<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเปิด 6 แนวทางพัฒนาเร่งด่วน รองรับการเปิดบริการรถไฟฟ้าจีน-ลาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค. 2564 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามการเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟสายสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่จะเปิดให้บริการเดือนธันวาคม 64 นี้ &amp;nbsp;โดย คณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ (กบส.) รายงานว่า ได้กำหนดแนวทางสำหรับการดำเนินการในระยะเร่งด่วนและระยะยาวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่งและการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร เชื่อมต่อการขนส่งสินค้าและการเดินทางระหว่างจีน-ลาว-ไทย พร้อมรับโอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอีกมาก อีกทั้งจะต่อยอดโครงการด้านอื่นๆ ใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp;กรอบแนวทางการพัฒนาในระยะเร่งด่วนที่ให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2564 ได้แก่ 1) การบริหารจัดการการใช้บริการสะพานมิตรภาพไทย &amp;ndash; ลาว แห่งที่ 1 &amp;nbsp;ร่วมกับการบริหารจัดการการใช้ทางรถไฟ โดยเพิ่มความถี่การเดินรถไฟและใช้หัวลาก 15 ตันต่อเพลา รวมทั้งได้จัดเวลาการเดินรถไฟใหม่ ให้มีความเหมาะสมและลดความแออัด &amp;nbsp;2) การจัดเตรียมความพร้อมในด้านกระบวนการและพิธีการศุลกากร ทั้งในด้านอัตรากำลังและอุปกรณ์ต่าง ๆ &amp;nbsp;จัดซื้อระบบตรวจสอบตู้สินค้าด้วยเอ็กซเรย์แบบเคลื่อนที่ (Mobile X-Ray System) การปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ อนุมัติกรมรองรับพิธีการทางรถไฟทุกรูปแบบ 3) การพัฒนาบริเวณพื้นที่หนองสองห้อง เป็นจุดพักคอยของรถบรรทุกสินค้าขาออกบนพื้นที่ประมาณ 50 ไร่ 4) การพัฒนาพื้นที่สถานีรถไฟหนองคายให้เป็นพื้นที่ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าขาเข้าและปรับพื้นที่ เพื่อตั้งเป็นโรงพักสินค้า เพื่อจัดเก็บตรวจปล่อยพิธีการศุลกากรในระยะเร่งด่วน 5) การผ่อนผันการใช้ช่องทางเข้าในราชอาณาจักร เฉพาะการขนส่งสินค้า &amp;nbsp;ณ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย &amp;ndash; ลาว แห่งที่ 1 และช่องทางจุดผ่านแดนถาวรสถานีรถไฟหนองคาย 6) การขยายพื้นที่ในการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมือง จากการดำเนินการนี้ จะสามารถรองรับปริมาณสินค้าที่จะเพิ่มสูงขึ้น 354ตู้/วัน &amp;nbsp;มีขีดความสามารถรองรับรถบันทุกหมุนเวียนสินค้าเข้า-ออกดำเนินพิธีการศุลกากร 650 คัน/วัน การตรวจลงตราได้ 3,600 คน/วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินการระยะยาว จะประกอบด้วย การเร่งเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟ จีน-ลาว-ไทย ให้สมบูรณ์ การก่อสร้างสะพานแห่งใหม่สำหรับการขนส่งระบบราง การพัฒนาศูนย์ขนถ่ายสินค้านาทา จ.หนองคาย การเตรียมพร้อมผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันการเจรจาสิทธิประโยชน์และมาตรการการค้าระหว่างจีน ลาว ไทย ขณะเดียวกันก็เร่งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs ท้องถิ่นได้ใช้ประโยชน์จากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าความเร็วสูงในการส่งออกสินค้าไปจีนและลาวเพิ่มมากขึ้น ทั้งสินค้าอุปโภค บริโภค และโดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตรของไทย เชื่อว่าจะช่วยผลักดันให้มูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทยเพิ่มสูงขึ้นด้วย ซึ่งมูลค่าการส่งออกผ่านการค้าชายแดนและผ่านแดนใน 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค. 2564) สูงถึง 682,184 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 38.03% &amp;nbsp;เฉพาะมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนสปป.ลาว เพิ่มขึ้นถึง 23.93%&amp;rdquo; &amp;nbsp;นางสาวรัชดา ฯ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119958</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนรถไฟลาว-จีนนี้ชื่อ &quot;ล้านช้าง&quot;, รถไฟฟ้าความเร็วสูง, รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607bb4f845903.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้ได้ใช้ รฟท.เซ็นรวด3สัญญารถไฟไทย-จีน วงเงิน 2.7 หมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 มี.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาการก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา) จำนวน 3 สัญญา ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัทคู่สัญญา โดยวงเงินก่อสร้างทั้ง 3 ระยะทาง 54.6 กิโลเมตร(กม.) รวมวงเงิน 27,527 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้แก่สัญญาที่ 4-3 งานโยธาสำหรับช่วงนวนคร-บ้านโพ ผู้แทนจากบริษัท เอ.เอสแอสโซศซิเอท เอนยิเนียริ่ง (1964) จำกัด บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) บริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอนยิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด วงเงินก่อสร้าง 11,525 ล้านบาทสัญญาที่ 4-4 งานโยธาสำหรับศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย ผู้แทนจาก บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) วงเงินก่อสร้าง 6,573 ล้านบาท และสัญญาที่ 4-6 งานโยธาสำหรับช่วงพระแก้ว-สระบุรี ผู้แทนจาก บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสรัคชั่น (UNIQ) วงเงินก่อสร้าง 9,429 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำหรับ 4 สัญญาที่เหลือจะเร่งประมูลให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ขณะที่มีบางสัญญายังมีข้อพิพาท อย่างไรก็ดี ตามนโยบายเปิดให้บริการในช่วงปลายปี69 หรืออย่างช้าในปี70 โดยสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ขณะนี้กำลังเจรจากับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งมีพื้นที่ทับซ้อนกันอยู่ คาดจะส่งมอบพื้นที่ได้ในปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า สำหรับช่วงระยะที่ 2 นครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 356 กม.วงเงิน2.5 แสนล้าน แบ่งเป็น ทางรถไฟระดับพื้นดิน 185 กม. และทางรถไฟยกระดับ 171 กม. ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจออกแบบ คาดว่าผลการศึกษาสำรวจออกแบบได้เสร็จใน ก.ค.64 ซึ่งโจทย์ของรัฐบาลต้องการให้เส้นทางนี้ใช้ทางเลี่ยงเมือง เพื่อจะได้มีผลกระทบน้อยที่สุด โดยจะมีระบบรองเชี่อมต่อระบบขนส่งหลัก(Feeder) มาให้บริการ และคาดว่าจะเสร็จเปิดให้บริการหลังระยะที่1 ราว 3-4 ปี หรือในปี 72-73&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ที่จะเชื่อมต่อระบบรางไปด้านทิศเหนือทาง สปป.ลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน และในอนาคตจะมีการเชื่อมต่อไปทางภาคใต้เพื่อเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทางทิศใต้เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย รวมถึงมีจุดตัดผ่านที่มีโครงการที่สำคัญอย่างโครงการเชื่อมระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) วงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท ที่จะเพิ่มศักยภาพการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ทางราง ทางน้ำ และทางบก ในการเดินทางและขนส่งสินค้าได้รวดเร็ว สะดวก ปลอดภัย และประหยัดต้นทุนมากยิ่งขึ้น รวมถึงเอกชนที่มาร่วมลงนามในสัญญาครั้งนี้ต่างเอกชนที่มีประสบการณ์ในการที่จะดำเนินงานเกี่ยวกับด้านโลจิสติกส์ทางราง และมั่นใจโครงการดังกล่าวจะดำเนินการได้ตามเป้ามายที่ได้วางแผนไว้&amp;quot;นายศักดิ์สยาม กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับเส้นทางดังกล่าว จะเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ในการเชื่อมไทยไปสู่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ที่เรียกว่า Belt and Road Initiative หรือ BRI เชื่อมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปถึงยุโรปได้ด้วยทางรถไฟ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก รฟท. ระบุว่า ในส่วนสัญญาที่เหลือ เช่น สัญญา 4-2 ช่วงดอนเมือง&amp;ndash;นวนคร ระยะทาง 21.80 กม. วงเงิน 8,626.80 ล้านบาท ที่ก่อนหน้านี้ จะมีการลงนามในวันที่ 29 มี.ค. 2564 นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติม ตามระเบียบกฎหมาย และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามหลักธรรมาภิบาล, สัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ&amp;ndash;พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กม. วงเงิน 9,913 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติม และรอลงนามสัญญาจ้าง ในส่วนสัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ&amp;ndash;ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม. อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารประกวดราคา รวมถึงจะต้องรอความชัดเจนเนื่องจากโครงสร้างทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง&amp;ndash;สุวรรณภูมิ&amp;ndash;อู่ตะเภา) ซึ่งในขณะนี้ อยู่ระหว่างการเร่งรัดหาข้อสรุปการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้กระทบทั้ง 2 โครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97675</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย, รถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค, รถไฟฟ้าความเร็วสูง, รถไฟไทย-จีน, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_60619d04ad48f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมตั้งเป้าผู้นำส่งออกรถไฟฟ้าในอาเซียน ลุยตั้งโรงงานแห่งแรกในปี 2565 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ. 2562 - นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเตรียมเสนอแผนแม่บทการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วน ประกอบตัวรถและซ่อมแซม คลอบคลุมรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ ตั้งเป้าตั้งโรงงานแห่งแรกในปี 2565 พร้อมสิทธิพิเศษส่งเสริมการลงทุนใน 3 พื้นทีได้แก่ พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) จ.นครราชสีมาและจ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม โดยตั้งเป้าหมายเป็นผู้นำอุตสาหกรรมทางรางของอาเซียน ส่งออกอุตสาหกรรมทางรางไปยังประเทศเพื่อนบ้านซีแอลเอ็มวีที่กำลังมีโครงการลงทุนระบบรางมหาศาล ทั้งตัวรถ อุปกรณ์ภายใน อะไหล่รถและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ประกอบกับการพัฒนารถไฟทางคู่และรถไฟไฮสปีดไปประชิดแนวชายแดนของประเทศจะทำให้ไทยเป็นฮับขนส่งทางราง เพราะในอนาคตเชื่อเถอะว่าการเดินทางในอาเซียนจะเชื่อมต่อกันด้วยระบบรางทั้งหมดตั้งแต่กลุ่มGMSไปจนถึงประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากรายงานพบว่าปริมาณการขนส่งสินค้าจะเติบโตตามสภาพเศรษฐกิจ ทำให้การขนส่งสินค้าจะเปลี่ยนโหมดไปใช้ระบบรางเพราะด้วยความใหญ่ของอาเซียนส่งผลให้การขนส่งรถไฟถูกกว่าการขนส่งทางบกหลายเท่า ผู้ประกอบการเพียงนำสินค้าจากโรงงานไปยังลานเทกองสินค้ารถไฟ(CY) แล้วขึ้นรถไฟส่งตรงไปชายแดนหรือท่าเรือได้โดยตรง ทั้งนี้สำหรับมาตรฐานของสินค้าและความปลอดภัยนั้นมั้นใจได้เลยว่าไม่มีปัญหาแน่นอนเพราะประเทศไทยมีมาตรฐานอ้างอิงเป็นสากลรองรับทั้งยุโรปและเอเซีย ตลอดจนมีหน่วยงานควบคุมคุณภาพสินค้า(QC)อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกระทรวงคมนาคมกล่าวว่าการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือรถไฟไทย-จีนในช่วงปลายเดือนก.พ.นี้จะมีการหารือกันถึงเรื่องจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าความเร็วสูงช่วงหนองคาย-เวียงจันทน์ ซึ่งจะเป็นการลงทุนของทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้จะคุยกันถึงเรื่องการตรวจสอบหนังสือเดินทางและวีซ่าในกรณีที่นั่งรถไฟความเร็วสูงไปยังประเทศที่สาม เช่น จากไทยไปจีนใช้รถไฟความเร็วสูงเส้นทาง กรุงเทพ-หนองคาย-เวียงจันทน์-คุณหมิง โดยไทยจะสนับสนุนให้มีการตั้งจุดตรวจสอบหนังสือเดินทางตั้งแต่สถานีขนาดใหญ่ต้นทางอย่างสถานีกลางบางซื่อ ขณะที่ประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่านั้นอาจมีการตรวจพาสปอร์ตบนรถไฟแบบรถไฟฟ้าช่วงปาดังเบซาร์-มาเลเซีย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28803</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ, รถไฟทางคู่, รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าความเร็วสูง, ส่งออกอาเซียน, แผนแม่บทการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8de797bd06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2019 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2019 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อวุ่นรถไฟไทย-จีน อาจล้มดีล เจอประกันแค่1 ปี หวั่นไม่คุ้มสูญเงินนับหมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ก.พ. 2562 แหล่งข่าวกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่าความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมาสัญญา 2.3 งานระบบราง ระบบไฟฟ้า และเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร วงเงินราว 4 หมื่นล้านบาทนั้นขณะนี้เจรจาคืบหน้าไปได้มากแล้วทั้งเรื่องสเป็ครายละเอียดการถอดแบบและมูลค่าของสัญญา(BOQ) การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากร แต่ยังคงติดปัญหาสำคัญส่งผลให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ยังไม่สามารถพิจารณาเห็นชอบได้และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถลงนามสัญญาได้หรือไม่ในการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 26-28 ก.พ. ณ กรุงปักกิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นสำคัญคือเรื่องของการเจรจาการประกันสินค้ารถไฟความเร็วสูงหรือการันตีที่ฝ่ายจีนเสนอให้เพียง 1 ปีเท่านั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะบริษัทผลิตรถไฟฟ้าทั่วโลกมีค่าการันตีตามมาตรฐานสากลที่ 2 ปี เนื่องจากเป็นสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นสินค้ามูลค่ามาก ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะทำให้สูญเสียเงินนับหมื่นล้านบาท หากพบภายหลังว่าสินค้าเกิดปัญหาในภายหลังและประเทศไทยก็ยังไม่มีความสามารถเพียงพอในการผลิตและประกอบรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งประกันนั้นจะครอบคลุมความเสียหายทั้งหมด อาทิ อะไหล่ งานระบบตัวรถ ค่าซ่อม อุปกรณ์ภายในรวมถึงประกันอุบัติเหตุให้กับผู้โดยสารหากเกิดเหตุการณ์ผิดพลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามดังนั้นหากคู่เจรจายังไม่ขยายเวลาให้คงไม่สามารถลงนามได้และต้องยกเลิกการเจรจาสัญญาดังกล่าวกับ องค์การออกแบบรถไฟแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (CRDC) และบริษัทไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (CRIC) ก่อนเจรจากับฝ่ายจีนเพื่อสรรหาบริษัทผู้ผลิตรายใหม่ต่อไปภายใต้สัญญาความร่วมมือระหว่างรัฐบาล(G2G) เบื้องต้นฝ่ายจีนยังไม่คัดค้านอะไรแต่การเจรจายังคงต้องดำเนินต่อไปกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รถไฟไฮสปีดเหมือนกับการซื้อรถยนต์สักคัน ถ้ามีประกันระยะสั้น มันก็มีความเสี่ยง เขาชี้แจงว่าสินค้าดีจริงเลยให้ประกันแค่นี้พอ เราบอกว่าถ้าดีจริงทำไมไม่ให้ประกันสองปี เหมือนกับรถยนต์ยิ่งแพงระยะเวลาประกันต้องยิ่งนาน&amp;quot; แหล่งข่าวกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าการถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาบุคลากรรถไฟความเร็วสูงของจีนในประเทศเพื่อนบ้านนั้นพบว่าคนท้องถิ่นไม่สามารถเข้าถึงและเป็นได้เพียงลูกมือเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวต่อว่ากรณีดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้นในประเทศเนื่องจากไทยเป็นเจ้าของโครงการโดยใช้เงินงบประมาณประเทศทั้งหมดและไม่มีข้อเสนออื่นแลกเปลี่ยน ดังนั้นจึงสามารถกำหนดเงื่อนไขให้คู่สัญญาปฏิบัติเรื่องการพัฒนาบุคลากรดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตามหลังจากลงนามสัญญา 2.3 ฝ่ายไทยจะเดินหน้าจัดตั้งองค์กรบริหารรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ใช้เวลาศึกษาราว 1 ปี รอให้งานโครงสร้างเสร็จอีก 2-3 ปี จะเริ่มเข้าสู่การติดตั้งระบบและฝึกอบรมบุคลากรด้านเทคโนโลยี การบริหารรถไฟไฮสปีด ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การขับและซ่อมแซมระบบรถ เป็นต้น รวมบุคลากรที่จะพัฒนาทั้งหมด 720 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่าฝ่ายจีนได้เสนออัตราดอกเบี้ยเงินกู้กลับมาให้ฝ่ายไทยพบว่าต่ำกว่า 3% หลังจากนี้จะมีการพิจารณาว่าจะใช้เงินกู้ภายในหรือภายนอกประเทศ ขณะที่การปรับแบบก่อสร้างมาใช้คอนกรีตในบางช่วง นั้นส่งผลให้วงเงินลงทุนเพิ่มขึ้นอีก 3 พันล้านบาท ระยะทาง 60 กม. ประกอบด้วย 1.ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง 2.บริเวณสถานีบางซื่อ อยุธยา สระบุรี และปากช่อง 3.ช่วงอุโมงค์ทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28525</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพ-นครราชสีมา, รถไฟฟ้าความเร็วสูง, รถไฟไทย-จีน, ส่อล้ม เจอประกันสินค้า 1ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190119/image_big_5c4285ff0b59d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ยิ้มออก เอกชน31 รายแย่งซื้อซองเชื่อมสามสนามบินเกินคาด ตะลึงเซ็นทรัลโผล่แจมด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รฟท.เผยเอกชนยื่นซื้อซองไฮสปีดสามสนามบินมากเกินคาด พุ่ง31ราย เร่งดันไฮสปีดอีก2เส้น 3 แสนล้านบาทเข้าประมูลภายในรัฐบาลชุดนี้ รับลูก &amp;lsquo;สมคิด&amp;rsquo; สั่งศึกษาไฮสปีดไปสุราษฎร์ธานีรับไทยแลนด์ริเวียร่า-เชื่อมรถไฟแลนด์บริดจ์อันดามัน เปิดโผรายชื่อเอกชนชิงเค้กไฮสปีดอีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า สำหรับการเปิดขายซองทีโออาร์นั้นถือว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามขั้นตอนทุกอย่างที่ได้ตั้งไว้ อีกทั้งบริษัทที่มายื่นซื้อซองถึง 31 รายนั้นถือว่าเกินกว่าเป้าหมายที่รฟท.ตั้งไว้อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะเร่งสรุปรายชื่อผู้ซื้อซองและเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปของการประกวดราคา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงอีก 2 เส้นทางที่เหลืออย่าง โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงช่วงกรุงเทพ-หัวหิน วงเงิน 9.5 หมื่นล้านบาทและโครงการถไฟฟ้าความเร็วสูงกรุงเทพ-เชียงใหม่ เฟส 1 ช่วงกรุงเทพ-พิษณุโลก วงเงินราว 2.7 แสนล้านบาทนั้นขณะนี้ทั้ง2โครงการอยู่ระหว่างเสนอตามขั้นตอนทั้งการเสนอคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (บอร์ดพีพีพี) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทั้งนี้รฟท.ตั้งเป้าว่าจะเร่งดำเนินการโครงการดังกล่าวให้เข้าสู่ขั้นตอนการประกวดราคาได้ภายในรัฐบาลชุดนี้หรือภายในช่วงกลางปีหน้าจะต้องทำให้ได้ตามแผนที่ฝ่ายนโยบายตั้งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีต่อสายตรงถึงประธานบอร์ดรฟท.เพื่อเร่งรัดความชัดเจนของโรงการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงช่วงหัวหิน-ชุมพร-สุราษฎร์ธานีเพื่อไปเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟแลนด์บริดจ์ช่วงชุมพร-ระนอง รองรับเส้นทางท่องเที่ยวตามชายฝั่งภาคตะวันตก หรือ ไทยแลนด์ริเวียร่า นั้นเมื่อนโยบายสั่งการมารฟท.ก็จะเร่งพิจารณาแนวทางพัฒนา โดยภายในปีนี้คาดว่าจะเห็นความชัดเจนด้านการจ้างเอกชนที่ปรึกษาเพื่อศึกษารายละเอียดการออกแบบ ความเหมาะสมและความคุ้มค่าของเส้นทางดังกล่าวหากต้องต่าขยายจากโครงการเดิมในช่วงกรุงเทพ-หัวหิน ทว่าในงบประมาณปี 2562 นั้นไม่ได้ตั้งงบไว้ดังนั้นจึงอาจต้องใช้แนวทางเบิกงบกลางปีมาใช้ดำเนินการ คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาโครงการดังกล่าวไม่น้อยกว่า 1 ปี ก่อนดำเนินการเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อถอดแบบราคาและร่างทีโออาร์ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ระบุว่าการเปิดขายซองเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์) โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซี วงเงิน 2.15 แสนล้านบาทระหว่างวันที่ 16 มิ.ย.-9 ก.ค. นั้นมีเอกชนรายใหญ่สนใจเข้าร่วมซื้อซองมากมายหลากหลายเจ้าทั้งกลุ่มทุนขนาดใหญ๋ในประเทศไทยหลากหลายสาขา อาทิ บิ๊กทุนรถไฟฟ้า บิ๊กอสังหาริมทรัพย์ บิ๊กทุนพลังงานและบิ๊กทุนก่อสร้าง ตลอดจนมีบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนรถไฟฟ้าไฮสปีดทั้งจากประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และฝรั่งเศสเป็นต้น ทั้งนี้สรุปรายชื่อบริษัทที่เข้าซื้อซองรวมทั้งสิ้น31 ราย ประกอบด้วย 1. บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือBTS เป็นรายแรก2. บริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด หรือ CP 3. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD &amp;nbsp;4.บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ 5.บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ หรือ EnCo&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.บริษัท อิโตชู คอปเปอเรชั่น จากประเทศญี่ปุ่น 7.บริษัท ชิโนไฮโดร จำกัด(มหาชน) จากประเทศจีน 8.บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC 9. บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM 10. บริษัท ฟูจิตะ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด 11.บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK 12.บริษัท China Railway Construction Corporation Limited หรือ CRCC &amp;nbsp;13.บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH 14.บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPL 15.บริษัท Chaina Railway Group limited 16. บริษัท China Resources (Holdings) Company Limited 17.บริษัท CITIC Group Corporation&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18. บริษัท Korea-Thai High-Speed Railroad Consortium Inc 19. บริษัทการรถไฟฝรั่งเศส SNCF INTERNATIONAL 20.Japan Overseas Infrastructure Investment Corporation for Transport &amp;amp; Urban Development &amp;nbsp;21.บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PLE 22.บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) หรือ CPN 23.บริษัท แอล เอ็ม ที สโตน จำกัด 24.บริษัท Wannasser Internationnal Green Hub Berhad 24.บริษัท ช.การช่าง จำหัก (มหาชน) หรือ CK 25.บริษัท China Communications Construction Corporation Limited 26.บริษัท เทอดดำริ จำกัด 27.บริษัท Salini Impregio S.p.A. 28.บริษัท ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) จำกัด 29.บริษัท TRANSDEV GROUP 30. บริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอนยิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด 31 บริษัท MRCB Builders SDN. BHD. อย่างไรก็ตามส่งผลให้รฟท.มีรายได้จากการขายซองดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 31ล้านบาท หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อซอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังจากผ่านขั้นตอนการขายซองโออาร์ไปแล้วจะจัดประชุมชี้แจงจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกในวันที่ 23 ก.ค.2561 และ 24 ก.ย.2561 หลังจากนั้นจะเปิดให้มีการส่งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ หรือคำถามเกี่ยวกับเอกสารการคัดเลือกเอกชน ในวันที่ 10 ก.ค.- 9 ต.ค. 2561 ตามกำหนดการรฟท.จะเปิดให้มีการรับซองข้อเสนอในวันจันทร์ที่ 12 พ.ย.2561 เวลา 9.00 -15.00น. โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นหลักประกันซองพร้อมกับการซื้อซองเอกสารข้อเสนอ มูลค่า 2,000 ล้านบาทและต้องชำระค่าธรรมเนียมการประเมินข้อเสนอให้แก่ รฟท. เป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาท และกำหนดให้เปิดซองผู้ยื่นข้อเสนอวันที่ 13 พ.ย.2561 เวลา 10.00 น.ณ สำนักงานโครงการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ มักกะสัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13112</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, ซื้อซองประมูล, รถไฟฟ้าความเร็วสูง, รถไฟเชื่อมสามสนามบิน, ไฮสปีดเทรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fdace07c2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
