<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; เผยปัดข่าวหาช่องสกัดผลประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือ-อีสาน แจงให้รอฟังนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17​ มิ.ย.64 - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือและสายอีสาน ซึ่งสามารถลดต้นทุนการผลิตได้เพียง 0.08% จากราคากลางพร้อมกับตั้งคำถามว่า เหตุใดไม่ยึดสัญญาเช่นเดียวกับรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน ว่า ตนไม่ทราบในรายละเอียด ตนไม่รู้เรื่องตรงนี้และไม่เคยสัมผัสกับเรื่องนี้เลย ส่วนที่มีการยื่นคำร้องมายังนายกรัฐมนตรี ขณะนี้นายกฯได้รับหนังสือแล้วซึ่งกำลังดูอยู่ว่าจะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีคำสั่งให้ใช้ช่องทางทางกฎหมายสกัดสัญญาการประมูล​ นายวิษณุ​ กล่าวว่า​ เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ซึ่งไม่มีคำสั่งเช่นนั้นออกมา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รอเพียงคำสั่งนายกฯว่าจะออกมาในลักษณะใด ทั้งนี้​ ตนทราบเพียงว่ามีการยื่นคำร้องมาถึงนายกฯและปลัดสำนักนายกฯได้รับเรื่องและสรุปเรื่องส่งไปยังนายกฯ ส่วนอย่างอื่นนั้นเป็นเพียงแค่ข่าว ซึ่งต้องตรวจสอบกันต่อไป โดยทั้งหมดขอให้รอนายกฯสั่งการ ส่วนจะมีคำสั่งลงมาเมื่อใดนั้นตนคงตอบไม่ถูก แต่ต้องเร็ว หากจะทำอะไรต้องทำก่อนการลงนามในสัญญา ส่วนจะลงนามในสัญญาเมื่อใดนั้น ตนก็ไม่ทราบแต่คงไม่ใช่ในไม่กี่วันนี้ ขอให้ไปถามทางการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือ รฟท. เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความคืบหน้าการต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว นายวิษณุ กล่าวว่า วันก่อนตนได้เชิญทุกฝ่ายมาหารือกันเพื่ออัพเดตว่าเรื่องไปถึงไหนแล้ว กลับพบว่ายังส่งเอกสารไปยังกระทรวงคมนาคมไม่ครบถ้วน และวันรุ่งขึ้นทางกรุงเทพมหานครได้รายงานมายังตนว่าได้ส่งเอกสารครบถ้วน ส่วนจริงหรือไม่จริงนั้นตนไม่ทราบ หลังจากนั้นจะต้องไปตามที่กระทรวงคมนาคมต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการตีกรอบว่าจะมีการลงนามในสัญญาเมื่อใด โดยจะต้องให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเรื่องนี้ให้ครบถ้วนเสียก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106675</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟทางคู่, วิษณุ เครืองาม, สามารถ ราชพลสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c81344751e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039; ไม่รามือไล่บี้รถไฟทางคู่ ส่อฮั้วประมูลระดับชาติ จี้ &#039;ศักดิ์สยาม-รฟท.&#039; เคลียร์สังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom มีเนื้อหาดังนี้ ขอเตือนเรื่องรถไฟทางคู่อีกครั้ง&amp;nbsp;โครงการประมูล รถไฟทางคู่สายเหนือและอีสาน โดยสายเหนือมี 3 สัญญา และสายอีสาน 2 สัญญา ซึ่งแต่ละสัญญานั้น ได้รวมงานก่อสร้างรางรถไฟ และรวมระบบอาณัติสัญญาณเข้าด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่างพอเหมาะคือ มีบริษัทร่วมประมูล 5 บริษัท และใน 5 สัญญานี้ ประมูลในเวลาใกล้เคียงกัน ผลทำให้แต่ละบริษัทถือว่า ได้งานแบ่งกันไป บริษัทละ 1 สัญญา ทำให้ผลการประมูล จากราคากลางรวม 1.28 แสนล้านบาท สายเหนือมีราคาถูกลงแค่ 60 ล้านบาท คิดเป็น 0.08% และสายอีสานถูกลง 47 ล้านบาท คิดเป็น 0.08% ช่างบังเอิญจริงๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดผมได้ข้อมูลมาว่า รถไฟทางคู่สายเหนือก่อนหน้านั้น ในสมัยคสช. ที่มีซูเปอร์บอร์ด(คณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐ) ได้มีมติการแบ่งสัญญาการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายเหนือเป็น 7 สัญญา คือซอยงานก่อสร้างรางรถไฟเป็น 6 สัญญา และแยกระบบอาณัติสัญญาณออก 1 สัญญา เพื่อให้เกิดการแข่งขัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่มีรัฐบาลชุดใหม่ มีนายกคนเดิม แต่มีนายศักดิ์สยามมาเป็นรัฐมนตรีคมนาคม ได้มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 เพื่อยกเลิกประกาศคสช. คำสั่งคสช. และคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ไม่จำเป็น มีผลให้คณะกรรมการซูเปอร์บอร์ดต้องสิ้นสุดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางรฟท.จึงถือโอกาสทำสัญญาจ้างที่ปรึกษา ลงนามวันที่ 16 มีนาคม 2563 เพื่อศึกษาทบทวนการแบ่งสัญญา การก่อสร้างรถไฟทางคู่สายเหนือ จากเดิม 7 สัญญามาเหลือ 3 สัญญา โดยแต่ละสัญญาให้รวมระบบอาณัติสัญญาณเข้าด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นที่มาของจากเดิม ซอยงานรถไฟทางคู่สายเหนือ 7 สัญญา เพื่อให้มีการแข่งขัน มาเหลือเพียง 3 สัญญา โดยอ้างว่า ถ้าซอย 7 สัญญา งานจะเสร็จช้ากว่า 3 สัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อลดสัญญา รถไฟทางคู่สายเหนือเหลือ 3 สัญญา จึงไม่แปลกที่รถไฟทางคู่ สายอีสานจะเหลือเพียง 2 สัญญา รวมทั้งสายเหนือและอีสานจึงเป็น 5 สัญญาตามที่ทราบ และทีโออาร์ที่กำหนด ช่างบังเอิญที่ทำให้มีผู้ร่วมแข่งขันรายใหญ่ที่เข้าได้ 5 ราย ผลการประมูลดังที่ทราบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่นายศักดิ์สยามและรฟท. ต้องตอบคำถามคือ ทำไมก่อนหน้านั้น สมัยที่มีซูเปอร์บอร์ด รถไฟทางคู่สายเหนือจึงมีการซอยออกเป็น 7 สัญญา เพื่อให้มีการแข่งขัน แต่เมื่อซูเปอร์บอร์ดต้องสิ้นสุดลง จึงถือโอกาสจ้างที่ปรึกษามาศึกษาและอ้างว่า ถ้าลดเหลือ 3 สัญญางานจะเสร็จเร็วกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่นี้พวกท่านก็เชื่อแล้วหรือ? ในเส้นทางสายเหนือ ที่ 3 สัญญา จะทำงานเสร็จเร็วกว่า 7 สัญญา โดยอ้างเหตุผลข้างๆคูๆ ของบริษัทที่ปรึกษาที่รฟท.จ้าง โดยไม่สนใจ การเปิดโอกาสการแข่งขัน เพื่อประหยัดภาษีประชาชน หรือว่าพวกท่านกำลังเล่นปาหี่ เอาผลจากการจ้างที่ปรึกษา มาตบตาประชาชน เพื่อนำไปสู่การฮั้วประมูลระดับชาติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106655</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, พรรคไทยภักดี, รถไฟทางคู่, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a1d112b9980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.แจงยิบประเด็นฮั้วประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือและสายอีสานมูลค่า 1.28 แสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.2564 รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ชี้แจงตามที่มีประเด็นการกล่าวอ้างของนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน โดยการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Mana Nimitmongkol หัวข้อ เรื่อง &amp;ldquo;ความโปร่งใสที่ไม่จริงใจ ชั่วร้ายยิ่งกว่าโกงซึ่งๆ หน้า&amp;rdquo; โดยตั้งข้อสังเกตว่าการประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือและสายอีสานมูลค่า 1.28 แสนล้านบาท มีความไม่โปร่งใส อาจมีการล็อคสเปค ฮั้วประมูลอยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่การเปิดประมูล e-bidding บังหน้า ขณะที่กลไกตรวจสอบปกติในการป้องกันคอร์รัปชันอย่าง ป.ป.ช.และศาลกลับทำอะไรไม่ได้ พร้อมเรียกร้องประชาชนให้ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอเรียนชี้แจงตามประเด็นข้อกล่าวหา ดังนี้1. กติกาถูกเปลี่ยนก่อนการประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกล่าวหาว่ากติกาถูกเปลี่ยนก่อนการประมูล การรถไฟฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนการแบ่งสัญญา 6+1 ของซูปเปอร์บอร์ด เป็น 3 สัญญารวมการติดตั้งอาณัติสัญญาณ เหมือนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติรอบแรก เพราะมีประสบการณ์เปรียบเทียบสัญญาใหญ่รวม SNL ในทางคู่เส้นทางสายชุมทางจิระ กับชุมทางแก่งคอย เป็นโครงการที่มีความสำเร็จเสร็จใกล้เคียงเป้าหมายล่าช้าเพียง 6 เดือน จากปัจจัยภายนอก เช่น การเวนคืน และการปรับแบบสถานีบ้านไผ่ที่มีชาวบ้านเรียกร้องมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางคู่เฟส 1 ทั้ง 3 สายทาง แบ่งแยก SNL &amp;nbsp;ปัจจุบันพบว่า กำหนดแล้วเสร็จของโครงการจะล่าช้าออกไปมากกว่า 2 ปี เพราะมีความล่าช้าตั้งแต่การประกวดราคา inter bid ของงานระบบอาณัติสัญญาณ และการประสานการทำงาน การส่งต่อข้อมูล การมอบพื้นที่ ระหว่างงานโยธากับ SNL จึงเป็นประสบการณ์ว่าการแบ่งสัญญาใหญ่รวม SNL มีผลกับความสำเร็จในการดำเนินงานมากกว่าการแบ่งเป็นสัญญาย่อย ซึ่งไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะเกิดการแข่งขันราคาได้อย่างสมบูรณ์ ยิ่งด้วยสถานการณ์ที่ค่าวัสดุเหล็กปรับตัวสูงขึ้นถึง 40% ในการประกวดราคาครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. แบ่งเค้ก &amp;ndash; ฮั้วราคา หรือไม่? การกล่าวหาว่ามีการแบ่งเค้ก และฮั้วราคา เป็นเรื่องของการคาดเดาและเป็นเพียงข้อสันนิษฐานของผู้กล่าวหา ในส่วนของการรถไฟฯ ได้ดำเนินการทุกอย่างตามระเบียบขอบเขตของการรถไฟฯ เรามีการตรวจสอบการมีผลประโยชน์ร่วมกันของผู้ยื่นข้อเสนออย่างครบถ้วน ในส่วนของการยื่น ไม่ยื่น หรือยื่นอย่างไรของผู้ประกอบการเราไม่รู้ได้ การรถไฟฯ ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนของการประกวดราคา ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อย่างเคร่งครัดแล้ว ซึ่งระบบการประกวดราคาแบบ e-Bidding เป็นระบบที่ได้พัฒนารูปแบบจากการประกวดราคาด้วยวิธีการยื่นซอง เป็นการประกวดราคาแบบ e-Auction จนกระทั่งเป็นการประกวดราคาแบบ e-Bidding &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นระเบียบที่มีความโปร่งใสมากที่สุดในปัจจุบันของทางราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กลุ่มผูกขาด ไม่เชิญต่างชาติเข้าแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรถไฟฯ ดำเนินการตามนโยบาย Thai First ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน เป็นการสนับสนุนการจ้างงานในประเทศไทย จึงกำหนดให้ถ้ามีบริษัทที่ยื่นประมูลเป็นคนไทยสามารถยื่นประมูลได้ แต่หากยื่นเป็นกลุ่มผู้นำกลุ่มต้องเป็นคนไทย อย่างไรก็ตามงานก่อสร้างอุโมงค์ต้องมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้เพิ่มการแข่งขันของงานก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย เชียงราย เชียงของ ซึ่งกำหนดให้งานอุโมงค์ผู้ที่จะยื่นประมูลสามารถนำผลงานในไทยหรือใช้ผลงานจากต่างประเทศได้ และหากผู้ร่วมประมูลเป็นต่างชาติก็สามารถเข้าร่วมกับบริษัทของไทยที่มีผลงานทางรถไฟ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นแล้ว 2 โครงการนี้ การรถไฟฯ ใช้เงินกู้ภายในประเทศ เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศขณะนี้ยังซบเซาคงต้องส่งเสริมและกระตุ้นธุรกิจภายในประเทศให้มากขึ้น เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ถูกกฎหมายแต่ขัดใจประชาชน การรถไฟฯ ขอยืนยันว่าการดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของกระทรวงการคลังอย่างเคร่งครัด ในช่วงเผยแพร่เอกสารประกวดราคา แบบ ราคากลาง และเอกสารอื่นๆ ทั้งหมด ได้มีการนำลงในเวบไซต์กรมบัญชีกลาง และการรถไฟฯ ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 พร้อมกับมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกัน ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ สามารถเข้าดูและโหลดเอกสารได้ อีกทั้ง สามารถให้ความเห็นผ่านช่องทางที่กำหนด จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่วิจารณ์ในตอนนี้ก็สามารถเข้าดู และแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่ช่วงดังกล่าว แล้วผู้กล่าวอ้าง มั่นใจอย่างไร ว่าขัดใจประชาชนไปทั้งหมด ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ต่างรอคอย เฝ้ารอโครงการอย่างจดจ่อ โดยเฉพาะสายเด่นชัย &amp;ndash; เชียงราย - เชียงของ ประชาชนรอคอยกันมาหลายสิบปี นับตั้งแต่ริเริ่มโครงการ &amp;nbsp;ในสายบ้านไผ่ - มุกดาหาร - นครพนม ก็เช่นเดียวกัน ประชาชนต่างเฝ้ารอคอยการเกิดขึ้นของโครงการทางรถไฟในเส้นทางสายนี้ที่จะเข้าไปพัฒนาพื้นที่เพื่อเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ในจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. อย่าปล่อยตามยถากรรม &amp;nbsp;การรถไฟฯ รับหน้าที่จากรัฐบาลให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ทั้ง 2 เส้นทางนี้ ให้ลุล่วงตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ หากจะมองแต่เรื่องการประมูลงานอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องมองความสำเร็จภาพรวมของงานที่ได้รับมอบหมาย และเป็นไปตามเวลาที่วางไว้เป็นสำคัญอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ไขปัญหา :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นการกล่าวหาดังกล่าว การรถไฟฯ ไม่ได้นิ่งเฉย ได้มีการมอบหมายให้ที่ปรึกษาการประกวดราคาตรวจสอบยืนยัน ความเหมาะสมของเงื่อนไข และราคากลางของงาน พบว่า ราคากลาง ราคาค่าก่อสร้างทั้ง งานโยธา/งานทางรถไฟ และอาณัติสัญญาณฯ เฉลี่ย ต่อ กม. ของโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย &amp;ndash; เชียงราย &amp;ndash; เชียงของ และทางคู่สาย บ้านไผ่ - มุกดาหาร &amp;ndash; นครพนม มีราคาต่อ กม. ต่ำกว่าโครงการทางคู่ที่ก่อสร้างมาก่อนหน้านี้ทุกสาย และยังพบว่า ราคาค่าก่อสร้างอุโมงค์ ต่อ กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางคู่สายเด่นชัย &amp;ndash; เชียงราย &amp;ndash; เชียงของ ต่ำกว่างานก่อสร้างอุโมงค์ ช่วงมาบกะเบาในทางคู่ ระยะที่ 1 ของสายตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งๆ ที่สภาพพื้นดินสายเด่นชัยฯ เป็นชั้นหินผุ ซึ่งทำงานยากกว่า จึงพิสูจน์ได้ว่าราคากลางของโครงการทางคู่สายเด่นชัย &amp;ndash; เชียงราย &amp;ndash; เชียงของ และทางคู่สาย บ้านไผ่ - มุกดาหาร &amp;ndash; นครพนม มีราคาที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์กับทางราชการสูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106313</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), ชี้แจง, รถไฟทางคู่, สายเหนือ-อีสาน, ฮั้วประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60adbc77972aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกขวางสูญงบ7พันล้าน! &#039;หมอวรงค์&#039;แฉประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือ-อีสานกลิ่นตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวเรื่อง&amp;quot;saveเงินประชาชน 7,000 ล้านบาท&amp;quot; เกี่ยวกับการประมูลรถไฟทางคู่ 2 สาย สายเหนือ และสายอีสาน ว่า&amp;nbsp; &amp;quot;มีกระแสข่าวไม่ดี มีกลิ่นตุๆ ว่า อาจจะมีการเอาเงินของประชาชนไปมากกว่า 7,000 ล้านบาท ถ้าพี่น้องทุกคนช่วยกันเราจะสามารถประหยัดได้ถึง 7,000 ล้านบาท ช่วงนี้มีการประมูลแล้ว ซึ่งการจะปกป้องทุจริตคอร์รัปชัน เราต้องมีเจตจำนงทางการเมืองที่สูงมาก ใช้หัวจิตหัวใจร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกัน เชิญชวนทุกคนร่วมกันปกป้องงบประมาณพี่น้อง 7,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้รถไฟทางคู่สายเหนือ ช่วง เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กิโลเมตร วงเงิน 72,920 ล้านบาท และสายอีสาน ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร วงเงิน 55,458 ล้านบาท วงเงินรวม 2 เส้นทาง 128,000 ล้านบาท ได้มีการประมูลเสร็จสิ้นไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเงื่อนไขสายเหนือ ได้แบ่งสัญญาออกเป็น 3 สัญญา ราคากลางเฉลี่ย สัญญาละ 24,306 ล้านบาท รวมอาณัติสัญญาณ และบริษัทที่จะเข้าประมูลต้องมีผลงานก่อสร้างทางรถไฟในประเทศ 15 % ของวงเงินแต่ละสัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเงื่อนไขสายอีสาน ได้แบ่งสัญญาออกเป็น 2 สัญญา ราคากลางเฉลี่ยสัญญาละ 27,728 ล้านบาท รวมอาณัติสัญญาณ ต้องมีผลงานก่อสร้างทางรถไฟในประเทศ 15 % ของวงเงินแต่ละสัญญา ซึ่งการกำหนดเงื่อนไขสัญญารถไฟทางคู่ทั้ง 2 สาย ในลักษณะนี้ทำให้มีเอกชนทั้งประเทศเพียง 5 ราย ที่เข้าเงื่อนไขไปประมูลได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทั้ง 2 สาย ได้ซอยย่อยสัญญาออกเป็น 5 สัญญาพอดี อีกทั้งผลการประมูลสายเหนือ 3 สัญญา ราคาที่ประมูลได้เฉลี่ย 24,286 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง สัญญาละ 20 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.08% ประหยัดไป 60 ล้านบาท ส่วนผลประมูลสายอีสาน ทั้ง 2 สัญญา ราคาที่ประมูลได้เฉลี่ย 27,705 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง สัญญาละ 23 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.08% เช่นเดียวกับสายเหนือ ประหยัดไป 46 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากนำไปเปรียบเทียบการประมูลรถไฟทางคู่สายใต้ ปี 2560 ยุครัฐบาล คสช. เส้นทางนครปฐม-หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 420 กิโลเมตร วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท ได้ซอยเป็น 5 สัญญา ราคากลางเฉลี่ยสัญญาละ 7,200 ล้านบาท และไม่รวมอาณัติสัญญาณ ที่สำคัญคือ เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันมากขึ้น ด้วยการกำหนดให้บริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลต้องมีผลงานก่อสร้างทางรถไฟไม่น้อยกว่า 10% ของแต่ละสัญญา ทำให้มีการแข่งขันกันมากขึ้น และส่งผลให้เปลี่ยนแปลงเรื่องราคา ซึ่งผลการประมูลสามารถประหยัดงบประมาณเฉลี่ยสัญญาละ 408 ล้านบาท หรือประเทศประหยัดภาษีคิดเป็น 5.56%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมแล้วการประมูลรถไฟทางคู่สายใต้ ประหยัดงบประมาณไปกว่า 2,040 ล้านบาท จากยอดวงเงิน 36,000 ล้านบาท ขณะที่การประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือ ประหยัดงบไปเพียง 60 ล้านบาท จากยอด 72,920 ล้านบาท สายอีสาน ประหยัดงบ 46 ล้านบาท จากยอด 55,458 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากการประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือและสายอีสาน ใช้เงื่อนไขแบบเดียวกับการประมูลรถไฟทางคู่สายใต้ ประเทศจะประหยัดเงินภาษีประชาชนถึง 7,000 ล้านบาท ถามว่า ถ้าเราจะประหยัดเงิน 7,000 ล้านบาท ทำไมการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่ทำ แล้วเงิน 7,000 ล้านบาทนี้ไปอยู่ที่ไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผมไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ควรจะทราบว่ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ทราบว่าจะมีการเซ็นสัญญาประมาณเดือนกรกฎาคมนี้ จึงอยากให้พี่น้องประชาชนทุกคนช่วยกันปกป้องการทุจริตคอร์รัปชัน และถือโอกาสนี้เรียนท่านนายกรัฐมนตรีโปรดดำเนินการด้วยครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105459</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลิ่นตุ, คอร์รัปชัน, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, รถไฟทางคู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a1d112b9980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม โต้ปมฮั้วประมูลทางคู่&#039;เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ&#039;ยันทำตามระเบียบโปร่งใส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีการประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างโครงการรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ มูลค่า 72,921 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 3 สัญญา คือ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว, สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย และสัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ เปิดประมูลโครงการด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ของกรมบัญชีกลาง โดยจากการกำหนดเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) ของโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ว่าโครงการดังกล่าว ได้กำหนดให้มีการใช้วัสดุภายในประเทศ (Local Content) ตามนโยบายของรัฐบาล และใช้การประกวดราคาด้วยวิธี e-Bidding ของกรมบัญชีกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ซึ่งเป็นหลักการประกวดราคาทั่วไป ไม่เพียงแค่โครงการรถไฟทางคู่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เท่านั้น แต่ยังมีใช้ในการประกวดราคากับโครงการอื่นๆ ของประเทศ เช่น การประมูลโครงการของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), กรมทางหลวง (ทล.) เป็นต้น ดังนั้น จึงไม่สามารถกำหนดได้ว่า ใครจะเสนอราเท่าไหร่ และใครจะเป็นผู้ชนะการประกวดราคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อครบกำหนดเวลาการยื่นเสนอราคานั้น กรมบัญชีกลางจะรายงานผล ก่อนที่การรถไฟฯ จะพิจารณาผู้ที่ยื่นเสนอการประกวดราคาว่า มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ และการเสนอราคาเป็นอย่างไร จากนั้นถึงจะเรียกมาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าว ยังไม่มีอะไรที่แสดงถึงความไม่โปร่งใส หรือผิดไปจากระเบียบการดำเนินการที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการดังกล่าว มีการศึกษาออกแบบไว้เมื่อตั้งแต่เมื่อปี 2555 ผมยังมีความเป็นห่วงผู้ที่ชนะการประกวดราคาเลย เพราะมีการศึกษาโครงการฯ มาตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปีนี้ คือ ปี 2564 ผ่านมาแล้วกว่า 9-10 ปี อาจจะทำให้มีราคาต้นทุนที่สูงขึ้น อาทิ เหล็ก ซึ่งผมยังห่วงว่า พอถึงเวลาแล้ว ผู้ประกอบการจะไหวไหม แต่เมื่อมายื่นเสนอราคาแล้ว ก็ต้องทำให้ได้ นอกจากนี้ เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตมา เราก็รับฟัง โดยในขณะนี้ การตรวจสอบยังไม่มีอะไร ส่วนที่บอกว่า จะให้ล้มประมูล ผมมองว่า เสียโอกาสมาก จริงๆ แล้วมีราคากลางอยู่ ตอนนี้ ผมไม่รู้ว่าใครยื่นร้อง ถ้าท่านมีคุณสมบัติ ก็มายื่นเสนอราคาแข่งขัน ถ้าท่านมองว่า ราคาแพงไป ท่านก็เสนอราคาต่ำๆ มา ก็จะได้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติด้วย&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว
รายงานข่าวจากการรถไฟฯ ระบุว่า โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กิโลเมตร (กม.) มูลค่า 72,921 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 3 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทาง 104 กม. มีผู้เสนอราคาในนามกิจการร่วมค้า 2 กลุ่ม มีผู้เอกสารฯ รวม 5 ราย คือ กลุ่มแรก มีผู้ซื้อเอกสารฯ 3 ราย และกลุ่มที่สอง มีผู้ซื้อเอกสารฯ 2 ราย โดยมีผู้ยื่นซองประมูล 2 ราย จากผู้ซื้อซองทั้งหมด 17 ราย โดยกลุ่มกิจการร่วมค้า กิจการร่วมค้า ITD-NWR ประกอบด้วย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) หรือ ITD และบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR เสนอราคาต่ำสุด 26,568 ล้านบาท จากราคากลาง 26,599 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาที่ 2 งาว-เชียงราย ระยะทาง 135 กม. มีผู้เสนอราคาในนามกิจการร่วมค้า 2 กลุ่ม มีผู้เอกสารฯ รวม 4 ราย คือ กลุ่มแรก มีผู้ซื้อเอกสารฯ 3 ราย และกลุ่มที่สอง มีผู้ซื้อเอกสารฯ 1 ราย โดยมีผู้ยื่นซองประมูล 2 ราย จากผู้ซื้อซองทั้งหมด 18 ราย โดยกิจการร่วมค้า CKST JOINT VENTURE ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด(มหาชน) หรือ CK และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC เสนอราคาต่ำสุดที่ 26,900 ล้านบาท จากราคากลาง 26,913 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาที่ 3 เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 84 กม. มีผู้เสนอราคาในนามกิจการร่วมค้า 2 กลุ่ม มีผู้เอกสารฯ รวม 4 ราย คือ กลุ่มแรก มีผู้ซื้อเอกสารฯ 3 ราย และกลุ่มที่สอง มีผู้ซื้อเอกสารฯ 1 ราย โดยมีผู้ยื่นซองประมูล 2 ราย จากผู้ซื้อซองทั้งหมด 16 ราย โดยกิจการร่วมค้า CKST JOINT VENTURE เสนอราคาต่ำสุดที่ 19,390 ล้านบาท จากราคากลาง 19,406 ล้านบาท
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2561 และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เห็นขอบ EIA นั้น คาดว่า จะประกาศใช้ พ.ร.ฎ. เวนคืน ในช่วง มิ.ย. 2564 โดยคาดว่า จะประกาศผลการประกวดราคาวันที่ 8 ก.ค. 2564 และลงนามสัญญา 30 ก.ค. 2564 ก่อนเริ่มก่อสร้างใน ต.ค. 2564 แล้วเสร็จ ก.ย. 2570&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104335</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รถไฟทางคู่, รถไฟรางคู่, สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fa666b24a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา 27 พ.ค.นี้ เอกชนยื่นข้อเสนอด้านเทคนิครถไฟทางคู่สายใหม่ &#039;บ้านไผ่-นครพนม&#039; 2 สัญญา มูลค่า 5.46 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 พ.ค.2564 รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระบุว่า ตามที่การรถไฟฯ ได้เปิดประกวดราคาโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ เส้นทางบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร (กม.) มูลค่าก่อสร้าง 54,684.40 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 สัญญา ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.-24 พ.ค. 2564 และเปิดให้ยื่นข้อเสนอและเสนอราคาในวันนี้ (25 พ.ค. 2564) ตั้งแต่ 08.30-16.30 น.นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลการประกวดราคา หลังจากกำหนดยื่นข้อเสนอคุณสมบัติและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ทั้ง 2 สัญญา (มีระยะเวลาให้จัดทำเอกสารประกวดราคา 60 วัน) พบว่า รถไฟทางคู่บ้านไผ่-นครพนม แบ่งเป็น สัญญาที่ 1 ช่วงบ้านไผ่-หนองพอก ราคากลาง 27,123.62 ล้านบาท ผลปรากฎว่า จากจำนวนผู้ซื้อเอกสาร 16 ราย มีจำนวนผู้เสนอราคา 4 ราย โดยราคาต่ำสุดที่เสนอ คือ 27,100 ล้านบาท หรือตำ่กว่าราคากลาง 23.62 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ สัญญาที่ 2 ช่วงหนองพอก-สะพานมิตรภาพ 3 ราคากลาง 28,333.93 ล้านบาท พบว่า จากจำนวนผู้ซื้อเอกสาร 16 ราย มีผู้เสนอราคา จำนวน 4 ราย โดยราคาต่ำสุดที่เสนอ 28,310 ล้านบาท หรือตำ่กว่าราคากลาง 23.93 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 27 พ.ค. 2564 จะเปิดให้ยื่นข้อเสนอเอกสารส่วนที่ 2 (ซองข้อเสนอด้านเทคนิค) ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. ที่สถานีรถไฟฟ้า CAT มักกะสัน ทั้ง 2 สัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากการรถไฟฯ ระบุอีกว่า สำหรับโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ เส้นทางบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. มูลค่าก่อสร้าง 54,684.40 ล้านบาทนั้น เป็นโครงการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติไปแล้วเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2562 และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เห็นชอบ EIA แล้วนั้น คาดว่า จะประกาศใช้พ.ร.ฎ. เวนคืนในช่วง มิ.ย. 2564 โดยจะเปิดให้ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคในวันที่ 27 พ.ค. 2564 จากนั้นจะประกาศผลการประกวดราคาวันที่ 15 ก.ค. 2564 และลงนามสัญญา 6 ส.ค. 2564 ก่อนเริ่มก่อสร้างใน ต.ค. &amp;nbsp;2564 แล้วเสร็จ ก.ย. 2568&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104210</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), บ้านไผ่-นครพนม, รถไฟทางคู่, เปิดประมูล, โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60adbc77972aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คมนาคมเร่งรถไฟทางคู่จ่อดันสายใหม่2เส้นเข้าครม.อนุมัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค. 2564 รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ในวันที่ 6 พ.ค. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม จะมีการประชุม เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ (ครั้งที่ 2) รวมทั้งสิ้น 16 เส้นทาง ระยะทางรวม 3,154 กิโลเมตร (กม.) วงเงินก่อสร้างรวม 505,243.33 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 1 จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 993 กม. วงเงินก่อสร้างรวม 110,661.94 ล้านบาท, โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,483 กม. วงเงินก่อสร้างรวม 266,975.99 ล้านบาท และโครงการรถไฟทางคู่เส้นทางใหม่ จำนวน 2 เส้นทาง ระยะทางรวม 678 กม. วงเงินก่อสร้างรวม 127,605.4 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ระบุว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 7 เส้นทาง ประกอบด้วย 1. ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 285 กม. งบประมาณโครงการ 59,399.80 ล้านบาท สถานะปัจจุบัน อยู่ระหว่างการขออนุมัติโครงการ และคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมม (EIA)อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) พิจารณา 2.ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. งบประมาณโครงการ 57,992.44 ล้านบาท สถานะปัจจุบัน อยู่ระหว่างการขออนุมัติโครงการ และ EIA อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ (คชก.) พิจารณา 3.ช่วงขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 167 กม. งบประมาณโครงการ 25,842 ล้านบาท สถานะปัจจุบัน ขออนุมัติโครงการ และ กก.วล. เห็นชอบ EIA แล้วเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. งบประมาณโครงการ 36,683 ล้านบาท สถานะปัจจุบัน อยู่ระหว่างการขออนุมัติโครงการ และ กก.วล. เห็นชอบ EIA แล้วเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2563, 5.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. งบประมาณโครงการ 23,080 ล้านบาท สถานะปัจจุบัน อยู่ระหว่างการขออนุมัติโครงการ และ EIA อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ (คชก.) พิจารณา 6.ช่วงสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. งบประมาณโครงการ 56,114.26 ล้านบาท สถานะปัจจุบัน อยู่ระหว่างการขออนุมัติโครงการ และ EIA อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ (คชก.) พิจารณา และ 7.ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. งบประมาณโครงการ 7,864.49 ล้านบาท สถานะปัจจุบัน อยู่ระหว่างการขออนุมัติโครงการ และ กก.วล. เห็นชอบ EIA แล้วเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการจัดลำดับความสำคัญโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 นั้น คาดว่า จะเริ่มดำเนินการได้ก่อน 2 ช่วง คือ ช่วงขอนแก่น-หนองคาย และชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ซึ่ง กก.วล.ได้ให้ความเห็นชอบรายงาน EIA แล้ว ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมได้แจ้ง รฟท. เมื่อ 19 พ.ย. 2563 ที่ผ่านมา ให้ปรับปรุงข้อมูลตามความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงบประมาณ เพื่อนำเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาโดยเร็ว เนื่องจากเป็นโครงการที่ กก.วล. ให้ความเห็นชอบรายงาน EIA แล้ว ขณะที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) เห็นควรให้ รฟท.เร่งรัด นำเสนอโครงการทั้ง 2 ช่วงดังกล่าวต่อกระทรวงคมนาคมโดยเร็ว เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติดำเนินโครงการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ 2 เส้นทางนั้น คือ 1.ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กม. มูลค่าก่อสร้าง 72,921 ล้านบาท ตามที่ ครม.อนุมัติไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2561 และ กก.วล.เห็นขอบ EIA นั้น คาดว่า จะประกาศใช้พ.ร.ฎ. เวนคืนในช่วง มิ.ย. 2564 โดยในขณะนี้ อยู่ระหว่างการขายแบบและเอกสาร (19 มี.ค. 2564-17 พ.ค. 2564) ยื่นข้อเสนอและเสนอราคาวันที่ 18 พ.ค. 2564 ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิควันที่ 19 พ.ค. 2564 จากนั้นจะประกาศผลการประกวดราคาวันที่ 8 ก.ค. 2564 และลงนามสัญญา 30 ก.ค. 2564 ก่อนเริ่มก่อสร้างใน ต.ค. &amp;nbsp;2564 แล้วเสร็จ ก.ย. 2570&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. มูลค่าก่อสร้าง 54,684.40 ล้านบาท ตามที่ ครม.อนุมัติไปแล้วเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2562 และ กก.วล.เห็นขอบ EIA นั้น คาดว่า จะประกาศใช้พ.ร.ฎ. เวนคืนในช่วง มิ.ย. 2564 โดยในขณะนี้ อยู่ระหว่างการขายแบบและเอกสาร (26 มี.ค. 2564-24 พ.ค. 2564) ยื่นข้อเสนอและเสนอราคาวันที่ 25 พ.ค. 2564 ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิควันที่ 26 พ.ค. 2564 จากนั้นจะประกาศผลการประกวดราคาวันที่ 15 ก.ค. 2564 และลงนามสัญญา 6 ส.ค. 2564 ก่อนเริ่มก่อสร้างใน ต.ค. &amp;nbsp;2564 แล้วเสร็จ ก.ย. 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101920</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), รถไฟทางคู่, โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ (ครั้งที่ 2)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fa666b24a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
