<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BTSC ยื่นฟ้องผู้บริหาร รฟม.กับพวกผิด ม.157 ยกเลิกประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2564 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากทาง บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC มาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ผู้บริหารการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เป็นจำเลย กรณีโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ส่วนการก่อสร้างงานโยธาส่วนตะวันตก และการเดินรถไฟฟ้าตลอดเส้นทาง ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 165 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ฟ้องระบุสืบเนื่องจากกรณีการคัดเลือกเอกชนร่วมโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ที่ รฟม. และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคัดเลือก หลังเอกชนยื่นซองข้อเสนอแล้วโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งก่อนยื่นฟ้องคดีนี้ BTSC ได้ยื่นฟ้อง รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกฯ ต่อศาลปกครองกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ 2280/2563 และศาลได้วินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ รฟม.ระงับการใช้หลักเกณฑ์การคัดเลือกที่แก้ไขไว้ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2564 รฟม.กลับทำการยกเลิกการประมูล ทำให้ BTSC ผู้ยื่นซองข้อเสนอได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังยื่นคำฟ้อง ศาลรับไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ อท30/2564 นัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจฟ้องวันที่ 15 มี.ค. 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93972</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด, รถไฟฟ้าสายสีส้ม, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6034ae19337e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039; แจงยิบรถไฟฟ้าสายสีส้ม แขวะดาวสภาเพื่อไทย ลีลาเจ๋งแต่มโนมากไปหน่อย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.15 น. &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลุกขึ้นชี้แจงภายหลังนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กรุงเทพ &amp;nbsp;ดาวสภาพรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม มูลค่า1.2 แสนล้านบาท ว่าขอชมลีลาการพูดของนายจิรายุ ว่าน่าฟัง บางประเด็นชัดเจน แต่บางประเด็นก็ขาด ตนขอชี้แจงว่าโครงการสายสีส้มนั้นมีอยู่ 2 ส่วน คือสายสีส้มตะวันออก จากมีนบุรีมาศูนย์วัฒนธรรม ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 67&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่สองคือสายสีส้มตะวันตก จากศูนย์วัฒนธรรมไปบางขุนนนท์ ปัจจุบันสายตะวันเดินหน้าไปแล้ว 76% เร็วกว่าแผน 1% ส่วนทิศตะวันตกคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเมื่อ 28 ม.ค.63 ให้ดำเนินการแบบพีพีพี &amp;nbsp; คือดำเนินการแบบร่วมทุนภาครัฐเอกชน ตามพ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน 2563 ซึ่งทั้งสองสาย มีความสัมพันธ์กัน สายตะวันออกจะเน้นที่งานโยธา ขณะที่สายตะวันตกซึ่งอยู่ในระหว่างการประกวดราคาจะนำเรื่องการเดินรถเข้าไปด้วย ถ้าสายตะวันตกยังไม่ดำเนินการ สายตะวันออกก็เดินต่อไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า การคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน ดำเนินการตามพ.ร.บ.ร่วมทุน ไม่ได้ดำเนินพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง2540 ต้องแยกกัน ซึ่งรฟม.ได้หารือไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;ได้รับคำตอบว่า มติครม. เป็นเพียงการอนุมัติหลักการ รายละเอียดดำเนินการเป็นหน้าที่และอำนาจของรฟม.และคกก.คัดเลือกพิจารณาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยขั้นตอนการคัดเลือกเอกชน รฟม.ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. 63 มีคำสั่งแต่งตั้งคกก.ตามมาตรา 36 &amp;nbsp;รฟม.จัดทำเอกสารเชิญชวนเอกชนมาร่วมประกวดราคา โดยแนวทางมี 2 ทางคือ 1.ใช้ราคาเป็นหลัก 2.ราคาและคุณภาพ โดยในวันที่ 27 พ.ค. คกก.เห็นชอบหลักเกณฑ์ให้ใช้แนวทางราคาเท่านั้น แต่ต่อมาวันที่ 12 มิ.ย.63 มีประกาศของคณะกรรมการพีพีพี ของคณะทรวงการคลัง ระบุว่า การคัดเลือกเอกชนขอให้ใช้หลักเกณฑ์ราคาและคุณภาพ ทำให้คกก.ม. 36 ต้องทบทวนหลักเกณฑ์มาใช้แนวทางราคาและคุณภาพ และได้สอบถามไปที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)ว่าจะดำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคกก.ม. 36&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.คมนาคม กล่าวว่าจริงอยู่ว่าก่อนหน้านี้เคยมีการขุดอุโมงค์ทำรถไฟฟ้ามาแล้ว แต่มีผลกระทบกับสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ จึงถือเป็นเรื่องเทคนิคสำคัญ เมื่อสายสีส้มตะวันตกจะต้องผ่านเส้นทางสำคัญและชุมชนมากมาย ในส่วนการพิจารณาข้อเสนอ เมื่อเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ก็มีการร้องเรียนจากเอกชน ที่มาร่วมประมูล ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง คกก.ม.36 พิจารณาข้อดีข้อเสียรอบด้านแล้ว เห็นว่าการเลือกเอกชนครั้งใหม่ควรกำหนดกรอบเวลาแล้วเสร็จจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ และการยกเลิกประกาศเชิญชวนประกวดราคาในครั้งแรกเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย และยังมีข้อสงวนสิทธิ์ในประกาศเชิญชวนครั้งแรก ว่าผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใดๆได้ เพื่อความรอบคอบ ตนได้สั่งการให้รฟม.ดำเนินการตามระเบียบต่างๆอย่างเคร่งครัด เมื่อยกเลิกการคัดเลือกแล้ว ในเดือนก.พ.นี้ รฟม.จะจัดทำการเสนอราคาใหม่ โดยจะใช้เวลาอีกแค่ 6 เดือนเพื่อนำไปสู่การคัดเลือกประเมินผลเจรจาต่อรองกับผู้ที่ได้รับคัดเลือก และเร่งรัดการก่อสร้าง ให้รถไฟฟ้าสายสีส้มเป็นไปตามแผน ให้สายตะวันออกเปิดบริการได้เดือนต.ค.67 และทางสายตะวันตกในเดือน เม.ย.70&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนที่กล่าวหาว่าผมเอื้อประโยชน์นั้น อยากถามว่าเอื้อประโยชน์ใคร เพราะโครงการนี้ยังไม่ได้เปิดซอง ยังไม่ได้ตัดสินว่าใครจะชนะ ยืนยันว่าคมนาคมทำตามกฎหมาย ขอถามว่าที่ท่านอภิปรายมาตลอดนั้นผิดกฎหมายตรงไหน เกี่ยวข้องกับคมนาคมอย่างไรที่ไม่ได้ไปกำกับดูแล นี่เป็นเรื่องที่ท่านนำข่าวมาประติดประต่อมาจินตนาการเองใช่หรือไม่ ผมติดตามและชอบที่ท่านอภิปราย แต่ท่านจะไม่พูดให้ครบ&amp;rdquo;นายศักดิ์สยามกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93453</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปราย, ซักฟอก, รถไฟฟ้าสายสีส้ม, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e1f52bad8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดาวสภาเพื่อไทย เปิดโปงเหตุ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มล่ม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12 .10 น.ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กรุงเทพ &amp;nbsp;ดาวสภาพรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม มูลค่า1.2 แสนล้านบาท ว่า การประมูลโครงการดังกล่าวมีการดำเนินการตามพรบ.ร่วมทุนฯ โดยมีการตั่งคณะกรรมการ 8 อรหันต์ ตามมาตร า36 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนใหญ่เป็นคนในกระทรวงคมนาคม &amp;nbsp;และมีอำนาจสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกวดราคาได้ &amp;nbsp;โดยมีการจัด &amp;quot;ตามปฏิบัติการ16 วันทันใจนาย&amp;quot; &amp;nbsp;เดิมพันที่เป็นผลประโยชน์ &amp;nbsp;พร้อมใช้ทฤษฎีสมคบคิด &amp;nbsp;แบ่งงานกันทำมีเจตนาพิเศษ โดย 7ส.ค. บริษัท อิตาเลียนไทย &amp;nbsp;ยื่นเรื่องขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเปิดประมูลว่าทำไม่ได้ &amp;nbsp;ต่อมาวันดีเดย์ในวันที่ 21 ส.ค.63 จึงมีการแก้ไขเงื่อนไขการเปิดประมูล &amp;nbsp;และได้มีการเชิญนายภคพงษ์ ศิริกันธรมาศ &amp;nbsp;ผู้ว่าฯรฟม.มาร่วมประชุมด้วย &amp;nbsp; ซึ่งไม่ใช่คณะกรรมการตามมาตรา 36 &amp;nbsp; &amp;nbsp;และจากนั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการประกวดราคาสายสีส้มในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;จากบันทึกการประชุมในวันที่ 21 ส.ค. 63 โดยมีเนื้อหาว่า คณะกรรมการบางคน มีการทักว่าทำได้หรือไม่ และจะเอื้อประโยชน์ให้ใครหรือไม่ &amp;nbsp;เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทำ &amp;nbsp; และมีคณะกรรมการบางคนท้วงติงว่า เมื่อแก้ไขการประกวดราคา และเปิดประมูลไปแล้วจะขัดกฎหมายหรือไม่ &amp;nbsp;แต่ผู้ว่าฯรฟม. บอกว่าเราสงวนสิทธิ์ไปแล้วว่าเปลี่ยนแปลงได้ &amp;nbsp;และการแก้ไขแล้วจะเป็นประโยชน์กับภาครัฐและเอกชน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไฮไลต์สำคัญคือตัวแทนจากบริษัทที่ปรึกษา เป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องนี้ &amp;nbsp;ตอบว่าเปลี่ยนเงื่อนไขการประกวดราคาได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; กระทั่งที่ประชุมมีมติแก้ไขเงื่อนไขการประมูล &amp;nbsp; เว้นแต่ผู้แทนจากสำนักงบประมาณเท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย &amp;nbsp;ซึ่งตนอยากถามว่าทำไมผู้ว่าฯรฟม. ทำไมพึ่งมาคิดเปลี่ยนแปลง มีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าต่อมามี บีทีเอส เอกชนที่ซื้อซองประมูลไปแล้ว ได้ฟ้องศาลปกครอง &amp;nbsp;ต่อมาคณะกรรมการทั้ง 8 คน ก็ล้มประมูล โดยไม่รอการตัดสินของศาล ตนขอบอกว่า คณะกรรมการฯได้ใช้เทคนิคทางการกฎหมายขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก &amp;nbsp;ซึ่งไม่มีใครเขาทำกัน &amp;nbsp;และ ตนจะบอกว่าตัวแทนจากบริษัทที่ปรึกษา ที่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการประกวดราคา ได้ลาออกจากบริษัทที่ปรึกษาในโครงการสีส้ม &amp;nbsp;กระทั่ง ต่อมาในวันที่ 1 ตุลาคม ได้เป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทอท. คุมสายงานวิศกรรมการก่อสร้าง และ &amp;nbsp;โดยบอร์ดทอท.ตั้งเป็นวาระลับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถือเป็นเรื่องที่น่าสงสัยเพราะโครงการสีส้มเป็นโครงการใหญ่แล้วทำกันอย่างนี้หรือ &amp;nbsp;นักลงทุนที่ไหนจะกล้ามาลงทุน เพราะเปิดประมูลไม่ตรงไปตรงมา &amp;nbsp;แบ่งงานกันทำ &amp;nbsp;และเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง &amp;nbsp;โดยไม่เห็นประโยชน์ของประเทศชาติและพี่น้องประชาชนใช่หรือไม่ &amp;nbsp;อยากเตือนเอาไว้ว่าก่อนหน้านี้ศาลก็ได้ตัดสินจำคุก 6 ปี อดีตผู้ว่าฯรฟท.คดีแอร์พอร์ตลิงค์เอาไว้เป็นอุทาหรณ์ จึงเป็นเหตุให้ผมไม่ไว้วางใจนายกฯ และรมว.คมนาคม&amp;quot; นายจิรายุ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93451</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ ห่วงทรัพย์, ซักฟอก, รถไฟฟ้าสายสีส้ม, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e1bb4c129a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ศักดิ์สยาม’เก็งข้อสอบรอตอบรถไฟฟ้าสาย’สีเขียว-ส้ม’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.64- นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม &amp;nbsp;กล่าวถึงความพร้อมชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เป็นปัญหาอยู่ว่า ต้องรอให้ผู้อภิปรายได้อภิปรายก่อน เพื่อดูว่าประเด็นอภิปรายเป็นอย่างไร &amp;nbsp;ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานครและกระทรวงมหาดไทย เดี๋ยวรอให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้อธิบาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาจะถือโอกาสพูดให้ประชาชนเข้าใจไปในคราวเดียวกันหรือไม่ นายศักดิ์สยาม ตอบว่า ขณะนี้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม หารือ เดี๋ยวต้องรอดู โดยกรุงเทพมหานครจะเป็นผู้ดำเนินการ เมื่อถามอีกว่า มีกรอบเวลาในการหารือให้เสร็จสิ้นเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาหรือไม่ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า อยู่ที่กรุงเทพมหานครและกระทรวงมหาดไทย จะเป็นผู้นัด ไม่ใช่กระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้มที่มีปัญหาจะเตรียมข้อมูลชี้แจงหรือไม่ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ได้เตรียมข้อมูลไว้แล้ว ซึ่งการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอน ระเบียบกฎหมาย ซึ่งต้องรอดูว่าการอภิปรายจะมีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหรือไม่ ตนก็พร้อมอธิบายและได้เตรียมคำตอบไว้หลายเรื่อง &amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินการต่างๆตามระเบียบกฎหมายและยึดมติ ครม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าประเมินการอภิปรายวันแรกของฝ่ายค้านอย่างไร นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า เรียบร้อยดี ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายก็ชี้แจง ได้ค่อนข้างชัดเจน มีข้อมูลหลักฐาน นายกฯ ค่อนข้างอธิบายได้ละเอียด เพราะท่านทราบทุกเรื่องและเป็นผู้ปฏิบัติ และโดยส่วนตัวที่ถูกอภิปรายจากฝ่ายค้านด้วยในครั้งนี้หนักใจหรือไม่ คงต้องฟังฝ่ายค้าน ขอยืนยันว่าสิ่งใดที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบอธิบายได้ทุกเรื่อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93318</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็น, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รถไฟฟ้าสายสีส้ม, รถไฟฟ้าสายสีเขียว, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602c894df1559.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.เปิด5ข้อชี้แจ้งเหตุยกเลิกประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 ก.พ.64-รายงานข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) (คณะกรรมการฯ) ในการพิจารณาแนวทางดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีดังนี้ 1.รฟม. ได้ประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 และได้ขายซองเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (RFP) ระหว่างวันที่ 10 &amp;ndash; 24 กรกฎาคม 2563 โดยมีผู้สนใจซื้อซองเอกสาร RFP รวม 10 ราย ต่อมาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2563 รฟม. ได้นำส่งเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติม (RFP Addendum) ให้เอกชนผู้ซื้อซองเอกสาร RFP ทุกราย แจ้งปรับปรุงวิธีการประเมินข้อเสนอจากรูปแบบเดิมที่พิจารณาซองเทคนิคและซองการลงทุนและผลตอบแทนแยกจากกัน (เกณฑ์การประเมินเดิม) เป็นวิธีการประเมินโดยพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคควบคู่กับด้านราคา (เกณฑ์การประเมินใหม่) พร้อมทั้งขยายระยะเวลาในการยื่นข้อเสนอออกไป 45 วัน เป็นวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เอกชนผู้ซื้อซองเอกสาร RFP รายหนึ่ง ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2563 และได้ขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับใช้เกณฑ์การประเมินใหม่ ต่อมาศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2563 โดยสรุปให้ทุเลาการบังคับตามเกณฑ์การประเมินใหม่ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ รฟม. และคณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันยื่นคำอุทธรณ์เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 โดยสรุปขอให้ศาลมีคำพิพากษากลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น พร้อมยกคำขอให้ศาลกำหนดมาตรการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดี และคำขอให้ศาลมีคำสั่งระงับคำสั่งทุเลาการบังคับของศาลปกครองชั้นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งเป็นกำหนดวันรับซองเอกสารข้อเสนอ มีเอกชนยื่นซองเอกสารข้อเสนอฯ รวม 2 ราย ทั้งนี้ก่อนถึงกำหนดเปิดซองเอกสารข้อเสนอในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 รฟม. โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการฯ ได้มีหนังสือถึงเอกชนผู้ยื่นซองเอกสารข้อเสนอทั้ง 2 ราย แจ้งเลื่อนกำหนดเปิดซองเอกสารข้อเสนอจากกำหนดเดิมออกไปก่อน จนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นประการใด อย่างไรก็ตามในกรณีที่ไม่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งใดๆ ในระยะเวลา 1 เดือน คณะกรรมการฯ ได้มอบให้ รฟม. จัดเตรียมแนวทางแก้ไขปัญหาการดำเนินการคัดเลือกเอกชนฯ เสนอให้คณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ในการประชุมคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 คณะกรรมการฯ และ รฟม. ได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางดำเนินการคัดเลือกเอกชนฯ โดยประเมินกรอบระยะเวลาดำเนินการ ผลกระทบ รวมถึงข้อดี-ข้อเสีย อย่างรอบด้านแล้ว มีความเห็นโดยสรุปว่า จนถึงปัจจุบันระยะเวลาได้ล่วงเลยมามากแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าและข้อสรุปทางคดี ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลานานออกไป ทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ระยะเวลาดำเนินการคัดเลือกเอกชนฯ จนแล้วเสร็จที่ชัดเจนได้ ประกอบกับซองเอกสารข้อเสนอของเอกชน 2 ราย มีอายุ 270 นับจากวันยื่นซองข้อเสนอ หากยังคงรอข้อสรุปทางด้านคดีก่อนแล้วจึงดำเนินการคัดเลือกต่อไป อาจส่งผลให้ซองเอกสารข้อเสนอของเอกชน 2 ราย ดังกล่าว สิ้นอายุลงก่อนที่กระบวนการคัดเลือกเอกชนฯ จะแล้วเสร็จ ซึ่งอาจนำไปสู่การยกเลิกการคัดเลือกและเริ่มการคัดเลือกเอกชนฯ ใหม่ ในภายหลัง จึงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ล้วนส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กรณียกเลิกการคัดเลือกและเริ่มกระบวนการคัดเลือกเอกชนฯ ใหม่ จะสามารถดำเนินการคัดเลือกเอกชนให้แล้วเสร็จได้ภายใน 6 &amp;ndash; 8 เดือน กรอบระยะเวลาดำเนินการมีความชัดเจน จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดต่อความสำเร็จของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ และเป็นประโยชน์ต่อภาครัฐสูงสุด ดังนั้นคณะกรรมการฯ จึงได้มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ และการคัดเลือกเอกชนตามประกาศเชิญชวนฯ ดังกล่าว โดยมอบให้ รฟม. พิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.รฟม. ได้ออกประกาศยกเลิกประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 และยกเลิกการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ ตามประกาศดังกล่าว โดยติดประกาศ ณ ที่ทำการ รฟม. และเผยแพร่ทางหน้าเว็บไซต์ www.mrta.co.th เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีแนวเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร แบ่งเป็นส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์)) ระยะทาง 22.5 กิโลเมตร จำนวน 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี) และส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร จำนวน 11 สถานี (สถานีใต้ดินตลอดสาย)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92097</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์), รถไฟฟ้าสายสีส้ม, ล้มประมูลรถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76a3614fd16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.แจงค่าตั๋วรถไฟฟ้าสีส้มราคาอยู่ที่ 15-45บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.64-นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ชี้แจงถึงประเด็นที่นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย วิจารณ์ว่า ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น เมื่อเปิดให้บริการแล้ว ราคาก็จะแพงเช่นกัน ขณะที่เป็นช่วงที่มีการโต้ตอบเรื่องปัญหาการขยายสัมปทานและราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีเขียว ระหว่างกระทรวงคมนาคมและกรุงเทพมหานคร ที่กำกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น คาดการณ์อัตราค่าโดยสาร ของสายสีส้มตะวันออก(ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) จะมีราคาที่ 15 &amp;ndash; 45 บาท เป็นราคาที่มีที่มาที่ไป และจะเป็นราคาที่ รฟม.จะใช้เจรจากับเอกชนที่ชนะการประมูล ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกด้วย ส่วนราคาที่มีการกล่าวอ้างถึง ที่ค่าโดยสารเริ่มต้น 17 บาท และมีการคิดค่าโดยสารตามระยะทาง 3 &amp;ndash; 4 บาทต่อสถานีโดยมีอัตราค่าโดยสารสูงสุด 62 บาทเมื่อผู้โดยสารเดินทางตั้งแต่ 12 สถานีขึ้นไป โดยอัตราดังกล่าว เป็นแค่อัตราที่ระบุในเอกสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนแบบ PPP อ้างอิง ณ วันที่ 1 มกราคม 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับเอกชนทุกราย ในการประเมินรายได้จากการลงทุน สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ตามแผนจะเปิดให้บริการในช่วงปี 2567&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ค่าโดยสาร รถไฟฟ้าสายสีส้มที่ราคา 15 &amp;ndash; 45 บาท นั้น เป็นราคาที่มีที่ไปที่มา โดยเป็นการคำนวณตามดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI Non-food มีการเทียบเคียงกับราคาค่าโดยสารของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงในปัจจุบัน มีการสำรวจความเห็นของผู้ใช้บริการ และเทียบเคียงกับระบบขนส่งสาธารณะอื่น โดยยืนยันว่าวิธีดังกล่าวนั้นซึ่งมีการใช้คำนวณค่าโดยสารของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในปัจจุบัน ซึ่งมีการคำนวณเพื่อปรับราคาค่าโดยสารทุก 2 ปีหากราคาดัชนีผู้บริโภคไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับลดลงในบางปี ราคาค่าโดยสารก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งเกิดขึ้นแล้วในอดีต 7 &amp;ndash; 8 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดราคาค่าโดยสารที่จะต้องพิจารณาเป็นโครงข่าย ระบบรถไฟฟ้าทั้งหมดโดยหากมีการกำหนดค่าโดยสารที่แพงเกินไปก็จะส่งผลกระทบ ทำให้ประชาชน เข้ามาใช้ระบบ&amp;rdquo;นายภคพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม จากฐานข้อมูลของรฟม.ขณะนี้ หากเปิดให้บริการในปี 2567 ในส่วนของสายสีส้มตะวันออก จะมีผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 100,000 เที่ยว-คน /วัน และเมื่อมีการเปิดให้บริการครบทั้งเส้นรวมกับสายสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2569 ก็จะมีผู้ใช้บริการประมาณ 400,000 เที่ยว-คน/วัน&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90943</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าโดยสาร, รถไฟฟ้าสายสีส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76a3614fd16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2020 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2020 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บีทีเอส&#039;ชน&#039;บีอีเอ็ม&#039; ซื้อซองประมูลสายสีส้มมูลค่า1.2 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2563 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) . รฟม. ได้เปิดให้เอกชนยื่นเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) &amp;nbsp;มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีอีเอ็ม เมื่อเวลา 10.53 น. ขบวนรถของบีอีเอ็ม เป็นเอกชนรายแรกที่มายื่นข้อเสนอ ทั้งนี้เอกสารที่มายื่นมี 240 กล่อง ได้แก่ เอกสารด้านคุณสมบัติ, ด้านเทคนิค และด้านการลงทุนและผลตอบแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เอกชนรายที่สองที่ได้ยื่นซองเอกสารข้อเสนอร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม นำโดยนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส&amp;nbsp; นายสุรพงษ์ กล่าวภายหลังยื่นซองการประมูลฯ ว่า วันนี้ได้เดินทางมายื่นซองการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์&amp;ndash;มีนบุรี (สุวินทวงศ์) &amp;nbsp;โดยประกอบไปด้วย 3 บริษัท &amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ &amp;nbsp;จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสจี &amp;nbsp;และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;สัดส่วนถือหุ้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ &amp;nbsp;ส่วนบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นั้น ยังสนใจที่จะเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ เราจึงยังใช้ชื่อ กลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR) ส่วนจะร่วมภายหลังได้หรือไม่นั้นต้องรอดูตอนที่ชนะอีกครั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนเงื่อนไขการประมูลยังไม่สามารถบอกได้เพราะยังอยู่ในระหว่างประกวดราคา การทำข้อเสนอของเราที่เตรียมมาในวันนี้ทำเต็มที่ และยื่นครบทั้งหมด 4 ซอง ได้แก่ คุณสมบัติ เทคนิค การเงิน และข้อเสนอเพิ่มเติม รวม 400 กว่าลัง &amp;nbsp;ส่วนเงื่อนไขเรายังทำตามทีโออาร์แรก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้บีทีเอสพร้อมมาก เราเป็นคนทำงานก็ต้องมั่นใจเต็มที่ &amp;nbsp;ถ้าชนะเราอาจจะหาคนที่มาเป็นหุ้นส่วนได้ภายหลัง ส่วนกรณีหลังจากมีคำสั่งศาล รฟม. ยังไม่มีการเรียกคุยอะไร&amp;rdquo;นายสุรพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) &amp;nbsp;มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท มีผู้มาซื้เอกสารข้อเสนอทั้งสิ้น 10 ราย ได้แก่ 1. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;2. บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp; 3. บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;4. บริษัท ซิโน&amp;ndash;ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)5. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;6. บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 7. บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;8. บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;9. ซิโนไฮโดร คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด และ &amp;nbsp;10. บริษัท วรนิทัศน์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รฟม. ได้เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนก่อสร้างโครงการช่วงตะวันตก ติดตั้งจัดหาระบบรถไฟฟ้า และรับสัมปทานเดินรถตลอดเส้นทาง 35.9 กม. &amp;nbsp;30 ปี วงเงินรวมประมาณ 1.2 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ &amp;ndash; มีนบุรี &amp;nbsp;22.5 กม. 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี) และส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; ศูนย์วัฒนธรรมฯ) 13.4 &amp;nbsp;กม. &amp;nbsp;11 สถานี (สถานีใต้ดินตลอดสาย) &amp;nbsp;มีกำหนดเปิดบริการ 2 ส่วน โดยส่วนตะวันออกเดือน มี.ค.67 และส่วนตะวันตกเดือน ก.ย. 69.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83297</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อซองประมูล, บีทีเอส, บีอีเอ็ม, รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.), รถไฟฟ้าสายสีส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76a3614fd16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
