<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คมนาคมถกแผนส่งมอบพื้นที่สร้างรถไฟเชื่อมสามสนามบิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค. 2564 นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะทำงานเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่และรื้อย้ายสาธารณูปโภค โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ครั้งที่ 1/2564 เปิดเผยว่า เป็นการรับทราบและติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานของคณะทำงานฯ ได้แก่ การขอใช้พื้นที่ของกรมทางหลวงและเวนคืนพื้นที่บริเวณทางออกสุวรรณภูมิ ซึ่งรูปแบบแนวเส้นทางของโครงการรถไฟความเร็วสูงขาออกจากสถานีสุวรรณภูมิไปยังอู่ตะเภาจะก่อสร้างอยู่ระหว่างโครงสร้างของโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เดิมกับถนนต่างระดับขาเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของกรมทางหลวง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจะต้องมีการเวนคืนพื้นที่ในช่วงทางโค้งเข้าบรรจบกับทางวิ่งหลัก โดยมีการเวนคืนพื้นที่ 1 ไร่ 89 ตารางวา ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบตามแนวทางดังกล่าว โดยเอกชนคู่สัญญาตกลงปรับรูปแบบโครงสร้างบริเวณจุดตัดทางต่างระดับ เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างทางยกระดับศรีนครินทร์ - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (M7) ตามที่กรมทางหลวงออกแบบ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้า ปัญหาอุปสรรค และแนวทางดำเนินการของฝ่ายรัฐ ได้แก่ การรังวัดโฉนดที่ดินในเขตตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน การทำสัญญาจ่ายค่าทดแทนการเวนคืน การขอใช้พื้นที่หน่วยงานรัฐในพื้นที่เวนคืน ได้มอบหหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ประสานงานกับหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ ส่วนการโยกย้ายผู้บุกรุกในช่วงสุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา จากทั้งหมด 302 หลัง ได้ดำเนินการไปแล้ว 300 หลัง และฝ่ายเอกชนได้เริ่มดำเนินการล้อมรั้วเพื่อป้องกันผู้บุกรุกแล้ว และให้การรถไฟแห่งประเทศไทยติดตามตรวจสอบไม่ให้มีประชาชนบุกรุกเข้าพื้นที่ พร้อมทั้งให้รายงานต่อที่ประชุมทุก ๆ เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90530</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยธรรม์ พรหมศร, ปลัดกระทรวงคมนาคม, รถไฟเชื่อม3สนามบิน, ส่งมอบพื้นที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190617/image_big_5d073747c9488.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซีพี&#039;ระดมสมองวางแผนสร้างความเชื่อมั่นไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค. 2563 นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหาร &amp;nbsp;บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด เปิดเผยว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศไทย ด้วยเหตุนี้บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด จึงมุ่งมั่นและตั้งใจดำเนินโครงการให้เกิดความยั่งยืน คือ การคิดให้ครบทุกมิติ และให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในทางเศรษฐกิจ และ เกิดประโยชน์ต่อคนในพื้นที่ &amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การให้ความสำคัญกับวิถีชีวิต การสร้างงาน สร้างรายได้ และ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม ในการนี้จึงได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา เข้าร่วมเป็น &amp;ldquo;คณะที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน&amp;rdquo;โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน&amp;rdquo; เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ประกอบด้วยผู้ทรงวุฒิจำนวน &amp;nbsp;7 ท่าน ได้แก่ &amp;nbsp;1.ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 2.ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง 3.ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ 4.ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 5.ผศ.ดร.อนุรัตน์ อนันทนาธร อาจารย์ประจำภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา 6.นายธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล ประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี และ 7.นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย กล่าวว่า การแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาฯเป็นไปตามความตั้งใจที่ต้องการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการนี้ การระดมสมองจากผู้เชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีจากทางภาครัฐ นักวิชาการ และหน่วยงานเอกชนชั้นนำ จะทำให้เข้าใจบริบทของการพัฒนาและปัจจัยความสำเร็จที่เกี่ยวข้องกับภาคประชาสังคม โดยการพัฒนาด้านความยั่งยืนของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน มุ่งเน้น 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.การพัฒนาความยั่งยืนด้านสังคม 2.การพัฒนาความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมุ่งหวังที่จะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ และระบบนิเวศน์เชิงเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งเป็นการตอบโจทย์การพัฒนาสังคมและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนทางธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ต้องคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม เหตุผลสำคัญที่เครือฯสนใจและเข้าไปลงทุน เนื่องจากเป็นโครงการพัฒนาที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และสังคม ที่เครือยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ ที่สำคัญโครงการนี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานแรกของภูมิภาคอาเซียน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งจะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง และสามารถส่งเสริมประเทศเพื่อนบ้านในแถบ CLMV ให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; นายศุภชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่รถไฟความเร็วสูงฯสายนี้คือเส้นทางสายโอกาส และสัญลักษณ์ความภูมิใจของประเทศไทย &amp;nbsp;ตลอดเส้นทาง 220 กิโลเมตรของรถไฟความเร็วสูงฯสายนี้จะสร้างโอกาส สร้างงาน และถือเป็นอีกหนึ่งโครงการระดับชาติที่จะทำให้การเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในประเทศไทย เหมือนกับโครงการระดับโลกในอดีต เช่น เขื่อนฮูเวอร์ในสหรัฐอเมริกาที่ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้านวิศวกรรม เป็นเขื่อนแห่งประวัติศาสตร์ที่สร้างภูมิใจอันยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา หรือ รถไฟชินคันเซ็นของญี่ปุ่นที่เป็นรถไฟแห่งความผูกพันและเป็นตัวแทนความรุ่งโรจน์ที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตของผู้คนทั่วประเทศให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นความภูมิใจของประเทศไทยหรือ &amp;nbsp;Pride of Thailand &amp;nbsp;และในด้านความยั่งยืนของโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ ต้องคำนึง 4 ด้าน ได้แก่ 1. Environmental friendly &amp;nbsp;2.Circular economy 3. Inclusive economy 4.Glass roots development ทั้งนี้มั่นใจว่ารถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินจะเป็นเครื่องมือสร้างความเจริญให้แก่คนในพื้นที่และทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวว่ารถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินจะนำไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำในอาเซียน &amp;nbsp;และมีความเห็นว่ารถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินเป็นของคนไทยทุกคน จะต้องสร้างให้เกิดพฤติกรรมการเดินทางรถไฟ &amp;nbsp;ด้วยการส่งเสริมแนวคิด เดินทางโดยรถไฟช่วยลดมลพิษ และเป็นการลดใช้พลังงาน นอกจากนี้ต้องพัฒนาคนและพัฒนาชุมชนในพื้นที่ให้แข็งแรง รักษาวัฒนธรรมและอาชีพของท้องถิ่นไว้ให้ได้ตลอดจนรักษาเงื่อนไขระดับนิเวศของสังคมและสิ่งแวดล้อมไว้ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินจะต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยดำเนินการในรูปแบบ &amp;ldquo;แพลตฟอร์มแห่งปัญญา&amp;rdquo; ด้วยการจัดทำผังภูมิศาสตร์เชื่อมโยง 5 จังหวัดที่รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินผ่าน คือ &amp;nbsp;กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, ฉะเชิงเทรา, &amp;nbsp;ชลบุรี และ ระยอง &amp;nbsp;โดยต้องวางรูปแบบการพัฒนาสำคัญ 3 ด้าน คือ 1.การพัฒนาอย่างชาญฉลาด โดยใช้รถไฟความเร็วสูงเป็นนวัตกรรมหรือเครื่องมือในการเชื่อมต่อพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อกระจายความเจริญ &amp;nbsp; 2.การพัฒนาคุณภาพชีวิต คือการคิดให้ครบทุกด้าน ให้โอกาสทุกคนอย่างเท่าเทียม &amp;nbsp;และ 3.สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ต้องคำนึงถึงการปกป้องธรรมชาติ รักษาสมดุลของระบบนิเวศน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่มุมมองนักวิชาการในพื้นที่ภาคตะวันออก ผศ.ดร.อนุรัตน์ อนันทนาธร อาจารย์ประจำภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า ในการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;ต้องเน้นการน้อมนำศาสตร์พระราชา &amp;ldquo;เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา&amp;rdquo; &amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ &amp;nbsp;ตอบโจทย์ 4 ประเด็นคือ ประโยชน์จากรถไฟฟ้า ประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น รวมไปถึงการเตรียมการเพื่อลดผลกระทบ &amp;nbsp; ขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาใน 4 มิติ คือ พัฒนาโครงการ พัฒนาบุคลากร พัฒนาชุมชน และพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล ประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินจะต้องเชื่อมโยงกับชุมชน ส่งเสริมสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน เพื่อสร้างความภาคภูมิใจทั้งในระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถสนับสนุนเครือข่ายผู้ประกอบการ SMEs เพื่อกระจายรายได้อย่างทั่วถึงไม่เพียงแค่พื้นที่ตามสถานี แต่สามารถขยายไปยังพื้นที่รอบจังหวัดอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการนี้ ต้องตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เข้าใจทุกการใช้ชีวิต และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งโครงการนี้สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมระยะยาวได้ แต่ต้องวางกรอบแนวคิดใหม่เพื่อให้เกิด &amp;ldquo;For Living Together&amp;rdquo; เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายคือรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินจะต้องสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดีขึ้นกับทุกคนโดยเฉพาะกลุ่มผู้พิการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73368</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี, รถไฟเชื่อม3สนามบิน, ศุภชัย เจียรวนนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200804/image_big_5f28e1831d326.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ลุยหยั่งเสียงนักลงทุน “ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน” เฟส 2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.63-นายสุชีพ สุขสว่าง วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม &amp;ldquo;เพื่อประเมินความสนใจเบื้องต้นของภาคเอกชน (Market Sounding) โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน ระยะที่ 2 ส่วนต่อขยายจังหวัดระยอง-จันทบุรี-ตราด&amp;rdquo; ว่า รฟท. ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคม การเงิน แนวทางการลงทุนที่เหมาะสม ออกแบบและประมาณราคาค่าก่อสร้างเบื้องต้น และการมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการดังกล่าว เพื่อรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor) รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่ง และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านการเดินทางและการขนส่งสินค้าในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระยะที่ 2 ส่วนต่อขยายจังหวัด ระยอง-จันทบุรี-ตราด มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระยะที่ 1 ฝั่งตะวันออกของสนามบินอู่ตะเภาผ่านสถานีรถไฟบ้านฉาง เข้าสู่สถานีระยอง ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 3574 (ระยอง-บ้านค่าย) ห่างจากสี่แยกเกาะลอยประมาณ 3 กิโลเมตร (กม.) จากนั้นแนวเส้นทางจะมุ่งหน้าสู่อำเภอแกลง เข้าสู่สถานีแกลง ซึ่งตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 344 (ชลบุรี-แกลง) ห่างจากสามแยกแกลง ประมาณ 2 กม.

นอกจากนี้ วิ่งตามแนวเส้นทางรถไฟทางคู่บางช่วง ผ่านอำเภอนายายอาม อำเภอท่าใหม่ เข้าสู่สถานีจันทบุรี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณแยกเขาไร่ยา ผ่านอำเภอเมืองจันทบุรี อำเภอมะขาม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เข้าอำเภอเขาสมิง และมาสิ้นสุดโครงการบริเวณสถานีตราด ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บนทางหลวงหมายเลข 3 (ถ.สุขุมวิท) ห่างจากสามแยกตราด ประมาณ 2 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 190 กม.

ทั้งนี้ จากผลการศึกษาหากก่อสร้างสถานีระยอง แกลง จันทบุรี และตราด แล้วเสร็จ พร้อมเปิดดำเนินการภายในปี 2571 จะมีผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) 5.39 % ส่วนรูปแบบการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนนั้น เบื้องต้น รฟท.ได้เสนอรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน แบบ PPP Net Cost โดยเสนอเป็น 3 แนวทางเลือก คือ

แบบที่ 1 เอกชนเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด ทั้งงานโยธา งานระบบ ขบวนรถ และ งาน Operation &amp;amp; Maintenance โดยภาครัฐเป็นผู้จัดหาที่ดิน

แบบที่ 2 เอกชนเป็นผู้ดำเนินงานเฉพาะงานระบบและตัวรถ และงาน Operation &amp;amp; Maintenance โดยภาครัฐเป็นผู้จัดหาที่ดิน และงานโยธา

แบบที่ 3 เอกชนเป็นผู้ดำเนินการเฉพาะงาน Operation &amp;amp; Maintenance โดยภาครัฐเป็นผู้จัดหาที่ดิน งานโยธา งานระบบ และขบวนรถ

&amp;ldquo;การประชุมฯในครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและนักลงทุนที่มีความสนใจ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะต่อการดำเนินการโครงการ เพื่อนำไปสู่การสรุปแนวทางการให้เอกชนร่วมลงทุนก่อนนำเสนอขออนุมัติโครงการ จากนั้นจึงดำเนินการคัดเลือกเอกชนผู้ร่วมลงทุนต่อไป&amp;rdquo; นายสุชีพ กล่าว

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ระบุว่า แผนการดำเนินงานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระยะที่ 2 ส่วนต่อขยายจังหวัดระยอง-จันทบุรี-ตราด ระยะทาง 190 กม.นั้น จะศึกษาแล้วเสร็จภายใน ส.ค. 2563 ก่อนเสนอคณะกรรมการนโยบายเขต พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เห็นชอบ และส่งต่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติในปี 2564 จากนั้นจะจัดเตรียมเอกสาร PPP รวมถึงรายงานผลกระทบและวิเคราะห์ด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ในปี 2565 นำไปสู่การหาผู้ลงทุนพร้อมทั้งออกแบบและก่อสร้างในปี 2567 ก่อนที่จะทดสอบระบบและเปิดให้บริการในปี 2571

ทั้งนี้ เส้นทางของโครงการดังกล่าว จะผ่าน 11 อำเภอ 3 จังหวัด โดยมีจำนวน 4 สถานี ได้แก่ สถานีระยอง สถานีแกลง สถานีจันทบุรี และสถานีตราด มีศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่งอยู่ที่จังหวัดระยอง ในด้านการเดินรถนั้น ใช้ความเร็วสูงสุดในการเดินรถ 250 กม./ชั่วโมง (ชม.) ในส่วนของระยะเวลาในการเดินทางนั้น ช่วงสถานีดอนเมืองถึงสถานีตราด จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. 14 นาที (จอดเฉพาะสถานีหลัก) กรณีจอดทุกสถานีใช้เวลาเดินทาง 2 ชม. 54 นาที ขณะที่ช่วงสถานีอู่ตะเภาถึงสถานีตราด จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 64 นาที

ในส่วนของจำนวนผู้โดยสารรถไฟความเร็วสูงส่วนต่อขยายจากสถานีอู่ตะเภาถึงสถานีตราด คาดการณ์ว่าในปี 2571 จะมีผู้โดยสาร 7,429 คนต่อวัน, ปี 2581 มีผู้โดยสาร 10,896 คนต่อวัน, ปี 2591 มีผู้โดยสาร 15,251 คนต่อวัน และปี 2601 มีผู้โดยสาร 19,575 คนต่อวัน ขณะที่อัตราค่าโดยสารนั้น จะอยู่ที่ 95 บาท (แรกเข้า)+2.10 บาท/กม. (ปี 2571)

สำหรับแนวคิดในการออกแบบสถานีรถไฟความเร็วสูงในโครงการดังกล่าว จะคำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้บริการของผู้โดยสาร รวมทั้งความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของชุมชนน้อยที่สุด นอกจากนี้ จะส่งเสริมความเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น ด้วยการนำรูปทรงผลไม้ที่โดดเด่นในแต่ละพื้นที่ มาประยุกต์ใช้ในงานสถาปัตย์ เพื่อส่งเสริมนโยบายการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก สร้างการจดจำให้แก่ผู้มาเยือน รวมทั้งสร้างความภาคภูมิใจให้กับประชาชนในท้องถิ่น และยังสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72388</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), รถไฟเชื่อม3สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1a939f0ef8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเร่งส่งมอบพื้นที่สร้างไฮสปีดอีอีซีขีดเส้น ก.พ. 64 ครบ 100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค. 2563 นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ว่า การประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลางประจำปี 2563 ตามที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.)เห็นชอบ และอยู่ระหว่างกระบวนการขอรับงบประมาณ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของสำนักงบประมาณที่ได้พิจารณารายละเอียดครบถ้วนทั้งหมดแล้ว

สำหรับความคืบหน้าการเวนคืนที่ดิน โยกย้ายผู้บุกรุก และยกเลิกสัญญาเช่านั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) &amp;nbsp;ได้ตั้งคณะกรรมการกำหนดราคา แลจ่ายทดแทน โดยจะทำสัญญาซื้อขายกับผู้ถูกเวนคืน และจ่ายค่าทดแทนภายใน พ.ย. 2563 &amp;nbsp;คาดจะส่งมอบที่ดินให้เอกชนคู่สัญญาในระยะแรก ช่วงสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภาทั้งหมด 100% ภายในเดือน ก.พ. 2564 ตามแผน แต่หากเกิดกรณีล่าช้า อาทิ ผู้ถูกเวนคืนยื่นอุทธรณ์ อาจต้องใช้เวลาตามขั้นตอน ส่วนเจ้าของที่ดินทักท้วง หรือร้องเรียนจะเคลียร์ให้จบภายใน ส.ค. 64 ขณะที่การส่งมอบพื้นที่ระยะที่ 2 ช่วงดอนเมือง-สุวรรณภูมิ ใช้เวลาดำเนินการอีก 2 ปี 3 เดือน

&amp;quot;โครงการก่อสร้างช่วงดอนเมือง-สุวรรณภูมินั้น มีผู้บุกรุก 267 หลังคาเรือน ช่วงสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา มีผู้บุกรุก 302 หลังคาเรือน ซึ่งในขณะนี้ รฟท. อยู่ระหว่างการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้บุกรุกโดยดำเนินการตามกฎหมายขณะที่ การยกเลิกสัญญาเช่านั้น มีทั้งสิ้น 213 สัญญา แบ่งเป็น ช่วงดอนเมือง-พญาไท 100 สัญญา จะดำเนินการยกเลิกสัญญาเช่าให้เสร็จภายใน ธ.ค. 2563 &amp;nbsp;และช่วงลาดกระบัง-อู่ตะเภา 113 สัญญา จะดำเนินการให้เสร็จภายใน ต.ค.63 &amp;quot;นายชัยวัฒน์ กล่าว

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า &amp;nbsp;บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ซึ่งจัดตั้งโดยกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร ได้รายงานว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)จะใช้ระยะเวลาประมาณ 16 เดือนเพื่อดำเนินงานการโอนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์คาดจะแล้วเสร็จพร้อมโอนภายในเดือนต.ค. 2564

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72161</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟเชื่อม3สนามบิน, ส่งมอบพื้นที่โครงการรถไฟเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eaec3e02ba81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยหนู&#039;เริงร่าได้ฤกษ์เซ็นสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม3สนามบินมั่นใจไม่เกิน2ปีตอกเสาเข็มได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;24ต.ค.62-เมื่อเวลา 09.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงพิธีลงนามสัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) และบันทึกความเข้าใจเพื่อสนับสนุนโครงการฯ ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้ (24ต.ค.) ว่า หลังจากลงนามแล้ว ทุกอย่างจะเป็นไปตามกระบวนการ ดังนั้น กว่าจะตอกเข็มได้คงอีกนาน หลังจากนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะต้องไปจ้างที่ปรึกษาโครงการฯ โดยยังมีหลายขั้นตอน เช่น การออกแบบการก่อสร้างสั่งซื้อรถไฟ การดำเนินการย้ายสาธารณูปโภคที่เป็นสิ่งกีดขวางเส้นทางการก่อสร้าง
&amp;quot;ซึ่งทุกฝ่ายมีหน้าที่ต้องทำตามสัญญา และเป็นไปตามกำหนดเวลา คาดต้องใช้เวลาในการรื้อย้ายสิ่งกีดขวาง หรือกว่าจะส่งมอบพื้นที่ได้ร้อยละ 100 คงใช้เวลาเกือบ 2 ปี ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาในเรื่องของการทำงาน อย่างไรก็ตาม จะต้องมุ่งหวังให้งานสำเร็จ ไม่ใช่มัวแต่ดูที่ข้อได้เปรียบ เสียเปรียบของสัญญา เพราะงานก่อสร้างจะต้องเป็นวิศวกรที่ดำเนินการ ไม่ใช่ดำเนินการโดยนักกฎหมาย&amp;quot;
นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีการทุบเสาตอม่อโฮปเวลล์ เพื่อเปิดพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนั้น ว่า เรื่องนี้เกิดก่อนที่พวกตนเข้ามาทำงาน แต่ก็ยึดว่าอะไรที่รักษาประโยชน์ของบ้านเมืองได้ เราจะทำงานเต็มที่ ส่วนรายละเอียดเรื่องสัญญาต่างๆ นั้นเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม ที่จะต้องหารือและปรึกษากับสำนักอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อดูในเรื่องการจ่ายค่าชดเชย หรือค่าโง่ที่สื่อชอบใช้เรียก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48762</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุบเสาโฮปเวลล์, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, รถไฟเชื่อม3สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db120c7ca466.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฤกษ์ดี 24 ต.ค.นี้ กลุ่ม CPH จรดปากกาเซ็นสัญญารถไฟเชื่อมสามสนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 ต.ค.62-รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เปิดเผยว่าในวันที่ 24 ต.ค.นี้ เวลา 13.45 น.ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาลจะมีการลงนามสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. มูลค่าโครงการ 224,544.36 ล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) จากกำหนดเดิม 25 ต.ค. 62 โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเป็นประธาน เนื่องจากกลุ่ม CPH แจ้งมีความพร้อมในวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า เมื่อลงนามสัญญาแล้ว นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการส่งมอบพื้นที่ จะเร่งรัดดำเนินการตามแผนที่ได้วางไว้ ยืนยันว่าใช้หลักธรรมาภิบาลในการดำเนินการ และนำสัญญาและเอกสารแนบท้ายมาเผยแพร่กับสื่อมวลชน เพื่อช่วยกันดูว่ามีสิ่งใดที่ยังไม่ทำตามสัญญา เพราะคลาดเคลื่อนในหลายเรื่อง เช่น การปรับร่างสัญญาหลัก หรือใส่เงื่อนไขเอื้อเอกชน ซึ่งไม่มีการทำแบบนั้นเลย ทุกอย่างยึดตามทีโออาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกโครงการ เปิดเผยว่า วันที่ 24 ต.ค.นี้ เวลา 13.45 น. รฟท.จะเซ็นสัญญาร่วมทุนกับบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ที่กลุ่ม ซี.พี.จัดตั้งเป็นนิติบุคคลใหม่ จากนั้น 13.50 น. จะลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อสนับสนุนโครงการระหว่างอีอีซี-รฟท. และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งแรกที่ต้องทำหลังเซ็นสัญญา คือ ออกแบบก่อสร้างของโครงการ ซึ่งกลุ่ม CPH ต้องส่งผู้รับเหมาก่อสร้างมาหารือกับ รฟท.ในฐานะเจ้าของโครงการ เพื่อร่างแบบก่อสร้างและทำแผนส่งมอบพื้นที่ร่วมกัน ที่มีข้อยุติร่วมกัน ต้องร่างแบบให้เสร็จใน 3 เดือน&amp;rdquo;นายวรวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคาดว่า พ.ย.-ธ..ค.นี้จะเข้าพื้นที่สำรวจการเวนคืนที่ดินตาม พ.ร.ฎ.เวนคืน และสำรวจผู้บุกรุกเคลียร์สัญญาเช่ารวมถึงแผนรื้อย้ายสาธารณูปโภคร่วมกับ 8 หน่วยงาน เพื่อส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้เสร็จใน 2 ปี ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา เปิดบริการปี 2566-2567 และใน 4 ปี ช่วงพญาไท-ดอนเมือง เพื่อเปิดบริการปี 2567-2568 ตามที่แนบท้ายไว้ในสัญญา โดยมั่นใจว่าจะทำได้ตามแผน ส่วนการออกหนังสือเริ่มงาน(NTP)ให้เวลา 2 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48753</URL_LINK>
                <HASHTAG>CPH, รถไฟเชื่อม3สนามบิน, เซ็นสัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9af78135ed5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ด รฟท.ไฟเขียวร่างสัญญาลงนามไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ต.ค.62-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด รฟท. ชุดใหม่นัดแรกว่า ที่ประชุมบอร์ด รฟท. มีมติเห็นชอบร่างสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินอีอีซี (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) วงเงิน 2.2 แสนล้านบาท ที่จะมีการลงนามระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ โดยมอบหมายให้นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่า รฟท. เป็นผู้ลงนามสัญญาดังกล่าว หลังผ่านการตรวจสอบของอัยการสูงสุด รวมถึงคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) และการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งนี้ บอร์ด รฟท. ขอให้ รฟท.รายงานความคืบหน้าทุกเดือนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่า รฟท. กล่าวว่า โครงการดังกล่าว จะมีการลงนามสัญญาในวันที่ 25 ต.ค.นี้อย่างแน่นอน โดยมีกำหนดระยะเวลา 5 ปีในการก่อสร้าง หลังจากเจรจากับเอกชนได้ข้อสรุปว่าจะมีการขยายเวลาส่งมอบหนังสือให้เอกชนเริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้าง (Notice to Proceed: NTP) ภายใน 2 ปีนับจากวันลงนามสัญญา จากเดิมที่ระบุไว้ 1 ปี พร้อมเงื่อนไขสามารถขยายสัญญาก่อสร้างออกไปอีกได้ หากติดปัญหาสุดวิสัยที่แก้ไขไม่ได้ โดยจะไม่มีการชดเชยเงินสดให้เอกชนแต่จะชดเชยเป็นระยะเวลาก่อสร้างแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนประเด็นเรื่องการยกเลิกสัญญาโครงการนี้หลังจากลงนามนั้น มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก เพราะทั้ง 2 ฝ่ายต่างตั้งใจดำเนินการ จะไม่มีการปล่อยภาระให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเสียผลประโยชน์ และทำให้ต้องยกเลิกงานก่อสร้าง ส่วนเรื่องการเวนคืนที่ดินนั้นจะมีการเสนอพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน (พรฎ.)​เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ภายในเดือน พ.ย.-ธ. ค. นี้ เมื่อเห็นชอบจะเริ่มเวนคืนได้ทันที สอดคล้องกับช่วงเวลา 3 เดือนหลังลงนามสัญญา ที่กำหนดให้เอกชนออกแบบแผนก่อสร้าง เพื่อนำไปใช้ประกอบการเวนคืน โดย รฟท.จะรับผิดชอบเรื่องผู้บุกรุก ส่วนเอกชนรับผิดชอบเรื่องเวนคืนและประสานกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ ซึ่งรฟท.มั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบพื้นที่ได้เกิน 50% ตามที่กำหนดไว้ใน RFP ภายใน 1-2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับพื้นที่ปัญหาในการเวนคืนนั้น อยู่ที่ช่วงดอนเมือง-บางซื่อ-พญาไท เป็นแนวเส้นทางที่มีปัญหาเยอะทั้งด้านผู้บุกรุก เสาไฟฟ้า และสาธารณูปโภครัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะท่อน้ำมันที่ต้องมีการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)​ ก่อนรื้อย้ายด้วย&amp;quot; นายวรวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตม์ กล่าวถึงกรณีโฮปเวลล์ว่า ในการประชุมบอร์ด รฟท.ชุดใหม่นัดแรกนั้น นายวรวุฒิ มาลา รักษาการแทนผู้ว่า รฟท. ได้รายงานข้อมูลภายหลังคณะทำงานที่มีนายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพบหลักฐานใหม่ และมอบหมายให้ รฟท. ไปดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลแพ่งและพาณิชย์ ในประเด็นการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศไทย ซึ่ง บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ไม่ได้ดำเนินการขอและได้รับการยกเว้น ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 (ปว. 281)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาในส่วนของคดีโฮปเวลล์ที่ศาลตัดสินแล้ว โดยมีกำหนดให้จ่ายค่าชดเชยมูลค่ารวมประมาณ 25,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 12,000 ล้านบาท และดอกเบี้ย 13,000 ล้านบาท ที่จะครบกำหนดในวันที่ 19 ต.ค.นี้นั้น ได้มอบหมายให้อาณาบาล รฟท. ไปหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคม ในฐานะคู่สัญญาร่วมกัน ก่อนเตรียมยื่นของดการบังคับคดีต่อศาลปกครองสูงสุด ภายในวันที่ 18 ต.ค.นี้ เพื่อขอให้ศาลฯ คุ้มครองชั่วคราวและชะลอการจ่ายค่าชดเชยดังกล่าวออกไป อย่างไรก็ตาม หากศาลไม่รับการพิจารณานั้น รฟท. ก็พร้อมมี่จะดำเนินการตามกระบวนการคำสั่งของศาลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตม์ กล่าวต่ออีกว่า ในวันที่ 17 ต.ค. 2562 เวลา 9.00 น. บอร์ด รฟท. จะมีการประชุม เพื่อพิจารณาโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กม. วงเงินลงทุน 1.79 แสนล้านบาท ในส่วนของสัญญา 2.3 (งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและฝึกอบรมบุคลากร) วงเงิน 50,600 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่าโครงการโฮปเวลล์ผ่านมาแล้วมากกว่า 20 ปี จึงเป็นที่คาใจว่าเหตุใด รฟท.จึงปล่อยให้บริษัทที่มีต่างด้าวถือหุ้นเกิน เข้ามารับโครงการใหญ่มูลค่านับหมื่นล้านบาท โดยไม่มีการตรวจสอบให้ชัดเจน ถือเป็นความหละหลวมที่เสี่ยงต่อผลประโยชน์รัฐ เนื่องจากปัจจุบันรฟท.มีงานก่อสร้างระบบรางหลายสายทั้ง รถไฟทางคู่ รถไฟไฮสปีดไปจนถึงงานพัฒนารถไฟสายต่างๆ เป็นที่น่าสนใจว่าได้มีการตรวจสอบบริษัทที่เข้ามาประมูลหรือบริษัทที่ได้รับงานมากน้อยแค่ไหน เพราะอาจนำไปสู่ผลประโยชน์ทับซ้อนจนกลายเป็นค่าโง่ในอนาคตได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประธานบอร์ดการรถไฟคนปัจจุบัน ยอมรับว่ากรณีโฮปเวลล์ไม่มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวจริง เป็นเรื่องสมัยหลายสิบปีมาแล้วซึ่งยุคนั้นอาจเกิดข้อผิดพลาดได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48214</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), จิรุตม์ วิศาลจิตร, ซีพี, รถไฟเชื่อม3สนามบิน, หนังสือสัญญา 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cb387495a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
