<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2019 23:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ผุดรถไฟติดแอร์สู้ศึกโลว์คอสต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย. 2562 นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่าในอนาคต รฟท.ตั้งเป้าพลิกโฉมรถไฟโดยสารให้ก้าวไปสู่ระบบไฟฟ้าที่มีการเดินรถไฟปรับอากาศ ขณะนี้ได้เริ่มต้นดำเนินโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต เป็นรถไฟฟ้าที่จะเปิดให้บริการในปี 2564 จากนั้นรฟท.มีแผนต่อขยายสายสีแดงไปทุกมุมปริมณฑล ด้านทิศเหนือ ช่วงบางซื่อ-รังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และเชื่อมต่อไปถึงสถานีบ้านภาชี จังหวัดอยุธยา ด้านทิศตะวันตก ช่วงบางซื่อ-ศาลายา-นครปฐม และทิศใต้ช่วง บางซื่อ-หัวลำโพง-มหาชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตอนนี้ครม.ได้อนุมัติการก่อสร้างโครงการช่วงรังสิต-มธ.ศูนย์รังสิต ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายาและช่วงตลิ่งชัน-ศิริราข จะทยอยออกTOR และเปิดประมูลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่าสำหรับแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าในการเดินรถขั้นต่อไปนั้นวางแผนไว้ 2 ระยะ เริ่มจากเฟส 1 รัศมี 300 กม. สายเหนือ ช่วงกรุงเทพ-นครสวรรค์ สายใต้ช่วงกรุงเทพ-หัวหิน และสายอีสานช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา ส่วนเฟส 2 รัศมีมากกว่า 500 กม. แบ่งเป็น ช่วงนครสวรรค์-พิษณุโลก, ช่วงหัวหิน-สุราษฎร์ธานีและช่วงนครราชสีมา-ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามรถไฟที่นำมาจะเป็นรถรุ่นใหม่ที่มีการใช้ระบบปรับอากาศ ขณะที่รถไฟดีเซลแบบเก่านั้นจะนำไปวิ่งในเส้นทางไกลแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวอีกว่าแผนการตลาดของรฟท.ในอนาคตต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับธุรกิจการบินต้นทุนต่ำ(Low Cost Airline) จึงต้องช่วงชิงสัดส่วนผู้โดยสารมาในระบบราง ดังนั้นจึงมองว่าจุดยุทธศาสตร์เฟส 1 ใน หัวหิน, นครราชสีมาและนครสวรรค์ เป็นจุดที่แข่งขันทางการตลาดได้ มีศักยภาพด้านการเดินทางและนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเอก สิทธิเวคิน รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการเจรจาภาระหนี้ที่ค่าชดเชยโครงการโฮปเวลล์นั้นสำหรับเงินต้นยังไม่รวมดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องชำระให้เอกชนจำนวน 11,888 ล้านบาทนั้น รฟท. อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดค่าเสียหายของภาระหนี้วงเงิน 9,000 ล้านบาทให้ชัดเจนก่อนโดยจะเชิญโฮปเวลล์เข้ามาหารือในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ซึ่งวงเงินดังกล่าวได้มาตามที่อนุญาโตตุลาการกำหนดไว้ โดยวงเงิน 1.4 หมื่นล้านเป็นค่าก่อสร้างแต่ถูกตัดในชั้นศาลแล้วเหลือ 9,000 ล้านบาทและเอาไปรวมกับในงบ 2,850 ล้านบาทค่าใช้ประโยชน์ที่ดิน และค่าธรรมการดำเนินการอีก 38 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวน 9,000 ล้านบาทจะขอดูรายละเอียดเพิ่มเติม โดย 1-2 วันนี้จะเร่งรวบรวมประเด็นคำถามต่างๆให้ครอบคลุมเพื่อส่งให้โฮปเวลล์ต่อไป&amp;rdquo;นายเอกกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38426</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), รถไฟปรับอากาศ, รฟท., วรวุฒิ มาลา, โลว์คอสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c8775e1a5531.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
