให้การเดินทางบนท้องถนนมีความปลอดภัยสูงสุด กรมการขนส่งทางบกได้กำชับให้สำนักงานขนส่งทุกแห่งเพิ่มความเข้มงวดมาตรการตรวจสอบและควบคุมการใช้ความเร็วของรถโดยสารสาธารณะทุกคันที่ออกเดินทางจากสถานีขนส่งผู้โดยสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ต้องตรวจสอบการทำงานของระบบ GPS Tracking ให้ส่งข้อมูลแจ้งตำแหน่งของรถปรากฏที่ศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขการตรวจความพร้อมก่อนให้บริการตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด หากพบระบบ GPS Tracking ขัดข้องไม่สามารถแก้ไขได้ ผู้ประกอบการขนส่งต้องจัดหารถคันใหม่ทดแทนทันที เช่นเดียวกับกรณีของการตรวจสภาพความพร้อมรถและอุปกรณ์ส่วนควบเพื่อความปลอดภัย หากพบความบกพร่องที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุต้องเปลี่ยนรถคันใหม่ทดแทนเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ต้องกำชับเข้มงวดให้พนักงานขับรถทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ขับในเลนซ้ายสุด เพื่อไม่ให้กีดขวางจราจรของรถประเภทอื่น ชั่วโมงการทำงานต้องไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด พักผ่อนเพียงพอ ไม่ใช้สารเสพติด แอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็นศูนย์มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โดยกรมการขนส่งทางบกจะติดตามตรวจสอบการเดินรถโดยสารสาธารณะด้วยระบบ GPS Tracking ตลอดเส้นทาง และเพิ่มความถี่ในการออกหน่วยเคลื่อนที่ตรวจจับความเร็วด้วยกล้องเลเซอร์ในเส้นทางสายหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากพบการใช้ความเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด ประสานผู้ประกอบการขนส่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อระงับการใช้ความเร็ว ควบคู่กับมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ต้องเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;rdquo;นายจิรุตม์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถบรรทุกที่มีความจำเป็นต้องทำการขนส่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีการติดตามการเดินรถผ่านระบบ GPS Tracking และตรวจจับความเร็วด้วยกล้องเลเซอร์เช่นเดียวกับรถโดยสารสาธารณะ โดยขอความร่วมมือรถบรรทุกหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีประชาชนใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่งและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เช่น การขับรถโดยใช้ความเร็วที่เหมาะสมกับสภาพถนน ใช้ช่องทางจราจรซ้ายสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีต้องใช้เส้นทางที่มีช่วงขึ้นเขาลงเขา ขอให้หลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มีประชาชนใช้ถนนจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการชะลอตัว และทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ห้ามจอดรถบริเวณไหล่ทาง และขอให้ปฏิบัติตามข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการกำหนดห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปเดินรถในถนนบางสาย เช่น สายเหนือ ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ช่วงนครสวรรค์ ถนนรังสิโยทัย (ทางหลวงหมายเลข 117) สายอีสาน ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) สระบุรี ถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) แก่งคอยถึงสีคิ้ว ถนนกบินทร์บุรี-ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) บุรีรัมย์-อรัญประเทศ (ทางหลวงหมายเลข 348)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ในระหว่างการขนส่งห้ามจอดรถบริเวณไหล่ทางโดยเด็ดขาด ผู้ประกอบการขนส่งต้นสังกัดที่ไม่สามารถควบคุมดูแลพนักงานขับรถให้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ผู้ประกอบการขนส่งต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99041</URL_LINK>
                <HASHTAG>GPS Tracking, กรมการขนส่งทางบก, รถโดยสารสาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_6071593c4410c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2020 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2020 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คมนาคม&#039;จี้ขนส่งฯเรียกรถผ่านแอพพลิเคชั่น-ตัดแต้มใบขับขี่ ต้องเสร็จในปีนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ส.ค.2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงนโยบายการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการรถโดยสารสาธารณะเรียกผ่านแอพพลิเคชั่น ว่า นโยบายของกระทรวงคมนาคมชัดเจนว่ากรมการขนส่งทางบก(ขบ.)จะต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรมและมีผลบังคับใช้ได้ภายในปี 63 นี้ เช่นเดียวกับนโยบายการตัดคะแนนจากการขับขี่รถยนต์ และ รถจักรยานยนต์ บนท้องถนนที่กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งในส่วนนี้ทาง ขบ.จะต้องมีการดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในเรื่องของของการแก้ไขกฎหมายและให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของการตัดแต้มคะแนนในใบขับขี่หากทำผิดกฎจาจรนั้น ในส่วนนี้ขบ. ต้องมีการประสานกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อกำหนดกรอบ คะแนน และความผิดที่จะตัดแต้ม ซึ่งขณะนี้อยู่ะหว่างการดำเนินการเบื้องต้นการตัดแต้ม หากผู้ขับขี่ถูกตัดแต้มครบ 100 คะแนน จะถูกพักใบอนุญาติใบขับขี่ 1ปี หลังจากนั้นถึงจะกลับมาสอบใบขับขี่ใหม่ &amp;nbsp;แต่ถ้าถูกหักแต้มคะแนนครั้งที่ 2 จนครบหมด 100 คะแนน ผู้ครอบครองใบขับขี่จะถูกยึดใบขับขี่ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ขบ. จะเรียกผู้ถือใบขับขี่ตลอดชีพ ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี มาทดสอบสมรรถภาพใหม่นั้น ในเรื่องนี้ทาง ขบ. อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดทั้งเรื่องการตัดแต้ม การสอบผู้ถือใบขับขี่ใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ทาง ขบ. จะนำมาตรฐานจากทั่วโลกมาปรับให้เข้ากับประเทศไทย ซึ่งตนมองว่าการเกิดอุบัติเหตุ อายุไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญว่าจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ ขณะที่ทางองค์การอนามัยโลก หรือ WHOก็ได้ระบุว่า การเกิดอุบัติเหตุเกิดจากความพร้อมของคนขับขี่มากกว่า ซึ่งได้แบ่งออกเป็น 70%หากดื่มสุราก็จะเกิดอุบัเหตุมากสุด ,อีก 27% เกิดจากความพร้อมของรถ ส่วนอีก 3% ที่จะเกิดอุบัติเหตุได้เกิดจากมีการตัดหน้ากระชั้นชิด อย่างไรก็ตามยืนยันว่า หากไม่สามารถดำเนินการได้ตามนโยบายก็ไม่มั่นใจว่าท่านอธิบดีกรมการขนส่งทางบก จะได้อยู่ทำงานต่อหรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวถึงการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการรถสาธารณะผ่านแอปพลิเคชั่นว่า ตามที่ก่อนหน้านี้ ขบ. ได้ดำเนินการร่างกฎกระทรวง และกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์ เพื่อรองรับรถยนต์ส่วนบุคคลให้ถูกต้องตามกฎหมายนั้น ล่าสุด คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นว่า การนำรถดังกล่าวมาให้บริการผ่านแอปฯ จะต้องไปแก้กฎหมายตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาตามขั้นตอน นอกจากนี้ ขบ. ยังอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด เพื่อกำหนดให้รถส่วนบุคคลที่จะนำมาให้บริการผ่านแอปพลิเคชั่น เป็นกลุ่มรถประเภทใหม่ รวมไปถึงใบอนุญาตขับขี่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะเดียวกัน ในระหว่างนี้ ขบ. จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นกลาง นำมาใช้กับรถแท็กซี่สาธารณะในระบบที่ในปัจจุบันมีอยู่กว่า 90,000 คัน เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัวโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลให้มีผู้ใช้บริการลดลง ขณะเดียวกัน การดำเนินการดังกล่าว ยังเป็นไปตามข้อเรียกร้องของผู้ขับรถแท็กซี่ ที่เสนอให้ยกเลิก Taxi OK รวมถึงการติดตั้ง GPS ที่จะเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ประกอบการรถแท็กซี่ด้วย อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปีนี้ ตามข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74121</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถโดยสารสาธารณะ, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.), แอปเรียกรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81f8be3c0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ บขส.เปิดจองตั๋วโดยสารล่วงหน้า 7 วัน ภาคเหนือ-อิสาน รวม 15 เส้นทาง ดีเดย์ 1 มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 มิ.ย.63-รายงานข่าว บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) แจ้งว่า บขส. พร้อมให้ผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ในเส้นทางภาคเหนือ จำนวน 7 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางกรุงเทพฯ&amp;ndash;เชียงใหม่, กรุงเทพฯ&amp;ndash;เชียงราย, กรุงเทพฯ&amp;ndash;อุตรดิตถ์, กรุงเทพฯ&amp;ndash;สวรรคโลก, กรุงเทพฯ&amp;ndash;แม่สอด, กรุงเทพฯ&amp;ndash;หล่มสัก, กรุงเทพฯ&amp;ndash;คลองลาน และเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก จำนวน 8 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางกรุงเทพฯ&amp;ndash;หนองบัวลำภู, กรุงเทพฯ&amp;ndash;สกลนคร, กรุงเทพฯ&amp;ndash;เชียงคาน, กรุงเทพฯ&amp;ndash;สุรินทร์, กรุงเทพฯ&amp;ndash;บุรีรัมย์, กรุงเทพฯ&amp;ndash;กันทรลักษ์-อุบลราชธานี, กรุงเทพฯ&amp;ndash;ศรีสะเกษ, กรุงเทพฯ&amp;ndash;รัตนบุรี สามารถจองตั๋วโดยสารล่วงหน้า 7 วัน ผ่านระบบออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีเงื่อนไขการจองตั๋ว ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ผู้โดยสาร สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ 7 วัน ในเส้นทางที่บริษัทฯ กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สงวนสิทธิ์การจองตั๋วและเดินทางให้เฉพาะผู้โดยสารคนไทยเท่านั้น กรณีตรวจพบว่าผู้เดินทางเป็นชาวต่างชาติ บริษัทฯ จะไม่อนุญาตให้เดินทางโดยเด็ดขาด (ตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าโดยสาร หรือเลื่อนการเดินทางทุกกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ห้ามผู้โดยสารลงจากรถระหว่างทาง หรือในสถานที่ ซึ่งมิใช่ที่หยุดหรือจอด ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ โดยรถโดยสารจะจอดรับ-ส่ง ตามจุดที่กำหนดไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ผู้โดยสารที่เดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่จังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด และต้อง Scan QR Code จากเว็บไซต์ www.ไทยชนะ.com เพื่อ Check in /Check out หรือกรอกข้อมูลคำถามสุขภาพตามแบบ ต.8-คค ที่ระบุจุดเดินทางที่ออกและจุดหมายปลายทางที่เป็นประโยชน์ต่อการควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.จองตั๋วได้ที่ เว็บไซต์ บขส. www.transport.co.th หรือตัวแทนจำหน่ายตั๋ว www.busticket.in.th , www.pns-allthai.com , www.thaiticketmajor.com และเคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-Eleven&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บขส. คำนึงถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้โดยสารพนักงาน และมีการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างต่อเนื่อง ตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคมกำหนด เช่น จัดทำมาตรการเว้นระยะห่าง Social Distancing อย่างเคร่งครัด โดยเว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกัน อย่างน้อย 1 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากผู้โดยสารครบตามจำนวนที่กำหนด จะไม่รับผู้โดยสารรายใหม่เพิ่มโดยเด็ดขาด งดให้บริการอาหารเครื่องดื่มบนรถโดยสาร และไม่อนุญาตให้นำอาหารและเครื่องดื่มมารับประทานบนรถโดยสาร โดยจะให้รับประทานอาหารเฉพาะที่จุดพักรถเท่านั้น เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัส ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้พนักงานประจำรถ พนักงานประจำสถานี และผู้ใช้บริการ ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เมื่อเข้าใช้บริการภายในสถานีขนส่ง และต้องผ่านการคัดกรองผู้โดยสาร หากพบผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ห้ามเดินทางโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67620</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่าบขส., รถโดยสารสาธารณะ, เปิดให้บริการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2f3b09d1f9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯเข้มมาตรการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะและรถแท็กซี่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 มิ.ย.2563 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)เปิดเผยว่า เพื่อป้องกันและควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดำเนินการอย่างเคร่งครัด แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการบังคับใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วก็ตาม กรมการขนส่งทางบกจึงออกประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง มาตรการปฏิบัติเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์สาธารณะ สถานีขนส่งผู้โดยสาร พนักงานขับรถ ผู้บริการ และผู้โดยสาร โดยเฉพาะการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ผู้โดยสารต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่จังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด ห้ามลงจากรถระหว่างทางหรือในสถานที่ซึ่งมิใช่ที่หยุดหรือจอดตามที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ผู้โดยสารทุกคนต้องกรอกแบบคำถามสุขภาพ (แบบ ต.8-คค) เพื่อประโยชน์ต่อการควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ประกอบการขนส่งจะแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการการจำกัดการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ และมาตรการป้องกันโรคตามที่จังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดให้ผู้โดยสารได้รับทราบในเวลาการจำหน่ายตั๋วโดยสารและก่อนขึ้นรถโดยสาร ในกรณีที่ผู้โดยสารไม่พร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดดังกล่าว สามารถเลื่อนเวลาการเดินทางหรือคืนเงินค่าโดยสารให้แก่ผู้โดยสารได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตม์ กล่าวว่าขอความร่วมมือผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดการเดินทาง และห้ามรับประทานอาหารบนรถ เว้นแต่กรณีจำเป็น เพื่อป้องกันการถอดหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าระหว่างเดินทาง รวมถึงให้ปฏิบัติตามมาตรการ Social Distancing เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 เมตรอย่างเคร่งครัด ทั้งภายในรถโดยสาร และสถานีขนส่งผู้โดยสาร และเข้ารับการคัดกรองเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเดินทาง กรณีพบผู้โดยสารที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส หรือไม่ให้ความร่วมมือในการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ ไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ผู้ประกอบการขนส่งสามารถปฏิเสธการให้บริการได้ เช่นเดียวกับ การให้บริการของผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานประจำรถ หากละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด กรมการขนส่งทางบกจะพิจารณาลงโทษตามกฎหมายในสถานหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของมาตรการด้านความสะอาด ขอให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด โดยเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสภายในรถ และอาคารสำนักงาน ช่องจำหน่ายตั๋ว ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร เช่น ราวจับ ที่จับบริเวณประตูรถ ที่นั่ง ราวจับบันได บันไดเลื่อน ปุ่มกดลิฟต์ และห้องน้ำ เป็นต้น จัดให้มีแอลกอฮอล์เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบริการประชาชน จัดสถานที่นั่งรอ และการเข้าแถวซื้อตั๋ว หรือเดินขึ้นรถโดยสาร ให้เว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัสหรือแพร่เชื้อโรคทางฝอยละอองน้ำลาย เมื่อหยุดพักรถให้เปิดประตูหรือหน้าต่าง และเปิดเครื่องระบายอากาศภายในรถ ขอความร่วมมือตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จะคลี่คลายหรือมีการประกาศเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65017</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19), จิรุตม์ วิศาลจิตร, รถยนต์สาธารณะ, รถแท็กซี่, รถโดยสารสาธารณะ, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5a54eae092f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
