<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2020 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2020 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัยการธนกฤต&#039;ยกกรณีศาลยกฟ้องคดีรถไฟชนรถรับส่งนักเรียนที่บุรีรัมย์ปี52 เทียบกรณีรถไฟชนรถบัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.63- &amp;nbsp;ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวให้ความเห็นข้อกฎหมายกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถบัสทอดกฐินที่ จ.ฉะเชิงเทรา ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่เกิดอุบัติเหตุขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าคอนเทนเนอร์เฉี่ยวชนรถบัสที่บรรทุกผู้โดยสาร &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่จะเดินทางไปทอดกฐิน ที่จุดตัดทางรถไฟบริเวณป้ายหยุดรถคลองแขวงกลั่น จังหวัดฉะเชิงเทรา ขณะที่ขบวนรถไฟผ่านสถานีคลองบางพระ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากนั้น ตามข้อเท็จจริงที่กระทรวงคมนาคมและการรถแห่งประเทศไทย (รฟท.) แถลง ได้ความว่า บริเวณจุดตัดที่เกิดเหตุเป็นถนนเสมอระดับทางรถไฟและเป็นทางผ่านที่ยังไม่ได้รับอนุญาต (หรือที่เรียกว่าทางลักผ่าน) โดยบริเวณจุดตัดนี้ไม่มีเครื่องกั้นถนนข้ามทางรถไฟ แต่ รฟท. ได้ติดตั้งป้ายสัญญาณจราจรและสัญญาณไฟเตือนไว้เพื่อช่วยในด้านความปลอดภัยของผู้ขับขี่ และในขณะเกิดเหตุพนักงานขับรถไฟได้เปิดหวีดสัญญาณเตือนเป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เคยมีอุบัติเหตุที่มีลักษณะของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายคลึงกันเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2552 ที่ขบวนรถไฟได้พุ่งชนรถบรรทุก 6 ล้อ รับส่งนักเรียนที่แยกหนองแสง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ทำให้เด็กนักเรียนและคนขับรถรับส่งนักเรียนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุรวม 9 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก โดยบริเวณจุดตัดทางรถไฟที่เกิดเหตุไม่มีเครื่องกั้นถนนข้ามทางรถไฟ แต่ รฟท. ได้ติดตั้งป้ายสัญญาณจราจรประเภทเตือน หยุด และสัญญาณไฟเตือนไว้เพื่อช่วยในด้านความปลอดภัยของผู้ขับขี่ และในขณะเกิดเหตุพนักงานขับรถไฟได้เปิดหวีดสัญญาณเตือนเป็นระยะ เช่นเดียวกับลักษณะของอุบัติเหตุในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีอุบัติเหตุที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ นี้ ฝ่ายผู้เสียหายซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้ยื่นฟ้อง รฟท. ต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ และศาลจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2552 วินิจฉัยว่า จุดที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางข้ามรถไฟ อยู่ในเขตเทศบาล มีประชาชนสัญจรไปมาพลุกพล่านตลอดเวลา แต่ รฟท. กลับไม่ติดตั้งเครื่องกั้น ทั้งที่ รฟท. มีหน้าที่ดูแลกิจการด้านรถไฟของประเทศไทย ทั้งด้านการจัดระเบียบเกี่ยวกับความปลอดภัย การให้บริการ และความสะดวกต่าง ๆ ของกิจการรถไฟ แต่กลับปล่อยปะละเลย และไม่มีพนักงานควบคุมดูแลประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจังหวัดบุรีรัมย์จึงเห็นว่า รฟท. ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ไม่ทำการติดตั้งเครื่องกั้นรถไฟ จนก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงดังกล่าว จึงพิพากษาให้ รฟท. รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับโจทก์ผู้เสียหายเป็นจำนวนเงินกว่า 14 ล้านบาท รฟท. ยื่นอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ผู้เสียหายฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาที่ 4070/2560 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2560 วินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟแลทางหลวง พ.ศ. 2464 มาตรา 72 กำหนดว่า เมื่อทางรถไฟผ่านข้ามถนนสำคัญเสมอระดับ ให้ทำประตูหรือขึงโซ่หรือทำราวกั้นขวางถนนหรือทางนั้นตามที่เห็นสมควร และมาตรา 73 กำหนดว่า เมื่อถนนที่ต้องผ่านข้ามไปนั้นไม่สำคัญพอถึงกับต้องทำประตูกั้นแล้ว ให้พนักงานขับรถจักรเปิดหวีดก่อนที่รถจะผ่านข้ามถนน กับให้ทำเครื่องหมายสัญญาณอย่างถาวรปักไว้ให้เห็นอย่างชัดเจนบนถนนและทางนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น หากถนนบริเวณจุดตัดกับทางรถไฟไม่ใช่ถนนสำคัญแล้ว รฟท. ก็ไม่จำเป็นต้องทำเครื่องกั้น แต่ต้องทำเครื่องหมายสัญญาณอย่างถาวรปักไว้บนถนนและทางที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ฉะนั้น ถึงแม้ รฟท. จะไม่ได้ทำประตูหรือขึงโซ่หรือทำราวกั้นขวางถนนก็ตาม แต่ รฟท. ก็ได้ทำเครื่องหมายสัญญาณอย่างถาวร คือ เสาไฟสัญญาณและป้ายที่มีคำว่าหยุด ปักไว้ให้เห็นได้อย่างชัดเจนบนถนนและทางก่อนที่รถจะแล่นข้ามทางรถไฟ อีกทั้ง พนักงานขับรถไฟของ รฟท. ซึ่งเป็นผู้ขับรถไฟขบวนที่เกิดเหตุก็ได้เปิดหวีดก่อนที่จะถึงจุดตัดทางรถไฟกับถนนแล้ว จึงฟังได้ว่า รฟท. ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. จัดวางการรถไฟแลทางหลวงฯ มาตรา 73 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การที่มาตรา 72 บัญญัติให้ทำประตูหรือขึงโซ่หรือทำราวกั้นขวางถนนหรือทางตามที่เห็นสมควร และมาตรา 73 บัญญัติถึงกรณีที่ถนนที่ต้องผ่านข้ามไปนั้นไม่สำคัญพอถึงกับต้องทำประตูกั้น แสดงให้เห็นว่ากฎหมายไม่ได้บังคับให้ รฟท.ต้องทำเครื่องกั้นเสมอไป แต่ให้เป็นดุลพินิจของ รฟท. หากเห็นว่าเป็นถนนไม่สำคัญก็ไม่ต้องทำประตูหรือราวกั้น เพียงแต่ต้องปฏิบัติอย่างอื่นให้ครบถ้วนตามมาตรา 73 ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่โจทก์ผู้เสียหายอ้างว่า รฟท. จะต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ประจำหรือมีเครื่องกั้นอัตโนมัติ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่ว่าจุดตัดนั้นจะเป็นทางสำคัญหรือไม่ จึงเป็นเรื่องที่บังคับให้ รฟท. จำเลย กระทำนอกเหนือไปจากบทบัญญัติของกฎหมาย พยานหลักฐานของ รฟท. จำเลย มีน้ำหนักรับฟังได้ดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ จึงรับฟังไม่ได้ว่า รฟท. กระทำประมาทเลินเล่อทำให้เกิดอุบัติเหตุในคดีนี้ พิพากษายืนยกฟ้องโจทก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีอุบัติเหตุที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ยกมาให้ดูนี้ มีข้อสังเกตว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 มีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีเท่านั้น ไม่ได้มีผลผูกพันไปถึงคดีอื่น ๆ ด้วยถึงแม้จะมีข้อเท็จจริงในคดีเป็นอย่างเดียวกัน และประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้ระบบประมวลกฎหมาย หรือระบบ Civil Law ดังนั้น คำพิพากษาของศาลจึงไม่มีผลผูกพันเป็นกฎหมายให้ศาลอื่นต้องยึดถือตัดสินตามเหมือนกับคำพิพากษาของศาลในประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายจารีตประเพณี หรือระบบ Common Law &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่คำพิพากษาของศาลสูงมีผลผูกพันเป็นกฎหมายบังคับให้ศาลอื่นต้องตัดสินตามหากมีข้อเท็จจริงในคดีเป็นอย่างเดียวกัน ภายใต้หลัก The Rule of Precedent หรือ Stare Decisis&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น หากคดีอุบัติเหตุรถไฟชนรถบัสทอดกฐินที่จังหวัดฉะเชิงเทรานี้ขึ้นสู่การพิจารณาคดีในศาล ผลของคดีก็อาจจะแตกต่างไปจากที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้ในคดีรถไฟชนรถรับส่งนักเรียนที่จังหวัดบุรีรัมย์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในท้ายที่สุดนี้ ถึงแม้คดีรถไฟชนรถรับส่งนักเรียนที่จังหวัดบุรีรัมย์ ศาลฎีกาจะพิพากษาว่า ฝ่าย รฟท. ไม่ได้ประมาทเลินเล่อ แต่หากพิจารณาถึง พ.ร.บ. จัดวางการรถไฟแลทางหลวงฯ มาตรา 72 และมาตรา 73 ที่ได้กล่าวไปแล้ว น่าจะเห็นได้ถึงบทบัญญัติของกฎหมายที่สุ่มเสี่ยงจะกระทบกับความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะบทบัญญัติที่ให้อำนาจ รฟท. เป็นผู้มีอำนาจใช้ดุลพินิจพิจารณาได้เองตามที่เห็นสมควรโดยลำพังว่า ถนนที่ต้องผ่านข้ามไปนั้นมีความสำคัญเพียงพอที่จะต้องทำเครื่องกั้นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บทบัญญัติตามมาตรา 72 และ มาตรา 73 ของ พ.ร.บ. จัดวางการรถไฟแลทางหลวง พ.ศ. 2464 ดังกล่าว ประกอบกับ พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 มาตรา 16 และมาตรา 17 &amp;nbsp;ได้ใช้บังคับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 นับจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาร่วม 99 ปีแล้ว ทำให้กฎหมายในส่วนนี้ล้าสมัย ไม่เหมาะสม และขาดหลักเกณฑ์การบังคับใช้กฎหมายที่แน่นอนชัดเจน จนอาจจะทำให้กล่าวถึง พ.ร.บ. จัดวางการรถไฟและทางหลวงฯ ได้ว่า เป็นกฎหมายโบราณนานนมที่ยิ่งกว่าชราภาพเสียอีก ซึ่งหน่วยงานและผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องควรร่วมกันพิจารณาถึงแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. จัดวางการรถไฟแลทางหลวงฯ ในส่วนที่ยังคงใช้บังคับอยู่ โดยเฉพาะมาตรา 72 และ มาตรา 73 ให้มีความเหมาะสม มีหลักเกณฑ์การบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจน ทันสมัย และมีความปลอดภัยต่อประชาชนต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80335</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกฤต วรธนัชชากุล, รถไฟชนรถบัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200808/image_big_5f2e9e558244f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมลุยแก้35 จุดเสี่ยงตัดทางรถไฟสั่งดูแลผู้บาดเจ็บ-ญาติผู้เสียชีวิตเหยื่อรถไฟชนรถบัสกฐินเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.2563 นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ เปิดเผยถึงกรณีการเกิดอุบัติเหตุขบวนรถคอนเทนเนอร์ที่ 852 เดินระหว่างสถานีแหลมฉบัง สถานีปลายทางลาดกระบัง (ICD) ชนกับรถบัสโดยสาร หมายเลขทะเบียน 30-1476 พระนครศรีอยุธยา ที่นำคณะผู้โดยสารจากจังหวัดสมุทปราการไปทอดกฐินที่วัดบางปลานัก อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทราว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 19 ราย และบาดเจ็บ 44 ราย ในจำนวนผู้บาดเจ็บดังกล่าว เดินทางกลับบ้านแล้ว 31 ราย ส่วนที่เหลือยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพุทธโสธร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีข้อสั่งการให้นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม รวมถึงกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กรมการขนส่งทางราง (ขร.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ โดย รฟท.ได้จัดตั้งศูนย์ One Stop Service (ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเฉพาะกิจตลอด 24 ชั่วโมง) ซึ่งในเบื้องต้น รฟท.จะดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และช่วยเหลือเงินค่าจัดการศพแก่ญาติผู้เสียชีวิต โดยสามารถติดต่อประสานงานได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-272-5068 ตลอด 24 ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า หัวรถจักรได้รับความเสียหายที่กระจกหน้าแตกร้าว ด้านข้างรถจักรมีรอย และมีตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ได้รับความเสียหาย 5 ตู้ ฉีกขาด 1 ตู้ และบุบ 5 ตู้ ขณะที่ รถบัสคันดังกล่าวนั้น ภาษีสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2563 ขณะนี้ อยู่ระหว่างทำเรื่องการโอนรถ แต่ผู้ประกอบการได้จัดให้มีประกันภัยภาคบังคับกับบริษัท อาคเนย์ประกันภัย ผู้เสียชีวิตได้รับการชดใช้เป็นเงิน 500,000 บาท/คน ผู้บาดเจ็บได้รับการชดใช้ 80,000 บาท/คน และมีประกันภัยภาคสมัครใจประเภท 3 กับบริษัท สินมั่นคงประกันภัย คุ้มครองการเสียชีวิต 500,000 บาท/คน รวมแล้วไม่เกิน 10 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดรถไฟ กระทรวงคมนาคม ได้ร่วมประชุมหารือ เพื่อติดตามสถานการณ์ และร่วมกันพิจารณาขั้นตอน/มาตรการเชิงป้องกัน และการดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยแบ่งเป็น ระยะเร่งด่วน ซึ่ง รฟท. จะเร่งดำเนินการปรับแก้ไขสัญญาณเตือน บริเวณจุดเกิดเหตุให้พร้อมใช้งานภายใน 7 วัน นอกจากนี้ รฟท.จะเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและอนุญาตแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟระดับจังหวัด เพื่อเร่งรัดพิจารณาติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติ ก่อนเสนอคณะกรรมการฯ โดยมีตนเป็นประธาน เพื่อพิจารณาอนุญาตชั่วคราว และดำเนินการติดตั้งในจุดเกิดเหตุดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ จะใช้งบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) มาดำเนินการ ซึ่งที่ผ่านมาการติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติ จะใช้งบประมาณจุดละประมาณ 4-5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายศักดิ์สยาม ยังได้สั่งการให้ รฟท. ไปดำเนินการสำรวจ และตรวจสอบจุดตัดทางลักผ่านในแนวเส้นทางรถไฟทางคู่และรถไฟทางสาม ที่เกิดอุบัติเหตุซ้าซ้อนที่ถือว่า มีความเสี่ยงสูง และประสานหน่วยงานเจ้าของถนนทางผ่าน ก่อนดำเนินการติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติโดยเร่งด่วนเป็นการชั่วคราว รวมถึงตรวจสอบจุดตัดทางลักผ่านที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมทั้งประสานหน่วยงานเจ้าของถนนทางผ่าน เพื่อพิจารณาจุดตัดที่จะต้องติดตั้งเครื่องกั้นทางรถไฟอัตโนมัติ ส่วนทางลักผ่านขนาดเล็กหากพิจารณาว่าจะต้องดำเนินการปิด ให้ไปรวมจุดตัดทางรถไฟโดยก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ (Collector Road) เพื่อข้ามทางบริเวณจุดที่ปลอดภัยแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้มอบหมาย ให้ ขร. ไปดำเนินการศึกษา เพื่อลดอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ โดยใช้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุน กปถ.ในปี 2564-2565 วงเงิน 29.5 ล้านบาท ศึกษาและออกแบบจุดตัดรถไฟที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน (Dark Spot) ในระหว่างปี 2558-2562 ที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขจำนวน 35 แห่ง โดยคาดว่าจะได้รายละเอียดผลการศึกษาเบื้องต้นภายใน 6 เดือน และได้ข้อสรุปทั้งหมดภายในต้นปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลสถิติ พบว่าปัจจุบันมีจุดตัดทั่วประเทศทั้งสิ้น 2,684 แห่ง แบ่งเป็นจุดตัดต่างระดับ 406 แห่ง เสมอระดับ 2,278 แห่ง โดยจุดตัดเสมอระดับท่ีได้รับอนุญาตมีจานวน 1,657 แห่ง มีเครื่องกั้นแล้ว 1,450 แห่ง มีไฟกระพริบและป้ายสัญญาณเตือน 207 แห่ง และจุดตัดเสมอระดับประเภททางลักผ่าน จำนวน 621 แห่ง ขณะที่จุดตัดทางรถไฟที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำๆ ในปี 2558-2562 มีทั้งหมด 35 แห่ง โดยจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ ได้แก่ จุดทางลักผ่านบริเวณแก่งคอย-บ้านช่องใต้, ทางลักผ่านชุมทางหาดใหญ่-คลองแงะ, หนองปลาดุก-สุพรรณบุรี, บ้านพะเนา-ชุมทางถนนจิระ และสารภี-ป่าเส้า ซึ่งจะมีทั้งจุดลักผ่าน จุดที่ไม่มีเครื่องกั้น และจุดที่มีเครื่องกั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ของ รฟท. ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และที่จะดำเนินการในอนาคตนั้น ยืนยันว่า จะมีการดำเนินการติดตั้งรั้วกั้นสองข้างทางรถไฟ (Fencing) พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับให้เป็นจุดตัดทางรถไฟต่างระดับทั้งหมด สาหรับกรณีรถไฟทางคู่และทางสายใหม่ที่อยู่ในแนวเส้นทางเดียวกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) จะดำเนินการบูรณาการภายใต้แผนแม่บทมอเตอร์เวย์-รถไฟทางคู่ (MR-MAP)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80259</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดตัดรถไฟ, พิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน, รถไฟชนรถบัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f843b0c6bfe9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯจ่อเอาผิดรถบัสขนคนไปงานกฐิน ผิด 3 กระทงปรับแสนห้าหมื่นบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ต.ค.63-รายงานข่าวจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) แจ้งว่า ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมให้ความช่วยเหลือ กรณีเกิดอุบัติเหตุรถไฟบรรทุกสินค้าขบวนที่ 5102 ชนรถโดยสารไม่ประจำทางคันหมายเลขทะเบียน 30-1476 พระนครศรีอยุธยา ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 18 ราย และมีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดบริเวณจุดตัดทางข้ามรถไฟสถานีรถไฟคลองแขวงกลั่น อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 11 ต.ค.63 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบรายละเอียดพบว่า เป็นรถโดยสารไม่ประจำทางคันหมายเลขทะเบียน 30-1476 พระนครศรีอยุธยา บรรทุกผู้โดยสารเป็นพนักงานบริษัท เพอร์เฟคโปรดักซ์ จำกัด จำนวน 57 ราย ออกจาก จ.สมุทรปราการ เวลา 06.30 น. มุ่งหน้าไปทอดกฐินที่ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเวลาประมาณ 08.05 น. ขณะกำลังขับผ่านจุดตัดทางข้ามรถไฟที่ไม่มีเครื่องกั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามพนักงานขับรถบัสโดยสารสังเกตเห็นรถไฟบรรทุกสินค้าขบวนที่ 5102 กำลังเล่นมาด้วยความเร็วและพนักงานขับรถบัสโดยสารพยายามหยุดรถแต่รถเกิดลื่นไถลพุ่งไปชนกับหัวขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าขบวนดังกล่าว ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 18 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวน 39 ราย นำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพุทธโสธร และโรงพยาบาลบ้านโพธิ์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถโดยสารคันเกิดเหตุ เป็นลักษณะรถโดยสารไม่ประจำทาง หมายเลขทะเบียน 30-1476 พระนครศรีอยุธยา วันสิ้นอายุภาษี 30 ก.ย.63 ตรวจสภาพครั้งสุดท้ายวันที่ 8 ต.ค.62 โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชื่อผู้ประกอบการห้างหุ้นส่วนจำกัด รวิสรา เอ็กซ์เพรส ใบอนุญาตประกอบการเลขที่ อย. 42/2563 วันสิ้นอายุใบอนุญาต 21 ก.พ.68 เบื้องต้นรถมีประกันภัยประเภท 3 บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด สิ้นอายุวันที่ 30 ก.ย.64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนพนักงานขับรถ ชื่อนายบุญส่ง สวนยิ้ม ใบอนุญาตขับรถทุกประเภทชนิดที่ 2 เลขที่ใบอนุญาต 01068/39 ออกโดย สำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ วันอนุญาต 28 พ.ย.2539 วันสิ้นอายุ 26 ธ.ค.63 (เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ) ทั้งนี้ความเร็วตรวจสอบโดยระบบ GPS ครั้งสุดท้ายตรวจสอบเวลา 08.05.27 น. 44 กม./ชม. และไม่พบความเร็วเกินและไม่พบชั่วโมงการทำงานเกินในวันที่ 11 ต.ค.63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุเบื้องต้นรถที่เกิดเหตุมีประกันไว้ 2 ประเภท คือ 1.มีประกันพรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยฯ หมดอายุ 30 ก.ย.64 และ 2.มีประกันภัยประเภท 3 บ.สินมั่นคง หมดอายุวันที่ 30 ก.ย.64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เบื้องต้นพบผู้ประกอบการมีฐานความผิดดังนี้ 1.บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง ตามมาตรา 32(3), 131 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท 2.ใช้รถทำการขนส่งโดยไม่ชำระภาษีประจำปีให้ครบถ้วนถูกต้องตามมาตรา 71(2), 148 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และ 3.ผู้ประกอบการขนส่งไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัย ตามมาตรา 36, 131 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท โดยจะดำเนินการเรียกตัวผู้ประกอบการ มาสอบสวนพิจารณาลงโทษต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80209</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), รถไฟชนรถบัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f83b8e845adf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คมนาคม&#039; สั่งรฟท.รวมข้อมูลจุดตัดรถไฟฯทั่วประเทศเร่งแก้ปัญหาหวั่นเกิดเหตุซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่วันนี้ (11 ต.ค. 2563) เมื่อเวลา 08.05 น. เกิดเหตุขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าคอนเทนเนอร์ที่ 852 ดีเซลเลขที่ 5102 เดินทางระหว่างสถานีแหลมฉบัง-สถานีหัวตะเข้ ได้เฉี่ยวชนรถโดยสาร (คณะกฐินของผู้โดยสารเป็นพนักงานโรงงานเพอร์เฟค จ.สมุทรปราการ ประมาณ 50-60 คน กำลังนำกฐินไปทอดถวายที่วัดบางปลานัก ต.หนามแดง อ.เมืองจ.ฉะเชิงเทรา) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน ผู้บาดเจ็บ 44 คนนั้น

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม จึงได้รายงานผลการสอบสวนเบื้องต้นให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าดังกล่าว ได้ทำขบวนผ่านสถานีคลองบางพระ และเกิดเหตุขณะทำขบวน ก่อนถึงบริเวณป้ายหยุดรถคลองแขวงกลั่น โดยจุดที่เกิดเหตุนั้น เป็นทางลักผ่าน กม. 50+031 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ติดตั้งป้ายหยุด ป้ายและสัญญาณไฟเตือน เพื่อช่วยในด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่

อย่างไรก็ตามโดยในช่วงเกิดเหตุมีรถบัสโดยสารขับผ่านจุดตัดบริเวณดังกล่าว ซึ่งพนักงานขับรถไฟได้ปฏิบัติตามข้อบังคับการเดินรถโดยการเปิดหวูดเตือนก่อนจะถึงจุดตัดเสมอระดับทาง แต่ด้วยระยะที่กระชั้นชิดทำให้สามารถหยุดขบวนรถได้ทัน จนทำให้เกิดเหตุเฉี่ยวชนรถบัสโดยสารหมายเลขทะเบียน 30-1476 พระนครศรีอยุธยา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ได้สั่งการให้นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการ รฟท. เข้าไปดูแลผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งประสานงานกับกรมขนส่งทางบก (ขบ.) เพื่อขอใช้งบประมาณจากกองทุนความปลอดภัยทางถนน (กปถ.) นำมาศึกษาวิธีการแก้ปัญหาอย่างถาวร หากงบประมาณกองทุน กปถ.ไม่เพียงพอ ให้ทำเรื่องเสนอขอรับการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายงบกลาง เพื่อนำมาดำเนินการต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ รฟท. ไปตรวจสอบสาเหตุและวิธีป้องกันแก้ไขปัญหาโดยด่วน ซึ่ง รฟท. จะต้องเข้าไปพิจารณาบริเวณจุดตัดทางรถไฟอื่นๆ ที่มีความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอย ขณะเดียวกัน รฟท. จะต้องไปดำเนินการรวบรวมข้อมูลจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศด้วย โดยแยกประเภทว่า มีการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยหรือไม่ จากนั้นให้สรุปรายละเอียด และรายงานกลับมายังกระทรวงคมนาคม

ด้านนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พร้อมด้วยนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) รวมถึงคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องของ รฟท. โดยได้สั่งการตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบเหตุโดยมีนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ช่วยผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ เป็นหัวหน้าศูนย์ในการประสานงานเกี่ยวกับอุบัติเหตุในครั้งนี้ และทำหน้าที่ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ขบ. จังหวัดฉะเชิงเทรา บริษัทประกันภัย และโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งได้กำชับเจ้าหน้าที่ รฟท. ทุกฝ่ายให้ดูแลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ รฟท. จะรายงานความคืบหน้าต่อไป

รายงานข่าวจาก รฟท. ระบุว่า รถบัสโดยสารขับผ่านจุดตัดบริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว พนักงานขับรถไฟได้ปฏิบัติตามข้อบังคับโดยการเปิดหวูดเตือนก่อนจะถึงจุดตัดเสมอระดับทาง แต่ด้วยระยะที่กระชั้นชิดทำให้ไม่สามารถหยุดขบวนรถได้ทัน จนทำให้เกิดเหตุเฉี่ยวชนรถบัสโดยสารหมายเลขทะเบียน 30-1476 พระนครศรีอยุธยา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย และได้รับบาดเจ็บ 44 ราย กลับบ้านแล้ว 31 รายโดยรักษาตัวที่ รพ.พุทธโสธร 22 ราย (ออกจาก รพ.พุทธโสธรแล้ว 9 ราย)&amp;nbsp; รพ.เกษมราษฎร์ 7 ราย รพ.คลองเขื่อน 6 ราย และ รพ.บ้านโพ 9 ราย (ออกจาก รพ.แล้วทั้งหมด)

สำหรับจุดตัดทางถนนและทางรถไฟนั้น มีทั้งสิ้น 2,684 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย เสมอระดับ 2,278 จุด (ได้รับอนุญาต 1,657 จุด และทางลักผ่าน 621 จุด), ทางลอด 214 จุด และทางข้าม 192 จุด ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติอุบัติเหตุจุดตัดทางรถไฟในช่วงปีงบประมาณ 2558-2562 พบว่า มีจำนวนอุบัติเหตุบริเวณจุดตัด จำนวน 383 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 371 ราย และมีผู้เสียชีวิต 138 ราย หรือเฉลี่ยในแต่ละปี เกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดเสมอระดับปีละประมาณ 77 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 74 ราย มีผู้เสียชีวิต 28 ราย

รายงานข่าว ระบุอีกว่า จากกรณีดังกล่าว สำหรับผู้เสียชีวิตนั้น ทายาทจะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม ประกอบด้วย 1.ค่าทำศพ&amp;nbsp; 40,000 บาท เนื่องจากเสียชีวิตไม่ใช่ระหว่างทำงาน&amp;nbsp; 2.เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต และ 3.เงินชราภาพ (กรณีที่ 2 และ 3 อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล และคำนวณจำนวนเงินสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับของผู้เสียชีวิตแต่ละราย)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80157</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟชนรถบัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82cc5bc41c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้บริหารคมนาคมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถบัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.63-รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม แจ้งว่านายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง(ขร.) นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแแดง ผู้ช่วยผู้ว่าการ (ด้านปฏิบัติการ) &amp;nbsp;รฟท. พร้อมเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางรางและพนักงาน รฟท. &amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีเมื่อเวลา08.05 น. เกิดอุบัติขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าคอนเนอร์ที่ 852 เดินระหว่างสถานีแหลมฉบัง-สถานีหัวตะเข้ ดีเซล5102 ทำขบวน ออกจากสถานีคลองบางพระ 08.02 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะทำขบวนถึงจุดตัดทางผ่านบริเวณเสาโทรเลขที่ 51/1บริเวณป้ายหยุดรถคลองแขวงกลั่น เป็นจุดตัดทางลักผ่าน (ถนนของ อบจ.ฉะเชิงเทรา) มีสัญญาณไฟกระพริบแต่ขัดข้อง &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.09น. ได้เฉี่ยวชนรถโดยสาร (คณะกฐินของผู้โดยสารเป็นพนักงานโรงงานเพอร์เฟค จ.สมุทรปราการ ประมาณ50-60คน กำลังนำกฐินไปทอดถวายที่วัดบางปลานัก ต.หนามแดง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ) มีผู้เสียชีวิต18 คน ผู้บาดเจ็บ 29 คน (รพ.บ้านโพธิ์ 5 คน และรพ.พุทธโสธร24 คน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขบวนรถไฟไม่ตกราง รถโดยสารกีดขวางทางเดิมแบะทางกลาง ปิดทางประธานเดิมและทางกลางระหว่างสถานีเปรง.-สถานีคลองบางพระ ตั้งแต่เวลา 08.30น. ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางรางอยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการศึกษาเพื่อลดอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80137</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้บริหารคมนาคม, รถไฟชนรถบัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82a0c9b0b0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเสียใจและสั่งช่วยเหลือประชาชนจากอุบัติเหตุรถไฟชนรถบัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 2563 &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบเหตุรถไฟบรรทุกสินค้าชนกับรถบัสของประชาชนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ โดยนายกรัฐมนตรีได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบริหารการแพทย์ฉุกเฉิน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และอำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิตให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้​ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้เพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่อไปในอนาคต​ นายกรัฐมนตรียังแสดงความห่วงใยประชาชน ในการเดินทางช่วงวันหยุดและอยู่ในช่วงการทำบุญทอดกฐิน เนื่องจากเป็นช่วงที่มีพายุเข้าไทยอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง ที่ลำบากขึ้นและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และขอให้หน่วยงาน เช่น กระทรวงคมนาคม ตำรวจ ทหาร ดูแลทั้งเส้นทางคมนาคม ให้เดินทางได้อย่างสะดวก และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่ควรหลีกเลี่ยง​ นอกจากนั้น ทหารและพลเรือนที่มีหน้าที่รับผิดชอบต้องเตรียมพร้อมสำหรับบรรเทาภัยหากเกิดขึ้น จะได้รีบช่วยเหลือได้ทันที รวมทั้งขอให้ประชาชนใช้ถนน ยานพาหนะขับขี่อย่างปลอดภัยด้วยความไม่ประมาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80130</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รถไฟชนรถบัส, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3b9af2a0b82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุบัติเหตุรถไฟชนรถบัสยอดเสียชีวิตพุ่ง 20 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลาประมาณ 10.50 น. วันที่ 11 ตุลาคม สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฉะเชิงเทรา ออกรายงานเหตุด่วนสาธารณภัยต่อกรณีดังกล่าว ระบุว่า เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2563 เวฃา 08.05 น. เกิดเหตุรถไฟชนรถบัส บริเวณสถานีรถไฟแขวงกลั่น หมู่ 7 ต.บางเตย อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา โดยเป็นรถไฟบรรทุกสินค้า (บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์) ที่ 852 เดินระหว่างสถานีแหลมฉบัง-สถานีหัวตะเข้ ชนกับรถบัสโดยสาร หมายเลขทะเบียน 30-1476 พระนครศรีอยุธยา นำผู้โดยสารประมาณ 60 คน ไปทอดกฐินวัดบางปลานัก เดินทางมาจาก จ.สมุทรปราการ ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณทางผ่าน มีสัญญาณเตือน แต่ไม่มีเครื่องกั้น รสบัสขวางในทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายไมตรี ไตรสิลานันท์ ผู้ว่าราชกาจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าอำนวยการสั่งการในพื้นที่ และสั่งการให้นายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ตำรวจ สนง.ปภ.จ.ฉะเชิงเทรา องค์การบริหารส่วนตำบลบางเตย หน่วยพยาบาลและหน่วยกู้ภัยเข้าดำเนินการช่วยเหลือ เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 20 ราย และผู้บาดเจ็บประมาณ 30 กว่าราย นำส่งโรงพยาบาลพุทธโสธร บ้านโพธิ์ คลองเขื่อน และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น สนง.ปภ.จ.ฉะเชิงเทรา ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ขนส่งจังหวัดฉะเชิงเทรา การรถไฟฉะเชิงเทรา บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมประกอบธุรกิจประกันภัย ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80129</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟชนรถบัส, สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฉะเชิงเทรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82709325d22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
