<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีทีเอส บีอาร์ที และสายสีทอง  แจ้งปรับเวลาให้บริการ เริ่ม 1ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ก.ย.2564-นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;แจ้งว่า ตามมติที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 &amp;nbsp;(ศบค.) ครั้งที่ 15/2564 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา มีมติคลายล็อกดาวน์ ที่กำหนดห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานในเวลากลางคืน หรือเคอร์ฟิว จากเดิมกำหนดไว้ 21.00 - 04.00 น. ปรับไปเป็น เวลา 22.00 - 04.00 น. ตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทฯ ขอปรับเวลาการให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ทั้งสายสุขุมวิท และสายสีลม รถไฟฟ้าสายสีทอง
และรถโดยสารด่วนพิเศษ บีอาร์ที จากเดิมปิดให้บริการ 21.00 น. เป็นปิดให้บริการ 22.00 น. เพื่อปฏิบัติตาม คำประกาศ จากทางรัฐบาล โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 นี้ เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยมีรายละเอียดดังนี้ &amp;nbsp;รถไฟฟ้าบีทีเอส ขบวนสุดท้ายออกจากสถานีต้นทางเวลา 21.00 น. &amp;nbsp;รถไฟฟ้าสายสีทอง ขบวนสุดท้ายออกจากสถานีต้นทางเวลา 21.30 น. รถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที ปรับเวลาให้บริการคันสุดท้ายที่สถานีต้นทางเวลา 21.30 น. ลานจอดแล้วจร ปรับเวลาให้บริการจนถึง 22.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า บริษัทฯ จะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่ออำนวยความสะดวก เพิ่มความมั่นใจ และปลอดภัยแก่ผู้มาใช้บริการทุกท่าน และขอให้ผู้โดยสารทุกท่านโปรดเผื่อเวลาในการเดินทาง และกลับเข้าถึงเคหสถานก่อนเวลาที่ทางรัฐบาลกำหนด และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด บริษัทฯ เชื่อว่าวิกฤติดังกล่าวจะผ่านไปได้ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย และขอย้ำว่าเราจะมุ่งมั่นในการให้บริการเพื่อดูแลการเดินทางของผู้โดยสารอย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118181</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนรถไฟฟ้าบีทีเอส, บีอาร์ที, ปรับเวลาให้บริการ, รถไฟฟ้าสายสีทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153cf80e0f65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์ 16 ม.ค.นี้ เก็บค่าโดยสารสายสีทอง 15 บาทตลอดสาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ม.ค.64 นายเกรียงพล พัฒนรัฐ กรรมการผู้อำนวยการ &amp;nbsp;บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดเผยว่า &amp;nbsp;หลังจากที่บริษัทฯได้เปิดให้บริการเดินรถ ระบบขนส่งมวลชนระบบรองสายสีทอง สถานีกรุงธนบุรี(G1) &amp;ndash; สถานีคลองสาน (G3) &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 โดยเปิดให้บริการฟรีตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 15 มกราคม 2564 และจะเริ่มเก็บค่าโดยสารในอัตรา 15 บาทตลอดสาย ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2564 นี้เป็นต้นไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามนอกจากการใช้บริการกดบัตรโดยสารที่บริเวณสถานีแล้ว &amp;nbsp;ผู้โดยสารที่ใช้บัตรโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสรายเดือนและบัตรแรบบิท &amp;nbsp;สามารถใช้บัตรดังกล่าวเข้าใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีทองได้เช่นกัน โดยหักเป็นรายเที่ยว หรือหักตามมูลค่าค่าโดยสารเที่ยวละ 15 บาท แล้วแต่ชนิดของบัตร
&amp;nbsp;
นายเกรียงพล กล่าวต่อว่า จากสถิติการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีทองในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่า มีผู้โดยสารเฉลี่ยที่ประมาณ 10,000 เที่ยวคนต่อวัน โดยสถานีที่มีประชาชนใช้บริการสูงสุดคือที่สถานีเจริญนคร (G2) &amp;nbsp;แต่จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในระลอกสองที่เริ่มมีผู้ป่วยในกรุงเทพฯตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ธันวาคม 2563 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งภาครัฐได้ออกมาตรการควบคุมโรค ที่เข้มงวดมากขึ้น โดยประกาศให้สถานศึกษาในพื้นที่หยุดเรียน เน้นการทำงานจากที่บ้าน ( Work from home) รวมทั้งการจำกัดจำนวนคนเข้าสถานที่ต่าง ๆ และเข้มงวดการเดินทางของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทำให้ผู้โดยสารลดลงกว่า 70 %โดยปัจจุบันมีผู้โดยสารที่ประมาณ 3,000 เที่ยวคน/วัน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นแนวโน้มในทิศทางเดียวกันกับปริมาณผู้โดยสารในส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงห้าแยกลาดพร้าว (N9) &amp;ndash; คูคต (N24 ) ที่บริษัทฯได้เปิดให้บริการถึงสถานีปลายทางคูคต ไปเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 มีผู้โดยสารเฉลี่ยที่ 125,444 เที่ยวคนต่อวัน ซึ่งในช่วงแรกที่ให้บริการมีผู้โดยสารมากกว่า 150,000 เที่ยวคนต่อวัน แต่จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ผู้โดยสารลดลง ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 80,000 เที่ยวคนต่อวัน &amp;nbsp;โดยในส่วนต่อขยายสายสีเขียว ขณะนี้ทางฝ่ายนโยบายยังไม่มีกำหนดจัดเก็บค่าโดยสาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามได้กำชับเจ้าหน้าที่ในการทำความสะอาดและ ขอความร่วมมือผู้เดินทางปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19โดยเคร่งครัด ตลอดเวลาที่ใช้บริการระบบขนส่งมวลชน &amp;nbsp;นอกจากนี้บริษัทฯยังได้ดำเนินการป้องกันในทุกระบบขนส่งมวลชนที่บริษัทให้บริการ ทั้งโครงการพัฒนาระบบการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม &amp;nbsp;โครงการรถบีอาร์ที &amp;nbsp;โครงการรถบริการสำหรับผู้ใช้วีลแชร์ ให้กำหนดรอบการทำความสะอาดด้วยน้ำยาแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนและหลังให้บริการในแต่ละวัน
&amp;nbsp;
นายเกรียงพล กล่าวว่า สำหรับโครงการพัฒนาการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม ที่บริษัทเปิดให้บริการเรือไฟฟ้าจำนวน7ลำไปเมื่อ 27 พ.ย.63 ได้รับความสนใจจากประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เฉลี่ยที่ประมาณ 1,000 เที่ยวคน/วัน แต่หลังจากที่มีการระบาดของโควิด-19 ผู้โดยสารก็ลดลงกว่า 70%ด้วยเช่นกัน ซึ่งทางบริษัทฯ ได้มีมาตรการเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจ และปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสาร โดยคัดกรองสุขภาพของเจ้าหน้าที่ พนักงาน ทุกครั้งก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ การคัดกรองอุณหภูมิของผู้โดยสารประจำท่าเรือ และให้ผู้โดยสารกรอกประวัติข้อมูลทุกครั้งก่อนใช้บริการ และต้องสวดหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดการเดินทาง พร้อมทั้งจัดจุดบริการแอลกอฮอล์ ทุกท่าเรือ และบนเรือ ตลอดจนเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดจุดสัมผัสภายในเรือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89825</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพธนาคม, รถไฟฟ้าสายสีทอง, เกรียงพล พัฒนรัฐ, เก็บเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_5ffffd92a36ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯกดปุ่มเดินรถไฟฟ้าสีเขียว-สีทองนั่งฟรีถึง 15ม.ค.64 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
16ธ.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ช่วงหมอชิต- สะพานใหม่ &amp;ndash; คูคต) จำนวน 7 สถานี ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรี และคณะผู้บริหารร่วมทดลองโดยสารขบวนรถไฟฟ้าสายสีเขียวจากสถานีคูคตถึงสถานีกรุงธนบุรี โดยเป็น 1 ในสถานีของรถไฟฟ้าสายสีทอง ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าไร้คนขับสายแรกในประเทศไทย อย่างไรก็ตามรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย จะเปิดให้บริการประชาชนอย่างเป็นทางการในเวลา 13.00 น. เป็นต้นไป โดยจะให้บริการฟรีไปจนถึงเดือน วันที่ 15 ม.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ รถไฟฟ้าสายสีเขียว เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่จะมาสร้างความสุขให้ประชาชน โดยสามารถเดินทางเชื่อมต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ กรุงเทพฯ และปทุมธานี เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางให้ประชาชน ช่วยลดปัญหาการจราจร และปัญหาฝุ่น PM 2.5 หวังว่าประชาชนจะมีความสุขกับการเดินทางในสายนี้ ซึ่งวันข้างหน้า นายกฯ อาจจะต้องมาใช้รถไฟฟ้าด้วย เพราะรถติดเหลือเกิน และยังช่วยลดฝุ่นพิษด้วย อย่างไรก็ตามทุกเรื่องที่เป็นปัญหาผมจะทำให้ดีทุกเรื่อง และจะไม่ให้มีคำครหาใดๆ ซึ่งตนได้เน้นย้ำไปแล้วว่า การให้บริการต้องตรงเวลา ปลอดภัย สะดวก และให้บริการอย่างนุ่มนวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า รถไฟฟ้าสายสีเขียว จะเป็นแกนหลักที่สามารถกระจายประชาชนเดินทางไปได้ทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯ เนื่องจากมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าอีก 5 สาย โดยเชื่อมรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ที่สถานีพญาไท เชื่อมรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึง 5 จุด ที่สถานีอโศก สถานีศาลาแดง สถานีหมอชิต สถานีห้าแยกลาดพร้าว และสถานีบางหว้า เชื่อมรถไฟฟ้าสายสีทองที่สถานีกรุงธนบุรี และภายในปี 65 จะเชื่อมรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างใหม่อีก 2 สายคือ เชื่อมกับสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ และเชื่อมกับสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ที่สถานีสำโรง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวต่อว่า สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ได้เปิดให้บริการครบแล้วทุกสถานี รวม 59 สถานี ระยะทางกว่า 68 กิโลเมตร(กม.) มีรถไฟฟ้าให้บริการมากที่สุดถึง 98 ขบวน 392 ตู้ และมีการจัดรูปแบบการเดินรถให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถรองรับผู้โดยสารทั้งระบบได้สูงสุด มากกว่า 1.5 ล้านเที่ยวคนต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปัจจุบันจำนวนผู้โดยสารในส่วนต่อขยายช่วงสถานีห้าแยกลาดพร้าว(N9) - สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ (N17) เฉลี่ยในวันทำการที่ 1.32 แสนเที่ยวคนต่อวัน ซึ่งการเปิดเพิ่มอีก 7 สถานีถึงคูคตครั้งนี้ จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 2.52 แสนเที่ยวคนต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัว อย่างไรก็ตามยังได้จัดอาคารจอดแล้วจร &amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า จำนวน 2 แห่ง ณ สถานีแยกคปอ. และสถานีปลายทางคูคต รองรับจำนวนรถได้รวม 1,755 คัน ซึ่งจะทำให้ประชาชนที่เดินทางได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเปิดให้บริการฟรีถึง 15 ม.ค.64.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีอาคารจอดแล้วจรเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า จำนวน 2 แห่ง ณ สถานีแยก คปอ. และสถานีปลายทางคูคต รองรับจำนวนรถได้รวม 1,755 คัน ซึ่งจะทำให้ประชาชนที่เดินทางได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเปิดให้บริการฟรีถึง 1 ม.ค.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวอีกว่า ในส่วนของสายสีทอง ระยะที่ 1 สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี-สถานีคลองสาน จะให้บริการฟรี 1 เดือน ระหว่างวันที่ 16 ธ.ค. 2563 &amp;ndash; 15 ม.ค. 2564 จะเริ่มเก็บค่าโดยสารคงที่ 15 บาทตลอดสาย ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87010</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต, รถไฟฟ้าสายสีทอง, สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี-สถานีคลองสาน, เปิดส่วนต่อขยายบีทีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd99590f2e85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดภาพอนาคต’กะดีจีน-คลองสาน’  ฟื้นฟูเมืองเก่า สร้างโอกาสเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กะดีจีน-คลองสาน เป็นหนึ่งในย่านประวัติศาสตร์สำคัญของกรุงเทพมหานคร เป็นย่านเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีมรดกวัฒนธรรมทรงคุณค่าของคนหลากหลายศาสนา แต่ปัจจุบันย่านกะดีจีน-คลองสานกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่&amp;nbsp;จากการพัฒนารถไฟฟ้าสายสีทอง&amp;nbsp;(ธนบุรี&amp;nbsp;&amp;ndash;คลองสาน ระยะทาง&amp;nbsp;1.8&amp;nbsp;กม. )&amp;nbsp;พร้อมเปิดให้บริการวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;นี้ โดยมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สถานี ได้แก่ สถานีกรุงธนบุรีเชื่อมกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีเจริญนครอยู่ด้านหน้าศูนย์การค้าไอคอนสยาม และสถานีคลองสานอยู่ด้านหน้าโรงพยาบาลตากสิน &amp;nbsp;นับว่าเป็นเส้นทางการคมนาคมสำคัญที่จะทำให้ย่านเก่าแก่กะดีจีน&amp;nbsp;-คลองสาน ในพื้นที่เขตคลองสาน มีความเปลี่ยนแปลง ไม่รวมการบูมอสังหาริมทรัพย์ของภาคเอกชนบนพื้นที่ริมแม่น้ำ&amp;nbsp;เต็มไปด้วยอาคารสูง&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัฒนธรรมเก่าปะทะวัฒนธรรมใหม่ เป็นโจทย์ใหญ่ของการพัฒนาเมืองเก่าริมแม่น้ำแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง&amp;nbsp;(UddC-CEUS)&amp;nbsp;คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;ร่วมกับเครือข่ายชุมชน และกรุงเทพมหานคร ได้วางยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูย่านกะดีจีน-คลองสานมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ภายใต้โครงการกรุงเทพฯ&amp;nbsp;250 (&amp;nbsp;โครงการจัดทำผังแม่บทการฟื้นฟูเมืองในวาระครบรอบ&amp;nbsp;250&amp;nbsp;ปีของกรุงเทพฯ ในปี&amp;nbsp;2575&amp;nbsp;)&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีหมุดหมายเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมกายภาพของพื้นที่เขตเมืองชั้นในให้มีความน่าอยู่ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมแก่คนหลากหลายกลุ่มของเมือง &amp;nbsp;ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วม หารือกับคนในพื้นที่ พร้อมกับภาคีพัฒนาจากภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษา และประชาสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การฟื้นฟูย่านกะดีจีน-คลองสานมีแนวทางหลายด้าน ย่านชุมชนพักอาศัยริมน้ำประชากรกรหนาแน่น คุณภาพดี ทั้งชุมชนกุฎีจีน ชุมชนวัดกัลยาณมิตร &amp;nbsp;เรือนไม้ริมคลองวัดอนงคาราม จะรักษาเอกลักษณ์ชุมขนดั้งเดิมไว้ และพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฟื้นฟูท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำ นำมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นมาสร้างเศรษฐกิจ เช่น อาหารการกินขึ้นชื่อของย่าน ปรับปรุงพื้นที่สาธารณะร่วมของหลากวัฒนธรรม ทำทางเดินริมน้ำคลองสาน ทางเดินริมน้ำย่านกะดีจีน แนวคิดนี้มาสู่ผังแม่บทอนุรักษ์ฟื้นฟูย่านกะดีจีน-คลองสาน จะเชื่อมโยงพื้นที่สัญจรสำคัญเข้ากับพื้นที่ริมน้ำ และเชื่อมพื้นที่ริมน้ำเข้าด้วยกัน เพื่อประโยชน์คนในพื้นที่และคนที่เข้ามาเยือน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนับสนุนการเรียนการสอนรายวิชาสตูดิโอวางผังชุมชนเมืองของนิสิตปีที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง ปีการศึกษา&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;โดยเลือกพื้นที่ยุทธศาสตร์ย่านกะดีจีน-คลองสานเป็นพื้นที่เรียนรู้ด้วยวิธีแบบใหม่ คือ การใช้เทคนิคการมองภาพอนาคต&amp;nbsp;(foresight technique )&amp;nbsp;และเทคนิคการวางแผนกลยุทธ์&amp;nbsp;(stretegic planing)&amp;nbsp;บนฐานข้อมูลเมืองและกระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายใต้ยุทธศาสตร์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ด้านการอยู่อาศัย&amp;nbsp;(Livability) 2.ยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;(Economy)3.ยุทธศาสตร์ด้านการเรียนรู้&amp;nbsp;(Learing)4.ยุทธศาสตร์ด้านการเชื่อมต่อ(Mobility)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;5.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับปรุงภูมิทัศน์&amp;nbsp;(Urban Form)&amp;nbsp;ผลงานของนักศึกษาจะส่งต่อให้ กทม.&amp;nbsp;นำไปพิจารณาในผังแม่บทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ศ.ชนปรียา บุญมานะวงศ์&amp;nbsp;นิสิตร่วมออกแบบผังยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ บอกว่า จากการสำรวจย่านกะดีจีน พบปัญหาเป็นซอยตันและพื้นที่สีเขียวน้อย ย่านนี้คนอาศัยหนาแน่น ทำให้เศรษฐกิจกระจุกตัวในชุมชน ไม่กระจายสู่ถนนสายหลักของย่าน ไม่มีร้านค้าที่จำหน่ายอาหารบริการทั่วถึง&amp;nbsp; ไม่มีจุดนั่งพักผ่อน เป็นความท้าทายการทำผังเมือง พื้นที่โซนนี้มีศํกยภาพด้านวัฒนธรรมประเพณี &amp;nbsp;เป็นพื้นที่ของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชุมชน ต้องกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ แต่ปัจจุบันมีขนส่งระบบรางเข้ามา ต้องเชื่อมโยงให้คนเข้ามาในพื้นที่ รองรับนักท่องเที่ยว &amp;nbsp;โอกาสทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่ศึกษา &amp;nbsp;นายชยางกูร กิตติธีระธำรง&amp;nbsp;นศ.สถาปัตย์ฯ เสนอยุทธศาสตร์ด้านการเชื่อมต่อว่า ความสะดวกสบายในการเดินทาง จะนำมาสู่การพัฒนาเมืองเก่า อุปสรรคสำคัญของย่านนี้คือ ไม่มีทางเท้าที่ปลอดภัย แต่ละซอยไม่เชื่อมต่อกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้น ยุทธศาสตร์สำคัญทำให้คนเคลื่อนที่ เชื่อมต่อการสัญจรไปมา มุ่งสู่เมืองเดินได้ เดินดี&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นชุมชนริมแม่น้ำต้องเชื่อมต่อการเดินทางทางน้ำสู่จุดสำคัญๆ ปรับปรุงทางเดินเท้าให้สะอาด ปลอดภัย มีแสงไฟส่องสว่างเพียงพอยามค่ำคืน เพื่อให้เดินได้จริง รวมถึงจัดพื้นที่จอดรถให้เพียงพอ หนุนให้คนเดินจับจ่ายใช้สอยของกินย่านดัง ทั้งท่าดินแดง คลองสาน ชุมชนกุฎีจีน &amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ รวมถึงนำวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นจุดแข็งมาสร้างธุกิจ เช่น ขนมฝรั่งกุฎีจีน หมูกระดาษ ห่านท่าดินแดง &amp;nbsp;กะลอจี๊ ฯลฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;น.ส.วัสสพร ยี่สุนเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นศ.สถาปัตย์ฯ บอกเล่ายุทธศาสตร์ด้านการเรียนรู้ว่า เขตคลองสานถือเป็นย่านการเรียนรู้ เพราะมีโรงเรียนและสถานศึกษามีชื่อเสียงกว่า&amp;nbsp;16&amp;nbsp;แห่ง ยังไม่รวมพื้นที่การเรียนรู้ทางวัฒนธรรม อย่างชุมชน วัด โบสถ์ มัสยิด ศาลเจ้า แต่สิ่งที่โซนนี้ขาด คือ การผนวกมรดกวัฒนธรรมเข้ากับการเรียนรู้ของสถานศึกษา&amp;nbsp; ซึ่งการออกแบบผังเมืองริมน้ำคลองสาน&amp;nbsp; เพิ่มพื้นที่สาธารณะรอบโรงเรียนให้เด็กได้ใช้สอย ใช้เวลาในพื้นที่นานขึ้น จะเกิดประโยชน์ รวมถึงการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะร่วมของหลากวัฒนธรรม เช่น ทางเดินริมน้ำย่านกะดีจีน พัฒนาพื้นที่ใต้สะพานพุทธ พัฒนาโกดังเก่าสมัยรัชกาลที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ให้เป็นแหล่งข้อมูลความรู้ บอกเล่าเรื่องราวในพื้นที่ กระตุ้นการเรียนรู้ได้ดี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ด้านการอยู่อาศัย มีการนำเสนอน่าสนใจ&amp;nbsp;น.ส.ปริชญา&amp;nbsp; ยรรยงยุทธ&amp;nbsp;สรุปผลศึกษาและให้ภาพอนาคตว่า พื้นที่สีเขียวมีความสำคัญเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตภายใต้ระบบนิเวศที่ดี เกิดความสะดวกสบายมากขึ้น และเป็นพื้นที่นันทนาการเชื่อมคนชุมชนและผู้มาเยือนได้อย่างลงตัว&amp;nbsp; เราเสนอให้นำพื้นที่ราชการ วัด และสถานที่รกร้าง มาปรับปรุงเป็นพื้นที่สีเขียว &amp;nbsp;รวมถึงพัฒนาคลองทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สายในย่าน ควบคู่ปรับปรุงพื้นที่ริมคลองให้เป็นแหล่งพบปะกันในรูปแบบใหม่ๆ เช่น แหล่งออกกำลังกาย ส่งเสริมสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มาตรการควบคุมและส่งเสริมภูมิทัศน์ย่านกะดีจีน-คลองสาน เป็นอีกยุทธศาสตร์ ซึ่ง&amp;nbsp;น.ส.ชลลดา ศรีขาวรส&amp;nbsp;&amp;nbsp;นศ.จากรั้วจุฬาฯ นำเสนอว่า ปัจจุบันมีอาคารสูงเกิดขึ้นมากมายในพื้นที่ เป็นส่วนหนึ่งทำลายมรดกทางวัฒนธรรม ย่านนี้มีความเป็นพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp; มีชุมชนตามตรอกซอยซอยและพื้นที่ริมคลอง รวมถึงศาสนสถาน โบราณสถาน กระจายทั่ว จำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมความสูงอาคาร &amp;nbsp;การใช้สีครีมทาอาคารและสีเทาทาหลังคาบ้านเรือนริมแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;ต้องให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กทม.&amp;nbsp;เคร่งครัด เพราะเป็นย่านประวัติศาสตร์ เพื่อความสวยงามและกลมกลืนของอาคารบ้านเรือนทำให้บรรยากาศของย่านจะน่าเที่ยว น่าเดิน ภูมิทัศน์สวยงาม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามฟื้นฟูเมืองเก่า คงไม่สำเร็จถ้าไม่ร่วมไม้ร่วมมือกัน ในมุมมอง&amp;nbsp;สุนทรี เจริญสุขสัมฤทธิ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาและฟื้นฟูเมือง สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร บอกว่า ผลงานออกแบบย่านกะดีจีน-คลองสานในอนาคต &amp;nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงคนรุ่นใหม่ทุ่มเทลงพื้นที่ สำรวจข้อมูล คุยกับชาวบ้าน และชวนกันมองภาพเมืองในฝัน ภายใต้ทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ โครงการต่างๆที่นำเสนอมีคุณค่า ซึ่งเรามีผลสำเร็จการโครงการปรับปรุง พัฒนา สะพานด้วน สะพานพระปกเกล้าสู่สวนสาธารณะลอยฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;นี่เป็นโมเดลตัวอย่างของการสร้างการเดินภายใต้โครงการกรุงเทพฯ&amp;nbsp;250&amp;nbsp;เชื่อมต่อระบบราง &amp;nbsp;การขนส่งทางน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เดินเข้าสู่พื้นที่ชุมชน ปัจจุบันกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; นอกจากนี้ ชุมชนกะดีจีน-คลองสาน มีปราชญ์ชุมชนที่เต็มไปด้วยความรู้และภูมิปัญญาเก่าแก่ ต้องเชื่อมวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าในชุมชน เช่นเดียวกับการพัฒนาทางเดินเท้า ข้อดีของการใช้สองเท้าเก้าเดินออกมา จะทำให้เศรษฐกิจในเมืองเติบโตได้ &amp;rdquo; สุนทรี บอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;วุฒิชัย เชื้อมั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน บอกว่า การพัฒนาในพื้นที่ บางจุดต้องมีการเวนคืน แต่สามารถทำได้ สิ่งที่อยากเห็นเร็วๆ นี้ เรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจบริเวณพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ใต้สะพานพุทธ และใต้สะพานพระปกเกล้าริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีท่าเรือของกรมเจ้าเท่าอยู่หากนำสินค้าชุมชนไปขายจะดีมาก หรือแม้พื้นที่ฝั่งคลองสานก็ผลักดันเรื่องนี้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ในอนาคตเขตคลองสานจะมีรถไฟฟ้าสายสีทองเข้าถึง เปิดใช้บริการช่วงเดือนธันวาคม จะทำให้การเดินทางสะดวกสบายมาก คนไหลเข้าพื้นที่มากขึ้น ต้องเตรียมพร้อมรองรับในทุกมิติ &amp;ldquo; ผช.ผอ.เขตคลองสานย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มุมมองสถาปนิกอย่าง&amp;nbsp;ปรีดา&amp;nbsp;หุตะจูฑะ&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ สถาปนิก และผังเมือง&amp;nbsp;บริษัท แพลนเนอร์&amp;nbsp;26&amp;nbsp;จำกัด บอกว่า การวางแผนเรื่องการสัญจรพื้นที่ริมน้ำ นอกจากอำนวยความสะดวกคนแล้ว ต้องไม่ลืมเรื่องรถจักรยานและรถจักรยานยนต์ รวมถึงซาเล้ง หาบแร่แผงลอยด้วย เพื่อสร้างทางที่มีขนาดเหมาะสม รวมถึงมีศักยภาพในการจัดการท่องเที่ยวทางจักรยาน เชื่อมต่อทางน้ำ &amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือแม้กระทั่งจุดจอดมอเตอร์ไซด์ที่ให้บริการฟู๊ด เดลิเวอร์รี อนาคตจะเพิ่มมากขึ้น ผู้บริโภคไม่ได้นิยมเฉพาะช่วงที่มีสถานการณ์โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพย่านกะดีจีน-คลองสานในอนาคต เต็มไปด้วยความท้าทาย การตั้งเป้าหมายทำแผนแม่บทฯ &amp;nbsp;โดยผสานความรู้ด้านวิชาการ นวัตกรรม และต้นทุนทางวัฒนธรรม หากโครงการนำร่องทำสำเร็จ จะเป็นโมเดลขยายผลสู่การฟื้นฟูเมืองชั้นในตามพื้นที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;ไม่เฉพาะย่านเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้เท่านั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86924</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กะดีจีน-คลองสาน, นสพ.ไทยโพสต์, รถไฟฟ้าสายสีทอง, ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC-CEUS), แผนแม่บทฟื้นฟูกะดีจีน-คลองสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd84506207e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์16 ธ.ค.นี้นายกฯกดปุ่มใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวถึงคูคตและสายสีทองกรุงธนบุรี - คลองสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค. 2563 รายงานข่าวจากบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส เปิดเผยว่าในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเปิดให้บริการส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต และรถไฟฟ้าสายสีทอง เชื่อมโยงการเดินทาง 3 จังหวัด แบบไร้รอยต่อ กรุงเทพมหานคร สายสุขุมวิท-สายสีลม, สมุทรปราการ สายสุขุมวิท ส่วนต่อขยายแบริ่ง-สมุทรปราการ, ปทุมธานี ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และรถไฟฟ้าสายสีทอง สถานีกรุงธนบุรี - สถานีคลองสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนต่อขยายสายสีเขียว (เหนือ) หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เตรียมให้บริการต่อเนื่องทั้งระบบ เพิ่มเติมจากสถานีวัดพระศรีมหาธาตุไปอีก 7 สถานี ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ ได้แก่ สถานีพหลโยธิน 59 สถานีสายหยุด สถานีสะพานใหม่ สถานีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช สถานีพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ สถานีแยก คปอ. และสถานีคูคต ซึ่งจะทำให้พี่น้องประชาชนสามารถเดินทางต่อเนื่องเชื่อม 3 จังหวัด คือ สมุทรปราการ กรุงเทพฯ และปทุมธานี รวมระยะทางประมาณ 68 กิโลเมตร ได้สะดวก รวดเร็ว และง่ายขึ้น บรรเทาปัญหาการจราจร ทั้งยังลดปัญหาฝุ่นและมลพิษทางอากาศอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ กรุงเทพมหานคร(กทม.)ยังจะเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีทอง ระยะที่ 1 จำนวน 3 สถานี ตามแนวถนนเจริญนคร ไปพร้อมๆ กัน ได้แก่ สถานีกรุงธนบุรี สถานีเจริญนคร และสถานีคลองสาน เชื่อมฝั่งธนบุรีไปยังฝั่งพระนคร ที่จุดเชื่อมต่อสายสีเขียวและสายสีทองที่สถานีกรุงธนบุรีอีกทางหนึ่ง โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมาเป็นประธานเปิดเดินรถทั้ง 2 เส้นทางในช่วงเช้า และจะเปิดให้บริการประชาชน เวลา 13.00 น. ในวันเดียวกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากบีทีเอส แจ้งว่าสำหรับค่าโดยสารที่จะเพิ่มขึ้นจากเส้นทางเดินรถไฟฟ้าในส่วนต่อขยาย ช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า ช่วงอ่อนนุช-เคหะ และช่วงหมอชิต-คูคต ยังคงเป็นการกำหนดโดยกรุงเทพมหานคร อยู่ในฐานะผู้รับจ้างการเดินรถในส่วนต่อขยายนี้เท่านั้น และที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย รวมถึง กทม.มีเป้าหมายในการทำให้ค่าโดยสารมีอัตราที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยจะมีการเก็บค่าโดยสารตามระยะทางเริ่มต้นจาก 15 บาท และรวมตลอดเส้นทางอยู่ในระดับไม่เกิน 65 บาท เพื่อไม่ให้เป็นภาระกระทบต่อคุณภาพชีวิตชาวกรุงเทพมหานคร จากค่าโดยสารตลอดเส้นทางที่ศึกษาไว้เดิมสูงสุดถึง 158 บาท จนนำมาสู่การเจรจาเพื่อแก้ไขสัญญาสัมปทาน เพื่อให้สามารถจัดเก็บค่าโดยสารตามเป้าหมายและแก้ไขปัญหาเรื่องภาระหนี้สินของกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการและกระทรวงมหาดไทยและอยู่ระหว่างการเสนอขออนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86640</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต, บีทีเอส, รถไฟฟ้าสายสีทอง, สถานีกรุงธนบุรี - สถานีคลองสานสายสีเขียว, สายสีเขียว, ส่วนต่อขยาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb4a418560f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69083</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยลโฉมรถไฟฟ้าสายสีทองขบวนแรกเตรียมเปิดให้บริการ ต.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.63-นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) เปิดเผยว่า วันนี้ (18 มิถุนายน 2563) เวลา 10.30 น. รถไฟฟ้าสายสีทอง รุ่น Bombardier Innovia APM 300 ขบวนแรกของประเทศไทย ได้เดินทางมาถึงท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีทองเป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้มอบหมายให้บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งแบ่งดำเนินการในระยะที่ 1 มีจำนวน 3 สถานี คือ สถานีกรุงธนบุรี (GN1) สถานีเจริญนคร (GN2) และสถานีคลองสาน (GN3) ระยะทาง 1.80 กิโลเมตร เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ฝั่งธนบุรีที่มีการพัฒนาเป็นย่านเศรษฐกิจใหม่ที่มีศักยภาพ

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีทองในขณะนี้ มีความก้าวหน้าในภาพรวม 89% โดยในส่วนของการก่อสร้างงานโยธา คืบหน้า 94.42% ส่วนงานระบบเดินรถคืบหน้า 81% เนื่องจากมีอุปกรณ์ที่ต้องสั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศเกิดความล่าช้าจากผลกระทบโรคระบาดโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา แต่ขณะนี้สถานการณ์โรคระบาดเริ่มคลี่คลายจึงสามารถเดินหน้างานในการทำงานอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการ บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเชีย จำกัด ผู้ติดตั้งระบบ รวมทั้งสำนักการจราจรและขนส่ง เจ้าของโครงการ สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เจ้าของพื้นที่ สน.พื้นที่ รวมทั้งสำนักสิ่งแวดล้อมที่ช่วยให้การเร่งรัดงานเป็นไปด้วยดี ทำให้สามารถเปิดเดินรถตามเป้าหมายเดิมได้ภายใน ต.ค. 2563 โดยอัตราค่าโดยสารตามที่ศึกษาไว้ คือ จัดเก็บที่ 15 บาทตลอดสาย คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร ในปีแรกที่เปิดให้บริการที่ 42,260 เที่ยว/คน/วัน

นายมานิต กล่าวต่ออีกว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง ถือเป็น Feeder (ระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง) ที่ใช้รูปแบบรถที่มีขนาดกะทัดรัด โดยเลือกใช้รถไฟฟ้า Automated People Mover-APM (ระบบขนส่งมวลชนแบบนำทางอัตโนมัติ) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งมีความเหมาะสมกับพื้นที่และเป็น Feeder ที่มีประสิทธิภาพที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนในทุกโหมดไม่ว่าจะเป็นระบบรางสายหลักของรถไฟฟ้าสายสีเขียวโดยเชื่อมต่อกัน ที่สถานีกรุงธนบุรี ผู้โดยสารที่ใช้บัตรแรบบิทสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีทองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

นอกจากนี้ รถไฟฟ้าสายสีทองยังเชื่อมต่อกับรถโดยสารประจำทางในพื้นที่ย่านคลองสาน รวมทั้งเชื่อมต่อการเดินทางในเส้นทางเดินเรือแม่น้ำเจ้าพระยา และในอนาคตยังเชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงหัวลำโพง-บางบอน-ราษฎร์บูรณะ และรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ อีกด้วย ทั้งนี้โครงการนี้ไม่มีการใช้งบประมาณจากทางราชการ เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งเป็นประโยชน์แก่รัฐ มีลักษณะคล้ายกับการดำเนินการระบบขนส่งมวลชนบางเส้นทางในประเทศญี่ปุ่น

ด้านนายสุมิตร ศรีสันติธรรม ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS กล่าวว่า บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้รับว่าจ้างในการจัดหาขบวนรถ รวมถึงการเดินรถ และซ่อมบำรุงเป็นระยะเวลา 30 ปี จากบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด โดยรถไฟฟ้าที่รับมอบในครั้งนี้ เป็นรถไฟฟ้ารุ่น Bombardier Innovia APM 300 ผลิตที่เมืองอู่หู มณฑลอานฮุย สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเมื่อขบวนรถไฟฟ้าเดินทางมาถึงประเทศไทย บริษัทฯ จะนำขบวนรถไฟฟ้าไปยังโรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุงที่สถานีกรุงธนบุรี

สำหรับรถไฟฟ้ารุ่นดังกล่าว มีความพิเศษ คือ เป็นรถไฟฟ้ารูปแบบไร้คนขับ ขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยใช้รางนำทาง สามารถจุผู้โดยสาร 138 คน/ตู้ และ 1 ขบวนสามารถจุผู้โดยสาร 276 คน/ขบวน รองรับผู้โดยสารได้ 4,200 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง รถไฟฟ้ามีความกว้าง 2.8 เมตร ความยาว 12.75 เมตร ความสูง 3.5 เมตร ประตูมีความกว้าง 1.9 เมตร ความสูงของพื้นรถ 1.1 เมตร น้ำหนัก 16,300 กิโลกรัม ก่อให้เกิดเสียงรบกวนต่ำ ความเร็วการทำงานสูงสุดที่ 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง หากเกิดเหตุฉุกเฉินระบบจะทำการหยุดรถอัตโนมัติ และมีรถมารับผู้โดยสารทันที

นายสุมิตร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ขบวนรถไฟฟ้าที่บริษัทฯ ได้รับมอบแล้วจำนวน 1 ขบวน เหลืออีก 2 ขบวนที่จะทยอยเดินทางมาภายในเดือนสิงหาคม 2563 สำหรับขบวนรถที่ใช้ในระบบรถไฟฟ้าสายสีทองนั้น มีทั้งหมด 3 ขบวน ขบวนละ 2 ตู้ ใช้รับส่งผู้โดยสารจำนวน 2 ขบวน และสำรองไว้ในระบบ 1 ขบวน สำหรับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีทองถือเป็นรถไฟฟ้าสายสำคัญ โดยเส้นทางจะผ่านแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น ไอคอนสยาม ล้ง 1919 เป็นต้น ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้าสู่สถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานครได้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69083</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟฟ้าสายสีทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb5bc20c40d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.1แจงรถไฟฟ้าสายสีทองไม่ได้เอื้อนายทุน ถามฝ่ายค้านกลับไม่ให้ทุนทำแล้วใครจะทำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.63- พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีการอนุมัติก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทองเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีทองอยู่ในแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดรองของกทม.ตั้งแต่ปี 2552 โดยให้สายรองเป็นอำนาจดำเนินการของท้องถิ่น ต่อมาคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกได้เห็นชอบให้กทม.ดำเนินการโครงการและมีมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กทม.ดำเนินการ ในระหว่างนั้นกทม.โดยเคที (บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด) หาแนวทางที่จะลงทุนในส่วนนี้ เพราะกทม.ไม่มีสภาพคล่อง โดยทางเคทีตกลงกับภาคเอกชนที่จะให้เอกชนซื้อโฆษณาล่วงหน้าของสายสีทองจำนวน 30 ปีประมาณ 2000 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าของการโฆษณามีจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.มหาดไทยกล่าวอีกว่า หลังจากนั้นกทม.มอบหมายให้เคทีดำเนินการ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่พึ่งงบประมาณของกทม. เคทีก็ได้ลงนามในเอ็มโอยูเรื่องโฆษณา เมื่ออนุมัติดำเนินการ ทางเอกชนให้งบประมาณกับเคทีเพื่อเป็นค่าโฆษณา เคทีไปดำเนินการสร้างโยธาของสายสีทอง ถ้าพิจารณาตรงนี้ถือว่าระบบขนส่งมวลชนเป็นความจำเป็นของทุกเมือง เพราะสามารถแก้ไขปัญหาการจราจร สิ่งแวดล้อม ลดการใช้ยานพาหนะของประชาชน และลดอุบัติเหตุ ระบบขนส่งมวลชนที่จะต้องเป็นระบบรางที่มีทั้งระบบหลักและระบบาง เพื่อดึงให้คนเข้าสู่ระบบการขนส่งมวลชนให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหาของการดำเนินการ คือ ทำได้ช้ามากและใช้เงินลงทุนมากกว่าจะคุ้มทุนต้องใช้เวลา 10 ปี ในอดีตที่ผ่านมามีเอกชนลงทุนงานโยธาเพียงเดียว คือ บีทีเอส และประสบปัญหาการขาดทุน จากนั้นเป็นต้นมาภาครัฐต้องเข้ามาลงทุนสร้างงานโยธาเองและจ้างบริษัทเดินรถ ทำให้การลงทุนเป็นได้ล่าช้า จึงนำมาสู่การลงทุนอีกรูปแบบหนึ่ง คือ หากมีเอกชนรายใดต้องการสร้างงานโยธาของระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่และขอดำเนินการลงทุนทั้งหมด ก็ควรจะต้องพิจารณา โดยมีหลักการพิจารณาว่าถ้าประเทศชาติได้ประโยชน์ก็ควรรับพิจารณาแต่ต้องเป็นไปตามกฎหมายและเป็นธรรม มิเช่นนั้น จะต้องรอให้รัฐลงทุนเองซึ่งจะเป็นไปได้ช้ามาก เรื่องนี้เมื่อมีการดำเนินการก่อสร้างแล้ว รัฐจะได้เส้นทางสายสีทองมาโดยไม่ได้ลงทุนงานก่อสร้าง ประชาชนได้สายรองในพื้นที่ที่จะสามารถขยายต่อไปได้อีก ส่วนเอกชนก็สามารถดำเนินประกอบธุรกิจได้ &amp;nbsp;ส่วนการยกเวินมติคณะรัฐมนตรีปี 2537 ที่ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์จะต้อสร้างเป็นระบบใต้ดินนั้นสายสีทองเป็นสายรองที่ต้องเชื่อมกับสายอื่นๆ เช่น สายสีเขียวที่มีอยู่แล้ว เป็นต้น หากไม่ทำเช่นนี้จะต้องใช้เงินลงทุนและเวลาดำเนินการอีกมาก ดังนั้น มติครม.จึงยกเว้นให้สามารถก่อสร้างบนดินได้ เพื่อเชื่อมกับสายสีเขียว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า อยากเสนอสภาให้ช่วยพิจารณาเรื่องคำว่าเอื้อด้วย การลงทุนในประเทศจะต้องมีนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ จึงต้องมีช่องให้นักลงทุนภายในประเทศได้มีโอกาสลงทุน ขณะนี้สังคมกำลังคิดว่าทางเอกชนรวยมากและได้เปรียบ ขอให้ลองพิจารณาดูว่าที่จะให้คนที่รวยที่ลงทุนในแผ่นดินภายใต้กฎหมาย ถ้าไม่ให้ลงทุนแล้วก็อยู่อย่างนี้อยู่เฉยๆ แต่เมื่อเรามีความสามารถจะทำได้ก็ควรดำเนินการ ในคณะรัฐมนตรีนั้นนายกฯเพียงคนเดียวสั่งไม่ได้ เพราะไม่มีใครยอมไปเป็นคดี และอยู่ในคณะรัฐมนตรีก็มีหลายเรื่องที่ไม่เห็นด้วยและก็ถอนกลับไปเสมอ ดังนั้น มติครม.ก็เป็นมติครม.ไม่ใช่นายกฯ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58118</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา, รถไฟฟ้าสายสีทอง, รมว.มหสดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e54a1e6929bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
