<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมสั่งเลื่อนเปิดใช้รถไฟชานเมืองสายสีแดง 2 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 2564 แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมเปิดทดลองให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเสมือนจริง ช่วงบางซื่อ&amp;ndash;รังสิต และช่วงบางซื่อ&amp;ndash;ตลิ่งชันในวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นั้น แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;สายพันธุ์เดลต้าที่ทวีความรุนแรง โดยมีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงได้ทำหนังสือไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี เรียนถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งเลื่อนกำหนดการพิธีเปิด และเลื่อนการเปิดทดลองให้ประชาชนใช้บริการฟรีในวันดังกล่าวออกไปก่อน ซึ่งล่าสุด สำนักนายกรัฐมนตรีได้ตอบรับหนังสือกลับมายังกระทรวงคมนาคมแล้ว

&amp;nbsp;

นอกจากนี้ การแจ้งเลื่อนดังกล่าว สอดรับกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548 (ฉบับที่&amp;nbsp;28)&amp;nbsp;เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ที่ได้กำหนดเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จังหวัด เพื่อลดและจำกัดการเคลื่อนย้ายการเดินทาง ให้ประชาชนในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวดที่ได้มีคำสั่ง เลี่ยง รวมถึงจำกัด หรืองดเว้นภารกิจที่ต้องเดินทางออกนอกเคหสถาน หรือที่พำนักโดยไม่จำเป็น

&amp;nbsp;

&amp;ldquo;อีกทั้งยังเป็นไปตามข้อกำหนดที่ห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคใน โดยห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน อย่างไรก็ตาม จะเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการเสมือนจริงได้เมื่อไหร่นั้น จะต้องพิจารณาเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง และช่วงเวลาที่เหมาะสม ก่อนที่จะเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป&amp;rdquo;แหล่งข่าวกล่าว

&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110320</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟฟ้าสายสีแดง, ระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง, เลื่อนเปิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_60482c9edcb69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.รับทราบคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีแดง ก.ค.เปิดให้บริการฟรี ปลายปีเก็บเงินเริ่ม 12 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)รับทราบความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ&amp;nbsp;โดยในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 นี้ โครงการระบบรถไฟชานเมือง(สายสีแดง)ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อตลิ่งชันจะเปิดให้ประชาชนใช้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธีเปิด ก่อนที่จะเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; ซึ่งค่าโดยสารของรถไฟชานเมืองสายสีแดงเริ่มต้นที่ 12 บาท และสูงสุดราคา 42 บาท ถือเป็นราคาที่ถูกที่สุดในการเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในอนาคตโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง จะต่อขยายเส้นทางเพื่อเติมเต็มโครงข่ายทางรางยกระดับจากกรุงเทพฯไปสู่ปริมณฑล ด้วยส่วนต่อขยาย 4 เส้นทาง ประกอบด้วย โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา, โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช และโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ- หัวลำโพง และช่วงบางซื่อ-หัวหมาก โดยมีสถานีกลางบางซื่อเป็นศูนย์กลางระบบรางแห่งใหม่ของไทยที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายระบบรางทุกรูปแบบ ทั้งรถไฟชานเมืองสายสีแดง รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน รถไฟทางไกล และรถไฟความเร็วสูง สู่ทุกภูมิภาคของประเทศ และพื้นที่รอบสถานีกลางบางซื่อ 2,325 ไร่ จะพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั้งหมด 9 แปลง โดยมี 5 แปลงที่มีความพร้อมและไม่เกี่ยวข้องกับการเดินรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถานีหัวลำโพง การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ปรับลดจำนวนขบวนรถจาก 118 ขบวนเหลือ 22 ขบวนต่อวัน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาจราจรในเส้นทางที่รถไฟวิ่งผ่าน โดยเมื่อดำเนินการช่วงต่อขยายเสร็จแล้ว จะทำให้ขบวนรถทั้งหมดวิ่งเข้าสู่สถานีบางซื่อได้ 100%&amp;nbsp; ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาจราจรติดขัดบริเวณจุดตัดเสมอระดับทางในเมืองได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101858</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, มติ ครม., รถไฟฟ้าสายสีแดง, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_606320c194476.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยามสั่งเร่งเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการสายสีแดงเชิงพาณิชย์ปลายปีนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.2564 -นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการเตรียมการเปิดให้บริการและการบริหารโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อ ครั้งที่ 2/2564 ว่า เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ &amp;ndash; ตลิ่งชัน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร (กม.) และช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทางประมาณ 26.3 กม. รวมทั้งการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ

อย่างไรก็ตามขณะนี้การก่อสร้างงานโยธาของโครงการดังกล่าวข้างต้นเสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ และทดสอบการเดินรถเสมือนจริง ก่อนเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการใน ก.ค. 2564 จากนั้นจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2564 ขณะเดียวกัน ตามที่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ และอนุกรรมการ เพื่อให้การเปิดให้บริการและการบริหารโครงการดังกล่าวได้ทันตามกำหนด สามารถอำนวยความสะดวกประชาชนผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเตรียมความพร้อมใน 5 ด้าน

ทั้งนี้ประกอบด้วย 1.ด้านการเดินรถและการเชื่อมต่อระบบขนส่งต่างๆ ในการเข้าถึงสถานี 2.ด้านสถานี 3.ด้านราคาค่าโดยสารและบัตรโดยสาร 4.ด้านการสื่อสารสาธารณะ และ 5.ด้านการกำหนดจุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารและสินค้า รวมถึงการบริหารพื้นที่ภายในสถานีกลางบางซื่อ และพื้นที่โดยรอบในเชิงพาณิชย์ โดยในการประชุมครั้งนี้ คณะอนุกรรมการด้านต่างๆ ได้รายงานความคืบหน้า พร้อมทั้งเร่งรัดดำเนินการในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มเติมขึ้น 2 คณะ เพื่อดำเนินการด้านการขอพระราชทานนามและพิธีการ และการบริหารจัดการและการพัฒนาพื้นที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้ให้ความสำคัญกับแผนงานพัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนเป็นแผนงานที่มีความจำเป็นอยู่ในระยะเร่งด่วน และกำหนดแผนงานการพัฒนาจุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าเป็นแผนการพัฒนาในระยะถัดไป จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการประมาณราคาและระยะเวลาดำเนินการต่อไป โดยการกำหนดจุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารและสินค้า คณะอนุกรรมการฯ ด้านการกำหนดจุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารและสินค้า (Gateway/Hub) ได้ร่วมประชุมและลงพื้นที่เก็บข้อมูลด้านกายภาพและประเมินความเหมาะสมของสถานีที่จะใช้เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนและจุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้า 4 จุด ได้แก่

1.จุดเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนด้านทิศเหนือ/ตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) กำหนดที่ &amp;ldquo;สถานีรังสิต&amp;rdquo; โดยได้เสนอแผนการปรับปรุงสถานี ประกอบด้วย งานปรับปรุงถนนด้านฝั่งตะวันตก (ปทุมธานี) และงานก่อสร้างสะพานกลับรถ และทางเชื่อมจากสะพานข้ามทางรถไฟบริเวณสถานี และแผนการพัฒนาโครงข่ายเชื่อมต่อ ประกอบด้วย การปรับปรุงจุดกลับรถใต้สะพานข้ามทางรถไฟ ทางหลวงหมายเลข 346 ทั้งด้านตะวันออก (รังสิต) และด้านตะวันตก (ปทุมธานี)

2.จุดเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนด้านทิศตะวันออก กำหนดที่ &amp;ldquo;จุดจอดรถอโศก&amp;rdquo; ซึ่งในปัจจุบันรถไฟชานเมืองขาเข้าและขาออกสถานีกรุงเทพ หยุดจอดเพื่อรับ-ส่งผู้โดยสารรถหลังจากผ่านเครื่องกั้นถนน พบว่ารูปแบบดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนจะเสียเวลาในการรอรถไฟข้ามผ่านเป็นเวลาโดยเฉลี่ยกว่า 2-3 นาที จึงได้เสนอแนวทางการพัฒนาจุดจอดให้อยู่ตำแหน่งเดียวกันทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งสามารถลดระยะเวลาในการกั้นถนนลงได้กว่า 1 นาที และได้เสนอแผนงานพัฒนาสถานีโดยการปรับพื้นที่ชานชาลาด้านตะวันตกของจุดจอดรถอโศก และพัฒนาป้ายหยุดรับส่งผู้โดยสารสำหรับรถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อให้สามารถรับส่งผู้โดยสารจากขบวนรถไฟได้ทั้งทิศทางขาเข้าและขาออก

3.จุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าด้านทิศเหนือ/อีสาน จากเดิมกำหนดไว้ที่ &amp;ldquo;สถานีเชียงราก&amp;rdquo; จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า &amp;ldquo;สถานีเชียงรากน้อย&amp;rdquo; มีความเหมาะสมมากกว่า เนื่องจากอยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรมนวนคร และมีโครงการพัฒนาพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าความเร็วสูง และสถานีสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ทางหลวงสายหลักได้สะดวกมากกว่า โดยได้เสนอแผนการปรับปรุงสถานี เช่น การปรับปรุงชานชาลา ลานกองเก็บสินค้า และอาคารสำนักงาน และโครงข่ายเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าสู่สถานี

4.จุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าด้านทิศใต้/ตะวันตก จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ &amp;ldquo;สถานีวัดงิ้วราย&amp;rdquo; ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า สถานีวัดสุวรรณ มีความเหมาะสมมากกว่า เนื่องจากอยู่ใกล้ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าพุทธมณฑล และสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ทางหลวงสายหลักได้สะดวกกว่า รวมถึงอยู่ใกล้แนวเส้นทางของโครงการถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขนส่งหลายรูปแบบ โดยได้เสนอแผนการปรับปรุงสถานี เช่น การปรับปรุงชานชาลา ลานกองเก็บสินค้า และอาคารสำนักงาน และโครงข่ายเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าสู่สถานี

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ในส่วนของด้านสถานีนั้น คณะอนุกรรมการฯ ได้มีการประชุมและกำหนดให้สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งมีพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานีจำนวน 52,375 ตารางเมตร ได้เสนอแนวทางให้ รฟท. ออกประกาศเชิญชวนให้เอกชนได้มีสิทธิใช้ประโยชน์พื้นที่แยกจากโครงการสรรหาเอกชนร่วมลงทุนให้บริการเดินรถไฟสายสีแดง (PPP) ซึ่งในเบื้องต้นได้กำหนดเงื่อนไขสัญญาเดียวครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 52,375 ตารางเมตร โดยรวมถึงการให้บริการในส่วนของศูนย์อาหาร และร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าจำเป็นในการเดินทาง อายุสัญญาเช่า 15-20 ปี

ขณะที่ พื้นที่ส่วนของลานจอดรถยนต์เห็นควรให้ รฟท. ดำเนินการหารายได้ในการจัดเก็บค่าจอดรถยนต์โดย รฟท. หรือโดยการจ้างเหมาบริการ ให้ รฟท. พิจารณาให้บริการรถ Limousine แก่ผู้โดยสารในลักษณะเดียวกับสนามบินและบริการรถ Shuttle bus สำหรับงานด้านรักษาความปลอดภัยและการจัดการจราจร งานด้านทำความสะอาดสถานที่ และงานอาคารสถานที่ เห็นควรให้ รฟท. ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ส่วนสถานีรถไฟในโครงการอีก 12 สถานี

นอกจากนี้ จากการสำรวจพื้นที่โดยละเอียดพบว่ามีพื้นที่เชิงพาณิชย์จำนวน 4,626 ตารางเมตร และพื้นที่โฆษณา จำนวน 2,407 ตารางเมตร คณะอนุกรรมการฯ ด้านสถานีได้เสนอแนวทางการจัดประโยชน์พื้นที่เชิงพาณิชย์และป้ายโฆษณา โดยกำหนดระยะเวลาเช่า 3 ปี คาดว่าจะสามารถออกประกาศเชิญชวนเอกชนได้ในช่วง มิ.ย. 2564 &amp;nbsp;ลงนามสัญญาได้ใน ส.ค. 2564 และเปิดให้บริการได้ภายในปลายปี 2564


นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ในด้านการกำหนดราคาค่าโดยสารและบัตรโดยสารนั่น คณะอนุกรรมการฯ ได้มีการพิจารณากำหนดอัตราค่าโดยสารพร้อมส่งเสริมการเดินทางในรูปแบบของบัตรโดยสาร 30 วัน (ตั๋วเดือน) พร้อมจัดโปรโมชั่นส่วนลดการเดินทางสำหรับเด็ก นักเรียน/นักศึกษา (Student Card) ผู้สูงอายุ รวมทั้งผู้พิการ เพื่อรองรับนโยบายการเข้าถึงและใช้ประโยชน์บริการขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ รฟท. พิจารณาค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นต้นทุนการดำเนินงาน พร้อมปริมาณผู้โดยสารในระบบรายสถานี ความถี่การเดินรถ เพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารตามระยะทางให้มีความเหมาะสม สอดคล้องตามต้นทุน ค่าใช้จ่ายผันแปร

ในส่วนความพร้อมเข้าสู่ระบบตั๋วร่วมของโครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ได้หารือร่วมกับ บมจ.ธนาคารกรุงไทย เตรียมความพร้อม เพื่อให้ระบบจัดเก็บค่าโดยสารรองรับตามมาตรฐานเทคโนโลยีบัตร EMV (Europay Mastercard and Visa) โดยให้จัดทำข้อมูลกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน งบประมาณที่คาดว่าจะใช้รวมทั้งแนวทางการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถเปิดใช้บริการได้ภายในปลายปี 2564

สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านการเดินรถและการเชื่อมต่อการให้บริการระบบขนส่ง คณะอนุกรรมการฯ ได้เสนอรูปแบบการเดินรถไฟเพื่อเข้าสถานีหัวลำโพง โดยให้คงขบวนรถเข้าสถานีหัวลำโพง จำนวน 22 ขบวน ซึ่งการให้บริการรถไฟทั้ง 22 ขบวน จะจัดให้มีการเดินรถในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน เพื่อลดผลกระทบการจราจรที่จะเกิดขึ้นพื้นที่กรุงเทพชั้นใน พร้อมทั้งจะมีการปรับเส้นทางรถโดยสารประจำทางเพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง โดยให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และ ขสมก. พิจารณาปรับปรุงเส้นทางรถโดยสารประจำทาง เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางในกับรูปแบบการขนส่งรูปแบบอื่นในทุกสถานี

อีกทั้ง ยังรวมถึงการปรับเส้นทางรถโดยสารประจำทางเพื่อเชื่อมต่อสถานีหลักด้วย ทั้งนี้ การปรับลดขบวนรถไฟเข้าสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ขบ. และ ขสมก. ได้ปรับปรุงเส้นทาง เพื่อรองรับผู้โดยสารที่มีความต้องการการเดินทางเข้าไปยังสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) แล้ว โดยการปรับให้มีรถโดยสารประจำทางเชื่อมระหว่างสถานีกลางบางซื่อและสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) สถานีมักกะสันและสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101404</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟฟ้าสายสีแดง, เปิดบริการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608d160e230c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมสั่งทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมเปิดให้บริการสายสีแดง พ.ย.64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.64-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อติดตามโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันและพิจารณาความเหมาะสมและความจำเป็นในการเดินขบวนรถชานเมืองเข้าสู่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ว่า เมื่อเปิดให้บริการสถานีกลางบางซื่อใน พ.ย. 2564 โดยกำหนดเป้าหมายให้รถไฟเข้าใช้ 100% นั้น ได้สั่งการให้การรถไฟฯ ไปพิจารณาความเหมาะสมและความจำเป็นในการเดินขบวนรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักเรียน นิสิต/นักศึกษา ประชาชนผู้ใช้บริการ ให้สอดรับกับนโยบายการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดเป็นหลักด้วย รวมถึงกำชับให้ไปพิจารณาว่า สามารถดำเนินการได้หรือไม่ หากไม่สามารถดำเนินการได้ ในส่วนการให้บริการที่มีความจำเป็นจะใช้วิธีการอย่างไร เช่น กรณีการเดินทางไป-กลับของนักเรียน นักศึกษา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟฯ ประสานงานกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อจัดทำระบบขนส่งสาธารณะรองเชื่อมระบบหลัก (Feeder) ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และสอดคล้องกับแผนบริหารจัดการใหม่ของการรถไฟฯ ที่จะหยุดให้บริการสถานีหัวลำโพงในปี 2566 จากเดิมกำหนดไว้ที่ปี 2570&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การรถไฟฯ ต้องมาดูว่า ขบวนรถไฟมีผู้ใช้บริการในช่วงเวลาไหน จำนวนเท่าไหร่ และจะเดินทางไปที่ไหน ซึ่งไม่ต้องวิ่งทั้งวัน อาจจะเป็นการวิ่งแทนขบวนนั้น โดยการรถไฟฯ ต้องไปทำการบ้านใหม่ ไม่งั้นไม่จบ ก็จะกลายเป็นว่า รถไฟวิ่งมาตัดการจราจรทางบก โดยผมต้องการดูภาพใหญ่การจราจรในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่มีขบวนรถไฟวิ่งตัดถนน หรือมีให้น้อยที่สุด และจะเกิดผลดีกับ กทม.ไหม ผมเชื่อว่า การรถไฟฯ มีศักยภาพ แต่ต้องวิเคราะห์ให้ออกว่า ขบวนที่จำเป็นเหลือกี่ขบวน เวลาใด ในส่วนของขบวนที่ไม่จำเป็น ให้หยุดที่สถานีที่กำหนด แล้วทำ Feeder ไปรอรับการเดินทางของประชาชน ซึ่งการทำวันนี้ ก็เพื่อส่วนรวม และทำเพื่อแก้ปัญหาใหญ่ได้มีประสิทธิภาพ&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงนั้น ได้กำชับให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินงานให้สามารถเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีแดงได้ตามแผนงาน โดยจะเริ่มทดลองวิ่งเสมือนจริงใน มี.ค. 2564 ซึ่งจะต้องกำหนดรายละเอียดต่างๆ ว่า จะต้องดำเนินการอะไรบ้าง และต้องสรุปแผนเรื่องการเปิดทดลองวิ่งให้บริการประชาชนโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายใน ก.ค. 2564 ให้แล้วเสร็จ พร้อมให้บริการกับประชาชนได้อย่างสมบูรณ์แบบภายใน พ.ย. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีข้อพิจารณาตามแนวทางการดำเนินงาน 8 เรื่อง ประกอบด้วย 1.แนวทางการดำเนินงานเปลี่ยนผ่านขบวนรถเข้าสถานีกลางบางซื่อ 2.ขบวนรถไฟแต่ละเส้นทางและปริมาณผู้โดยสารแต่ละเส้นทาง 3.เวลาที่ประหยัดได้และจำนวนจุดตัดทางรถไฟ 4.โครงสร้างการดำเนินงานรถไฟฟ้าสายสีแดง 5.แผนการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง 6.แผนการดำเนินงานของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) เพื่อเดินรถไฟฟ้าสายสีแดง 7.อัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดง และ 8.แผนการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของสถานีกลางบางซื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กับการรถไฟฯ ไปพิจารณาแนวทางการกำหนดอัตราค่าโดยสารของรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) ที่มีความเหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและรายได้ของการรถไฟฯ ในส่วนของการโอนถ่ายอัตรากำลังนั้น ขอให้การรถไฟฯ และ รฟฟท. วางแผนขั้นตอนการดำเนินงานให้มีความชัดเจน เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ขณะที่การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบสถานีกลางบางซื่อ ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกัน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่โครงการ SMART CITY อย่างไรก็ตาม จะมีการประชุมติดตามในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในวันที่ 4 มี.ค. 2564 เวลา 14.30 น. สรุปรายละเอียดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก รฟท. ระบุว่า การรถไฟฯ เตรียมทดสอบการเดินรถเสมือนจริง (Trial Run) ในวันที่ 26 มี.ค. 2564 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนากิจการการรถไฟฯ และเป็นวันปฐมฤกษ์จึงมีแผนให้ประชาชนเข้าใช้บริการบางส่วน และไม่ทุกสถานีในวันนั้นวันเดียวเท่านั้น จากนั้นจะเปิดให้บริการทดลองใช้บริการ (Soft Opening) คาดว่าจะเป็นในวันที่ 28 ก.ค. 2564 และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในช่วง ปลาย พ.ย. 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92042</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟฟ้าสายสีแดง, เปิดให้บริการสายสีแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd8a4de0a089.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ นำครม.เยี่ยมชมสถานีกลางบางซื่อ พร้อมทดลองนั่งรถไฟฟ้าสายสีแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ธ.ค.63 - ที่สถานีกลางบางซื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่เยี่ยมชมสถานีกลางบางซื่อ พร้อมรับฟังแผนการพัฒนาที่ดินบริเวณรอบสถานีกลางบางซื่อ และทดลองเดินขบวนรถไฟฟ้าสายสีแดง ระหว่างสถานีกลางบางซื่อ - สถานีรังสิต โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมโครงการฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยินดีที่ได้นำคณะรัฐมนตรีเยี่ยมชมสถานีกลางบางซื่อ รวมถึงทดลองรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่จะช่วยลดการแออัดบนท้องถนน เพิ่มความสะดวกและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งกทม. ปริมณฑล และจังหวัดอื่นๆ โดยมีกทม.เป็นศูนย์กลาง รัฐบาลคิดทำอะไรก็ตามเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดตามที่ได้วางยุทธศาสตร์ชาติไว้ในด้านคมนาคม ทั้งถนน น้ำ อากาศ ที่สำคัญรัฐบาลส่งเสริมการเดินทางในระบบรางให้เป็นการเดินทางหลักของประเทศ ทั้งรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งในอนุภูมิภาคและภูมิภาค และเพื่อพัฒนาต่อไปในอนาคต และในระยะยาวต่อไปอาจจะขยายไปถึงยุโรปตะวันออก และนอกจากพัฒนาเส้นทางแล้ว ก็ต้องพัฒนารายได้ของประชาชนให้สามารถใช้บริการได้ ก็ต้องไปดูว่าจะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายศักดิ์สยาม ได้มอบนาฬิกาหมายเลข 9 เป็นที่ระลึกให้นายกฯ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นาฬิกาทุกเรือนต้องเดินไปข้างหน้า เหมือนกับรัฐบาลที่ดำเนินนโยบายให้ประเทศเดินไปข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เยี่ยมชมสถานีกลางบางซื่อ ภายในสถานี ประกอบด้วย อาคารทั้งหมด 3 ชั้น คือ ชั้นที่ 1 เป็นพื้นที่จำหน่ายตั๋วโดยสารและจุดเชื่อมต่อการเดินทางด้วยระบบรางในกรุงเทพฯ ชั้นที่ 2 เป็นชั้นชานชาลา ประกอบด้วย รถไฟทางไกล 8 ชานชาลา และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง 4 ชานชาลา และชั้นที่ 3&amp;nbsp;เป็นชั้นชานชาลาสำหรับรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน และชานชาลารถไฟความเร็วสูง โดยแบ่งเป็นชานชาลาสำหรับรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน 2 ชานชาลา รถไฟฟ้าความเร็วสูงสายเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 6 ชานชาลา รถไฟฟ้าความเร็วสูงสายใต้ จำนวน 4 ชานชาลา รวมทั้งสิ้น 12 ชานชาลา นอกจากนี้ ยังมีชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นพื้นที่จอดรถ ที่สามารถจอดรถยนต์ได้ถึง 1,624 คัน มีถนนทางเข้าออกสถานีได้หลายทิศทาง เชื่อมต่อกับทางด่วนพิเศษ มีพื้นที่รองรับรถโดยสารประจำทาง และรถแท็กซี่ และยังมีพื้นที่สวนสาธารณะพร้อมบึงน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้ทดลองเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดง จากสถานีกลางบางซื่อ ไปยังสถานีรังสิต เพื่อดูความคืบหน้าของงานก่อสร้าง ซึ่งรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อถึงดอนเมืองเป็นทางรถไฟยกระดับใช้ความเร็วในการเดินทาง 120 กม./ชม. และช่วงดอนเมืองถึงรังสิต ซึ่งเป็นทางรถไฟระดับผิวดิน มีรั้วกันสองข้างทางและสร้างถนนยกระดับข้ามทางรถไฟ สามารถใช้ความเร็วในการเดินทางได้ 140 กม./ชม. หลังทดสอบแล้วเสร็จจะสามารถให้บริการแก่ประชาชนในจังหวัดปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อมาถึงสถานีรังสิต นายกรัฐมนตรีและคณะ ยังร่วมรับฟังแผนต่อขยายสายสีแดง ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ในโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยมีนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ต้อนรับ สำหรับแผนดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2565 โดยมีสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้นำเสนอแนวทางการเชื่อมต่อสถานีรถไฟรังสิตกับโครงข่ายต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งการรถไฟฯ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการเคหะแห่งชาติ ร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เป็นอาคารพักอาศัยสูง 8 ชั้นจำนวน 2 อาคาร จำนวน 360 ห้อง โดยอยู่ระหว่างสำรวจพื้นที่ และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในมิถุนายน 2564 เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อเริ่มก่อสร้าง และให้ประชาชนเข้าพักอาศัยใน ตุลาคม 2566 อันเป็นการบูรณการระบบรางควบคู่กับการพัฒนาเมืองตามแนวนโยบายของรัฐบาลต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86938</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟฟ้าสายสีแดง, สถานีกลางบางซื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd8803cb67ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯจ่อเยี่ยมชมสถานีกลางบางซื่อศูนย์กลางระบบรางที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ธ.ค.63 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เตรียมนำคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ นั่งรถบัสออกจากทำเนียบรัฐบาล เพื่อมาเยี่ยมชมสถานีกลางบางซื่อ พร้อมทดลองการเดินขบวนรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีกลางบางซื่อ- สถานีดอนเมือง-สถานีกลางบางซื่อ ในวันอังคารที่ 15 ธันวาคม นี้ หลังจากที่ได้เคยเดินทางมาตรวจติดตามงานก่อสร้าง เมื่อเดือนมีนาคม 62 ครั้งนี้จะได้นำคณะรัฐมนตรีมาร่วมตรวจสอบความพร้อมงานบริการก่อนเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการเต็มรูปแบบในปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถานีกลางบางซื่อเมื่อแล้วเสร็จสมบูรณ์ จะเป็นศูนย์กลางระบบรางที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาเซียน สามารถเปลี่ยนถ่ายการเดินทางจากระบบราง ทั้งรถไฟทางไกล รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าเชื่อมสนามบิน และรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตเมือง สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเขียว สายสีแดงเข้ม และสายสีแดงอ่อน เชื่อมต่อการเดินทางของระบบรางอื่น ๆ เช่น รถไฟฟ้ามหานคร หรือ MRT รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสู่ภูมิภาค รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน รวมทั้งเชื่อมโหมดการเดินทางในรูปแบบอื่น ได้แก่ สถานีขนส่งผู้โดยสารของ บขส. สถานีรถโดยสารประจำทาง รวมทั้งจะมีการพัฒนาพื้นที่โดยรอบเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ด้วย ปัจจุบันการก่อสร้างตัวสถานีมีความคืบหน้าแล้ว 99.8% ส่วนงานติดตั้งระบบควบคุมและจัดหาตู้รถไฟฟ้า คืบหน้า 89.1 % คาดว่าสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้ในช่วงเดือนพ.ย.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ รถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ &amp;ndash; รังสิต จะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางระหว่างย่านใจกลางเมืองกับย่านชานเมืองให้รวดเร็วมากขึ้น สามารถถ่ายเทผู้โดยสายจากท้องถนนเข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะทางรางที่สะดวกและปลอดภัยได้เป็นจำนวนมาก จากสถานีต้นทางบางซื่อถึงสถานีปลายทางรังสิตในระยะเวลา 30 นาทีด้วยความเร็ว 120 กม. ต่อชั่วโมง สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารจากรังสิตสู่บางซื่อไม่น้อยกว่า 272,500 คน/วัน ปัจจุบันได้เริ่มวิ่งทดสอบมาระยะหนึ่งแล้วและเปิดทดสอบเสมือนจริงเดือน มี.ค. 2564 จากนั้นจะเปิดให้บริการเดินรถเชิงพาณิชย์ในเดือนพ.ย. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีใส่ใจความก้าวหน้าโครงการสถานีรถไฟกลางบางซื่อมาตลอด ต้องการเปลี่ยนโฉมหน้าระบบคมนาคมขนส่งประเทศไทยให้ทันสมัย เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถดินทางสัญจรได้สะดวกและปลอดภัย แก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและมลพิษ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ ซึ่งการพัฒนาระบบรางเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์คมนาคมที่พลเอกประยุทธ์ ฯ ได้วางไว้ และมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและเกิดขึ้นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86560</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุชา บูรพชัยศรี, พล.อ.ประยุทธ์ จัทนร์โอชา, รถไฟฟ้าสายสีแดง, สถานีกลางบางซื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200922/image_big_5f69f156e13c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม จี้รฟท.สรุปปมสายสีแดงภายใน2เดือนตั้งกรรมการสามชุดเคลียร์ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.63-นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการหาที่มาของการเพิ่มงบประมาณการเปลี่ยนแปลงงาน (Variation order) หรือ VO&amp;nbsp; ที่มีงานก่อสร้างเพิ่มขึ้นกว่า 10,345 ล้านบาทในโครงการก่อสร้างรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต ว่าขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ต้องเคลียร์ตัวเองก่อนในกระบวนการในการสั่งงานต่างๆสอดคล้องตามสัญญาหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;quot;ตามที่รถไฟมีแผนการเดินรถเสมือนจริงภายในเดือน มีนาคม 2564 สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่เร่งให้เปิดบริการให้ประชาชนเร็วที่สุด ขณะเดียวกันรถไฟต้องทำแผนมาให้ละเอียดถึงแนวทางการบริหารจัดการเดินรถ-ระยะเวลาการรับขบวนรถ และการตรวจสอบความพร้อของรถไฟในการเปิดให้บริการได้เมื่อไร เรื่องนี้ต้องทำแผนให้เห็นภาพชัดเจน ซึ่งขณะนี้มีรถส่งมอบ 13 ขบวน จากทั้งหมด 25 ขบวนซึ่งรฟท.ต้องตอบให้ชัดแจน&amp;quot;นายสรพงษ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสามชุด
เพื่อพิจารณาในประเด็นข้อกฎหมาย พิจารณาการสั่งการ VOด้านเทคนิคพิจารณาเนื้องานที่จำเป็นและความปลอดภัยในการเดินรถและด้านการเงิน พิจารณาแหล่งเงินเพิ่มเติม โดยจะเร่งสรุปภายใน 2 เดือนตามนโยบายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ล่าสุด รฟท.ได้ส่งหนังสือหารือไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อสอบถามถึงกรณีงานก่อสร้างเพิ่มเติม(VO) ได้ดำเนินการถูกต้องหรือไม่ เพื่อความชัดเจน และจะเดินหน้าต่อได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยขณะนี้สำนักอัยการสูงสุดยังไม่ได้ตอบกลับมา&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76347</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบงอกสายสีแดง, รถไฟฟ้าสายสีแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f490085a2254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
