<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอนอีกรอบ! วาระต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ครม.ยังไม่พิจารณาวันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงมีรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยได้นำวาระเสนอต่ออายุสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายให้กับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ&amp;nbsp;BTS&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาหนี้สะสมที่ กทม.ค้างจ่ายการเดินรถให้&amp;nbsp;BTS&amp;nbsp;แต่ล่าสุดมีรายงานว่า ได้มีการถอนวาระดังกล่าวออกไปแล้ว โดยไม่ได้มีการนำเข้าสู่การพิจารณาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวาระพิจารณาดังกล่าว เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณามาเป็นเวลานาน โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 13 ส.ค.2563 ได้เคยมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ต่อมามีรายงานว่าได้มีการถอนเรื่องออกสู่การพิจารณาเช่นกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ไปศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนก่อนนำเสนอใหม่อีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120186</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด, บีทีเอส, รถไฟฟ้าสายสีเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_60792718ea930.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ยันไม่มีการขอขยายสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวในวาระการประชุมครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.64- ​ นายวิษณุ​ เครืองาม​ รองนายกรัฐมนตรี​ ให้สัมภาษณ์​ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าในที่ประชุมครม. วันนี้จะมีการพิจารณาวาระการขอขยายสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีการบรรจุในวาระครม.ตั้งแต่แรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเข้าเป็นวาระจร นายวิษณุ​ กล่าวว่า​ เป็นไปไม่ได้​ ถ้าจะเข้าต้องเข้าเป็นวาระปกติ เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการตั้งคณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว และมีทางออกแล้วหรือไม่​ นายวิษณุ​ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องไปถามเจ้าของเรื่อง และไม่มีรายงานมาถึงตนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104869</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมครม., รถไฟฟ้าสายสีเขียว, วิษณุ​ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b595cd2d7b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ใช่เลขาฯครม.! &#039;ศักดิ์สยาม&#039;ปัดตอบชงครม.ต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 64 - ที่รัฐสภา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุให้จับตาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (1 ม.ย.)&amp;nbsp; จะนำเรื่องพิจารณาต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวออกไป 40 ปี เข้าที่ประชุม ครม.เป็นวาระจร เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ ว่า &amp;ldquo;ไม่ทราบ ผมไม่ใช่ เลขาฯ ครม.&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104747</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อสัมปทาน, ประชุมครม., รถไฟฟ้าสายสีเขียว, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b44a0f55f75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมสับสอดไส้ต่อสัมปทาน ‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว’30ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รุมจวก &amp;quot;รัฐบาลลุงตู่&amp;quot; ลักไก่ช่วงโควิด-19 ซ้ำเติมประชาชนเอาใจเจ้าสัว เตรียมชงวาระจรเข้า ครม. ยกสัมปทานอายุรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้เอกชน 30 ปี เพื่อไทยขู่เอาผิดรัฐมนตรีที่เห็นชอบมติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 พ.ค. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระทรวงมหาดไทย (มท.) เตรียมเสนอเรื่องการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสัมปทานส่วนต่อขยายไปถึง&amp;nbsp; 30 ปี เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 1 มิ.ย.ว่า ขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ ประชาชนกำลังประสบปัญหาเดือดร้อนจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งจะส่งผลกระทบไปอีกหลายปี ทำไมจึงเร่งรีบปิดจ๊อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อเป็นหนี้ก็ต้องจ่าย แต่อยากจะถามว่า กทม.ใช้อำนาจอะไรโอนหนี้ให้เอกชนมารับไป ใช้เกณฑ์อะไรตั้งแต่แรก อันนี้เป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบใดๆ จาก กทม.เลย เรื่องนี้ทุกคนรอคำชี้แจงจาก กทม. แต่ กทม.ไม่เคยชี้แจง ทั้งกระทรวงคมนาคม, คณะกรรมาธิการการคมนาคม และคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ถามไป ไม่เคยได้รับคำตอบ กทม. มีอะไรปกปิด ทำไมเก็บเป็นความลับตลอด หรือข่าวลือที่ว่ามีบิ๊กรถไฟฟ้าเข้ามาเป็นนายทุนให้บิ๊กมหาดไทย จึงต้องเร่งรีบขยายสัมปทานไปอีก 30 ปี ในช่วงที่มีข่าวการยุบสภาหนาหูในช่วงนี้&amp;quot; นายสิริพงศ์กล่าว
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ทราบมาว่าในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอเข้าที่ประชุม ครม.เป็นวาระจร หลังจากบริษัทเอกชนได้ขึ้นป้ายทวงหนี้กับ กทม. พร้อมวิงวอน พล.อ.ประยุทธ์ได้โปรดแก้ปัญหานี้ ซึ่งเมื่อบริษัทเจ้าสัวกราบวิงวอนนายกฯ รีบดำเนินการทันที เอาช่วงชุลมุนรีบช่วยเลย จึงมีคำถามระหว่างต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้เจ้าสัวออกไป 30 ปี กับการจัดหาวัคซีนมาฉีดให้คนไทย อันไหนเร่งด่วนและสำคัญกว่ากัน นายกฯ ช่วยตอบด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การต่อสัมปทานไม่มีอะไรเร่งด่วนเลย ส่วนหนี้สินค่าจ้างเดินรถที่ค้างเอกชน 1 หมื่นล้าน ต้องถาม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ไปสร้างหนี้ทำไม อยู่ๆ ไปเปิดให้ประชาชนโดยสารฟรี เอาอำนาจอะไรไปในประชาชนนั่งฟรี สุดท้ายบอกเป็นหนี้ แล้วจะยกสัมปทานสายสีเขียวให้อีก 40 ปี มันเร่งด่วนจำเป็นอย่างไร ถึงเร่งรีบทำในช่วงที่ประชาชนเดือดร้อนจากโควิด&amp;rdquo; นายยุทธพงศ์กล่าว และว่า เรื่องความเดือดร้อนประชาชนไม่แก้ จะไปแก้ความเดือดร้อนให้เจ้าสัว
นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า ขอเตือน ครม.ที่จะประชุมวันที่ 1 มิ.ย. ถ้าใครไปร่วมอนุมัติให้ต่อขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว จะถูกดำเนินคดีหมด เพราะยังมีปัญหาข้อกฎหมายอยู่ และยังมีเรื่องการหลบเลี่ยงพระราชบัญญัติร่วมทุนอีก &amp;nbsp;
ด้านสภาองค์กรของผู้บริโภคระบุว่า ได้รับแจ้งให้ทราบว่าการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะถูกบรรจุเข้าเป็นวาระเร่งด่วนให้ ครม.พิจารณาในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ โดย กทม.ยันใช้ราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสีเขียว 65 บาทตลอดสาย ซึ่งเป็นราคาที่สูงเกินไป ทำให้ประชาชนส่วนมากไม่สามารถเข้าถึงบริการขนส่งมวลชนนี้ได้ เพราะอัตราค่าโดยสารราคาสูงสุดที่ 65 บาท ไม่อยู่บนข้อเท็จจริงต้นทุนและยังสูงมากถึง 39.25% ของรายได้ขั้นต่ำต่อวันของประชาชน รวมถึงยังปล่อยปละละเลยให้ภาคเอกชนทวงหนี้ 30,000 ล้านบาทต่อสาธารณะ ซึ่งอาจเข้าข่ายการทวงหนี้ผิดกฎหมายอีกด้วย
&amp;ldquo;สภาองค์กรของผู้บริโภคและมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคขอคัดค้าน ครม.ที่จะนำสัญญาสัมปทานล่วงหน้าสายสีเขียวเข้ารับการพิจารณาในวันอังคารหน้านี้ เพราะจะเป็นการสร้างวิกฤติใหม่ซ้ำเติมประชาชน นอกเหนือจากปัญหาวิกฤติโควิด-19 ที่เป็นปัญหาสำคัญและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไปอีกอย่างน้อย 30 ปี&amp;rdquo;
ทั้งนี้ ขอเสนอให้ ครม.คงราคารถไฟฟ้าสายสีเขียวราคา 44 บาทตลอดสาย ตามสิทธิของบริษัทในสัญญาสัมปทานนับแต่ปัจจุบันถึงปี 2572 โดยมีการจัดเก็บค่าโดยสารเริ่มต้น 15 บาท ทั้งสัมปทานเดิม ส่วนต่อขยายเดิม และส่วนต่อขยายใหม่ เพื่อยึดหลักการเข้าถึงได้ของบริการขนส่งมวลชนของคนทุกคน และคำนึงถึงปัญหาความเดือดร้อนและภาระเกินสมควรของผู้บริโภคท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 ในปัจจุบัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104713</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟฟ้าสายสีเขียว, สัมปทานอายุรถไฟฟ้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b387b3d1f53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 22:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรุงเทพธนาคม&#039;ถก &#039;บีทีเอส&#039; ยื่น3ข้อเสนอแก้ปัญหาหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 2564 นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พร้อมทีมผู้บริหาร ได้ เข้ารับฟัง และร่วมหารือกับ ผู้บริหารกรุงเทพธนาคม (เคที) นำโดยนายปิยะ พูดคล่อง ประธานกรรมการบริษัท &amp;nbsp;นายเกรียงพล พัฒนรัฐ กรรมการผู้อำนวยการ และคณะกรรมการบริหาร &amp;nbsp; &amp;ldquo; เรื่องแนวทางแก้ไขภาระหนี้ การเดินรถ และซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ช่วง แบริ่ง-สมุทรปราการ และ หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อหาทางออกกับปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ทางเคทีและทางบีทีเอส ได้นัดหารือ เรื่องของปัญหาหนี้สิน ที่ทางบีทีเอสได้ดำเนินการเดินรถไฟฟ้าในส่วนต่อขยาย (สำโรง-เคหะฯ) รวมระยะเวลาทั้งหมด 4 ปี ซึ่งทางบริษัทฯ ยังไม่ได้ค่าจ้างเดินรถ ได้ทวงถามจำนวนหนี้กว่า 30,000 หมื่นล้านบาท จากการหารือ คณะกรรมการบริหารของเคที ไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามติดตามทวงถาม ซึ่งเบื้องต้น ทางสภากรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ฝ่ายบริหารกทม. พล.ต.ต. อัศวิน ขวัญเมือง &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ส่งหนังสือไปทางรัฐบาลแล้วทั้ง 2 &amp;nbsp;ฝ่าย ก็อยากให้ทางรัฐบาลช่วยในเรื่องนี้ &amp;nbsp;ตามแนวทาง &amp;nbsp;3 &amp;nbsp;ข้อ ดังนี้1.ขอเงินอุดหนุนจากรัฐบาล 2. วิธีร่วมลงทุนตามคำสั่ง คสช. (ปี 2562) &amp;nbsp;3. ให้กทม. โอนกลับไปให้ รฟม.บริหารงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; บีทีเอสไม่ได้เป็นห่วงเรื่องสัมปทาน แต่เราห่วงเรื่องของหนี้สิ้นที่เกิดขึ้นซึ่งมียอดที่สูงมาก เนื่องจากบริษัทบีทีเอส กรุ๊ปฯ เป็นบริษัทมหาชน เราต้องมีคำตอบให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งขณะนี้มีประชาชนถือหุ้นอยู่ แสนกว่าราย &amp;nbsp;ตัวบีทีเอส กรุ๊ปฯ &amp;nbsp;เคที และกทม. แน่นอนอยากจะให้การเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่มีอุปสรรค ไม่อยากให้ประชาชนเดือนร้อน ตอนนี้ก็มีการคุยกันว่าทำอย่างไร ระหว่างที่ยังไม่ได้ข้อยุติ เราต้องเดินรถต่อไปให้ได้&amp;rdquo; นายสุรพงษ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า การที่เราไม่ได้รับค่าจ้าง มันก็มีค่าใช้จ่าย เกิดขึ้นทุกวัน วันนี้ยังไม่ได้ขอยุติ เพียงแต่หารือกัน ว่ามีแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายหรือไม่ ประกอบด้วยขณะนี้อยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวไรโคโรนา2019 (COVID-19) &amp;nbsp;และผู้โดยสารของรถไฟฟ้าลดจำนวนไปค่อนข้างมาก จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะลดเที่ยววิ่งลง เพื่อให้ค่าใช้จ่ายน้อยลง อีกแนวทางหนึ่งคือ กทม.หรือเคที จะเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ซึ่งนับตั้งแต่สถานีสำโรง สถานีแรกที่เปิดให้บริการ จนถึงขณะนี้เป็นเวลา 4 &amp;nbsp;ปี แล้ว ที่ทางบริษัทฯ ยังไม่ได้เก็บค่าโดยสารเลย &amp;nbsp;เบื้องต้นทั้งหมดก็ยังเป็นเพียงข้อเสนอของทั้ง 2 ฝ่าย &amp;nbsp;ทางบีทีเอส และทางกรุงเทพธนาคม จะกลับไปคุยในรายละเอียดทั้ง เรื่องข้อดี ข้อเสีย &amp;nbsp;และจะกลับมาคุยกันใหม่ อีกครั้ง ในอีก &amp;nbsp;2 สัปดาห์ ข้างหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เรายังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน แต่เราจะพยายามอย่างดีที่สุด ทำทุกวิถีทางให้ไม่กระทบต่อผู้โดยสารมากที่สุด และจะไม่หยุดการเดินรถอย่างแน่นอน เราขอเรียนว่า ที่เราทำทั้งหมด เราไม่ได้ต้องการสัมปทาน เราอยากให้ทุกคนทราบว่า ที่เราให้บริการเดินรถรับจ้างแล้วเราไม่ได้รับความยุติธรรม ส่วนเรื่องสัมปทานเป็นเรื่องการเจราของทางรัฐบาล และกทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104050</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), รถไฟฟ้าสายสีเขียว, สุรพงษ์  เลาหะอัญญา, แก้ไขหนี้สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abccc329735.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรบ. แจงปมหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว เผยนายกฯห่วงค่าโดยสารกระทบปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรี กรณีความคืบหน้าการแก้ปัญหาหนี้รถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว ว่า ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาตามกฎหมายต่างๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมและมีการศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียด ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องค่าโดยสารที่จะมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103453</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รถไฟฟ้าสายสีเขียว, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f66f182bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า50บาท! กำไร3.8แสนล้านจริงหรือราคาคุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย. 64 - ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;คมนาคมชงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว 50 บาท ฟุ้งกำไร 3.8 แสนล้าน! จริงหรือราคาคุย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไม่นานมานี้กระทรวงคมนาคมเสนอแนะค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวสูงสุด 50 บาท คุยว่าจะได้กำไรถึง 380,200 ล้านบาท ถ้าได้กำไรจริงก็น่าสน แต่จะได้กำไรหรือจะขาดทุนต้องอ่านบทความนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นข้อเสนอของกระทรวงคมนาคมที่น่าติดตาม โดยอ้างว่าถ้า กทม. จ้างเอกชนให้เดินรถตั้งแต่ปี 2573-2602 เก็บค่าโดยสารสูงสุด 50 บาท ให้ กทม.รับภาระหนี้เองทั้งหมด จะทำให้ กทม. มีกำไรถึง 380,200 ล้านบาท ดีกว่าขยายเวลาสัมปทานให้บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส เป็นเวลา 30 ปี ตั้งแต่ปี 2573-2602 โดยมีเงื่อนไขให้บีทีเอสเก็บค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 65 บาท และแบ่งรายได้ให้ กทม.ไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ ผมจึงวิเคราะห์เจาะลึกถึงวิธีการคิดกำไรของกระทรวงคมนาคม ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รายรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงคมนาคมคิดรายรับได้ 714,000 ล้านบาท ซึ่งคลาดเคลื่อนเพราะไม่ได้คิดรายรับในช่วงปี 2564-2572 ด้วย หากคิด จะได้รายรับประมาณ 1,047,000 ล้านบาท โดยให้ผู้โดยสารเพิ่มปีละ 2%&amp;nbsp; รายรับนี้ได้หักค่าชดเชยกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางรางบีทีเอสโกรท (BTSGIF) ประมาณ 17,000 ล้านบาท ออกไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รายจ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.1 หนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงคมนาคมคิดหนี้ที่ กทม. จะต้องจ่ายถึงปี 2572 ได้ 76,000 ล้านบาท ไม่ได้คิดหนี้ในช่วงปี 2573-2602 และไม่ได้คิดหนี้ครบทุกรายการ ถ้าคิดหนี้ให้ถูกต้องตั้งแต่ปี 2564-2602 จะได้หนี้รวมประมาณ 121,000 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยงานโยธา 90,650 ล้านบาท หนี้เงินต้นและดอกเบี้ยงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล 20,768 ล้านบาท และหนี้ค่าจ้างเดินรถค้างจ่าย 9,602 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 ปันผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงคมนาคมเสนอแนะให้จัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานรถไฟฟ้าสายสีเขียว และระดมทุนจากผู้ร่วมลงทุนมาจ่ายหนี้ ผู้ร่วมลงทุนจะได้เงินปันผลปีละ 5% ทุกปี ในช่วงปี 2573-2585 รวมเป็นเงิน 9,800 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริงจะไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ เพราะเป็นกองทุนที่ขาดทุน คงยากที่จะมีผู้สนใจมาร่วมลงทุน จึงไม่สามารถจัดตั้งกองทุนฯ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.3 ค่าจ้างเดินรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงคมนาคมคิดค่าจ้างเดินรถเฉพาะส่วนต่อขยายในช่วงปี 2573-2602 ได้ 248,000 ล้านบาท ซึ่งคลาดเคลื่อนเพราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ไม่ได้คิดค่าจ้างส่วนต่อขยายในช่วงปี 2564-2572&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ไม่ได้คิดค่าจ้างส่วนหลักซึ่งประกอบด้วยช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน ในช่วงปี 2573-2602&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากคิดให้ครบถ้วน จะได้ค่าจ้างรวมทั้งหมดประมาณ 841,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.4 ค่าซ่อมบำรุงรักษาใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงคมนาคมไม่ได้คิดค่าซ่อมบำรุงรักษาใหญ่ในช่วงปี 2573-2602 เช่น ค่าเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งใช้งานมานานหลายปี หากคิดจะต้องใช้เงินประมาณ 93,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การคิดกำไรหรือขาดทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงคมนาคมคิดกำไรได้ถึง 380,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากใช้รายรับ (ในข้อ 1) ลบด้วยรายร่าย (ในข้อ 2.1-2.4) โดยไม่ได้แปลงให้เป็นมูลค่าในปีปัจจุบัน (Present Value) หรือปี 2564 ก่อน ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่มีกำไรถึง 380,200 ล้านบาท ซึ่งไม่ถูกต้อง หากคิดรายรับและรายจ่ายให้ถูกต้อง พร้อมทั้งแปลงให้เป็นมูลค่าในปี 2564 จะพบว่า กทม. จะขาดทุนถึงประมาณ 74,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหลือ 25 บาท ตามที่สภาองค์กรของผู้บริโภคเสนอแนะ โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นค่าโดยสารราคาเดียวตลอดสายหรือค่าโดยสารสูงสุด กทม. จะขาดทุนไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนล้านบาท ไม่ใช่ได้กำไร 23,200 ล้านบาท แต่ผมไม่ตำหนิสภาองค์กรของผู้บริโภคที่คำนวณได้ผลลัพธ์เช่นนี้ เนื่องจากใช้วิธีคำนวณของกระทรวงคมนาคมซึ่งสมควรใช้อ้างอิง แต่เมื่อวิธีคำนวณของกระทรวงคมนาคมคลาดเคลื่อนก็ย่อมทำให้ผลลัพธ์ของสภาองค์กรของผู้บริโภคคลาดเคลื่อนตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. หากเก็บค่าโดยสารสูงสุด 50 บาท กทม. จะขาดทุนประมาณ 74,000 ล้านบาท ไม่ใช่ได้กำไร 380,200 ล้านบาท ตามที่กระทรวงคมนาคมคิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. หากเก็บค่าโดยสาร 25 บาท กทม. จะขาดทุนไม่น้อยหนึ่งแสนล้านบาท ไม่ใช่ได้กำไร 23,200 ล้านบาท ตามที่สภาองค์กรของผู้บริโภคคิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. นอกจากจะขาดทุนจำนวนมากแล้ว หาก กทม. จะจ้างเอกชนรายอื่นให้มาเดินรถในช่วงปี 2573-2602 จะมีปัญหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.1 บีทีเอสอาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก กทม. เนื่องจาก กทม.ได้ทำสัญญาจ้างบีทีเอสให้เดินรถทั้งส่วนหลักและส่วนขยายถึงปี 2585 ไว้ก่อนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.2 กทม. จะต้องหาเงินสำหรับจ่ายหนี้และค่าจ้างเดินรถส่วนต่อขยายช่วงปี 2564-2572 รวมทั้งค่าชดเชยกองทุน BTSGIF เป็นเงินประมาณ 135,000 ล้านบาท จะหาได้หรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเห็นด้วยที่จะทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสายถูกลง ไม่เฉพาะสายสีเขียวเท่านั้น แต่ในกรณีสายสีเขียวเมื่อได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวข้างต้นแล้ว กระทรวงคมนาคมจะแก้ปัญหาได้อย่างไร?&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100327</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมนาคม, ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์, บีทีเอส, รถไฟฟ้าสายสีเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_608128ca6de8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
