<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039; บุกยื่นนายกฯยกเลิกประมูลรถไฟรางคู่สายเหนือ-อีสาน​ ส่อไม่โปร่งใส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี และตัวแทนสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ ​นายก​รัฐมนตรี​ และ​รมว.กลาโหม​ผ่านนายเสกสากล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ยกเลิกโครงการ รถไฟรางคู่สายเหนือ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เขียงของและสายอีสาน ช่วงบ้านไผ่- มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม และให้ตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการประมูล เนื่องจากพบว่าราคาที่ได้จากการประมูลต่ำกว่าราคากลางเล็กน้อย โดยมีสัดส่วนที่เท่ากันแค่ร้อยละ 0.08&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วรงค์​ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีเพียง 5 บริษัทที่ผ่านคุณสมบัติ​สามารถประมูลได้จาก 5 สัญญา​ จึงตั้งข้อสังเกต​ชัดเจนว่าอาจเอื้อประโยชน์​หรือไม่ และเหตุผลที่ทำให้ผลการประมูลเป็นเช่นนี้ เพราะการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)​ไม่นำทีโออาร์ ที่เคยใช้ในการประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม-หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์​-ชุมพรในปี2560 สมัยรัฐบาล คสช. ที่สามารถประหยัดงบประมาณ 2,039 ล้านบาท จากวงเงิน 36,100 ล้านบาท แต่ ร.ฟ.ท. กลับเปลี่ยนทีโออาร์​ ส่งผลให้เสียโอกาสที่จะประหยัดงานค่าก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาท จึงขอให้ทบทวนการประมูลดังกล่าวและตรวจสอบความโปร่งใสเพื่อประโยชน์ของประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105898</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, รถไฟรางคู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c1967c80ce5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม โต้ปมฮั้วประมูลทางคู่&#039;เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ&#039;ยันทำตามระเบียบโปร่งใส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีการประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างโครงการรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ มูลค่า 72,921 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 3 สัญญา คือ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว, สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย และสัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ เปิดประมูลโครงการด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ของกรมบัญชีกลาง โดยจากการกำหนดเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) ของโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ว่าโครงการดังกล่าว ได้กำหนดให้มีการใช้วัสดุภายในประเทศ (Local Content) ตามนโยบายของรัฐบาล และใช้การประกวดราคาด้วยวิธี e-Bidding ของกรมบัญชีกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ซึ่งเป็นหลักการประกวดราคาทั่วไป ไม่เพียงแค่โครงการรถไฟทางคู่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เท่านั้น แต่ยังมีใช้ในการประกวดราคากับโครงการอื่นๆ ของประเทศ เช่น การประมูลโครงการของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), กรมทางหลวง (ทล.) เป็นต้น ดังนั้น จึงไม่สามารถกำหนดได้ว่า ใครจะเสนอราเท่าไหร่ และใครจะเป็นผู้ชนะการประกวดราคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อครบกำหนดเวลาการยื่นเสนอราคานั้น กรมบัญชีกลางจะรายงานผล ก่อนที่การรถไฟฯ จะพิจารณาผู้ที่ยื่นเสนอการประกวดราคาว่า มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ และการเสนอราคาเป็นอย่างไร จากนั้นถึงจะเรียกมาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าว ยังไม่มีอะไรที่แสดงถึงความไม่โปร่งใส หรือผิดไปจากระเบียบการดำเนินการที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการดังกล่าว มีการศึกษาออกแบบไว้เมื่อตั้งแต่เมื่อปี 2555 ผมยังมีความเป็นห่วงผู้ที่ชนะการประกวดราคาเลย เพราะมีการศึกษาโครงการฯ มาตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปีนี้ คือ ปี 2564 ผ่านมาแล้วกว่า 9-10 ปี อาจจะทำให้มีราคาต้นทุนที่สูงขึ้น อาทิ เหล็ก ซึ่งผมยังห่วงว่า พอถึงเวลาแล้ว ผู้ประกอบการจะไหวไหม แต่เมื่อมายื่นเสนอราคาแล้ว ก็ต้องทำให้ได้ นอกจากนี้ เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตมา เราก็รับฟัง โดยในขณะนี้ การตรวจสอบยังไม่มีอะไร ส่วนที่บอกว่า จะให้ล้มประมูล ผมมองว่า เสียโอกาสมาก จริงๆ แล้วมีราคากลางอยู่ ตอนนี้ ผมไม่รู้ว่าใครยื่นร้อง ถ้าท่านมีคุณสมบัติ ก็มายื่นเสนอราคาแข่งขัน ถ้าท่านมองว่า ราคาแพงไป ท่านก็เสนอราคาต่ำๆ มา ก็จะได้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติด้วย&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว
รายงานข่าวจากการรถไฟฯ ระบุว่า โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กิโลเมตร (กม.) มูลค่า 72,921 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 3 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทาง 104 กม. มีผู้เสนอราคาในนามกิจการร่วมค้า 2 กลุ่ม มีผู้เอกสารฯ รวม 5 ราย คือ กลุ่มแรก มีผู้ซื้อเอกสารฯ 3 ราย และกลุ่มที่สอง มีผู้ซื้อเอกสารฯ 2 ราย โดยมีผู้ยื่นซองประมูล 2 ราย จากผู้ซื้อซองทั้งหมด 17 ราย โดยกลุ่มกิจการร่วมค้า กิจการร่วมค้า ITD-NWR ประกอบด้วย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) หรือ ITD และบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR เสนอราคาต่ำสุด 26,568 ล้านบาท จากราคากลาง 26,599 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาที่ 2 งาว-เชียงราย ระยะทาง 135 กม. มีผู้เสนอราคาในนามกิจการร่วมค้า 2 กลุ่ม มีผู้เอกสารฯ รวม 4 ราย คือ กลุ่มแรก มีผู้ซื้อเอกสารฯ 3 ราย และกลุ่มที่สอง มีผู้ซื้อเอกสารฯ 1 ราย โดยมีผู้ยื่นซองประมูล 2 ราย จากผู้ซื้อซองทั้งหมด 18 ราย โดยกิจการร่วมค้า CKST JOINT VENTURE ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด(มหาชน) หรือ CK และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC เสนอราคาต่ำสุดที่ 26,900 ล้านบาท จากราคากลาง 26,913 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาที่ 3 เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 84 กม. มีผู้เสนอราคาในนามกิจการร่วมค้า 2 กลุ่ม มีผู้เอกสารฯ รวม 4 ราย คือ กลุ่มแรก มีผู้ซื้อเอกสารฯ 3 ราย และกลุ่มที่สอง มีผู้ซื้อเอกสารฯ 1 ราย โดยมีผู้ยื่นซองประมูล 2 ราย จากผู้ซื้อซองทั้งหมด 16 ราย โดยกิจการร่วมค้า CKST JOINT VENTURE เสนอราคาต่ำสุดที่ 19,390 ล้านบาท จากราคากลาง 19,406 ล้านบาท
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2561 และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เห็นขอบ EIA นั้น คาดว่า จะประกาศใช้ พ.ร.ฎ. เวนคืน ในช่วง มิ.ย. 2564 โดยคาดว่า จะประกาศผลการประกวดราคาวันที่ 8 ก.ค. 2564 และลงนามสัญญา 30 ก.ค. 2564 ก่อนเริ่มก่อสร้างใน ต.ค. 2564 แล้วเสร็จ ก.ย. 2570&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104335</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รถไฟทางคู่, รถไฟรางคู่, สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fa666b24a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวชุมชนหินเหล็กไฟ จ.ประจวบคีรีขันธ์   70 ครอบครัว  สร้างบ้านมั่นคงแก้ไขผลกระทบจากโครงการรถไฟรางคู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประจวบคีรีขันธ์/ ชาวชุมชนหินเหล็กไฟ&amp;nbsp; อ.หัวหิน&amp;nbsp; 70 ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟรางคู่รวมตัวกันแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยจัดทำโครงการบ้านมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;วันนี้ (9 กุมภาพันธ์ 2564) ที่ โครงการบ้านมั่นคงหินเหล็กไฟ หมู่ 14 ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีพิธียกเสาเอกอาคารสหกรณ์และบ้านของสมาชิกโครงการบ้านมั่นคงหินเหล็กไฟ จำนวน 70 หลัง โดยมี นายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานพิธี พร้อมด้วย นายปฏิภาณ จุมผา รองผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นายธีรพงษ์ พร้อมพอชื่นบุญ ผู้อำนวยการภาคกลางและภาคตะวันตก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นายอำเภอหัวหิน หน่วยงานราชการในพื้นที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก และตัวแทนของชาวชุมชนหินเหล็กไฟ ร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้ กว่า 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคงหินเหล็กไฟ เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาอยู่ที่ประชาชนผู้เดือดร้อน พี่น้องที่เดือดร้อนได้ร่วมแรงอย่างแข็งขันในการแก้ปัญหาของตัวเอง &amp;ldquo;บ้านและที่ดิน&amp;rdquo; เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต เพราะถ้าบ้านและที่ดินมั่นคง การที่จะพัฒนาหรือทำอย่างอื่นต่อเพื่อให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น การดำเนินโครงการสร้างชุมชนในฝันของพี่น้องที่ประสบปัญหา ได้ดำเนินการมาได้ส่วนหนึ่ง คือ ได้บ้านและที่ดิน โดยการสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มี การจัดตั้งเป็นกลุ่มสหกรณ์ โดยการส่งเสริมของสหกรณ์จังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบลได้บรรจุแผนเพื่อทำถนนมาที่โครงการ นอกจากที่ประชาชนในโครงการจะได้ประโยชน์แล้ว ประชาชนอื่นก็ได้ประโยชน์ในการสัญจรด้วย หากจะให้ดีกว่านี้คือ เมื่อมีบ้าน มีที่แล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นก็ควรมี ไม่ว่าจะเป็น ไฟฟ้า ประปา สนับสนุนโครงการนี้ให้มีความเป็นชุมชนที่สมบูรณ์และอยู่อย่างมีความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นางสุรภา นิลเพ็ชร ประธานสหกรณ์บ้านมั่นคงหินเหล็กไฟ จำกัด กล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคงหินเหล็กไฟ ได้เริ่มดำเนินการพร้อมจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ทั้ง 19 ชุมชน ภายใต้ &amp;ldquo;กลุ่มออมทรัพย์เขาพิทักษ์พัฒนา&amp;rdquo; เริ่มออมทรัพย์ครั้งแรกเมื่อ เดือน พฤศจิกายน 2561 รวมถึงมีการลงค้นหาแปลงที่ดินร่วมกันเพื่อจัดทำแผนการรองรับเรื่องที่อยู่อาศัย ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในการดำเนินการจดทะเบียนสหกรณ์ &amp;ldquo;สหกรณ์บ้านมั่นคงหินเหล็กไฟ จำกัด&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 มีสมาชิกจำนวน 70 ราย พร้อมทั้งทำกระบวนการวางผังชุมชน &amp;ndash; ออกแบบบ้าน จัดตั้งคณะกรรมการเมืองมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลหินเหล็กไฟ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พมจ.ประจวบคีรีขันธ์ สภาองค์กรชุมชนตำบลหินเหล็กไฟ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประปาส่วนภูมิภาค สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ผู้แทนสหกรณ์บ้านมั่นคงหินเหล็กไฟ รวมถึงการดำเนินการจัดหาที่ดินรองรับโครงการ โดยได้ที่ดิน ณ เลขที่ 215 หมู่ที่ 1 ซอยบ้านหนองขอน ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ 2 งาน 14 ตารางวา โดยได้รับการสนับสนุนจาก พอช. ในการจัดซื้อที่ดิน ระบบสาธารณูปโภค และก่อสร้างบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการบ้านมั่นคงหินเหล็กไฟ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินเนื้อที่ 5 ไร่เศษ&amp;nbsp; ราคา 8.3&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; ขณะที่ชาวชุมชนรวมกลุ่มกันจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานและออมทรัพย์ครอบครัวละ 300 บาทต่อเดือนขึ้นไป&amp;nbsp; เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน&amp;nbsp; ขนาดบ้านตั้งแต่ 4 x 8 ตารางเมตร-6 x 8 ตารางเมตร&amp;nbsp; ราคาประมาณ 230,000-260,000 บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระไม่เกินเดือนละ 3,200 บาท&amp;nbsp; ระยะเวลา 15 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดิมชาวชุมชนหินเหล็ก อ.หัวหินอาศัยอยู่ในที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีอาชีพรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำงานร้านอาหาร&amp;nbsp; นวดแผนไทย&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายปฏิภาณ จุมผา รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า &amp;ldquo;บ้านมั่นคงหินเหล็กไฟ&amp;rdquo; ชื่อของชุมชนก็แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง แข็งแกร่งของพี่น้องที่ได้มีความพยายามที่จะสร้างชุมชนใหม่ บ้านใหม่ให้แข็งแกร่งดั่งหิน ช่วงที่พี่น้องอยู่ที่ริมทางรถไฟ เห็นการทำงานที่ชีวิตนี้คิดว่า พี่น้องคงไม่คิดว่าจะได้ทำแบบนี้ พี่น้องได้ลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง สำรวจ รวมคนเป็นกลุ่ม ออมเงิน ตั้งสหกรณ์ หาที่ทุกที่ทั้งที่รัฐ และสุดท้ายที่ที่พี่น้องหาเพื่อจะสร้างความมั่นคงในอนาคตของลูกหลาน ประสานหลายหน่วยงานมาช่วยเหลือ จนมาเป็น &amp;ldquo;ชุมชนบ้านมั่นคงหินเหล็กไฟ&amp;rdquo; จากที่ไม่มีใครจะเชื่อว่ามีโครงการนี้จริง ไม่มีใครเชื่อว่าคนจนจะสามารถทำแบบนี้ได้ โครงการบ้านมั่นคงหินเหล็กไฟ วันนี้จึงไม่ใช่ความฝันของคนจนอีกต่อไป แต่เป็นโครงการ เป็นบ้านที่พวกเราทุกคนร่วมกันสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;หลังจากทำพิธียกเสาเอกโครงการก่อสร้างบ้านมั่นคงหินเหล็กไฟ คาดว่าชาวชุมชนจะเข้าอยู่อาศัยในบ้านหลังใหม่ภายในเดือนกันยายน 2564 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92506</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนหินเหล็กไฟ, บ้านมั่นคง, ประจวบคีรีขันธ์, พรหมพิริยะ  กิจนุสนธิ์, พอช., รถไฟรางคู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210209/image_big_60226dc56a35c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 00:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ดันสร้างรถไฟทางคู่ชุมพร-ระนอง 4 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รฟท.รับลูกรัฐบาลดันรถไฟทางคู่ชุมพร-ระนอง 4 หมื่นล้านฝันปลุกเศรษฐกิจ SECพร้อมจี้พัฒนาพื้นที่ตามแนวรถไฟทางคู่ มั่นใจเดินหน้าศึกษาก่อนเปิดประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิ มาลา รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เปิดเผยถีงแผนพัฒนารถไฟทางคู่เพิ่มอีก 1 เส้นทางคือ รถไฟทางคู่ช่วงชุมพร-ระนอง เพื่อส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor) หรือ SEC ตลอดจนเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรด้วระบบราง (Land-bridge) ระหว่างทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน &amp;nbsp;ว่าขณะนี้สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)อยู่ระหว่างเสนอผลศึกษาโครงการดังกล่าวให้กับรฟท.ไปดำเนินการศึกษารายละเอียดการก่อสร้างและถอดแบบราคาก่อนเปิดประมูลโครงการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคาดว่าจะใช้เวลาราว 4-6เดือนนับจากนี้ในการดำเนินการตามแผนดังกล่าว ดังนั้นจึงมั่นใจว่ารฟท.จะสามารถสองนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรีได้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่าโครงการรถไฟชุมพร-ท่าเรือน้ำลึกระนอง เป็นรถไฟรางเดี่ยว มีระยะทาง 108 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท กำหนดเป้าหมายเปิดให้บริการปี 2568 มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) อยู่ที่ 12.20% โดยคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารที่จะใช้บริการในปีแรกอยู่ที่ 5,724 คนต่อปี และจะเพิ่มเป็นจำนวน 11,710 คนต่อปี ภายในระยะเวลา 30 ปีหลังจากเปิดให้บริการ คิดเป็นปริมาณการเติบโตราว 100% หรือคิดเป็น 28% ต่อระยะเวลา 10 ปี ด้านปริมาณการขนส่งสินค้านั้น ในปีแรกที่เปิดบริการจะมีปริมาณสินค้านำเข้า-ส่งออกราว 33,116 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี และจะเพิ่มเป็น 85,502 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี คิดเป็นปริมาณการเติบโตเฉลี่ย 158% หรือคิดเป็น 53% ต่อระยะเวลา 10 ปี แบ่งเป็นสินค้านำเข้าทั่วไป อาทิ เหล็ก สินค้าเกษตร สินค้าบริโภค สินค้ากลุ่มก่อสร้างและสินค้าอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในเบื้องต้นโครงการดังกล่าวกำหนดไว้ 9 สถานี ได้แก่ สถานีขุนกระทิง สถานีบ้านนา สถานีวังใหม่ สถานีปากจั่น สถานีกระบุรี สถานีบางใหญ่ สถานีละอุ่น สถานีท่าเรือระนอง และจากสถานีท่าเรือระนอง จะมีเส้นทางแยกเข้าสู่เมืองระนอง โดยสิ้นสุดที่สถานีระนอง ระยะทางประมาณ 5 กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่าก่อนหน้านี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายต้องการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ไปดำเนินการบรรจุแผนพัฒนารถไฟทางคู่เพิ่มอีก 1 เส้นทางคือ รถไฟทางคู่ช่วงชุมพร-ระนอง เพื่อส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor) หรือ SEC ตลอดจนเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรด้วระบบราง (Land-bridge) ระหว่างทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซึ่งฝั่งท่าเรือระนองสามารถเชื่อมต่อการขนส่งสินค้ากับกลุ่มประเทศอ่าวเบงกอล ดังนั้นจึงต้องพัฒนาเส้นทางสายดังกล่าวเกิดขึ้นให้ได้เพราะจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ให้โจทย์ว่าโครงการนี้ในปีหน้าต้องมีความชัดเจนให้ได้ทั้งการเปิดประมูลและการก่อสร้าง นอกจากนี้ตนยังมองว่าเส้นทางดังกล่าวยังสามารถเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างอีอีซีกับมหาสมุทรอินเดียได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้เร่งรัดให้ รฟท.ต้องเปิดประมูลโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 วงเงิน 4 แสนล้านบาทให้เป็นไปตามกำหนดการที่ตั้งไว้ ควบคู่ไปกับการเดินหน้าเพิ่มรายได้ให้กับองค์กรโดยการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เนื่องจากรฟท.มีทรัพย์สินจำนวนมากทั่วประเทศจึงต้องทำหน้าที่เป็นนักพัฒนาพื้นที่ ตามแนวเส้นทางรถไฟทางคู่สายใหม่ เพราะรฟท.มีประสบการด้านการเดินรถและเชี่ยวชาญการตั้งสถานีเพื่อให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ นอกจากนี้รฟท.ต้องให้ความสำคัญกับการเชื่อมเส้นทางรถไฟไปยังเมืองรองเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20078</URL_LINK>
                <HASHTAG>SEC, Southern Economic Corridor, ชุมพร-ระนอง, รถไฟรางคู่, รฟท., ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้, เชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างสองฝั่งมหาสมุทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b208af63ce3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2018 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2018 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>13โครงการยักษ์จ่อเข้าครม. รถไฟทางคู่เกือบ4แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากที่ประชุมติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานของโครงการลงทุน ด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ด้านโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp; เปิดเผยเตรียมเสนอ13โครงการ เพื่อขออนุมัติจากครม.ในปี2561 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วยโครงการรถไฟทางคู่ 9 โครงการมูลค่ารวมกว่า 390,435 ล้านบาท ได้แก่รถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย มูลค่า 56,066.25 ล้านบาท,.ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี มูลค่า 35,893.74 ล้านบาท , ช่วงขอนแก่น-หนองคาย มูลค่า 26,065.75 ล้านบาท ,.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี มูลค่า 23,384.91 ล้านบาท,.ช่วงสุราษฎร์-หาดใหญ่-สงขลา มูลค่า 51,823.83 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ มูลค่า 59,924.24 ล้านบาท&amp;nbsp; ,ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ มูลค่า 76,978.82 ล้านบาท,.ช่วงบ้านไผ่-นครพนม มูลค่า 60,351.91 ล้านบาทและ.หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ มูลค่า 7,941.80 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของโครงการรถไฟทางคู่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เพิ่มเติมข้อมูล คาดว่าจะเสนอให้กระทรวงคมนาคมเสนอ ครม.อนุมัติโครงการได้ประมาณ1-2เดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ในส่วนของ โครงการรถไฟชานเมือง สายสีแดงอีก 3 โครงการ ประกอบด้วย รถไฟสายสีแดงอ่อน ช่วง ตลิ่งชัน-ศาลายา , ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช และรถไฟสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ระหว่างรอความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเสนอ ครม. เช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายพีระพล นอกจากนี้ในส่วนของโครงการของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) อีก 1โครงการคือโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอพิจารณาขออนุมัติจาก คณะกรรมการ(บอร์ด)&amp;nbsp; กทพ., และโครงการที่ 13 โครงการรถเมล์ไฟฟ้าและสถานีประจุไฟฟ้า ของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ขณะนี้อยู่ระหว่างฝ่ายบริหาร ขสมก. จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการขององค์การ ก่อนที่จะเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อขอเปลี่ยนแปลงการจัดหารถโดยสารก่อนเสนอ ครม. ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเตรียมเสนอข้อมูลเพิ่มเติมในโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพ-หัวหิน มูลค่า 95,000 ล้านบาทเกี่ยวกับการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ พีพีพี ให้ต่อ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)ในวันที่ 1 ก.พ.61นี้&amp;nbsp; รวมถึงโครงการศูนย์ซ่อมเครื่องบินอู่ตะเภา มูลค่า 11,000 ล้านบาท เข้าบอร์ด คณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในวันที่ 1 ก.พ.นี้ เช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2011</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., รถไฟรางคู่, เมกะโปรเจค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a6f537199c55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
