<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 22:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีซูซุเปิดปิกอัพใหม่ “พลานุภาพไร้ขีดจำกัด” พร้อม “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีซูซุเดินหน้าลุยตลาดรถช่วงปลายปี โชว์ศักยภาพ &amp;ldquo;ใหม่! พลานุภาพ...ไร้ขีดจำกัด&amp;rdquo; เผยโฉมรถรุ่นใหม่ครบทุกรุ่น เข้มขึ้น ดุขึ้น นำโดย &amp;ldquo;ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์&amp;rdquo; ตอกย้ำตัวตนใหม่ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;MY NEW ID..MY NEW ISUZU D-MAX&amp;rdquo; ขับเคลื่อนความสมบูรณ์แบบในทุกองศา มาพร้อมเอกลักษณ์ สีเทาโอเพคใหม่! (Islay Gray Opaque) เทรนด์สีใหม่ของวงการยานยนต์โลก &amp;ldquo;ใหม่! อีซูซุเอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo; แรงทะลุไมล์&amp;hellip;เร้าใจสไตล์เอ็กซ์ ปรับเพิ่มลุคสปอร์ตยิ่งขึ้น และรถอเนกประสงค์สุดหรู &amp;ldquo;ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์&amp;rdquo; ที่เติมเต็มฟังก์ชั่นความปลอดภัยใหม่ในระบบ ADAS โดย &amp;ldquo;ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ใหม่! อีซูซุเอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มตรีเพชร โดย โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ &amp;nbsp;บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า &amp;nbsp;รถใหม่ในปลายปีนี้ของอีซูซุเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ที่มีการปรับโฉมใหม่ให้เข้มขึ้น ดุขึ้น &amp;nbsp;เริ่มจากอีซูซุดีแมคซ์ ยอดยนตรกรรมปิกอัพระดับ Top Class ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นรถที่มีการพัฒนาแบบ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไร้ขีดจำกัด สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในทุกครั้งที่มีการแนะนำรถรุ่นใหม่ และยังคงกระแส &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ดีแมคซ์ฟีเวอร์&amp;rdquo; นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย ต่อเนื่องถึงการเปิดตัว &amp;ldquo;ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ&amp;hellip;พลิกโลก&amp;rdquo; เมื่อปลายปี พ.ศ. 2562 หรือแม้แต่ปัจจุบันที่ตลาดรถยนต์หดตัวลงจากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถยากขึ้น อีซูซุดีแมคซ์ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของผู้ใช้รถในเมืองไทยเนื่องจากความโดดเด่นในเรื่องของสมรรถนะ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความคุ้มค่าเงินสูงสุด และภาพลักษณ์ใหม่ซึ่งดูทันสมัย สำหรับรถปิกอัพรุ่นล่าสุด &amp;ldquo;ใหม่! &amp;nbsp;อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ...ไร้ขีดจำกัด&amp;rdquo; สร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;MY NEW ID..MY NEW ISUZU D-MAX&amp;rdquo; ตัวตนใหม่ที่เป็นคุณ ด้วยการเลือกรถคู่ใจที่ช่วยค้นหาตัวตนใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด พร้อมสนุกไปกับการใช้ชีวิตที่มีความหลากหลายควบคู่ไปกับการใช้งานได้อเนกประสงค์ โดยมาพร้อมสีเทาโอเพคใหม่! (Islay Gray Opaque) เทรนด์สีใหม่ของวงการยานยนต์โลก ที่มีคุณสมบัติพิเศษให้มุมมองสีหลากหลายมิติ ไล่ระดับจากเทาประกายมุกจรดเทาเข้ม แตกต่างตามมุมตกกระทบของแสง &amp;nbsp;น่าค้นหา &amp;nbsp;ท้าทายทุกสายตา ซึ่งสีพิเศษนี้มีให้เลือกใน &amp;nbsp;&amp;ldquo;ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์&amp;rdquo; ทุกรุ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมี &amp;ldquo;ใหม่! อีซูซุเอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo; &amp;nbsp;ปิกอัพสไตล์สปอร์ตเท่ที่มาพร้อมชุดแต่งจัดเต็ม ซึ่งครั้งนี้ได้เพิ่มความสปอร์ตให้โดดเด่นยิ่งขึ้นอีก ทั้งในรุ่น SPEED ให้อารมณ์เรซซิ่งสุดร้อนแรง และรุ่น HI-LANDER สปอร์ตพรีเมี่ยม แฝงเรซซิ่งสปิริตภายใต้ความเรียบหรู สะดวกสบาย และ &amp;ldquo;ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์&amp;rdquo; ที่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น ตลอดจนระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) &amp;nbsp;โดยเพิ่มเติมฟังก์ชั่นความปลอดภัย ใหม่! Turn Assist with AEB ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา อีกขั้นของความมั่นใจในทุกการเดินทาง โดยรถแต่ละรุ่นจะเปิดตัวต่อเนื่องตลอดเดือนตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ...ไร้ขีดจำกัด ได้รับการปรับแต่งให้มีเอกลักษณ์โดดเด่นและแตกต่างกันในแต่ละรุ่น &amp;nbsp;สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่แห่งความสปอร์ตหรู &amp;nbsp;ยกระดับความพรีเมี่ยม สู่มาตรฐานใหม่ของรถปิกอัพระดับ TOP CLASS สีเทาโอเพคใหม่! (Islay Gray Opaque) เทรนด์สีใหม่ของวงการยานยนต์โลก นอกจากนี้ยังมีจุดปรับเปลี่ยนพิเศษในแต่ละรุ่น ได้แก่ &amp;nbsp;รถธงรุ่นล่าสุด ใหม่! อีซูซุวี-ครอส 4x4 (NEW! ISUZU V-CROSS 4x4) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พรีเมี่ยมสปอร์ตออฟโรดที่มาพร้อมความแรงจัด ขับสนุกเร้าใจของเครื่องยนต์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ &amp;nbsp;เติมเต็มความเข้มดุสไตล์สปอร์ตทรงพลังในทุกมิติของรถด้วย ใหม่! กระจังหน้าแบบ Double Dimensions ดีไซน์แบบทูโทน สีเทาดำ และ Black Chrome &amp;nbsp;พร้อมไฟท้าย ดีไซน์โทนสีเข้ม ใหม่! Front Bumper Guard สีทูโทน พร้อมชุดแต่งสีเทาดำรอบคันที่กระจกมองข้าง ราวหลังคา มือจับประตู บันไดข้าง Fender Lip, Robust Extender เพิ่มความดุดัน ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่! แบบ Robust Radius สี Matte Black ห้องโดยสารอารมณ์ใหม่ ผสานความเท่ สปอร์ต และหรูหรา &amp;nbsp;ด้วยดีไซน์ High-Class &amp;amp; Sporty เน้นสีแบบทูโทน ดำ-น้ำตาล คอนโซลหน้าสีดำ เบาะคู่หน้าดีไซน์ใหม่ เดินด้ายสีน้ำตาลอย่างพิถีพิถัน และพวงมาลัยสัมผัสใหม่ สีทูโทน พร้อมออกแบบให้มิติห้องโดยสารกว้างขวาง โอ่อ่า แบบ Sharp Horizontal Layers คมเข้ม เล่นระดับกับแผงข้างประตู ที่เติมเต็มอารมณ์ด้วยวัสดุตกแต่งพรีเมี่ยม สี Brown Cafe และ Satin Silver เพิ่มความสปอร์ตหรู &amp;nbsp;เหนือระดับไปอีกขั้น &amp;nbsp;และจัดวางสิ่งอำนวยสะดวกสบายตามหลัก Usability Design เน้นการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมระบบความบันเทิงสมบูรณ์แบบของ ISUZU Ultimate Entertainment อีซูซุดีแมคซ์ &amp;nbsp;(NEW! ISUZU D-MAX) รุ่น CAB 4, HI-LANDER และ &amp;nbsp; SPACECAB เอกลักษณ์แห่งดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ตอบรับทุกเป้าหมาย ทุกการใช้งานในทุกด้านของการใช้ชีวิต &amp;nbsp;เท่ เต็มอารมณ์สปอร์ต &amp;nbsp;ด้วย ใหม่! กระจังหน้าแบบ Double Dimensions &amp;nbsp;ดีไซน์แบบทูโทน สี Chrome และ Dark Gray Metallic พร้อมไฟท้ายดีไซน์โทนสีเข้ม และ ใหม่! ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สีทูโทนดีไซน์แบบ Robust Radius ในรุ่น HI-LANDER &amp;nbsp;ยกระดับการออกแบบภายใน ด้วยการเลือกใช้วัสดุพรีเมี่ยม เติมเต็มความหรูด้วย Piano Black และ Satin Chrome พร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง โอ่อ่า แบบ Sharp Horizontal Layers คมเข้ม เล่นระดับกับแผงข้างประตู &amp;nbsp;เบาะนั่งดีไซน์ใหม่ โอบกระชับ พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX &amp;nbsp;ช่วยลดการสะสมความร้อน เบาะนั่งคู่หน้าเทคโนโลยี AVEC (Anti Vibration Elastic Comfort) ซับแรงสั่นสะเทือน ลดความเมื่อยล้า สะดวกสบายด้วยระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางในตำแหน่งที่นั่งคนขับ และ ใหม่! เกียร์อัตโนมัติ ใน HI-LANDER และ CAB 4 ในรุ่น LDA&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ &amp;nbsp;อีซูซุเอ็กซ์-ซีรี่ส์ (NEW! ISUZU X-SERIES) ยนตรกรรมดีไซน์เท่ แรงทะลุไมล์&amp;hellip;เร้าใจสไตล์เอ็กซ์ (INFINITE X-LIFE) ขีดสุดความเร้าใจสไตล์สปอร์ตที่มาพร้อมชุดแต่งจัดเต็มสุดร้อนแรง แรงจัดด้วยขุมพลังเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ Gen 2 เติมเต็มพลังเรซซิ่งให้กับไลฟ์สไตล์ของคนหัวใจสปอร์ตที่พร้อมไปให้สุดแบบไม่ต้องมีลิมิต! โดยมาพร้อม ใหม่! กระจังหน้าแบบ Double Dimensions โดดเด่นสไตล์สปอร์ตด้วยดีไซน์แบบทูโทนสีดำ Glossy Black ผสานสีแดงเข้ม Garnet Red พร้อมไฟท้ายโทนสีเข้ม โฉบเฉี่ยวไม่ซ้ำใครด้วยสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง &amp;nbsp;รุ่น SPEED &amp;nbsp; สติกเกอร์คาดหน้า-หลัง ดีไซน์เท่เป็นเอกลักษณ์ สีเทาพร้อมขอบแดงใหม่ Garnet Red คมเข้มสะดุดตา พร้อมสัญลักษณ์ X ที่ด้านหน้า &amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่น HI-LANDER &amp;nbsp; สติกเกอร์คาดหน้า-หลัง พร้อมสัญลักษณ์ X ที่ด้านหน้าตกแต่งขอบด้วยสีเงิน Silver-Gray ในรุ่นสีขาว / ตกแต่งขอบด้วยสีทอง Light Gold-Silver ในรุ่นสีดำ ใหม่! ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สีดำ Glossy Black ดีไซน์เท่แบบ Robust Radius เสริมความสปอร์ตพรีเมี่ยม โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง เข้มเต็มอารมณ์ &amp;nbsp; และ &amp;ldquo;ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์&amp;rdquo; (ALL-NEW ISUZU MU-X) &amp;hellip;ความสำเร็จใหม่ที่คุณกำหนด ยอดยนตรกรรมอเนกประสงค์ระดับหรู &amp;nbsp;ที่พร้อมขับเคลื่อนคุณไปสู่ความสำเร็จใหม่ได้ไม่สิ้นสุด เดินหน้าเพิ่มความมั่นใจด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน &amp;nbsp;ล่าสุดเพิ่ม ใหม่! Turn Assist with AEB ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา ในระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยล้ำหน้าล่าสุด เพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง นอกจากนี้ในรถอีซูซุทุกรุ่นยังได้เพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ &amp;ldquo;เตือนการรับบริการ&amp;rdquo; เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้าในการเข้ารับบริการหลังการขายจากอีซูซุ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119365</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, รถใหม่, อีซูซุ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_61630ce42ead4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 00:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 00:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตัว ฮุนได สตาร์เรีย ใหม่ เริ่มที่ 1.729 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ 11 ที่นั่ง สตาร์เรีย หลังจากที่ได้เผยโฉมเป็นครั้งแรกในโลกเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว สตาร์เรียได้รับการกล่าวขานเป็นอย่างมากและตอนนี้ก็พร้อมแล้วที่จะทำตลาดในประเทศไทย มันเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจที่ตลาดไทยได้รับเลือกให้เปิดตัวรถยนต์รุ่นนี้เป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฮิโตชิ คาเนะโกะ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า รถยนต์รุ่นนี้สะท้อนความเป็นผู้นำของการเป็นยานยนต์แห่งอนาคตของเรา ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา รถยนต์ฮุนได เอชวัน เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดในตลาดกลุ่มนี้&amp;nbsp; เอชวันได้มีโอกาสรับใช้คนไทยมากถึง 50,000 ครอบครัวแล้ว ผมเชื่อมั่นว่าสตาร์เรียจะสามารถครองใจและเป็นผู้นำในตลาดกลุ่มนี้ได้อย่างไม่ยากนัก นอกจากนี้ การออกแบบภายในให้มีบรรยากาศเสมือนห้องรับรองระดับเฟิร์สคลาส สตาร์เรียไม่เพียงแต่เป็นรถที่มอบความคุ้มค่าแต่ยังตอบโจทย์การเดินทางและการใช้ชีวิตของทุกคนได้เป็นอย่างดี เรามีความเชื่อมั่นว่า สตาร์เรีย จะเป็นตัวเลือกของรถยนต์อเนกประสงค์ที่ยอดเยี่ยม และได้ตั้งเป้ายอดขายของรถยนต์คันนี้ประมาณ 10,000 คันต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมออกแบบของฮุนไดได้นำขั้นตอนการออกแบบจากภายในสู่ภายนอก หรือ Inside-Out ที่เน้นการใช้งานและการปรับใช้พื้นที่ของห้องโดยสารเป็นหลัก แม้แต่ชื่อรุ่น สตาร์เรีย ก็เป็นการนำ 2 คำมารวมกันคือ คำว่า Star แปลว่าดวงดาวและ Ria ที่หมายถึงสาดลงมาเหมือนสายธาร เพื่อสะท้อนแนวคิดและแรงบันดาลใจของการออกแบบที่หมายถึงการล่องลอยของยานอวกาศในหมู่ดวงดาว ดังนั้นมันไม่ใช่เหตุบังเอิญที่การออกแบบภายนอกคือการได้รับแรงบันดาลใจของแสงที่กำลังส่องสว่างสาดโค้งจากเส้นขอบฟ้าของโลกเมื่อมองลงมาจากอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกแบบด้านหน้าโดดเด่นด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวันแนวนอนขวางบริเวณสองข้างของกระโปรงหน้า เพื่อเข้ากับกระจังหน้าที่กว้างลายตาข่าย ดูแข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังเน้นความสวยงามด้วยไฟคู่หน้าทรงลูกบาศก์ และได้ใช้สีภายนอกด้านหน้าเป็นสีเดียวกันทั้งหมดเพื่อเน้นความเรียบง่ายแต่ทันสมัย ธีมการดีไซน์ถ่ายทอดไปถึงด้านหลัง ด้วยบานกระจกที่กว้างตัดขอบด้วยไฟท้ายแนวตั้ง&amp;nbsp; พร้อมติดตั้งไฟแบบ Parametric Pixel ที่เป็นเอกลักษณ์ของฮุนได กันชนท้ายตั้งอยู่ในระดับต่ำช่วยให้ขนสัมภาระเข้า-ออก ได้ง่ายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การออกแบบภายในที่ให้ความสำคัญกับทัศนวิสัยของคนขับและความสะดวกสบายของผู้โดยสาร ขณะเดียวกันก็ยังคงคุณสมบัติของรถยนต์อเนกประสงค์ไว้อย่างครบถ้วน การออกแบบ beltline ที่ต่ำกระจกแบบพาโนรามิค ทำให้รู้สึกเปิดกว้างขณะโดยสารอยู่ในรถ บริเวณคอทพิทของผู้ขับขี่ ออกแบบให้ทันสมัย ด้วยหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง และสวิตช์เปลี่ยนเกียร์ระบบไฟฟ้า มาตรวัดค่าดิจิตอลขนาด 10.25 นิ้วติดตั้งบริเวณด้านบนของแผงคอนโซล เพิ่มทัศนวิสัยให้ผู้ขับขี่มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกแบบด้วยการใช้นวัตกรรมการใช้พื้นที่ภายในห้องโดยสารอย่างชาญฉลาดเกิดขึ้นจากการใช้ฐานล้อที่มีขนาดยาวที่สุดของรถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 3,273 มม มิติขนาดตัวถัง ยาว 5,253 มม กว้าง 1,997 มม สูง 1,990 มม.&amp;nbsp; ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายเมื่อต้องเข้าและออกจากรถ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สตาร์เรียมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มอบกำลังสูงสุดที่ 177 แรงม้า แรงบิดที่ 431 นิวตันเมตร ทรงพลัง นอกจากนี้ยังได้มีการปรับปรุงระบบระบายความร้อนด้วยอินเตอร์คูลเลอร์และกังหันเทอร์โบชาร์จเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแรงบิดในรอบเครื่องยนต์ต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เพื่อเป็นการปรับปรุงสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นจึงได้ใช้ช่วงล่างแบบมัลติ-ลิงค์ด้านหลัง ปรับองศาและระดับของ shock absorber เพื่อเพิ่มความนุ่มนวล พร้อมอัพเกรดคาลิปเปอร์เบรกและจานดิสค์เบรกเพื่อความปลอดภัยสูงสุด สตาร์เรียติดตั้งแอร์แบคจำนวน 6 ตำแหน่ง ทุกที่นั่งติดตั้งเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด รวมทั้งยังมาพร้อมระบบเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ดังนี้ ระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Forward Collision Avoidance Assist ระบบช่วยเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่ออยู่ในจุดอับสายตา Blind-Spot Collision-Avoidance Assist ระบบช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ Rear Cross-traffic Collision Avoidance Assist&amp;nbsp; ระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทางแยก Forward Collision-Avoidance Assist Junction Turning Function ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่&amp;nbsp; Driving Attention Warning ระบบป้องกันการออกจากรถเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง Safe Exit Assist ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาจากฮุนได โดยสัญญาณเตือนจะดังขึ้นเพื่อป้องกันการเปิดประตูเมื่อมีรถอีกคันกำลังวิ่งผ่าน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist ระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน Lane Following Assist ระบบแจ้งเตือนผู้โดยสารด้านหลัง Rear Occupant Alertส่วนอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อความสะดวกสบายที่มากับรถยนต์รุ่นนี้ ได้แก่ ประตูด้านข้างเปิดอัตโนมัติอัจฉริยะ ประตูด้านหลังเปิด ปิด อัตโนมัติอัจฉริยะ กล้องมองรอบทิศทางและจุดอับสายตา จอดิสเพลย์ขนาด 8 นิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สตาร์เรียมีให้เลือกในแบบ 11 ที่นั่ง 2 รุ่น สีภายนอก 3 สีคือ - สีดำ เอบิส แบล็ค สีเทา สตีล กราไฟต์ และสีเงิน ชิมเมอร์ริ่ง ซิลเวอร์ ส่วนสีภายในมีให้เลือก 2 สีคือ สีดำ-เบจ และสีดำ สำหรับราคารุ่น S อยู่ที่ 1,729,000 บาท และรุ่น SEL ราคา 1,999,000 บาท โดยช่วงนี้มีโปรโมชั่นแถมฟรีประกันภัยชั้น 1 ซึ่งผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามและทดลองขับได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109297</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถใหม่, ฮุนได, ฮุนได สตาร์เรีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60e9da1e3e18d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิสสันเปิดตัว นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ โฉมใหม่ พร้อมโปรโมชั่นจัดเต็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดตัวรถกระบะ นิสสัน&amp;nbsp; นาวารา รุ่น ซิงเกิ้ลแค็บ ใหม่ ที่โดดเด่นด้านการบรรทุกหนัก และความแข็งแกร่งทนทาน คู่หูความสำเร็จของหลากหลายธุรกิจที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมโปรโมชันส่งเสริมการขายเพื่อช่วยลดภาระของผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากได้เปิดตัว&amp;nbsp; นิสสัน นาวารา ใหม่ ในรุ่นตัวถัง 4 ประตู ดับเบิ้ลแคป และ 2 ประตู คิงส์แคป ไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดี&amp;rdquo; อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน มอเตอร์&amp;nbsp; ประเทศไทย กล่าว &amp;ldquo;เพื่อให้ลูกค้าในภาคธุรกิจและผู้ประกอบการที่ต้องการใช้รถกระบะที่พร้อมด้วยสมรรถนะและความทนทาน พร้อมสนับสนุนทุกความสำเร็จของธุรกิจ&amp;nbsp; รวมถึงมีตัวเลือกเพื่อครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น นิสสันจึงได้เพิ่ม นาวารา ใหม่ ในรุ่นตัวถัง 2 ประตูแบบซิงเกิ้ลแค็บ ที่มีทั้งรุ่นขับเคลื่อนสองล้อ และขับเคลื่อนสี่ล้อ รวมถึงตัวถังแบบแชสซีส์แคป เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในการบรรทุกหนัก จากโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งและมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานของนิสสัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสสัน นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ ใหม่ ถ่ายทอดดีไซน์ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Unbreakable Design&amp;rdquo; ที่สื่อถึงอารมณ์และการใช้งานจริง กระจังหน้าแบบ Interlock ขนาดใหญ่เสริมความดุดัน บึกบึน มาพร้อมไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ดีไซน์ใหม่ พร้อมพื้นที่ท้ายกระบะที่กว้างขวาง สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 1,090 กิโลกรัม ไม่ว่าหนักแค่ไหนก็เอาอยู่ รวมถึงที่เหยียบขึ้นกระบะด้านข้างซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ได้รับการติดตั้งจากโรงงาน ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขนของบรรทุกสัมภาระต่างๆ ขึ้นลง เพิ่มอรรถประโยชน์ของใช้งานมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในห้องโดยสารยังคงกว้างขวางสะดวกสบายพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร หรือเครื่องมือ ก็สามารถจัดเก็บได้อย่างลงตัวกับช่องเก็บสัมภาระสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า และด้านข้างฝั่งคนขับ อีกทั้งเบาะนั่งที่ออกแบบเพื่อช่วยให้อยู่ในท่านั่งที่สบาย ไม่เมื่อยล้าเวลาเดินทางไกล พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก NissanConnect ที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto* เพื่อใช้งานแอพพลิเคชั่น อาทิ ระบบนำทาง (Navigation system) หรือ แอปพลิเคชั่นฟังเพลงต่าง ๆ ผ่านจอระบบสัมผัสขนาด&amp;nbsp; 7 นิ้ว พร้อมช่องต่ออุปกรณ์ USB/AUX เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสสัน นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ ใหม่&amp;nbsp; มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล YD25DDTi ขนาด 2.5 ลิตร คอมมอนเรลไดเรกอินเจคชั่น พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGS ที่ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 403 นิวตัน-เมตร (Nm) จับคู่กับระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด เหมาะกับทุกสภาพการใช้งานบรรทุกหนัก คงทั้งสมรรถนะการขับขี่และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดีเยี่ยม โดยรองรับน้ำมันดีเซลทุกประเภททั้ง B7, B10 และ B20&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ นาวารา ในรุ่นตัวถังแบบ ซิงเกิ้ลแค็บ ใหม่นี้ยังคงจุดเด่นของรถกระบะบรรทุกแกร่งจากนิสสัน เฉกเช่นเดียวกันในทุกๆ เจนเนอร์เรชั่น ด้วยโครงสร้างเหล็กกล้าไร้รอยต่อ แบบ&amp;nbsp; Fully Boxed Frame ที่มีชื่อเสียง ให้ทั้งความสามารถเพื่อรองรับน้ำหนักบรรทุกได้ในปริมาณมากและความทนทานอันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมระบบช่วงล่างและระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนกคู่พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโครง ขณะที่ระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบแหนบซ้อนพร้อมโช๊คอัพ เพื่อสมรรถนะและการทรงตัวรถขณะขับเข้าโค้งขณะบรรทุกที่ดีเยี่ยม เสริมความมั่นใจได้ทุกเส้นทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ Four Wheel Drive มาพร้อมฟังก์ชัน Shift On The Fly ขณะที่ความเร็วไม่เกิน &amp;nbsp; &amp;nbsp; 100 กม. ต่อชั่วโมง สามารถเปลี่ยนจากการขับขี่แบบสองล้อ (2H) เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบความเร็วสูง (4H) ได้ทันทีโดยไม่ต้องหยุดรถ ผ่าน Rotor Switch ที่บริเวณแผงคอนโซลกลาง เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ขณะที่โหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อแบบความเร็วต่ำ (4LO) มีระบบ ล็อกเฟืองท้ายแบบไฟฟ้า Electronic Rear Locking Differential ช่วยเสริมกำลังฉุดเมื่อขับขี่ในสถานการณ์ที่ต้องการแรงบิดสูง ช่วยให้ง่ายต่อการขับขี่บนพื้นที่ทุรกันดาร หรือเส้นทางออฟโรด นอกจากนี้ด้วย ระยะจากความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถที่สูงกว่า ยังพร้อมลุยทุกเส้นทาง ไม่เว้นแม้พื้นที่ขรุขระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสสัน นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ ใหม่ มีระบบความปลอดภัยมาแบบครบครัน อาทิ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า เข็มขัดนิรภัยแบบปรับระดับได้ พวงมาลัยแบบยุบตัวได้ ระบบตัดวาล์วน้ำมันเชื้อเพลิงอัตโนมัติ ในกรณีรถพลิกคว่ำเมื่อเกิดการชนด้านหน้า ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (Anti-lock Braking System &amp;ndash; ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (Electric Brake Force Distribution System &amp;ndash; EBD) ระบบเสริมแรงเบรก (Brake Assist &amp;ndash; BA) และไฟเบรกดวงที่สามพร้อมไฟ LED สามารถมองเห็นได้ชัดเจน โดยเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสสัน นาวารา รุ่นซิงเกิ้ล แค็บ ใหม่ เปิดรับจองแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยมีสีตัวถังภายนอก 3 สี ได้แก่ ขาว ไวท์โซลิด, เงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ และ เทา ทไวไลท์เกรย์ และมีให้เลือก 4 รุ่นย่อยสำหรับทุกการใช้งานได้แก่ Navara Chassis Cab 6MT ราคา 519,000 บาท Navara Single Cab S 6MT ราคา 559,000 บาท Navara Single Cab SL 6MT ราคา 575,000 บาท Navara Single Cab SL 6MT 4WD ราคา 649,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นิสสันยังจัดโปรโมชันส่งเสริมการขายรับการเปิดตัว ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท, ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี และขับฟรีสูงสุด 90 วัน** ลูกค้าสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp; www.nissan.co.th หรือสอบถามที่โชว์รูมนิสสัน ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102385</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ, นิสสัน, รถใหม่, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_6098c8b92ce34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 22:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 22:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>YARIS และ ATIV รุ่นพิเศษ “PLAY” มีจำกัดเพียง 1,500 คัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-right:-9.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-9.0pt&quot;&gt;บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ อีโคคาร์แฮทช์แบ็ค YARIS&amp;nbsp; และ อีโคคาร์ซีดานยอดนิยม ATIV รุ่นพิเศษ PLAY (Limited Edition) เอาใจคนรุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกภายใน &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเพิ่มสีภายนอกใหม่ ล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทนลายใหม่ ตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยโทนสีใหม่ สวยเด่นสะกดสายตา มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เทคโนโลยีเชื่อมต่อล้ำสมัย และฟังก์ชันความปลอดภัยครบครัน สปอร์ตพรีเมียม คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น จำนวนจำกัดเพียง 1,500 คัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-9.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:-9.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;YARIS และ ATIV รุ่นพิเศษ &amp;ldquo;PLAY&amp;rdquo; (Limited Edition) ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน โดยมีสัญลักษณ์ชื่อรุ่น &amp;ldquo;PLAY&amp;rdquo; ท้ายรถเพิ่มสีภายนอกใหม่ &amp;ldquo;Ice Pink Metallic&amp;rdquo; พร้อมกระจังหน้าด้านบนสีดำเงา และล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทน &amp;ldquo;Dark Mulberry&amp;rdquo; ลายใหม่ เพิ่มลูกเล่นด้วยการตกแต่งภายในห้องโดยสารให้มีดีไซน์พรีเมียม โดดเด่น พร้อมโทนสีใหม่ &amp;ldquo;Dark Mulberry&amp;rdquo; และเบาะหนังสีทูโทนขาว-ดำ ตกแต่งด้วยด้ายสี &amp;ldquo;Dark Mulberry&amp;rdquo; เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น ระบบปรับอากาศพร้อมแผ่นกรองอากาศ PM 2.5 กระจกหน้า &amp;ldquo;Acoustic Glass&amp;rdquo; แบบช่วยดูดซับพลังงานความร้อน สะดวกยิ่งกว่าด้วย &amp;ldquo;Trunk Organizer&amp;rdquo; ที่จัดเก็บสัมภาระท้ายรถ เพิ่มความมั่นใจเมื่อจอดรถกับกล้องมองรอบคัน &amp;ldquo;Panoramic View Monitor&amp;rdquo; มุมมอง 360 องศา ผ่านกล้อง 4 จุดรอบคัน แสดงภาพแบบเรียลไทม์ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อผู้ขับและรถให้สนุกกับไลฟ์สไตล์ด้วยแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;PLAY CONNECT Car Telematics&amp;rdquo; เพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:-11.35pt; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:-11.35pt; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;สุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า YARIS และ ATIV เป็นรถอีโคคาร์ยอดนิยม ด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความคุ้มค่า และสมรรถนะการขับขี่คล่องตัว หลังจากการแนะนำ &amp;ldquo;รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่&amp;rdquo; เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพื่อต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว เราได้เปิดตัว YARIS และ ATIV รุ่นพิเศษ &amp;ldquo;PLAY&amp;rdquo; (Limited Edition) ภายใต้แนวคิดในการสื่อสาร &amp;ldquo;THIS IS WHAT WE PLAY&amp;hellip; PLAY แบบที่เป็นเรา&amp;rdquo; เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสนใจในรถยนต์อีโคคาร์มากขึ้น ผ่านการทำความเข้าใจรูปแบบไลฟ์สไตล์ ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง โดย YARIS และ ATIV รุ่นพิเศษ &amp;ldquo;PLAY&amp;rdquo; (Limited Edition) มีความพิเศษทั้งด้านการออกแบบ ให้มีดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตาทั้งภายนอกและภายใน เพิ่มฟังก์ชันสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะปัจจุบันที่ความกังวลด้านมลภาวะทางอากาศเพิ่มสูงขึ้น ทั้งยังมีการเชื่อมต่อของเทคโนโลยีระหว่างคนกับรถที่ทันสมัย สามารถตอบสนองรูปแบบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตให้ง่ายและสนุกยิ่งขึ้น ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,500 คัน เรามั่นใจว่า YARIS และ ATIV รุ่นพิเศษ &amp;ldquo;PLAY&amp;rdquo; (Limited Edition) จะสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น ด้วยความพรีเมียม มีเอกลักษณ์ และจะเป็นเพื่อนที่รู้ใจในทุกการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:-11.35pt; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:-11.35pt; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;YARIS และ ATIV รุ่นพิเศษ &amp;ldquo;PLAY&amp;rdquo; (Limited Edition) PLAY STYLE ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน กระจังหน้าด้านบนสีดำเงา สัญลักษณ์ชื่อรุ่น &amp;ldquo;PLAY&amp;rdquo; ท้ายรถ ดีไซน์พิเศษเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพิ่มสีใหม่ &amp;ldquo;Ice Pink Metallic&amp;rdquo; โดดเด่น พรีเมียม สะกดทุกสายตา ล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทน ดีไซน์ใหม่ โฉบเฉี่ยว&amp;nbsp; สะดุดตา ภายในห้องโดยสาร ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ตกแต่งด้วยโทนสีใหม่ &amp;ldquo;Dark Mulberry&amp;rdquo; เบาะหนังสีทูโทนขาว-ดำ เพิ่มลูกเล่นความสนุกด้วยด้ายสี &amp;ldquo;Dark Mulberry&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.4in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:.4in; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;PLAY SPEC ขับสนุกกับออปชั่นพิเศษเหนือกว่า ระบบปรับอากาศพร้อมแผ่นกรองอากาศใหม่ PM 2.5&amp;nbsp; หมดห่วงเรื่องฝุ่นพิษทำลายสุขภาพ กระจกบังลมหน้าใหม่ &amp;ldquo;Acoustic Glass&amp;rdquo; แบบช่วยดูดซับพลังงานความร้อน (High Solar Energy Absorption)&amp;nbsp; ช่วยลดความร้อนภายในห้องโดยสาร Trunk Organizer ที่จัดเก็บสัมภาระท้ายรถใหม่ ใส่ของได้จุใจยิ่งกว่า Panoramic View Monitor กล้องมองรอบคัน 360 องศา ผ่านกล้อง 4 จุด แสดงภาพแบบเรียลไทม์ จอดง่าย สบายใจแม้ในพื้นที่แคบ PLAY CONNECT Car Telematics เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ขับกับตัวรถ ให้สนุกกับไลฟ์สไตล์ มั่นใจในทุกเส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;PLAY CONNECT Car Telematics เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ขับกับตัวรถ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้สนุกกับไลฟ์สไตล์ มั่นใจในทุกเส้นทางประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) ผ่านแอปพลิเคชัน Play Connect Car Telematics โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นหลักการใช้งาน 1. Real-Time Location แสดงตำแหน่งรถยนต์และนำทางไปยังจุดจอดรถผ่าน Google Map&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. Geo-fences กำหนดพื้นที่เข้าออก พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อรถเข้าหรือออกพื้นที่ๆกำหนด 3. สรุปรายงานการขับขี่ แสดงระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด ระยะเวลาและระยะทางการขับขี่ ความเร็ว เฉลี่ย และรายงานการเดินทางย้อนหลัง 4. วิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่ (Driving Analysis) ในกรณีมีการเร่งความเร็ว เบรก หรือหักเลี้ยวกะทันหัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย 5. แสดงสถานะการทำงานของรถยนต์เบื้องต้น เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ อุณหภูมิหม้อน้ำ 6. ระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยเมื่อรถมีการสั่นสะเทือน และถูกเคลื่อนที่ออกนอกขอบเขตพื้นที่ๆ&amp;nbsp; กำหนดเพื่อป้องกันการโจรกรรม (หมายเหตุ ฟังก์ชั่นดังกล่าวสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Play Connect Car Telematics ได้ทั้งระบบ iOS และ Android)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริการเพิ่มเติมสุดพิเศษเพื่อเปิดประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ New Buying Experience สำหรับลูกค้า ATIV และ YARIS เปลี่ยนรูปแบบการซื้อรถจากรูปแบบเดิม และฟังก์ชั่นพิเศษที่จะช่วยในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ให้เป็นเจ้าของรถง่ายยิ่งขึ้น Connected Auto Loan (CAL) โปรแกรมเพื่อให้การอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ง่ายขึ้นกว่าที่เคย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โปรแกรมสบายดี (Sabuy :D) มิติใหม่ ทางเลือกใหม่ในการเช่าซื้อ ด้วยการผ่อนต่ำลงถึง 20% เมื่อเทียบกับการเช่าซื้อปกติ พร้อมรวมแพ็คเกจเช็กระยะ และบำรุงรักษา ณ ศูนย์บริการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โตโยต้า มูลค่า 25,600 บาท และการรับประกันราคาสำหรับการแลกเปลี่ยนรถในอนาคต Convini-Ext แพ็กเกจประกันภัยพร้อมขยายระยะเวลารับประกัน สิทธิประโยชน์สุดคุ้ม ที่ให้ลูกค้าครบจบในแพ็กเกจเดียว รวมประกันภัยชั้น 1 จาก โตโยต้าแคร์ 1 ปี ซ่อมศูนย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โตโยต้าทั่วไทยอะไหล่แท้ พร้อมส่วนลด 20% สำหรับการต่ออายุประกันภัย ปี 2 และบริการขยายเวลารับประกัน Extended Warranty จาก 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ไม่ต้องใช้เงินสด จ่ายค่าผ่อนรวมกับการเช่าซื้อรถยนต์ เพิ่มเพียงเดือนละ 332 บาท *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด (คำนวณจากรุ่น ATIV PLAY รุ่น Sport, เช่าซื้อนาน 84 เดือน)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; class=&quot;MsoBodyTextIndent&quot; style=&quot;margin-left:0in; text-align:left&quot;&gt;เลือกเป็นเจ้าของความ Limited 2 รุ่นย่อย 4 สี จำนวนจำกัดเพียง 1,500 คัน YARIS &amp;ldquo;PLAY&amp;rdquo; รุ่น LIMITED EDITION 2 รุ่น ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ) Sport Premium with Black Roof&amp;nbsp; เกียร์อัตโนมัติ ราคา 709,000 บาท Sport เกียร์อัตโนมัติ ราคา 634,000 บาท ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน และรวมราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษจากบริษัท TAC จำกัด ATIV &amp;ldquo;PLAY&amp;rdquo; รุ่น LIMITED EDITION 2 รุ่น ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ) Sport Premium&amp;nbsp; เกียร์อัตโนมัติ ราคา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 699,000 บาท Sport เกียร์อัตโนมัติ ราคา 624,000 บาท ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน สีชมพู Ice Pink Metallic และสีขาวมุก Platinum White Pearl ราคาบวกเพิ่ม 7,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; class=&quot;MsoBodyTextIndent&quot; style=&quot;margin-left:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93158</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATIV ., YARIS ., YARIS และ ATIV รุ่นพิเศษ “PLAY”, ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_602a92b5e6737.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 23:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 23:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ซูซูกิ’ เปิดตัว NEW SUZUKI SWIFT อีโคคาร์สปอร์ตพรีเมี่ยม แรงสุดขีด สปีดเร้าใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้ารุกตลาดรถยนต์เต็มสูบรับต้นปี แนะนำ NEW SUZUKI SWIFT สปอร์ตอีโคคาร์รุ่นล่าสุดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ชูแนวคิด &amp;ldquo;Power You Up แรงสุดขีด สปีดเร้าใจ&amp;rdquo; ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยสมรรถนะเหนือระดับ สัมผัสได้ถึงความสปอร์ตสุดร้อนแรง แต่ยังคงไว้ซึ่งความประหยัดกับเครื่องยนต์ K12M พร้อมเทคโนโลยี DUALJET และแพลตฟอร์ม HEARTECT ดีไซน์สปอร์ตรอบคัน อัพทุกความสนุกตลอดการเดินทางด้วยห้องโดยสารสไตล์สปอร์ตพรีเมี่ยม ระบบเอ็นเตอร์เทนเมนท์ครบครัน พร้อมนำเสนอเพลงเปิดตัวใหม่ล่าสุด &amp;ldquo;Power You Up&amp;rdquo; จากโอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน ที่จะสื่อถึง NEW SUZUKI SWIFT ในราคาเริ่มต้น 557,000 บาท ตั้งเป้ายอดขาย 12,000 คัน สู่การเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดอีโคคาร์เมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;มิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ประเทศไทยจะกำลังเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ จนส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์รวมถึงภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยรวมของทั้งประเทศชะลอตัวลงอีกครั้งหลังจากที่เพิ่งฟื้นตัวจากโควิด-19 รอบแรกได้ไม่นาน แต่ซูซูกิยังคงมองเห็นโอกาสท่ามกลางวิกฤติดังกล่าว และยังมุ่งหวังจะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เกิดการฟื้นตัวโดยไว จึงได้ทำการปรับกลยุทธ์ในการทำงานท่ามกลางสถานการณ์อันยากลำบากนี้ ให้สามารถตอบรับต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที ทั้งด้านงานบริการไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดโดยจะเห็นได้จากความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจตลอดปี 2563 ที่ผ่านมา ซูซูกิเติบโตสวนกระแสตลาดที่ 7% มียอดจำหน่ายตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2563 จำนวนรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp; 25,528 คัน เป็นไปตามเป้าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งมาจากกลยุทธ์การทำตลาดและการจัดจำหน่ายรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าในทุกๆ เซกเมนต์ ไม่ว่าจะเป็น SUZUKI SWIFT, SUZUKI CELERIO, SUZUKI CIAZ, SUZUKI ERTIGA, SUZUKI CARRY และล่าสุดกับ SUZUKI XL7 รวมถึงการเอาใจใส่ในการพัฒนาและปรับปรุง ยกระดับงานบริการหลังการขายของโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศในทุกด้าน อีกทั้งยังเตรียมขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายทั้งหมดเป็น 140 แห่งทั่วประเทศภายในเดือนมีนาคม 2565 ด้วยเหตุนี้ การเปิดตัว NEW SUZUKI SWIFT จึงเป็นการสานต่อทุกความสำเร็จ พร้อมกับเป็นการเติมเต็มความต้องการของลูกค้าที่กำลังมองหาสปอร์ตอีโคคาร์ที่มีสไตล์โดดเด่น ด้วยสมรรถนะอันดีเยี่ยมจากเทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซูซูกิ จึงเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า NEW SUZUKI SWIFT จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า รวมทั้งสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถยนต์รับไตรมาสแรกของปี 2564 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;ด้าน วัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูซูกิได้ปรับกลยุทธ์การทำงานอย่างเข้มข้นเพราะมีความต้องการอย่างจริงใจที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า จึงพร้อมที่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดอีโคคาร์เมืองไทยอีกครั้ง ด้วยการแนะนำ NEW SUZUKI SWIFT เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอีโคคาร์โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 12,000 คัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในยอดขายรวมปีนี้ที่ 30,000 คัน กลุ่มเป้าหมายสำคัญของ NEW SUZUKI SWIFT คือกลุ่มที่ชื่นชอบรถยนต์ที่มีดีไซน์โดดเด่นสามารถบ่งบอกถึงตัวตนได้อย่างชัดเจน มาพร้อมสมรรถนะอันร้อนแรง ฟังก์ชันการใช้งานคุ้มค่า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่บนเส้นทางของตัวเอง จึงเป็นที่มาของแนวคิด &amp;lsquo;NEW SUZUKI SWIFT, Power You Up แรงสุดขีด สปีดเร้าใจ&amp;rsquo; โดยได้งัดกลยุทธ์ Music Marketing เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายด้วยการดึง &amp;ldquo;โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน&amp;rdquo; มาเป็นผู้ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ที่แรงสุดขีด สปีดเร้าใจ ให้คนรุ่นใหม่กล้าออกไปใช้ชีวิตที่อยากเป็น ภายใต้เพลงใหม่ล่าสุด &amp;lsquo;Power You Up&amp;rsquo; ที่มาในคอนเซ็ปต์เดียวกันกับชื่อเพลง ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์เพลงใหม่ที่ฉีกแนวของ &amp;ldquo;โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน&amp;rdquo; ในสไตล์ Electronic Synth-Pop อัดความสนุกเร้าใจแบบไร้ขีดจำกัด รวมถึง MV ที่ถ่ายทอดความเร็ว แรง และอัพพาวเวอร์ของ NEW SUZUKI SWIFT ผ่านช่องทางการสื่อสารที่ครอบคลุมโดยเน้นสื่อออนไลน์มากขึ้นเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;lsquo;NEW SUZUKI SWIFT, Power You Up แรงสุดขีด สปีดเร้าใจ&amp;rsquo; ได้รับการพัฒนาใหม่ นำเสนอผ่านดีไซน์อันโดดเด่นและสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม อัพพาวเวอร์ให้กับทุกการขับขี่ด้วย 3 ไฮไลท์ คือ อัพความสนุกทุกในทุกความเคลื่อนไหวไปกับความแรงของเครื่องยนต์ K12M พร้อมเทคโนโลยี DUALJET และ แพลตฟอร์ม HEARTECT แรงสุดขีด สปีดเร้าใจด้วยเครื่องยนต์เบนซิน รหัส K12M 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร กำลังสูงสุด 83 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่หรือ DUALJET เพิ่มประสิทธิภาพด้วยระบบหัวฉีดคู่ที่จัดวางไว้ใกล้กับห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และทำงานโดยฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปที่กระบอกสูบพร้อมกันทั้ง 2 หัวฉีด ทำให้น้ำมันมีละอองที่ละเอียดขึ้น อัดฉีดน้ำมันได้อย่างแม่นยำและเป็นการลดอุณหภูมิในกระบอกสูบพร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ นอกจากนี้การมีขนาดห้องเผาไหม้ที่เหมาะสมและมีอัตราส่วนกำลังอัดของกระบอกสูบที่ 11.5 ซึ่งเป็นกำลังอัดที่มากกว่าเครื่องยนต์ทั่วไป ทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงเกิดการเผาไหม้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการจุดระเบิด ได้กำลังและแรงบิดที่ดียิ่งขึ้น จึงช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น นอกจากนี้เครื่องยนต์ DUALJET ยังมีระบบ EGR ที่ลดอุณหภูมิในห้องเผาไหม้ ระบายความร้อนแก๊สไอเสียด้วยน้ำและหมุนวนเข้าท่อร่วมไอดี เป็นการลดการเผาไหม้ที่ผิดปกติ ทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ประหยัดน้ำมันมากกว่า 23 กม./ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E20&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;ด้านความปลอดภัยยังคงโดดเด่นด้วยแพลตฟอร์ม HEARTECT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของซูซูกิ ยกระดับการขับขี่ด้วยโครงสร้างน้ำหนักเบาที่สร้างจากปรัชญา 3 ข้อ คือ 1. รูปทรงที่ง่ายแต่มีความแข็งแรง ลดส่วนโค้งงอ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง ปรับปรุงตำแหน่งการวางเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบรองรับน้ำหนัก และถังน้ำมันเชื้อเพลิง 2. จุดเชื่อมต่อมีความแข็งแรง โครงสร้างตัวถังให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย โดยออกแบบให้เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยลดน้ำหนักได้มากขึ้นเพื่อสมรรถนะที่สูงสุด 3. การลดน้ำหนัก โดยมุ่งไปที่ทุกส่วนของรถยนต์มากกว่าเพียงแค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง แพลตฟอร์ม HEARTECT ช่วยให้โครงสร้างรถมีน้ำหนักน้อยลงแต่คงความแข็งแกร่ง ทนทาน มีประสิทธิภาพในการทรงตัวที่ดี ขับขี่ได้คล่องตัว &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;รวมถึงโครงสร้างตัวถังแบบ TECT ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตัวรถ พร้อมระบบ NVH ช่วยกันการสั่นสะเทือน และลดเสียงรบกวนจากภายนอก อีกทั้งยังอัดแน่นไปด้วย ระบบ ESP ช่วยควบคุมสเถียรภาพการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS และระบบ IDLING STOP ที่ลดมลพิษและลดการสิ้นเปลืองน้ำมันขณะรถหยุดนิ่งเหมาะกับการขับขี่ในเมือง เสริมด้วยระบบ Cruise Control ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ให้ขับสบายตลอดทาง พร้อมมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยระบบ Hill Hold Control ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน พร้อมทั้งถุงลมนิรภัยถึง 6 ตำแหน่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัพดีไซน์ใหม่ สปอร์ตสุดเร้าใจด้วยกระจังหน้าตกแต่งโครเมี่ยมและล้ออัลลอยปัดเงา อัพดีไซน์สไตล์สปอร์ตสุดเร้าใจสะท้อนภาพลักษณ์และตัวตนของผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี NEW SUZUKI SWIFT ได้ปรับโฉมเพิ่มลุคสปอร์ตปราดเปรียวที่กระจังหน้าตกแต่งโครเมี่ยมแบบใหม่ และล้ออะลูมิเนียมอัลลอยปัดเงาใหม่ขนาด 16 นิ้วดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ พร้อมไฟหน้า LED Projector และไฟท้าย LED โดยมิติของตัวรถมีความยาว 3,845 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,735 มิลลิเมตร ความสูง 1,495 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,450 มิลลิเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;NEW SUZUKI SWIFT จัดเต็มระบบเอ็นเตอร์เทนเมนท์ครบครันและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายเพื่อให้สามารถขับขี่ตลอดเส้นทางได้อย่างสบายและสนุก ด้วยหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับทุกการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay, Android Auto และ Bluetooth ภายในห้องโดยสารสีดำ ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินสไตล์สปอร์ต กว้างสบายรองรับการใช้งานได้หลากหลาย มาตรวัดตกแต่งลายเส้นสีแดง พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape เพิ่มพื้นที่วางขาและปรับระดับได้ 4 ทิศทาง เบาะนั่งทรงสปอร์ตโอบกระชับสรีระ รองรับทุกไลฟ์สไตล์ในการเดินทาง ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 265 ลิตร ปรับพับเบาะหลังแบบ 60:40 พร้อมด้วย Keyless Entry เปิด-ปิดล็อกประตูได้โดยไม่ต้องกดกุญแจรีโมท สะดวก ทันสมัย ด้วย Keyless Push Start สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ได้ในปุ่มเดียว และเสริมความปลอดภัยในการถอยจอดทุกพื้นที่ด้วยกล้องมองหลังสุดคมชัด &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;NEW SUZUKI SWIFT มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี มี 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น GL ราคาเริ่มต้น 557,000 บาท และ รุ่น GLX ราคาเริ่มต้น 629,000 บาท ซูซูกิพร้อมจะมอบสุดยอดความคุ้มค่าให้ผู้ที่สนใจได้เป็นเจ้าของ NEW SUZUKI SWIFT ได้ง่ายยิ่งขึ้นกับโปรโมชั่นพิเศษอัตราดอกเบี้ยพิเศษสุดเพียง 1.99% และสามารถผ่อนเริ่มต้นที่ 3,333 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92940</URL_LINK>
                <HASHTAG>All New Suzuki SWIFT, ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210213/image_big_602802b5a8036.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ สมรรถนะดี ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีอัดแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;หลังจากที่มิตซูบิชิ เปิดตัว &amp;ldquo;เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่&amp;rdquo; เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หลายคนโฟกัสไปที่ราคาว่าค่อนข้างสูง หากเทียบราคากับสมรรถนะและเทคโนโลยีถือว่า &amp;ldquo;เอาท์แลนเดอร์&amp;rdquo; มีจุดเด่นที่ให้ความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป โดยเอาท์แลนเดอร์ที่วางจำหน่ายปัจจุบันนี้ ผลิตในเมืองไทยทำให้มีราคาถูกกว่า โดยมีจำหน่าย 2 รุ่นย่อย คือ จีที ราคา 1.64 ล้านบาท และ จีที พรีเมียม 1.749 ล้านบาท มาพร้อมการรับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี แต่ถ้าเป็นการนำเข้ารถยนต์เอาท์แลนเดอร์มาขายเมืองไทยราคาจะสูงราว 4 ล้านบาท และสำหรับรุ่นเอาท์แลนเดอร์ในต่างประเทศที่จะเปิดตัวรุ่นใหม่ ไม่มีการติดตั้งระบบพีเอชอีวี และยังไม่มีแผนการนำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ล่าสุด มิตซูบิชิ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี (ปลั๊กอินไฮบริด) ใหม่ แบบวันเดย์ทริปรอบกรุงเทพฯ โดยตลอดเส้นทางการทดสอบได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ และระบบเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยม พร้อมความสะดวกสบายระดับพรีเมียม เพื่อตอกย้ำการเป็นรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก โดยเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ เป็นได้มากกว่ารถเอสยูวี พีเอชอีวี พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้สื่อมวลชน เพื่อสัมผัสกับไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ด้วยการปรุงอาหารมื้อเช้ากลางแจ้งกับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ที่สามารถผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถ มาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดไม่เกิน 1,500 วัตต์ เพียงการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ต่อจากนั้นจึงเริ่มทดสอบขับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ รอบกรุงเทพฯ โดยเริ่มจากการทดสอบขับด้วย โหมดอีวี ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ปราศจากการใช้น้ำมัน และยังปราศจากมลพิษ โดยตลอดการเดินทางยังสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบาย ความกว้างขวาง และความหรูหราเหนือระดับของห้องโดยสาร ที่ครบทุกฟังก์ชัน เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มาพร้อมกับเบาะหนังดีไซน์ใหม่แบบ &amp;lsquo;ไดมอนด์ ควิลติ้ง คัท&amp;rsquo; ที่สะท้อนความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านความสะดวกสบาย และยังสามารถตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ตลอดการเดินทาง ส่วนระบบเครื่องเสียงสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ ที่รองรับฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ มากมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;เดินทางโดยใช้เส้นทางถนนวงแหวนรอบนอก ได้มีโอกาสการทดสอบขับทั้ง โหมดซีรีย์ ไฮบริด และโหมดพาราเรล ไฮบริด เพื่อสัมผัสกับสมรรถนะโดย โหมดซีรีย์ ไฮบริด ขับเคลื่อนหลักด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และ โหมดพาราเรล ไฮบริด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถไปพร้อมกัน โดยการขับขี่ทั้ง 3 รูปแบบ จะถูกสลับปรับเปลี่ยนโหมดแบบอัตโนมัติ พร้อมระบบเบรกรีเจนเนอร์เรทีฟ ที่สามารถจ่ายพลังงานคืนเพื่อการชาร์จกระแสไฟฟ้าให้แก่แบตเตอรี่ รวมทั้ง ชาร์จโหมด ที่สามารถชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับไปยังแบตเตอรี่ได้จนเกือบเต็มในขณะขับขี่ พร้อมกันนี้ตลอดเส้นทางยังได้มีโอกาสทดสอบระบบความปลอดภัยที่ครบครัน และเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC) ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แต่เฉพาะรักษาระดับความเร็วให้คงที่เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ตรวจจับรถคันหน้า พร้อมควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจนกว่ารถจะหยุด ในช่วงบ่ายเป็นการขับขี่แบบฟรีรัน เพื่อขับกลับมายังสนามทดสอบ อิมแพ็ค ริมทะเลสาบ ที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้พิสูจน์สมรรถนะของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ซึ่งมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 52.6 กม.ต่อลิตร หรือ 1.9 ลิตรต่อ 100 กม. ตามมาตรฐาน NEDC มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำที่ 43 กรัมต่อกม. พร้อมอัตราเร่งและแรงบิดที่ดีเยี่ยม หมดกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน พร้อมการขับขี่ที่นุ่มนวลตลอดการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;โดยช่วงท้ายของการทดสอบ ยังได้พิสูจน์กับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking (ABS) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Active Stability Control (ASC) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและการเบรกระหว่างล้อซ้ายและล้อขวา Active-Yaw Control (AYC) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ติดตั้งที่เพลาหน้า-หลัง ควบคุมแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมเสถียรภาพ เพิ่มสมรรถนะและการควบคุม มั่นใจทุกการเข้าโค้ง ผู้ขับขี่จึงได้สัมผัสกับสมรรถนะการควบคุมและประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่เหนือกว่าระบบขับเคลื่อน 4 ล้อทั่วไปได้อย่างเต็มที่ ซึ่งกิจกรรมการทดสอบขับช่วงท้ายเป็นรูปแบบพิเศษ ประกอบด้วย การทดสอบอัตราการเร่ง ระบบการควบคุม ระบบเบรก และระบบเสถียรภาพด้วยการเข้าโค้งแบบวงกลม ที่แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ มีเสถียรภาพและสามารถขับเคลื่อนได้บนทุกสภาพถนน กิจกรรมการทดสอบขับครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะ และเทคโนโลยี ของมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ที่สามารถขับขี่โดยปราศจากความกังวลในด้านระยะทางการขับขี่มีมลพิษที่ต่ำและประหยัดน้ำมัน ซึ่งเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีสมรรถนะที่เหนือกว่าทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รถยนต์แบบไฮบริด และรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ จึงเป็นรถยนต์ทางเลือกที่ดีที่สุด ที่สามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งาน มั่นใจได้ในความทนทาน พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และมีค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;สำหรับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond, สีเงิน Sterling Silver และสีดำ Jet Black Mica โดยรุ่นเริ่มต้น จีที มีราคาจำหน่ายที่ 1,640,000 บาท และรุ่น จีที พรีเมียม มีราคาจำหน่ายที่ 1,749,000 บาท โดยทั้ง 2 รุ่น ลูกค้าสามารถมั่นใจและหมดความกังวลในด้านค่าบำรุงรักษาด้วยแพ็กเกจ วอรี่ ฟรี (worry-free) ประกอบด้วย ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร และยังมีมิตซูบิชิ เซอร์วิส แพ็กเกจ 5 ปี , ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี, ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี, ฟรี รับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี และสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 รับค่าสนับสนุนการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้านรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท สัมผัสมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี และทดลองขับด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูมทั่วประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;-------------------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;นรินทร โชติภิรมย์กุล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92064</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทดสอบรถ, มิตซูบิชิ, มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี, รถใหม่, เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี., ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601cbfafc9508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ สมรรถนะดี ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีอัดแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;หลังจากที่มิตซูบิชิ เปิดตัว &amp;ldquo;เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่&amp;rdquo; เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หลายคนโฟกัสไปที่ราคาว่าค่อนข้างสูง หากเทียบราคากับสมรรถนะและเทคโนโลยีถือว่า &amp;ldquo;เอาท์แลนเดอร์&amp;rdquo; มีจุดเด่นที่ให้ความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป โดยเอาท์แลนเดอร์ที่วางจำหน่ายปัจจุบันนี้ ผลิตในเมืองไทยทำให้มีราคาถูกกว่า โดยมีจำหน่าย 2 รุ่นย่อย คือ จีที ราคา 1.64 ล้านบาท และ จีที พรีเมียม 1.749 ล้านบาท มาพร้อมการรับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี แต่ถ้าเป็นการนำเข้ารถยนต์เอาท์แลนเดอร์มาขายเมืองไทยราคาจะสูงราว 4 ล้านบาท และสำหรับรุ่นเอาท์แลนเดอร์ในต่างประเทศที่จะเปิดตัวรุ่นใหม่ ไม่มีการติดตั้งระบบพีเอชอีวี และยังไม่มีแผนการนำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;ล่าสุด มิตซูบิชิ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี (ปลั๊กอินไฮบริด) ใหม่ แบบวันเดย์ทริปรอบกรุงเทพฯ โดยตลอดเส้นทางการทดสอบได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ และระบบเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยม พร้อมความสะดวกสบายระดับพรีเมียม เพื่อตอกย้ำการเป็นรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก โดยเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ เป็นได้มากกว่ารถเอสยูวี พีเอชอีวี พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้สื่อมวลชน เพื่อสัมผัสกับไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ด้วยการปรุงอาหารมื้อเช้ากลางแจ้งกับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ที่สามารถผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถ มาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดไม่เกิน 1,500 วัตต์ เพียงการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถ &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;ต่อจากนั้นจึงเริ่มทดสอบขับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ รอบกรุงเทพฯ โดยเริ่มจากการทดสอบขับด้วย โหมดอีวี ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ปราศจากการใช้น้ำมัน และยังปราศจากมลพิษ โดยตลอดการเดินทางยังสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบาย ความกว้างขวาง และความหรูหราเหนือระดับของห้องโดยสาร ที่ครบทุกฟังก์ชัน เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มาพร้อมกับเบาะหนังดีไซน์ใหม่แบบ &amp;lsquo;ไดมอนด์ ควิลติ้ง คัท&amp;rsquo; ที่สะท้อนความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านความสะดวกสบาย และยังสามารถตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ตลอดการเดินทาง ส่วนระบบเครื่องเสียงสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ ที่รองรับฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ มากมาย &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;เดินทางโดยใช้เส้นทางถนนวงแหวนรอบนอก ได้มีโอกาสการทดสอบขับทั้ง โหมดซีรีย์ ไฮบริด และโหมดพาราเรล ไฮบริด เพื่อสัมผัสกับสมรรถนะโดย โหมดซีรีย์ ไฮบริด ขับเคลื่อนหลักด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และ โหมดพาราเรล ไฮบริด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถไปพร้อมกัน โดยการขับขี่ทั้ง 3 รูปแบบ จะถูกสลับปรับเปลี่ยนโหมดแบบอัตโนมัติ พร้อมระบบเบรกรีเจนเนอร์เรทีฟ ที่สามารถจ่ายพลังงานคืนเพื่อการชาร์จกระแสไฟฟ้าให้แก่แบตเตอรี่ รวมทั้ง ชาร์จโหมด ที่สามารถชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับไปยังแบตเตอรี่ได้จนเกือบเต็มในขณะขับขี่ พร้อมกันนี้ตลอดเส้นทางยังได้มีโอกาสทดสอบระบบความปลอดภัยที่ครบครัน และเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC) ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แต่เฉพาะรักษาระดับความเร็วให้คงที่เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ตรวจจับรถคันหน้า พร้อมควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจนกว่ารถจะหยุด ในช่วงบ่ายเป็นการขับขี่แบบฟรีรัน เพื่อขับกลับมายังสนามทดสอบ อิมแพ็ค ริมทะเลสาบ ที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้พิสูจน์สมรรถนะของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ซึ่งมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 52.6 กม.ต่อลิตร หรือ 1.9 ลิตรต่อ 100 กม. ตามมาตรฐาน NEDC มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำที่ 43 กรัมต่อกม. พร้อมอัตราเร่งและแรงบิดที่ดีเยี่ยม หมดกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน พร้อมการขับขี่ที่นุ่มนวลตลอดการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;โดยช่วงท้ายของการทดสอบ ยังได้พิสูจน์กับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking (ABS) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Active Stability Control (ASC) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและการเบรกระหว่างล้อซ้ายและล้อขวา Active-Yaw Control (AYC) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ติดตั้งที่เพลาหน้า-หลัง ควบคุมแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมเสถียรภาพ เพิ่มสมรรถนะและการควบคุม มั่นใจทุกการเข้าโค้ง ผู้ขับขี่จึงได้สัมผัสกับสมรรถนะการควบคุมและประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่เหนือกว่าระบบขับเคลื่อน 4 ล้อทั่วไปได้อย่างเต็มที่ ซึ่งกิจกรรมการทดสอบขับช่วงท้ายเป็นรูปแบบพิเศษ ประกอบด้วย การทดสอบอัตราการเร่ง ระบบการควบคุม ระบบเบรก และระบบเสถียรภาพด้วยการเข้าโค้งแบบวงกลม ที่แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ มีเสถียรภาพและสามารถขับเคลื่อนได้บนทุกสภาพถนน กิจกรรมการทดสอบขับครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะ และเทคโนโลยี ของมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ที่สามารถขับขี่โดยปราศจากความกังวลในด้านระยะทางการขับขี่มีมลพิษที่ต่ำและประหยัดน้ำมัน ซึ่งเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีสมรรถนะที่เหนือกว่าทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รถยนต์แบบไฮบริด และรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ จึงเป็นรถยนต์ทางเลือกที่ดีที่สุด ที่สามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งาน มั่นใจได้ในความทนทาน พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และมีค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;สำหรับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond, สีเงิน Sterling Silver และสีดำ Jet Black Mica โดยรุ่นเริ่มต้น จีที มีราคาจำหน่ายที่ 1,640,000 บาท และรุ่น จีที พรีเมียม มีราคาจำหน่ายที่ 1,749,000 บาท โดยทั้ง 2 รุ่น ลูกค้าสามารถมั่นใจและหมดความกังวลในด้านค่าบำรุงรักษาด้วยแพ็กเกจ วอรี่ ฟรี (worry-free) ประกอบด้วย ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร และยังมีมิตซูบิชิ เซอร์วิส แพ็กเกจ 5 ปี , ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี, ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี, ฟรี รับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี และสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 บการสนับสนุนพิเศษเมื่อลูกค้าจองรถภายในวันที่ March 31, 2021 and car and control the speed then keep the safety dista รับค่าสนับสนุนการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้านรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท สัมผัสมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี และทดลองขับด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูมทั่วประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92063</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทดสอบรถ, มิตซูบิชิ, มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี, รถใหม่, เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี., ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601cbfafc9508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
