<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.เดินหน้าแทรมเชียงใหม่คาดเปิดใช้ปี70</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค. 2563 นายภคพงศ์&amp;nbsp;ศิริกันทรมาศ&amp;nbsp;ผู้ว่าการ&amp;nbsp;การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(รฟม.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;รฟม.&amp;nbsp;ได้รับมอบนโยบายจากรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ในการพัฒนาโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตเมือง&amp;nbsp;ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ตลอดจนเมืองหลักในภูมิภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;พิษณุโลก&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;และภูเก็ต&amp;nbsp;ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของแต่ละโครงการ


สำหรับ&amp;nbsp;โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;สายสีแดง&amp;nbsp;ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคีวงเงินลงทุนโครงการ&amp;nbsp;27,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;15.8&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;(กม.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีจำนวนสถานีทั้งหมด&amp;nbsp;16&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;แบ่งเป็นสถานีระดับพื้นดิน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;และสถานีใต้ดิน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;มีรูปแบบเป็นระบบรถรางไฟฟ้า&amp;nbsp;(LRT/Tram)&amp;nbsp;ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษารายละเอียดความเหมาะสม&amp;nbsp;ออกแบบ&amp;nbsp;และจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา&amp;nbsp;ซึ่งตามแผนงานเมื่อการศึกษาออกแบบแล้วเสร็จในช่วงกลางปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จากนั้นจะเสนอรายงานผลการศึกษา&amp;nbsp;พ.ร.บ.ร่วมทุน&amp;nbsp;(PPP)&amp;nbsp;ให้คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;พิจารณาภายในปีนี้&amp;nbsp;และคาดว่าจะสามารถนำเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการจาก&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;ประมาณกลางปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;เริ่มก่อสร้างภายใน&amp;nbsp;มี.ค. 2565&amp;nbsp;โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปลายปี&amp;nbsp;70


สำหรับโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;จะให้เอกชนร่วมลงทุน&amp;nbsp;(PPP)&amp;nbsp;สัญญาสัมปทาน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยมีมูลค่าโครงการ&amp;nbsp;27,000&amp;nbsp;ล้านบาทนั้น&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;ค่าเวนคืนที่ดิน&amp;nbsp;และค่างานโยธา&amp;nbsp;ที่รัฐบาลจะลงทุนประมาณ&amp;nbsp;80%&amp;nbsp;ของมูลค่าโครงการฯ&amp;nbsp;หรือวงเงิน&amp;nbsp;17,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และเอกชนลงทุนค่างานระบบรถไฟฟ้า&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;ของมูลค่าโครงการฯ&amp;nbsp;หรือวงเงิน&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยอัตราผลตอบแทนการลงทุนทางเศรษฐศาสตร์&amp;nbsp;(EIRR)&amp;nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;13%&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;ปริมาณผู้โดยสารที่จะมาใช้บริการนั้นคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;16,000&amp;nbsp;คนในปีแรกที่เปิดให้บริการ&amp;nbsp;โดยชั่วโมงเร่งด่วนจะมีผู้โดยสาร&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;คน/ชั่วโมง&amp;nbsp;และเพิ่มขึ้นเป็น&amp;nbsp;42,300&amp;nbsp;คนในปี&amp;nbsp;2600&amp;nbsp;ในส่วนของอัตราค่าโดยสารนั้น&amp;nbsp;เบื้องต้นจะเริ่มต้นที่&amp;nbsp;15-30&amp;nbsp;บาทต่อคนต่อเที่ยว


&amp;ldquo;ในส่วนของปัญหาการดำเนินการโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;สายสีแดงที่กังวลนั้น&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;คือ1.การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและการส่งมอบพื้นที่&amp;nbsp;2.การรื้อย้ายสาธารณูปโภคใต้ดิน&amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามแผน&amp;nbsp;เพราะได้รับความร่วมมือจากการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;ทั้งในส่วนของการทำความเข้าใจกับผู้ที่ถูกเวนคืน&amp;nbsp;รวมไปถึงการอนุรักษ์เมืองระดับโลก&amp;nbsp;ซึ่งทุกอย่างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายภคพงศ์&amp;nbsp;กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59719</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟแทรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b74e588ac780.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวสร้างแทรมพิษณุโลกคาดเปิดประมูล ก.ย. 65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.63-น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติอห็นชอบร่างพ.ร.ฎ.กำหนดจังหวัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินกิจการรถไฟฟ้า (ฉบับที่&amp;hellip;) พ.ศ&amp;hellip; เพื่อดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจ.พิษณุโลก&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร โดยรูปแบบการลงทุนคือ ให้เอกชนร่วมลงทุนด้านการจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าและการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ &amp;nbsp;(PPP)แผนระยะที่ 1 ลงทุนประมาณ 3,440 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของการขออนุมัติดำเนินการในช่วง พ.ค. 2564 &amp;ndash; มี.ค. 2565 จะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนได้ประมาณ ก.ย.2565 &amp;ndash; ต.ค.2566 และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ ต.ค.2566โดย รฟม.ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยนเรศวรศึกษาความเหมาะสมของโครงการ จนได้ข้อสรุปว่าให้ดำเนินการโครงการในลักษณะ รถรางล้อยาง (Auto Tram) ในสายสีแดง ช่วงม.พิษณุโลก &amp;ndash; เซ็นทรัลพิษณุโลก ระยะทาง 12.6 กม. 15 สถานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรูปแบบกี่ดำเนิการรัฐลงทุนด้านการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและระบบรถไฟฟ้า มีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) 13.01% คาดการณ์ผู้โดยสารปีแรกที่เปิดให้บริการ 5,700 คน/เที่ยว/วัน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 13,700 คน/เที่ยว/วัน ในปี 2574 ไทม์ไลน์หลังจากนี้ คาดว่าจะออกประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนได้ในช่วงก.ย.2565 &amp;ndash; ต.ค.2566 เริ่มก่อสร้างในปี 2566 และจะไปแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปี 2569 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ครม.ได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการในจ.นครราชสีมา เชียงใหม่ พังงา-ภูเก็ต ไปแล้วหลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการจัดจ้างจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงาน PPP ซึ่งคาดว่าจะเวลาดำเนินการตั้งแต่ ม.ค.2563 &amp;ndash; ก.ย. 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57630</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.), พิษณุโลก, รถไฟแทรม, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200125/image_big_5e2c4135641a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนข.ออกโรงค้านรื้อแบบรถไฟฟ้าแทรม ภูเก็ต ชี้ทำงบพุ่งหมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค. 2562 แหล่งข่าวจาก สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่ากรณี โครงการรถไฟรางเบา(แทรม)จ.ภูเก็ต วงเงิน 3.05 หมื่นล้านบาทนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างรอ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ส่งรายละเอียดโครงการกลับมาพิจารณารูปแบบการก่อสร้าง หลังจากที่มีบางฝ่ายเสนอให้ปรับรูปแบบโครงการเปลี่ยนเป็นใช้แนวทางยกระดับทั้งหมดตลอดเส้นทางนั้น สนข.ยืนยันว่าการออกแบบให้เป็นการติดตั้งรางบนพื้นถนนนั้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบแทรมที่ใช้กันทั่วโลกเพื่อส่งเสริมการลดใช้ยานพาหนะบนนถนนซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาจราจรในเมืองภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ด้วยกายภาพถนนที่ค่อนข้างแคบและมีปริมาณยานพาหนะรวมถึงนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปีทำให้รถติดหนักมากขึ้นทุกที อีกทั้งจากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นชาวบ้านในพื้นที่ต่างเห็นพ้องต้องกันในแนวทางก่อสร้างระนาบพื้นดิน ถือว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่าการก่อสร้างสถานีแทรมยกระดับนั้นจะทำให้ประชาชนขึ้นและลงตัวสถานีได้ค่อนข้างยากอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าการโครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนระยะเร่งด่วน(PPP Fast Track) ดังนั้นการปรับแบบโครงการจะทำให้วงเงินลงทุนเพิ่มขึ้นนับหมื่นล้านบาทและระยะเวลาก่อสร้างอาจเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ที่ผ่านมาประเด็นหลักเรื่องพื้นที่ก่อสร้างนั้นเป็นเรื่องของการขอใช้พื้นที่ก่อสร้างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งมีความกังวลว่าจะกระทบต่อความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชน แต่ถ้าหากวันนี้ยังไม่พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะรองรับในพื้นทีาปัญหารถติดก็จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น จากการศึกษาพบว่าระบบขนส่งแทรมสามารถขนส่งผู้โดยสารต่อวันได้มากกว่ารถบนต์หลายสิบเท่า ขณะที่เรื่องของ รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) นั้นเท่าที่ทราบมาก็ไม่ติดปัญหาอะไรหากจะก่อสร้างและวางระบบรางบนถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่าในวันนี้รฟม.จะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน(Market Sounding) ถึงความสนใจในการร่วมลงทุนโครงการนี้ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสาร 70,000 คน/วัน ในปีแรกที่เปิดให้บริการ และจะเพิ่มเป็นราว 114,000 คน/วันในปี 2594 ส่วนระยะเวลาการเดินทางตลอดสายช่วงท่านุ่น-ห้าแยกฉลอง ระยะทางรวม 58 กม. ใช้เวลา 1.30 ชม. ทำความเร็วสูงสุดที่ 100 กม./ชม. สำหรับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและการเงิน(EIRR) อยู่ที่ 15.11%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26271</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้านรื้อแบบ, รถไฟแทรม, สนข., สร้างแบบยกระดับ, โครงการรถไฟรางเบา(แทรม)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae716deb90f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
