<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซีพี&#039;ขยับตั้ง 2 ผู้บริหารคุมรถไฟเชื่อมสามสนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค. 2564 บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง นายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;(President)&amp;nbsp;รับผิดชอบบริหาร และกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทฯ ในขณะที่ นายธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาคณะผู้บริหาร&amp;nbsp;(Executive Advisor)&amp;nbsp;เพื่อให้คำปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์ และดำเนินงาน เสริมสร้างความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ต่อไป โดยมีผลตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา

&amp;nbsp;ที่ผ่านมานายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ มีบทบาทสำคัญในการทำงานร่วมกับกลุ่มทรูมายาวนานกว่า&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ปี มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลงานระบบปฏิบัติการ และก่อสร้าง อีกทั้งยังได้รับมอบหมายให้บริหารจัดการโครงการสำคัญต่าง ๆ ของกลุ่มทรูมาโดยตลอด

&amp;nbsp;นายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านวิทยาศาสตร์ สาขาการจัดการวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97127</URL_LINK>
                <HASHTAG>#แต่งตั้งผู้บริหาร, รถไฟเชื่อมสามสนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605adfc2e789a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2019 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2019 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม ลั่นขีดเส้นCPHเซ็นสัญญารถไฟเชื่อมสามสนามบิน15 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค. 62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมเปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.)โดยคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ว่าทราประชุมเห็นชอบกับผลการเจรจาภายใต้กรอบเอกสารเชิญชวนเอกชนลงทุน (RFP) และออกหนังสือนัดกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (CPH) มาลงนาม ในวันที่ 15 ต.ค.นี้


นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าถึงกรณีหากจะมีการฟ้องร้องกันนั้น เรื่องทางอัยการสูงสุดก็ช่วยดูตอนนี้มันเจรจาหมดแล้ว เรื่องนี้คณะกรรมการคัดเลือกฯ และภาครัฐเดินตามกรอบ RFP แต่ถ้าผู้รับจ้างมองว่มีปัญหาก็ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายได้
พร้อมมองว่าเวลาที่เหลืออีก15 วันเพียงพอต่อการลงนามสัญญา เพราะทั้ง2ฝ่ายก็ต้องเตรียมตัวกันอยู่แล้วไม่ควรอ้างว่าเตรียมตัวไม่ทัน ถ้าไม่ทันก็ต้องเชิญผู้เสนอราคารายที่ 2 มาเจรจาต่อ

&amp;ldquo;ซึ่งหากไม่มาลงนามตามกำหนดไว้จะถูกริบหลักประกันซองมูลค่า 2,000 ล้านบาทตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ที่ในเอกสาร RPF ข้อ 56.5 ได้มีการระบุถึงกรณีการริบเงินหลักประกันซองได้แก่ 1.ผู้ยื่นข้อเสนอขอถอนเอกสารข้อเสนอของตนในช่วงเวลาที่เอกสารข้อเสนอยังไม่หมดอายุ 2.ผู้ยื่นข้อเสนอไม่ยอมรับการแก้ไขข้อมูลที่เสนอไป ตามที่ระบุไว้ในข้อ 46.การแก้ไขข้อผิดพลาด และ3.ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแต่ไม่ดำเนินการลงนามในสัญญาร่วมทุน หรือยื่นหลักประกันสัญญา ตามข้อ 57.1 รวมถึงจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและพิจารณาเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการพร้อมทั้งขึ้นบัญชีดำต่อไป&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว

อย่างไรก็ตามหากมีการลงนามในสัญญาวันที่ 15 ต.ค.นี้ รฟท. ก็จะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา เพื่อดำเนินการเรื่องของการย้ายสาธารณูปโภคให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือนเพื่อดำเนินการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้เอกชนอย่างน้อย 50% ของพื้นที่ทั้งหมด ภายใน1 ปีซึ่งตรงตามข้อกำหนดในRFP แต่ในแผนการส่งมอบพื้นที่คาดว่า รฟท.จะสามารถส่งมอบพื้นที่ได้ถึง 70%

&amp;ldquo;เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ไปดูให้เกิดความเป็นธรรม ให้ดำเนินการไปตามแผนงานให้เรียบร้อย&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47023</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟเชื่อมสามสนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190907/image_big_5d735485155e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2019 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.เล็งชงร่างสัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบินเข้า กพอ.30 ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.62-นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการคัดเลือกโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า การหารือครั้งนี้ คณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้พิจารณาร่างจดหมาย ร่างสัญญาเอกสารแนบท้าย ซึ่งประกอบไปด้วย เอกสารส่งมอบพื้นที่เป็นหลัก ขณะนี้คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะยึดตามกรอบที่กำหนดไว้ในเอกสารข้อเสนอโครงการ (RFP) ตามที่ระบุไว้ว่า รฟท.ต้องส่งมอบพื้นที่อย่างน้อย 50% ของส่วนที่เป็นสาระสำคัญของการก่อสร้างโครงการ ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนพญาไท &amp;ndash; ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ &amp;ndash; อู่ตะเภา

&amp;ldquo;การเจรจาในรายละเอียดส่งมอบพื้นที่ ที่ผ่านมาใช้เวลาค่อนข้างนานแล้ว ก็เกรงว่ายิ่งช้าจะยิ่งมีปัญหา จึงได้ข้อตกลงร่วมกันว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะส่งมอบพื้นที่ส่วนสาระสำคัญ 100% เพราะพื้นที่มีปัญหาอยู่ และมีบางส่วนซ้ำซ้อนโครงการอื่นด้วย ดังนั้นพื้นที่ที่จะพร้อมส่งมอบก็ต้องกลับไปยึดตาม RFP โดยคณะทำงานของการรถไฟฯ จะเร่งสรุปพื้นที่ที่พร้อมส่งมอบแต่ละส่วนว่ามีที่ใดบ้าง และจะเสนอให้ที่ประชุม กพอ.เห็นชอบร่างสัญญา เพื่อส่งให้กลับทางเอกขนรับทราบต่อไป ยืนยันว่ามันเป็นสิ่งที่เราพยายามทำให้ได้ผลมากที่สุด และหลังลงนามจริงๆ ก็ยังมีเวลาคุยในรายละเอียดได้อีก&amp;rdquo;นายวรวุฒิกล่าว

สำหรับกรอบการดำเนินงานของ รฟท.ระหว่างนี้จะเร่งสรุปรายละเอียดพื้นที่พร้อมส่งมอบทั้งหมด คณะกรรมการนโยบายพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พิจารณาในวันจันทร์ที่ 30 ก.ย.นี้ หาก กพอ.เห็นชอบก็จะแจ้งให้เอกชนคู่เจรจา คือ กิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) รับทราบโดยไม่ต้องนัดมาเจรจาอีกครั้งแล้ว เบื้องต้นกำหนดวันลงนามสัญญาตามกรอบที่รัฐบาลตั้งไว้ คือวันที่ 15 ต.ค. 2562

นายวรวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า ปัญหาส่งมอบพื้นที่ที่เจรจากันมานาน ตอนนี้ได้ข้อสรุปร่วมกันหมดแล้วว่า รฟท.จะต้องยึดตามกรอบ RFP ส่วนหน้าที่การรับผิดชอบเคลียร์พื้นที่แต่ละส่วน ก็แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนแรกบนดิน ที่มีผู้บุกรุก รฟท.จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายโยกย้ายผู้บุกรุก ส่วนเอกชนจะต้องรับผิดชอบเคลียร์พื้นที่ รื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างที่เหลือ ซึ่งหลักการดังกล่าว เป็นหลักการทั่วไปของโครงการก่อสร้าง ผู้รับเหมาจะต้องรับผิดชอบในการรื้อย้าย เคลียร์หน้าดินเพื่อเตรียมงานก่อสร้าง

และส่วนที่สอง เป็นส่วนของใต้ดิน รฟท.ในฐานะคู่สัญญากับเจ้าของสาธารณูปโภคต่างๆ จะรับหน้าที่ในการบอกเลิกสัญญากับสาธารณูปโภค โดยสัญญาที่ทำร่วมกับสาธารณูปโภคได้กำหนดไว้แล้วว่าสามารถบอกเลิกสัญญาได้ และทางเจ้าของสาธารณูปโภคจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรื้อย้าย แต่จะต้องบอกเงื่อนไขของการรื้อย้ายให้ทราบด้วยว่า สาธารณูปโภคดังกล่าวต้องรื้อย้ายไปทางไหน ดังนั้นหน้าที่กำหนดแนวทางรื้อย้าย ถือเป็นหน้าที่ของกลุ่มซีพี เพราะจะต้องระบุให้ทราบว่ามีออกแบบก่อสร้างไว้อย่างไร

&amp;ldquo;พื้นที่เวนคืนต้องปล่อยไปตามเวลาเพราะต้องออก พ.ร.ฎ. เวนคืน ถ้าถามว่าหนักใจไหมเรื่อง พ.ร.ฎ.เวนคืน ก็ต้องบอกว่าไม่หนักใจ เพราะปกติเราจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี เพื่อรอ พ.ร.ฎ.เวนคืน และเมื่อออกก็สามารถเริ่มทำได้เลย&amp;rdquo;

อย่างไรก็ตามขณะที่ปัญหาการรื้อย้ายเสาโฮปเวลล์ เป็นสิ่งที่ต้องมาดูว่าเมื่อทรัพย์สินมีเจ้าของ อยู่ในเขต รฟท. ถือได้ว่า รฟท.เป็นเจ้าของ แต่ปัจจุบันยังมีคดีกันอยู่ ดังนั้นการรับผิดชอบส่วนนี้ไม่ใช่หน้าที่ของเอกชน แต่เป็นหน้าที่ของ รฟท.แน่นอน โดยที่ผ่านมา รฟท.มั่นใจว่าได้รวมเงินค่ารื้อย้ายดังกล่าวไว้ในส่วนเงินที่รัฐจะอุดหนุนแล้ว แต่ทางเอกชนชี้แจงว่าไม่เห็นวงเงินดังกล่าว ดังนั้นการรับผิดชอบส่วนนี้ รฟท.จะต้องมาหารายละเอียดรายการใช้จ่ายเงินอุดหนุนให้ได้ว่ารวมค่ารื้อโฮปเวลล์แล้วหรือไม่ หากยังไม่ได้รวมก็จะต้องหาเงินไปชดเชย แต่เบื้องต้นยืนยันว่าได้มีการหารือกับเอกชนแล้ว ไม่ใช่ปัญหาหลัก เป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อยที่สามารถเจรจาภายหลังได้

ทั้งนี้ส่วนกรณีของการลงนามสัญญาก่อน และกำหนดออกหนังสือเริ่มงานก่อสร้าง หรือ Notice to Proceed (NTP) หลังจากนั้นภายใน 1 ปี ยืนยันว่าเป็นหลักการที่สามารถทำได้ และไม่ขัดกับเอกสาร RFP รวมทั้งคณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้ทำการศึกษาโมเดลดังกล่าวมาจากโครงการร่วมทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสายสีเหลือง ซึ่งพบว่ามีการออก NTP หลังจากลงนามสัญญาแล้วกว่า 1 ปี

ขณะนี้คณะกรรมการคัดเลือกฯ จึงยังคงความเห็นที่จะกำหนดลงนามสัญญาตามกรอบที่รัฐบาลตั้งไว้ โดย ร.ฟ.ท.จะต้องส่งมอบพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 50% ของพื้นที่ส่วนที่มีสาระสำคัญ โดยหลังจากการลงนามทั้งสองฝ่ายจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อเข้าเคลียร์พื้นที่ที่ได้รับส่งมอบ เมื่อเริ่มงานเคลียร์พื้นที่แล้วเสร็จ และเล็งเห็นว่าพื้นที่ที่เหลือไม่ใช่ปัญหาที่จะกระทบกับงานก่อสร้างในอนาคต จึงจะออก NTP เพื่อเริ่มงานก่อสร้างได้

&amp;ldquo;รายงาน กพอ.วันจันทร์นี้ หากเห็นชอบ ก็สามารถแจ้งทางซีพี และส่งร่างสัญญาให้ซีพีได้เลย ไม่ต้องผ่านใครดูร่างแล้ว ก็ยืนยันว่าตอนนี้ทำทุกอย่างเป็นไปตาม RFP สิ่งที่พูดกันที่ผ่านมา มันเป็นการเจรจาต่อรอง เรื่องส่งมอบ 100% ก็รวม 120 กิโลเมตร (กม.) ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ วันนี้ก็ต้องกลับมาดูให้เป็นไปตาม RFP เพราะเราคุยยืดเยื้อมานานไปแล้ว ดังนั้นวันนี้การปรับสัญญาแนบท้าย ก็ต้องปรับ เพราะมันคุยกันในรายละเอียดค่อนข้างมาก แต่หลักการมันควรเริ่มการก่อสร้างไปก่อน มันไม่มีส่งมอบทั้งหมดได้&amp;rdquo;นายวรวุฒิ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง&amp;ndash;สุวรรณภูมิ&amp;ndash;อู่ตะเภา) มูลค่า 2.2 แสนล้านบาท โดยมี นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)เป็นประธานประชุม เมื่อวันที่ที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 17.30 น.-23.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46830</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟเชื่อมสามสนามบิน, วรวุฒิ  มาลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90cfb367abd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขีดเส้น15 ต.ค.นี้ CP เซ็นสัญญารถไฟเชื่อมสามสนามบิน ไม่มาสั่งริบเงินประกัน และดึง BTS เสียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย. 2562 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี (กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม) เป็นประธานการประชุมพิจารณาในเรื่องกรอบการหาข้อสรุปในการดำเนินโครงการระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง&amp;ndash;สุวรรณภูมิ&amp;ndash;อู่ตะเภา) มูลค่า 2.2 แสนล้านบาท ว่า ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้คณะกรรมการคัดเลือกฯ ที่มีนายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการ รฟท. เป็นประธาน จัดการประชุมวันที่ 27 ก.ย. 2562 เวลา 16.00 น. และเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ด&amp;nbsp;EEC)&amp;nbsp;พิจารณาที่จะมีการประชุมในวันที่ 30 ก.ย.นี้ พร้อมทำหนังสือแจ้งให้กิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม&amp;nbsp;CPH)&amp;nbsp;หรือผู้ยื่นข้อเสนอมาลงนามสัญญาในวันที่ 15 ตุลาคม 2562

ทั้งนี้ ถ้า&amp;nbsp;CPH&amp;nbsp;มาลงนามสัญญาในวันที่ 15 ต.ค.นี้ ให้ดำเนินการตามสัญญาการก่อสร้างกรอบระยะเวลา 5 ปี ในส่วนที่ติดปัญหาเรื่องของการส่งมอบพื้นที่นั้น สามารถแจ้งคู่สัญญา เพื่อขอขยายระเวลาออกไปได้ ขณะที่กรณีที่&amp;nbsp;CPH&amp;nbsp;ไม่มาลงนามสัญญาตามวันที่กำหนดไว้ จะถูกริบหลักประกันซองมูลค่า 2,000 ล้านบาทตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยจะพิจารณาเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ พร้อมทั้งขึ้นบัญชีดำ (Blacklist)&amp;nbsp;เนื่องจากโครงการดังกล่าว ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ของประเทศ จากนั้นคณะกรรมการคัดเลือกฯ จะเชิญผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ 2 คือกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture)&amp;nbsp;ที่มีบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ&amp;nbsp;BTS&amp;nbsp;มาเจรจาต่อไป ขณะเดียวกัน หากมีการเจรจากับรายที่ 2 แล้วสามารถตกลง พร้อมลงนามสัญญาได้นั้น&amp;nbsp;CPH&amp;nbsp;จะต้องชดเชยราคาส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น จากราคาของ&amp;nbsp;CPH&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;BTS&amp;nbsp;ที่เสนอราคาต่างกัน

&amp;ldquo;ในที่ประชุมดังกล่าวนั้น คณะกรรมการคัดเลือกฯ ยืนยันว่า ได้ดำเนินการตามข้อเสนอการร่วมลงทุน (Request For Proposal&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;RFP)&amp;nbsp;ทั้งหมดอย่างครบถ้วนสมบูรณ์และพร้อมที่จะลงนามในสัญญา เพราะฉะนั้นถ้าทำตาม&amp;nbsp;RFP&amp;nbsp;ควรจะลงนามได้แล้ว ซึ่งเอกสาร&amp;nbsp;RFP&amp;nbsp;ก็ศึกษามาก่อนที่จะยื่นราคาอยู่แล้ว เพราะมีเงื่อนเวลาที่การยืนยันราคาของทั้ง 2 ราย จะครบกำหนดในวันที่ 7 พ.ย. 2562 ถ้าไม่ทำตามกรอบเวลาก่อน 7 พ.ย.นี้ คณะกรรมการคัดเลือกฯจะต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ ทั้งนี้ ไม่ต้องกังวลว่ารัฐมาเอาเปรียบหรือกลั่นแกล้งเอกชน ในส่วนที่เอกชนขอเวลาเพิ่ม 3 สัปดาห์นั้น ได้รับรายงานมาว่า ติดเรื่องของการส่งมอบพื้นที่ และการหาแหล่งเงินกู้&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า การดำเนินโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินนั้น ถือเป็นโครงการลงทุนที่สำคัญในพื้นที่&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลจะดูและให้การดำเนินการประเทศต้องได้ประโยชน์สูงสุดจากการพัฒนาโครงการดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าโครงการดังกล่าว จะไม่มีเรื่องของค่าโง่อย่างแน่นอน สำหรับประเด็นเรื่องการเวนคืนที่ดินที่จะต้องออกหนังสือเริ่มต้นทำงาน (Notice To Proceed : NTP)&amp;nbsp;ของโครงการให้เอกชนหลังจากการลงนาม 1 ปีนั้น นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ตามรายละเอียดในเอกสาร&amp;nbsp;RFP&amp;nbsp;ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า หากติดปัญหาการส่งมอบพื้นที่บริเวณใด สามารถยื่นเสนอขอขยายกรอบระยะเวลาออกไปได้

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ในการประชุมดังกล่าวในวันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น ประกอบด้วย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม,&amp;nbsp;นายวรวุฒิ มาลา รักษาการ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.),&amp;nbsp;นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC),&amp;nbsp;นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และนายชยธรรม์ พรหมศร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46464</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี, รถไฟเชื่อมสามสนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190907/image_big_5d735485155e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.เตรียมส่งร่างสัญญาฯรถไฟ 3 สนามบินให้ซีพีพิจารณา เพื่อหาข้อสรุปใน 7 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ก.ย.นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง, สุวรรณภูมิ, อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุน 224,544 ล้านบาทร่วมกับตัวแทนจาก กิจการร่วมค้าบริษัทกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) ว่า การประชุมในครั้งนี้ เพื่อสรุปรายละเอียดแผนส่งมอบพื้นที่ร่วมกัน โดยหลังจากนี้จะรายงานให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมรับทราบผลการประชุมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานรายละเอียด แผนส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง&amp;nbsp;ที่จะแนบท้ายสัญญาร่วมลงทุน ซึ่งมีการนิยามพื้นที่ส่งมอบและพื้นที่ส่วนที่เหลือโดยกำหนดใจความของสัญญาให้มีความชัดเจนเข้าใจตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย คือ รฟท. และ กลุ่มซีพี&amp;nbsp;ว่าการลงนามในสัญญา ไม่ใช่วันเริ่มต้นการนับระยะเวลาการก่อสร้าง เพื่อลดความเสี่ยงของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งยังไม่ให้ รฟท. ถูกปรับจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า และ เอกชนจะได้ระยะเวลาก่อสร้างเต็มๆ 5 ปี อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องลงพื้นที่ดูความพร้อม และเริ่มงานก่อสร้างได้เมื่อ Notice to process หรือ NTP ที่ รฟท. จะออกให้เมื่อพื้นที่พร้อม โดยมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็น 1 ปีหลังจากมีการลงนามสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางคณะกรรมการคัดเลือกจะส่งหนังสือร่างสัญญาร่วมทุนฯถึงกลุ่มซีพี&amp;nbsp;เพื่อยืนยันถึงแนวทางดังกล่าวและให้กลุ่มซีพี ตอบกลับภายใน 7 วัน หลังจากนั้นจะมีการกำหนดวันลงนามสัญญา โดยรัฐบาล ได้ให้นโยบายมาว่าควรเซ็นสัญญาภายในเดือนกันยายนนี้ และจะมีการรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบ ส่วนค่ารื้อย้ายสาธารณูปโภค และ โฮปเวล ล์จองสายสีแดงที่ทับซ้อนกับโครงการรถไฟไทย-จีนนั้น อยู่ในงบที่รัฐจ่ายให้กับเอกชน 1.19 แสนล้าน การเวนคืนและรื้อย้ายผู้บุกรกจะเป็นหน้าที่ของ รฟท. ส่วนโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์จะส่งมอบหลังจากเซ็นสัญญา 2 ปี&amp;ldquo; นายวรวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เอกชนจะได้รับสิทธิ์พัฒนาบริหารเดินรถไฟความเร็วสูง พร้อมทั้งพัฒนาและบริหารที่ดินมักกะสัน 50 ปี โดยมีมูลค่าโครงการลงทุนอยู่ที่ 2.24 แสนล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ผลการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจตลอดทั้งโครงการประมาณ 7 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;
นายวรวุฒิ กล่าวว่า ในส่วนของเรื่องการส่งมอบพื้นที่นั้นต้องทำให้รอบคอบ และให้เข้าใจตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย เพราะเป็นความเสี่ยงทั้งรัฐและเอกชน ซึ่งในขณะนี้ กลุ่มซีพีขอนำผลหารือให้พันธมิตรไทยและต่างประเทศรับทราบ เพื่อเสนอที่ประชุมคณะกรรมการของแต่ละบริษัทเห็นชอบ โดยจะใช้เวลา 1-3 สัปดาห์ ซึ่งเป้าหมายการเซ็นสัญญาคือเดือน ก.ย.ปีนี้ ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก รฟท. แจ้งว่า สำหรับพื้นที่ที่เป็นอุปสรรค ทาง รฟท.จะเร่งเคลียร์ ส่วน ซีพีจะรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคที่กีดขวางแนวเส้นทางร่วมกับหน่วยงานสาธารณูปโภคนั้นๆ ซึ่ง รฟท.จะช่วยดำเนินการ ทั้งโครงการจะใช้พื้นที่ก่อสร้าง 3,571 ไร่ รวมเวนคืนอีก 850 ไร่ เป็น 4,421 ไร่ พร้อมส่งมอบ 3,151 ไร่ หรือคิดเป็น 88% ของพื้นที่ทั้งหมด ยังมีพื้นที่อุปสรรค 2 ส่วนคือ ที่บุกรุก 210 ไร่ มีผู้บุกรุก 513 ราย พื้นที่เช่า 83 สัญญา 210 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานีมักกะสันส่งมอบได้ 100 ไร่ ศรีราชา 25 ไร่ ยังมีรื้อย้ายเสาไฟฟ้าแรงสูง ท่อน้ำมัน ท่อก๊าซบริเวณคลองแห้งและโค้ง ถ.พระราม 6, ท่อน้ำมัน บจ.ท่อส่งปิโตรเลียมไทย (แทปไลน์) ช่วงลาดกระบัง กม.68 มุ่งหน้าอู่ตะเภา เป็นแนวยาว 40 กม., ท่อก๊าซ ปตท.หน้าวัดเสมียนนารี-สนามบินดอนเมือง 11 กม., ท่อระบายน้ำ กทม.บริเวณสามเสน คาดใช้เวลาส่งมอบพื้นที่ใน 2-3 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45596</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี, ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), รถไฟเชื่อมสามสนามบิน, วรวุฒิ มาลา, ส่งร่างสัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190608/image_big_5cfb3e43455ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.ลั่นเทอร์มินอล 2ไม่ทันรบ.ชุดนี้ล่าช้า 8-9 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค. 2562 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)กเปิดเผยว่าภายในสัปดาห์หน้าจะส่งเอกสารโครงการก่อสร้างเทอร์มินอล 2 ซึ่งเป็นเอกสารที่ครบถ้วนและสมบูรณ์ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา ก่อนเสนอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช) พิจารณาต่อไปยอมรับว่า ขณะนี้ขั้นตอนที่ล่าช้าหากไม่สามารถเดินหน้าการสร้างเทอร์มินอล 2 ได้ก็จะส่งผลกระทบต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำให้ไม่สามารถรองรับผู้โดยสารที่ตั้งเป้าไว้ได้ 90 ล้านคน ซึ่งหากพิจารณาทันในรัฐบาลชุดนี้ก็จะล่าช้าไปอีก 8-9 เดือน แต่ถ้าไม่ทันรัฐบาลชุดนี้ก็จะยิ่งล่าช้าเพิ่มไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท) กล่าวว่าหลังจากที่ส่งจดหมายให้กิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด (ซี.พี.) และพันธมิตร ตอบเดินหน้าข้อเสนอซอง4 โครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบิน ในวันที่ 5 มี.ค.นี้ โดยทางซี.พี. ได้แจ้งขอเลื่อนการตอบออกไป เป็นสัปดาห์หน้า เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการหารือกับพันธมิตรผู้ร่วมทุน ซึ่งคำตอบซี.พี. มีแค่ตอบรับ ว่าจะเจรจาต่อ ในเงื่อนไขภายใต้ RFP หรือหยุดแค่นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30515</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี, นิตินัย ศิริสมรรถการ, รถไฟเชื่อมสามสนามบิน, วรวุฒิ มาลา, เทอมินอล2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1685d3f05d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้เงาซีพียื่นข้อเสนอยื่นซองพิเศษ ไฮสปีด 3 สนามบิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไฮสปีด 3 สนามบินยังไร้เงาซีพี ยื่นข้อเสนอซองพิเศษ รฟท.ไม่รอเตรียมจัดประชุมคณะกรรมการสรุปผล 21 ธ.ค.นี้ คาดประกาศผลเป็นทางการสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าการประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน วงเงิน 2.15 แสนล้านบาทนั้นภายหลังจากที่เอกชนทั้งสองรายผ่านคุณสมบัติซองราคา ตามขั้นตอนจะทยอยเรียกเอกชนเข้ายื่นข้อเสนอซองพิเศษภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากวันยื่นเปิดซองหรือในวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสัปดาห์นี้ผ่านมาสามวันแล้วพบว่าผู้ยื่นซองราคาต่ำกว่าคือกลุ่ม บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้งส์ จำกัด และพันธมิตร ยังไม่มาเข้ายื่นซองดังกล่าว เช่นเดียวกับ กิจการร่วมค้า บีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) ที่ต้องรอให้กลุ่มซีพีเข้ายื่นข้อเสนอก่อนตามเงื่อนไขที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่าในวันศุกร์ที่ 21 ธ.ค.นี้ เวลา 9.00 รฟท.จะจัดประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อร่วมกันสรุปผลประกวดราคากันก่อนที่จะมีการประกาศตัวผู้ชนะอย่างเป็นทางการพร้อมเปิดตัวเลขข้อเสนอในซองต่างๆภายในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้คณะกรรมการคัดเลือกข้อเสนอซอง 3 ด้านการเงิน ในโครงการเปิดให้เอกชนเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา พบว่า กิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้งจำกัด (ซีพี) เป็นผู้ที่เสนอขอรับการอุดหนุนเงินจากรัฐบาลน้อยที่สุด โดยต่ำกว่า ที่บริษัท บีทีเอสกรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด เสนอ ขณะที่บีทีเอส มีการเสนอขอรับเงินอุดหนุนด้านก่อสร้างจากรัฐสูงกว่าเพดานที่กำหนดไว้ที่ 1.99 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี, ยื่นข้อเสนอซองพิเศษ, รถไฟเชื่อมสามสนามบิน, รฟท., วรวุฒิ มาลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b208af63ce3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
