<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.-บีอีเอ็มผุดโปรโมชั่นเที่ยวโดยสารสายสีม่วง-น้ำเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ.64-รายงานข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า รฟม. ร่วมกับ บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ร่วมสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน จัดโปรโมชั่นเที่ยวโดยสาร 30 วัน เดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง และ MRT สายสีน้ำเงิน ได้ไม่จำกัดระยะทางในราคาประหยัด

อย่างไรก็ตามผู้โดยสารที่ถือบัตรโดยสาร MRT PLUS และ MRT ประเภทบัตรบุคคลทั่วไปบัตรโดยสารธุรกิจ และบัตรร่วมธุรกิจ สามารถเลือกเติมเที่ยวโดยสารได้ตามความต้องการ ทั้งแบบเดินทางในรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (PL Adult Pass) เดินทางในรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน (BL Adult Pass) หรือเดินทางข้ามทั้ง 2 สาย (ML Adult Pass)

สำหรับ PL Adult Pass ใช้เดินทางใน MRT สายสีม่วง สามารถเติมเที่ยวโดยสารได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-31 ก.ค.64 โดย 15 เที่ยว ราคา 450 บาท เฉลี่ย 30 บาท/เที่ยว, 25 เที่ยว ราคา 700 บาท เฉลี่ย 28 บาท/เที่ยว, 40 เที่ยว ราคา 1,040 บาท เฉลี่ย 26 บาท/เที่ยว, 50 เที่ยว ราคา1,100 บาท เฉลี่ย 22 บาท/เที่ยว และ 60 เที่ยว ราคา 1,200 บาท เฉลี่ย 20 บาท/เที่ยว จากอัตราค่าโดยสารสูงสุด 42 บาท

ส่วน BL Adult Pass ใช้เดินทางใน MRT สายสีน้ำเงิน สามารถเติมเที่ยวโดยสารได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. &amp;ndash; 31 ส.ค.64 โดย 15 เที่ยว ราคา 450 บาท เฉลี่ย 30 บาท/เที่ยว, 25 เที่ยว ราคา 700 บาท เฉลี่ย 28 บาท/เที่ยว, 40 เที่ยว ราคา 1,040 บาท เฉลี่ย 26 บาท/เที่ยว และ 50 เที่ยวราคา 1,250 บาท เฉลี่ย 25 บาท/เที่ยว

ทั้งนี้ในส่วนของ ML Adult Pass ใช้เดินทางข้ามสายระหว่าง MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง สามารถเติมเที่ยวโดยสารได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารรถไฟฟ้า MRT ทั้งสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. &amp;ndash; 31 ส.ค.64 โดย 15 เที่ยว ราคา 810 บาท เฉลี่ย 54 บาท/เที่ยว, 25 เที่ยว ราคา 1,300 บาท เฉลี่ย 52 บาท/เที่ยว, 40 เที่ยว ราคา2,000 บาท เฉลี่ย 50 บาท/เที่ยว และ 50 เที่ยว ราคา 2,250 บาท เฉลี่ย 45 บาท/เที่ยว จากอัตราค่าโดยสารสูงสุด 70 บาท

สำหรับโปรโมชั่นเที่ยวโดยสารมีกำหนดการใช้งานภายใน 45 วันนับจากวันที่ซื้อเที่ยวโดยสาร หากพ้นกำหนดจะไม่สามารถใช้เดินทางได้ และสามารถใช้เดินทางได้เป็นระยะเวลา 30 วัน นับจากวันที่ใช้เดินทางครั้งแรก ยกเว้น PL Adult Pass 60 เที่ยว 60 วัน จะสามารถใช้เดินทางได้เป็นระยะเวลา 60 วัน นับจากวันที่ใช้เดินทางครั้งแรก นอกจากนี้โปรโมชั่นเที่ยวโดยสารไม่สามารถคืนเงินได้ สำหรับบัตรนักเรียน นักศึกษายังคงได้รับส่วนลด 10% เด็กและผู้สูงอายุได้รับส่วนลด 50% ทุกเที่ยวเดินทางเช่นเดิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91638</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าโดยสารรถไฟฟ้า, ตั๋วเที่ยว, รถไฟฟ้าใต้ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_60179ecd2b82e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; เตรียมลุยสวนลุมพบคนกรุงพรุ่งนี้ นั่งรถไฟใต้ดินตรวจระบบเชื่อมต่อ &#039;ล้อ-ราง-เรือ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.61 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันที่ 5 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีกำหนดการตรวจราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเวลา 07.30 น. นายกฯจะเดินทางไปยังสวนลุมพินี เพื่อสักการะอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6&amp;nbsp;และร่วมกิจกรรมการออกกำลังกายกับประชาชนภายในสวนลุมพินี จากนั้นเวลา 09.00 น. นายกฯจะออกเดินทางโดยรถไฟฟ้ามหานคร จากสถานีรถไฟฟ้าสีลม ไปยังสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง เพื่อตรวจเยี่ยมสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง และการเดินทางโดยรถไฟรางคู่ของประชาชน โดยนายกฯจะร่วมกิจกรรมระบายสี MRT happy blue line (ขยายความสุขในทุกๆวัน) ของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาพฤฒาราม และกิจกรรม give book get black with MRT รับบริจาคหนังสือจากผู้โดยสาร เพื่อนำไปพัฒนาห้องสมุดต่างๆ โดยผู้โดยสารที่ร่วมบริจาคหนังสือจะได้รับต้นไม้เป็นของที่ระลึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นายกฯจะชมพระอาสน์ (พระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ขณะเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการเดินรถโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2547) จากนั้นนายกฯจะรับฟังบรรยายสรุปการเชื่อมต่อรถไฟฟ้า-รถไฟ-เรือ จากนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และชมแท่นศิลาฤกษ์ที่ตั้งอยู่ภายในสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง รับฟังบรรยายสรุปประวัติการก่อสร้างโครงการรถฟ้ามหานคร ก่อนทักทายประชาชนที่มารอขึ้นรถไฟไปต่างจังหวัด ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้นเวลา 10.15 น. นายกฯจะเดินทางโดยเรือจากท่าเรือสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง ไปยังท่าเรือเทวราชกุญชร (เทเวศร์) เพื่อตรวจการพัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทาง &amp;ldquo;ล้อ ราง เรือ&amp;rdquo; ของกรุงเทพมหานคร : โครงการเดินเรือคลองผดุงกรุงเกษมจากท่าเรือรถไฟฟ้าหัวลำโพง ไปยังท่าเรือเทวราชกุญชร และรับฟังบรรยายสรุปสถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในพื้นที่บริเวณคลองผดุงกรุงเกษม จากนายระพีพัฒน์ เกษโกศล นักพัฒนาการท่องเที่ยวชำนาญการพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 10.35 น. นายกฯจะตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทาง จากคลองผดุงกรุงเกษมสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ที่ท่าเรือเทเวศร์ พร้อมทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับระหว่างเดินทางไปท่าเรือและรับฟังบรรยายสรุปภาพรวมการบริหารจัดการและพัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทาง (ล้อ ราง เรือ) ของกรุงเทพฯ จากนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ และรับฟังบรรยายสรุปจุดเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้า-เรือ และโครงการรถฟ้าสายสีม่วงใต้ จากผู้ว่าการ รฟม. ก่อนเดินทางกลับทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 12.00 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19069</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, จุดเชื่อมต่อการเดินทาง, นายกรัฐมนตรี, นายกฯลงพื้นที่, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รถไฟฟ้าใต้ดิน, ล้อ-ราง-เรือ, สถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง, สวนลุมพินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb592af80f95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มนุษย์รถไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่งเคยมีประสบการณ์ต้องขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือ MRT กับเขาในช่วงเวลาเร่งรีบ หรือรัชอาวน์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องร้อง OMG ในใจเลยทีเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อะไรมันจะแน่นขนาดนั้น!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไปพหลโยธิน ต้องยืนรอถึง 3 ขบวนที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ มนุษย์ป้าจึงสามารถเข้าไปในรถไฟฟ้าได้ เพราะแต่ละขบวนที่เทียบชานชาลานั้นมีผู้โดยสารเต็มเอี๊ยด ราวกับปลากระป๋อง ...เหลือเชื่อมากในความรู้สึกมนุษย์ป้า slow life&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในความหนาแน่น คนมากมายมหาศาล ก็รู้สึกดีนะ!! ที่ทุกคนเข้าคิวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ตามช่องประตูที่ทาง MRT ได้กำหนดไว้ และทุกคนก็เคารพในกติกา มารยาท มาก่อนก็ต้องได้ขึ้นก่อน ไม่ใช่เดินแซงหน้าเบียดเสียดเข้าไปโดยไม่เกรงใจกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่กระมังที่เขาเรียกกันว่า ชีวิตที่เร่งรีบในยุค 4.0&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับอดีตเมื่อครั้งมนุษย์ป้านุ่งกระโปรงจีบ ผูกคอซอง เพราะช่วงเวลาที่จะต้องแข่งกันไปโรงเรียน พร้อมๆ กับคนที่กำลังจะต้องไปทำงานนั้น ถ้าเราไม่ขยับกายให้คล่องแคล่วว่องไวล่ะก็ เราอาจจะไปโรงเรียนสายได้ เพราะเริ่มต้นก็ต้องวิ่งตามให้ทัน และเดาให้ออกแล้วว่ารถเมล์เลือกที่จะจอดจุดไหนของถนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เคยเลยที่รถเมล์จะจอดสนิทตรงป้ายรถเมล์ เพราะการจราจรที่แน่นขนัดบนถนนเป็นปัจจัยสำคัญ และการที่ผู้คนลงไปยืนอยู่บนถนนก็เป็นอีกเหตุที่ทำให้เวลาจะจอดรถ พนักงานขับรถเมล์ต้องเล็งให้ถูกว่าจะไม่ไปเหยียบใครเขาเข้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วทำไมคนต้องลงไปรอบนถนนล่ะ??? อ้าว!! ก็เพราะบนฟุตปาธนั้นถูกจับจองโดยพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ แผงลอย จนผู้โดยสารต้องชะเง้อชะแง้มองว่ารถเมล์มาหรือยัง หนักเข้าชะเง้อจนปวดคอ ลงไปยืนดูชัดๆ บนถนนจะง่ายกว่านั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณภาพชีวิตคนกรุงที่แย่งกันขึ้นรถขนส่งมวลชนในช่วงรัชอาวน์ มาถึงวันนี้ใช่ว่าจะหมดลงไปแล้ว แต่ต้องยอมรับว่า ...ค่อยยังชั่วขึ้น เพราะรถไฟฟ้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ โดยเฉพาะในจุดที่มีการจราจรแออัด หรือจุดใจกลางเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประสบการณ์ที่ต้องเจอกับมนุษย์รถไฟฟ้าครั้งแรกนี้ คิดว่าจะขอเป็นครั้งเดียวแน่นอนสำหรับมนุษย์ป้า เพราะต่อไปจะเตรียมตัวในการเดินทางให้พร้อมกว่านี้ ด้วยต้องเจียมสังขารว่าเราไม่ควรจะไปเบียดกับเด็กยุคใหม่แล้ว ซึ่งทางเลือกง่ายๆ คือ หลีกเลี่ยงเวลาเร่งรีบของมนุษย์ทำงานก็เท่านั้นเอง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16723</URL_LINK>
                <HASHTAG>slow life, ป้าเอง, รถไฟฟ้าใต้ดิน, เป็นเรื่องเป็นราว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f23f7bc12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GOLD มั่นใจ”สามย่านมิตรทาวน์”เปิดให้บริการตามแผนปี 62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ เล็งอสังหาฯทำเลพระราม 4 โตต่อเนื่อง หลังพบมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่พรึ่บ เผย&amp;rdquo;สามย่าน มิตรทาวน์&amp;rdquo;งานก่อสร้างคืบหน้าแล้วกว่า 50% ปลื้มยอดจองพื้นที่รีเทลปัจจุบันแล้ว 40% คาดสิ้นปีเพิ่มเป็น 60% &amp;nbsp;พร้อมมั่นใจเปิดให้บริการในเดือน ก.ย. ปี 62&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 ก.ย. 61 นายธนพล ศิริธนพลชัย ประธานอำนวยการ บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ &amp;nbsp;หรือ โกลเด้นแลนด์ (GOLD) เปิดเผยถึง ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในทำเลถนนพระราม 4 ในปัจจุบัน ว่า มีการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง ซึ่งมีจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดิน รวมไปถึงการลงทุนของภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีอัตราการเติบโตทั้งในด้านของอสังหาริมทรัพย์ เศรษฐกิจที่มีการขยายตัวได้ในทิศทางที่ดี และยังส่งผลให้ทำเลถนนพระราม 4 เป็นศูนย์กลางธุรกิจ หรือ ซีบีดี อีกแห่งหนึ่งของกทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในทำเลถนนพระราม 4 บริษัทได้มีการลงทุนพัฒนาโครงการ สามย่าน มิดทาวน์ ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสซึ่งบริษัทได้ร่วมทุนกับ บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดตั้งบริษัท เกษมทรัพย์ภักดี จำกัด โดยบริษัทได้ถือหุ้น 49% และ ทีซีซี 51% ของทุนจดทะเบียน 3,000 ล้านบาท ซึ่งภายในโครงการมีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 222,000 ตร.ม. มูลค่าลงทุนกว่า 9,000 ล้านบาท แบ่งเป็น รีเทล พื้นที่ใช้สอย 36,000 ตร.ม. อาคารสำนักงานเกรดเอ สูง 32 ชั้น พื้นที่เช่า 48,000 ตร.ม. ปัจจุบันมีราคาค่าเช่าอยู่ที่ 1,000 บาทต่อตร.ม. และ ที่พักอาศัย โรงแรม 104 ห้อง คอนโดมิเนียม สูง 33 ชั้น จำนวน 554 ยูนิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าการพัฒนาโครงการ สามย่าน มิตรทาวน์ ปัจจุบันการก่อสร้างยังคงดำเนินไปตามแผนการก่อสร้างที่ตั้งไว้ ปัจจุบันมีความคืบหน้าในการก่อสร้างแล้วกว่า 50% ของความคืบหน้าการก่อสร้างทั้งโครงการ ทั้งนี้คาดว่าพร้อมจะเปิดให้บริการได้ภายในเดือน ก.ย. ปี 2562 ส่วนความคืบหน้าการจองพื้นที่เช่านั้น ปัจจุบัน มียอดจองพื้นที่แล้วกว่า 40% ของพื้นที่เช่ารวมทั้งหมดซึ่งเปนยอดจองพื้นที่สำหรับผู้เช่าหลักครบแล้ว สำหรับพื้นที่ของผู้เช่ารายย่อยจะเริ่มเปิดให้จองพื้นที่เช่าในช่วงปลายปีนี้ อย่างไรก็ตามว่าภายในสิ้นปีนี้จะมียอดจองพื้นที่กว่า 60%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16711</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีบีดี, บีทีเอส, รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าใต้ดิน, สามย่าน มิดทาว, อสังหาริมทรัพย์, แผ่นดินทอง, แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8cefb488094.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขายสินค้าให้ชาวจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดี๋ยวนี้เดินไปทางไหนใน กทม. ก็ล้วนเจอแต่นักท่องเที่ยวชาวจีน เรียกได้ว่า ไม่ใช่เจอแค่ตามแหล่งท่องเที่ยว หรือแหล่งช็อปปิ้ง เดี๋ยวนี้ร้านก๋วยเตี๊ยวในตรอกซอกซอย ที่ขนาดคนไทยบางคนไม่รู้จัก ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวจีนไปเข้าคิวรอทานอาหารกันแล้วก็มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือพลังของอินเทอร์เน็ต และโซเชียลเน็ตเวิร์กโดยแท้ ซึ่งเกิดจากการรีวิว การแชร์ประสบการณ์ รูปภาพ คลิปวิดีโอ ผ่านสื่อออนไลน์ในจีน ทำให้เกิดปรากฏการณ์แบบนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ทำไมคนจีนถึงชอบมาเที่ยวเมืองไทย คิดว่าผู้อ่านหลายท่านคงพอทราบเหตุผลกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น 1.ความคุ้มค่าในการใช้เงินที่มาเที่ยวเมืองไทย บางทีจ่ายเงินถูกกว่าเที่ยวในประเทศ 2.สภาพอากาศช่วงฤดูหนาวที่กำลังสบาย ไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป 3.อาหารและผลไม้ไทยอร่อยและราคาถูกกว่าจีนมาก 4.การเดินทางสะดวก ทำวีซ่าง่าย และใช้เวลาเดินทางไม่นาน 5.สถานที่ท่องเที่ยวสวย โดยเฉพาะทะเลที่สวยระดับโลก 6.มีบริการที่ดี หลากหลาย และคนไทยค่อนข้างเป็นมิตร 7.ประเทศไทยสงบ ผู้คนมีศีลธรรม และ 8.คนจีนชอบบันเทิงไทย นี่คือเหตุผลใหญ่ที่หยิบยกขึ้นมา แต่ยังมีอีกหลายเหตุผลย่อยๆ ที่ทำให้ชาวจีนรักประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยหลายเหตุผลที่กล่าวมาเหล่านี้ ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของไทยเป็นอย่างมาก โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่มาประเทศไทยสูงถึงเกือบ 10 ล้านคน ถามว่าเยอะแค่ไหน ก็จำนวนพอๆ กับประชากรในกรุงเทพมหานครเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่จะพบเห็น &amp;quot;สินค้าไทย&amp;quot; เริ่มให้ความสำคัญกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้น เพราะรู้ว่าธรรมชาติของคนจีนนั้นเหมือนกับคนไทย คือ ชอบหาของอร่อยกิน ชอบนอนโรงแรมดีๆ และที่สำคัญคือ ช็อปปิ้งแหลก ถ้ายิ่งไปเห็นพฤติกรรมนักช็อปชาวจีนแล้ว จะเห็นชัดว่า พวกเขาเป็นนักเหมาตัวยง ซื้อสินค้ายกกล่อง ยกแพ็กกันโดยตลอด โดยจากการสำรวจพบว่า ปัจจุบันยอดการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวจีนขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 25,000-50,000 บาท/คน/ทริป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเงินจะเอามาใช้ในด้านไหนบ้าง ก็มีการเก็บข้อมูลพบว่า เป็นค่าที่พัก 27%, ค่าช็อปปิ้ง 27%, ค่าอาหาร 18%, กิจกรรมผ่อนคลาย 11% และอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นได้ชัดว่า สัดส่วนของช็อปปิ้งกับอาหาร เป็นสัดส่วนที่ใหญ่มาก ส่งผลให้แบรนด์สินค้าไทยมีการปรับกลยุทธ์ จากเดิมที่ขายเฉพาะคนไทย ก็เริ่มที่จะมองโอกาสในการขายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวจีน ในฐานะของฝาก หรือของดีประเทศไทย จึงเริ่มพบเห็นการทำตลาด และการโฆษณาไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวโดยตรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายภวัต เรืองเดชวรชัย ผู้อำนวยการธุรกิจ-สายงานการวางแผน และกลยุทธ์สื่อโฆษณา บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ หรือเอ็มไอ แสดงความเห็นว่า ในขณะนี้แบรนด์สินค้าไทยหันมาใช้เงินโฆษณาสินค้าสื่อสนามบินและบริเวณใกล้เคียงเพิ่มขึ้นถึง 10% เพราะเห็นศักยภาพในการใช้เงินของนักท่องเที่ยวจีน จึงไม่แปลกที่จะเห็นสื่อโฆษณาที่เป็นภาษาจีนมากขึ้น ตามแหล่งที่คนจีนชอบไปเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เห็นได้ชัดจากแบรนด์เครื่องสำอางไทย สเนลไวท์ คาร์มาร์ท มิสทีน และอีแอลอี ที่ใช้สื่อโฆษณารูปแบบดังกล่าวไปแล้ว และยังขยายไปใช้สื่อป้ายบิลบอร์ด ตามแหล่งที่คนจีนเข้าไปพักอาศัย อาทิ ย่านห้วยขวาง, ลาดพร้าว 101, นิมมานเชียงใหม่ รวมทั้งใช้สื่อในตัวเมือง ทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน และรถไฟฟ้าบีทีเอส&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือปรากฏการณ์ใหม่ของการใช้สื่อของผู้ประกอบการไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งจริงๆ แล้ว ผู้ผลิตสินค้าไทยที่อยากขยายตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ก็เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วยจำนวนคนที่มหาศาล ถ้าสามารถทำแบรนด์ให้นักท่องเที่ยว รู้จัก จนถึงขั้นบอกต่อ ก็เชื่อแน่ว่าจะช่วยในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ เพราะโดยส่วนใหญ่คนจีนยอมรับในคุณภาพของสินค้าไทยอยู่แล้ว ดังนั้นการเลือกโฆษณาสินค้าที่เจาะจงกับกลุ่มนักท่องเที่ยว หรือการขยายช่องทางไปยังตลาดท่องเที่ยว หรือทัวร์ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย ที่สำคัญไม่ต้องเสียเวลากับการส่งออก เพราะส่วนนี้เป็นการผลิตขายในประเทศอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนจีนมีเป็นพันล้านคน และยังมีอีกมากที่อยากมาเที่ยวประเทศไทย เราใช้โอกาสนี้ในการขายสินค้าดีๆ เป็นของซื้อของฝากให้กับนักท่องเที่ยวได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12253</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, นักท่องเที่ยวชาวจีน, รถไฟฟ้าบีทีเอส, รถไฟฟ้าใต้ดิน, ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง, สื่ออินเทอร์เน็ต, โซเชียลเน็ตเวิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MRT ชวนตรวจสุขภาพฟรี29-31มี.ค.61</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ห่วงใยใส่ใจสุขภาพ จัดกิจกรรม &amp;ldquo;M Care สุขภาพดี ชีวีปลอดภัย&amp;rdquo; เพื่อส่งเสริมการดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น ในระหว่างวันที่ 29 - 31 มีนาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 11.00&amp;ndash;17.00 น. ณ รถไฟฟ้า MRT สถานีพหลโยธิน บริเวณทางออกที่ 3 จึงขอเชิญชวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT เข้ารับบริการตรวจสุขภาพฟรี กับสถาบันการแพทย์และโรงพยาบาลชั้นนำ อาทิ ตรวจรักษาด้วยศาสตร์แพทย์จีน นวดบำบัดรักษาโรค ตรวจวิเคราะห์สมรรถภาพปอด ตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน และตรวจสุขภาพเบื้องต้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลโทร. 0-2624-5200 หรือติดตามทางช่องทางต่างๆ ได้ที่ เฟสบุค : MRT Bangkok Metro / ทวิตเตอร์ : MRT Bangkok Metro &amp;nbsp;/ อินสตาแกรม Mrt_Bangkok และ โมบายแอปพลิเคชัน : Bangkok MRT &amp;nbsp;Application &amp;ldquo;เดินทางปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว ด้วยรถไฟฟ้า MRT&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4306</URL_LINK>
                <HASHTAG>MRTชวนตรวจสุขภาพฟรี, รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, รถไฟฟ้าใต้ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9cf765c70be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
