<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 07:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039; ชี้ไทยที่โหล่ในอาเซียนตกขบวนรถไฟความเร็วสูงจีน   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย. 2564 นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สารวันเตี้ยลง เตี้ยลงแล้วสาระวันเด้อ!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ผลการแก้ปัญหาจากวิกฤตโคบ้าล่าสุดประเทศไทยตกไปอยู่อันดับ 118 จากจำนวน 121 ประเทศ เรียกว่ารองบ๊วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 รถไฟเส้นทางสายไหมลาว-จีน 400 กว่า กิโลเมตร ทำสัญญาหลังไทย 2 ปีเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะเปิดเดินรถเป็นทางการในวันชาติลาว 2 ธันวาคม ศกนี้ &amp;nbsp;
ค่าโดยสารจากเวียงจันทร์ ถึงสิบสองปันนาเพียง 480 บาท สามารถเดินทางต่อไปได้ทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3. รถไฟความเร็วสูงเวียดนามจีน-จีนโครงการเส้นทางสายไหมก็เปิดเดินรถแล้ว ขบวนแรกเดินรถถึงอิตาลี และรับชาวยุโรปมาเที่ยวเวียดนามสบายใจเฉิบ ทั้งที่เวียดนามทำสัญญาหลังไทย 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 รถไฟความเร็วสูง พม่า-จีน ในโครงการเส้นทางสายไหมก็กำลังเร่งก่อสร้าง สามารถเดินทางไปทั่วโลกได้สบายใจเฉิบเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ไทยจึงตกเป็นที่โหล่ในอาเซียน โดยลาว เวียดนาม พม่า ล้ำหนัาไปหมดแล้ว&amp;nbsp;และไปขัดลาภ ทำให้มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน ไม่สามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางสายไหม ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 เศรษฐกิจไทยพังพินาศ หนี้สาธารณะ จะชนเพดานแล้ว ถดถอย ยิ่งกว่าประเทศใดในอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือผลที่แท้จริง ที่คนไทย และประเทศไทยจะต้องรับชะตากรรมนี้ไปอีกนาน!!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115634</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟความเร็วสูง, เส้นทางสายไหมลาว-จีน, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606414cb52dc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 07:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 07:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อายเขาบ้างไหม&#039;ไพศาล&#039;เผยรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน,จีน-เวียดนามจะเปิดเร็วๆนี้ แต่ของไทยยังไม่ไปไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.64 -นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
รถไฟความเร็วสูงในเส้นทางสายไหมช่วงลาว-จีนจากเวียงจันท์ถึงคุนหมิงจะเปิดเดินรถแล้วในวันที่2ธันวาคมนี้!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ส่วนของประเทศไทยซึ่งทำสัญญากันก่อนลาวเพิ่งสร้างเสร็จเพียง3.5กิโลเมตรที่บ้านกลางดงถึงปางอโศก ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านการคมนาคมที่น่าอับอายที่สุดชิ้นเอกของโลก เนื่องจากไม่มีใครสร้างทางรถไฟ 3.5 กิโลเมตรมาก่อนเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ทางรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางสายไหมจีน-เวียดนามก็กำลังไกล้จะเปิดเดินรถจากคุนหมิงถึงฮานอยในเร็วๆนี้แล้ว ในขณะที่ยังมีเส้นทางรถไฟปกติจากเวียตนามถึงกวางสีที่ใช้ในการขนส่งสินค้าอยู่แล้ว
จากนั้นก็จะเชื่อมลงใต้เข้าสู่เขมรที่สีหนุวิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นต่อไปนี้ถ้าคนไทยจะไปจีนหรือตะวันออกกลางหรือยุโรปหรือรัสเซีย โดยรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางสายไหมก็ต้องไปขึ้นรถไฟที่เวียงจันท์หรือต่อไปก็อาจไปขึ้นที่สีหนุวินของเขมร เพราะไทยกลายเป็นพื้นที่นอกเส้นทางสายไหมไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อายเขาบ้างไหม?
สภาพเช่นนี้ประเทศไทยจะสูญเสียโอกาสอย่างยิ่งเพราะนักท่องเที่ยวจากยุโรป ตะวันออกกลาง รัสเซียจีนมาเที่ยวไทยโดยรถไฟความเร็วสูงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จะเป็นการดีที่สุดถ้าเร่งสร้างรถไฟความเร็วสูงจากหนองคายถึงเวียงจันท์ระยะทางแค่16กิโลเมตร ให้เร็วที่สุด ก็จะเป็นเส้นทางเชื่อมไทยกับเส้นทางสายไหมทั่วโลกได้ เพราะเพียงสถานีเดียว ใช้เงินลงทุนแค่ 30,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลไทยหรือรัฐบาลลาวจะเป็นเจ้าภาพสร้างหรือสร้างร่วมกันหรือให้สัมปทานก็ได้ และถ้าทำกันจริงๆก็ไม่ต้องลงเงิน เพราะได้มีการเจรจากับประธาน aiib&amp;nbsp; ให้สนับสนุนทางการเงินอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว ก็ยังไม่คืบหน้า ไม่รู้ว่าไอ้โม่งตัวไหนไปเตะตัดขาขวางไว้ ซึ่งจะส่งผลเท่ากับปิดพรมแดนด้านเหนือ -อิสานนั่นเอง
แม้มีการประชุมร่วมกันที่ปักกิ่งถึง2ครั้งแล้วก็ยังไม่ไปไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่คิดจะถือเรื่องนี้เป็นวาระสำคัญแล้วผลักดันให้สำเร็จหรือครับ เพราะจะเป็นผลงานชิ้นเอกของรัฐบาลได้สักเรื่องหนึ่ง เพราะเป็นเรื่องที่คิดอ่านทำขึ้นในยุคนี้
เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของชาติควรเร่งรัดให้สำเร็จโดยเร็วครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105988</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟความเร็วสูง, เส้นทางสายไหมลาว-จีน, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a66e21cb43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์ 29 มี.ค.นี้ รฟท.จ่อลงนามรถไฟไฮสปีดไทย-จีน 4 สัญญา มูลค่า 3.61 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13มี.ค.64 รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระบุว่า ในวันที่ 29 มี.ค. 2564 รฟท. เตรียมลงนามสัญญาจ้างในโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย&amp;ndash;จีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร&amp;ndash;หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วง กรุงเทพมหานคร&amp;ndash;นครราชสีมา) จำนวน 4 สัญญา รวมวงเงิน 36,154.16 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกอบด้วย 1.สัญญา 4-2 ช่วงดอนเมือง&amp;ndash;นวนคร ระยะทาง 21.80 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 8,626.80 ล้านบาท,&amp;nbsp;สัญญา 4-3 ช่วงนวนคร&amp;ndash;บ้านโพ ระยะทาง 23 กม. วงเงิน 11,525.36 ล้านบาท,&amp;nbsp;สัญญา 4-4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย วงเงิน 6,573 ล้านบาท และสัญญา 4-6 ช่วงพระแก้ว&amp;ndash;สระบุรี ระยะทาง 31.60 กม. วงเงิน 9,429 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายหลังการลงนาม 4 สัญญาในวันที่ 29 มี.ค.นี้นั้น รฟท. จะออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed : NTP) พร้อมทั้งเร่งรัดการออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เวนคืนที่ดินต่อไป โดยทั้ง 4 สัญญา จะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 36 เดือน (3 ปีนับจากวันออก NTP) ขณะที่สัญญาที่เหลือ เช่น สัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ&amp;ndash;พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กม. วงเงิน 9,913 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติม และรอลงนามสัญญาจ้าง, สัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ&amp;ndash;ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม. อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารประกวดราคา รวมถึงจะต้องรอความชัดเจนเนื่องจากโครงสร้างทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง&amp;ndash;สุวรรณภูมิ&amp;ndash;อู่ตะเภา) ซึ่งในขณะนี้ อยู่ระหว่างการเร่งรัดหาข้อสรุปการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้กระทบทั้ง 2 โครงการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95927</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟความเร็วสูง, รถไฟไทย-จีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c212d14e1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เชื่อมั่นรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกทม.ถึงโคราช ช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานส่งเสริมเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.63 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาจ้างงานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร (สัญญา&amp;nbsp;2.3)&amp;nbsp;ของโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา) ภายหลังเสร็จสิ้น นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรียืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการความร่วมมือฯ นี้ เนื่องจากเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเป็นกลไกในการพัฒนาประเทศ และภูมิภาค โดยเฉพาะหัวเมืองหลักตามแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะสามารถต่อยอดและพัฒนาเป็นเมืองศูนย์กลางของภูมิภาค เส้นทางนี้เปรียบเสมือนสายใยเชื่อมโยงไทยกับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระหว่างกันในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ และความเชื่อมโยงทางคมนาคม ตลอดจนส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนกับประชาชนให้มากยิ่งขึ้น การลงนามนี้เป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้พัฒนาเทคโนโลยีระหว่างกัน เชื่อมั่นว่าไทยจะนำองค์ความรู้มาสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ประเทศ และภูมิภาคต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีขอบคุณกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ และบริษัทคู่สัญญาของโครงการ ตลอดจนผู้ปฏิบัติงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ที่ล้วนเป็น &amp;ldquo;กำลังสำคัญ&amp;rdquo; ในการผลักดันโครงการให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการรถไฟความเร็วสูง โดยสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เปรียบดังคำกล่าวที่ว่า &amp;ldquo;ถง ซิน เสีย ลี่,&amp;nbsp;ซื่อ ซื่อ ซุ่น ลี่&amp;rdquo; หมายความว่า &amp;ldquo;น้ำหนึ่งใจเดียว ทุกเรื่องราบรื่น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82076</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, รถไฟความเร็วสูง, ไทย-จีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f993bffe0b4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เตรียมเป็นประธานลงนามรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-โคราช 253 กม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะเป็นประธานในพิธีการลงนามสัญญางาน ระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร (สัญญา 2.3) โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร &amp;ndash; หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร &amp;ndash; นครราชสีมา) โดยเป็นการลงนามระหว่างผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้บริหารรัฐวิสาหกิจจีน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และผู้แทนรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมเป็นฐานะสักขีพยาน จัดขึ้นที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สัญญา 2.3 วงเงิน 50,633.50 ล้านบาท โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ลงนามร่วมกับ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (CHINA RAILWAY INTERNATIONAL CO., LTD.) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์เปอเรชั่น (CHINA RAILWAY DESIGN CORPORATION) โดยมีขอบเขตงาน คือการวางระบบรางระยะทาง 253 กิโลเมตร งานระบบรถไฟความเร็วสูง ระบบไฟฟ้า ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบสื่อสาร งานจัดหาขบวนรถไฟ งานฝึกอบรมบุคลากรเพื่อการเดินรถและซ่อมบำรุง และงานถ่ายทอดเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระยะเวลาเริ่มต้นของสัญญาแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 1.การเริ่มต้นงานออกแบบระบบรถไฟความเร็วสูง และออกแบบระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนออกแบบขบวนรถไฟ 2.การเริ่มต้นงานฝึกอบรมบุคลากรเพื่อการเดินรถและซ่อมบำรุง และการถ่ายทอดเทคโนโลยี และ 3.การเริ่มต้นงานก่อสร้าง ติดตั้งงานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ระบบรถไฟความเร็วสูงที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลาสิ้นสุดสัญญา 64 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับโครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร &amp;ndash; นครราชสีมา 253 กิโลเมตร ประกอบด้วย 6 สถานี ประกอบด้วย กรุงเทพ(บางซื่อ) ดอนเมือง อยุธยา สระบุรี ปากช่อง และนครราชสีมา ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 179,412.21 ล้านบาท โดยฝ่ายไทยได้ลงทุนโครงการทั้งหมดและดำเนินการก่อสร้างงานโยธา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนฝ่ายจีนรับผิดชอบการออกแบบรายละเอียดงานโยธา ควบคุมงานการก่อสร้างโยธา ออกแบบและติดตั้งงานระบบรางและระบบไฟฟ้า เครื่องกล ระบบควบคุมการเดินรถและจัดนำขบวนรถไฟความเร็วสูง มีการแบ่งสัญญาก่อสร้างงานโยธาออกเป็น 14 สัญญา ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธาแล้วเสร็จ 1 สัญญา ช่วงกลางดง-ปางโศก อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง 1 สัญญา ช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ซึ่งมีความก้าวหน้าร้อยละ 42 รวมถึงเตรียมลงนามในสัญญาก่อสร้าง 9 สัญญา อยู่ในกระบวนการหาผู้รับจ้างอีก 3 สัญญา คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริหารรถไฟความเร็วสูงได้ในปี 2569 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81934</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รถไฟความเร็วสูง, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f8ffeaa96573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.เล็งส่งมอบงานรถไฟไทย-จีน ช่วงแรกระยะทาง3.5 กม.ให้รฟท.ภายในเดือนนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ย.63-นายอภิรัฐ &amp;nbsp;ไชยวงศ์น้อย รองอธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟช่วงกรุงเทพมหานคร &amp;ndash; หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร &amp;ndash; นครราชสีมา) ช่วงที่ 1 กลางดง &amp;ndash; ปางอโศก กม.150+500 &amp;ndash; 154+000 ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นไปตามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมทางหลวง กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยให้กรมทางหลวงดำเนินการก่อสร้างให้ ประกอบด้วยงานหลักๆ 5 งาน&amp;nbsp; ทั้งนี้ ได้แก่ งานย้ายรางรถไฟเดิม งานดินตัดและงานถมวัสดุในหน้าตัดคันทางรถไฟความเร็วสูง งานชั้นวัสดุ Top Layer หรือ งานบดอัดวัสดุก่อนงานวางรางและหินโรยทาง งานคอนกรีตประกอบคันทางรถไฟความเร็วสูง และงานถนนบริการขนานกับคันทางรถไฟความเร็วสูง ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันกรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ 100% และคาดว่าจะส่งมอบงานให้การรถไฟแห่งประเทศไทยภายในเดือนกันยายน 2563 โดยโครงการนี้จะถือเป็นต้นแบบในการดำเนินงานในช่วงต่อไปของโครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้ทราบถึงกระบวนการทำงาน คุณภาพของวัสดุ ทำให้สามารถใช้วัสดุภายในประเทศให้มากที่สุด ซึ่งกรมทางหลวงได้ปรับปรุงคุณภาพวัสดุ เช่น คอนกรีต เหล็กเส้น และงานชั้นวัสดุ Top Layer ให้มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานรถไฟความเร็วสูง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงไทย &amp;ndash; จีน ช่วงที่ 1 กลางดง &amp;ndash; ปางอโศกใช้เวลาดำเนินการทั้งสิ้น 2 ปี 6 เดือน ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างค่อนข้างมาก เนื่องจากต้องใช้กระบวนการทำงานของกรมทางหลวงเองมาประยุกต์ให้เข้ากับกระบวนการทำงานของรถไฟความเร็วสูงโดยผู้ควบคุมงานจากประเทศจีน ซึ่งทางกรมทางหลวงได้ทำงานควบคู่กับการศึกษาและเรียนรู้ เพื่อให้สามารถใช้วัสดุภายในประเทศให้ได้มากที่สุดและที่ผ่านมาได้นำเข้าวัสดุจากประเทศจีน 2 รายการ ได้แก่ ผ้าใบกันความชื้น และสายดิน คิดเป็น 2% ของมูลค่าก่อสร้างรวมทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังได้จัดทำคู่มือการก่อสร้างคันทางรถไฟความเร็วสูงตามประสบการณ์การทำงานกับผู้ควบคุมจากประเทศจีน เพื่อให้ความรู้กับผู้ที่สนใจหรือผู้รับจ้างอื่นๆต่อไป สำหรับ โครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง จะช่วยเสริมสร้างโครงข่ายการคมนาคมของประเทศรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และการคมนาคมขนส่งถึงประเทศจีน อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78327</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง(ทล.), การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), รถไฟความเร็วสูง, รถไฟช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย, อภิรัฐ  ไชยวงศ์น้อย, ไทย-จีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6abc34d9344.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจงเป็นพายุ!&#039;ศักดิ์สยาม&#039;ยันรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบินไม่เอื้อเอกชน  อยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.63 -นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา และ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก EEC ยืนยันว่า โครงการไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดทั้งสิ้น การทำสัญญา ไม่เอื้อเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม ชี้แจงเรื่องความสัมพันธ์ของนายกรัฐมนตรี กับบริษัทเอกชน ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีการเอื้อให้กับบริษัทเอกชนใดบริษัทหนึ่ง เพราะมีเอกชนซื้อเอกสารการคัดเลือกถึง 31 ราย เป็นการพิจารณาคัดเลือกเอกชนโดยอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ประเทศ และขอรับเงินสนับสนุนน้อยที่สุดส่วนรูปแบบการประมูลมัดรวม ไม่แยกการพัฒนาโครงสร้าง กับการพัฒนาที่ดินเข้าด้วยกัน รมว.คมนาคม ชี้แจงว่า เป็นการนำเอาศักยภาพของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อลดภาระงบประมาณเงินสนับสนุนของภาครัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีข้อกล่าวหาที่ว่าการเซ็นสัญญาล่าช้า มีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการส่งมอบที่ดิน มีการส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนเพิ่มมากขึ้นกว่าที่กำหนดในเอกสารคัดเลือก นั้น นายศักดิ์สยาม ชี้แจงว่า เพราะเอกสารการคัดเลือกเอกชนได้กำหนดไว้ว่าให้ส่งมอบพื้นที่มากกว่าร้อยละ 50 หลังจากเจรจากับเอกชน เพื่อให้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เสร็จตามนโยบายรัฐบาล และการรถไฟแห่งประเทศไทยสามารถดำเนินการส่งมอบพื้นที่ได้ จึงได้กำหนดสัดส่วนการส่งมอบพื้นที่ประมาณร้อยละ 70 ซึ่งที่ดินทั้งหมดจะตกเป็นของแผ่นดิน โดยให้เอกชนขนส่งมอบพื้นที่กลับหลังก่อสร้างเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้ออภิปรายที่ว่า มีการลดค่าปรับ เอื้อสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นในการเปลี่ยนแนว ทำ Spur line / สิทธิ First Right นายศักดิ์สยาม ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจาก เป็นการพิจารณาค่าปรับให้สอดคล้องตามสัดส่วนงานที่เอกชนรับไปดำเนินงาน ซึ่งอัยการสูงสุดได้ตรวจพิจารณาเห็นชอบแล้ว
สำหรับการย้ายสถานีหรือ Spur line / สิทธิ First Right ได้กำหนดหลักการไว้ในเอกสารเงื่อนไขการร่างข้อเสนอ (RFP) และมติ ครม.ที่อนุมัติ ไม่มีข้อใดขัดกับหลักการ เอกชนเปลี่ยนตำแหน่งสถานีได้ เพื่อประโยชน์และตามความเห็นชอบของ รฟท. เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้โครงการ &amp;nbsp;EEC เดินหน้าไปได้ 3 โครงการ คือ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการขยายสนามบินอู่ตะเภา และโครงการที่ท่าเรือแหลมฉบัง สิ่งที่ นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ดำเนินการต่อไป คือให้สภาพัฒน์ฯ ศึกษาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และที่สำคัญคือเขตเศรษฐกิจภาคใต้ ทั้ง 5 เขตเศรษฐกิจ ที่นายกรัฐมนตรี ตั้งใจจะทำให้เกิดขึ้นในประเทศไทยทำให้มีการพัฒนาความเจริญทั้งประเทศ เนื่องจากเราเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ผมเคยถามท่านว่า ใช้เวลาก่อสร้างหลายปี เราจะได้ใช้หรือ ท่านตอบกลับมาว่า คุณทำไปเถิด ผมต้องการทำสิ่งเหล่านี้ให้ประเทศไทย พวกเราต้องทำให้กับคนไทยทุกคน ให้มีความเจริญก้าวหน้าและมีชีวิตที่ดีมากขึ้น&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58141</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รถไฟความเร็วสูง, รมช.คมนาคม, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e54d1cc98a14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
