<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณจ่อร้อง DSI สอบ รฟท.ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน พบสอดไส้ใช้รางเก่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 2564 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯได้ตรวจสอบติดตามโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา หรือรถไฟไทย-จีน ระยะทาง 253 กม. วงเงิน 179,413 ล้านบาท ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งมีการแบ่งการก่อสร้างงานโยธาเป็น 14 สัญญา ซึ่งขณะนี้ผู้รับเหมาโครงการแต่ละสัญญากำลังดำเนินการก่อสร้างให้เป็นไปตามสัญญา ซึ่งจะประกอบไปด้วยโครงสร้างยกระดับสำหรับวางรางรถไฟความเร็วสูง โครงสร้างทางรถไฟบนดิน นอกจากนี้ยังมีงานก่อสร้างโรงซ่อมรถไฟ และอาคารประกอบอีก หลายอาคาร โดยมีบริษัทที่ปรึกษาจากประเทศจีนร่วมทำงานกันอย่างใกล้ชิดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากการตรวจสอบบางสัญญาพบความผิดปกติในการก่อสร้างและการดำเนินงานซึ่งอาจไม่เป็นไปตามข้อสัญญาการจ้าง หรือ ทีโออาร์ หลายจุด อาทิ การวางรางรถไฟ ซึ่งตามสัญญาจะต้องใช้รางเหล็กคุณภาพดีที่มีปีการผลิตในปี 2019 เท่านั้น แต่ปรากฏว่ามีการสอดใส้นำรางเหล็กเก่าที่ผลิตในปี 2013 และปี 2014 มาสอดใส้ใช้สลับแทนในบางจุดเพื่อตบตาผู้ตรวจสอบ (ซึ่งอาจไม่ได้ลงดูพื้นที่จริง)โดยเบื้องต้นพบว่ามีการนำรางเก่ามาใช้ทั้งหมด 48 ท่อน แยกเป็นปี 2013 จำนวน 28 ท่อน(PZH2013) ปี 2014 จำนวน 20 ท่อน(BISG2014) โดยตรวจพบในจุดที่ Sta.3+513 ไปจนถึงจุด 4+113 ซึ่งการสอดใส้นำรางเก่ามาใช้แทนรางใหม่จะทำให้ผู้รับเหมาประหยัดเงินไปได้อย่างมาก ซึ่งปัญหาดังกล่าวทราบมาว่าทางบริษัทที่ปรึกษาจากประเทศจีนได้ตรวจพบแล้ว และได้ทำหนังสือรายงานไปยังผู้จัดการโครงการฯของ รฟท.แล้ว แต่ทว่าเรื่องกลับเงียบไป เป็นที่น่าพิรุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากปัญหาการสอดใส้การนำรางเก่ามาใช้แล้ว ยังมีปัญหาการนำรถกระบะยี่ห้อหนึ่งมาใช้ในโครงการโดยในสัญญาระบุว่าต้องเป็นรถที่มีแรงม้า 2,900 แรงม้า แต่เอามาใช้จริงกลับเป็นรถที่มีแรงม้าเพียง 2,200 แรงม้าเท่านั้น อาจไม่ตรงกับสเปกตามสัญญา และยังพบว่าการก่อสร้างอาคารสำนักงานจำนวน 3 อาคารที่ อ.ปากช่อง พบว่ามีการก่อสร้างเกินไปกว่าแบบแปลนที่กำหนดจากพื้นที่ใช้สอย 1,550 ตร.ม. กลับเพิ่มเป็น 1,940 ตร.ม. ทำให้ค่าก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น ค่าบริหารจัดการเพิ่มมากขึ้น และยังไม่มีฉนวนกันความร้อนบนผ้าเพดานไม่เป็นไปตามแบบที่กำหนดอีกด้วย และเฟอร์นิเจอร์ภายในอาคารโครงการฯพบว่ามีการจัดซื้อจัดหามาใช้ในราคาที่แพงกว่าราคาตลาดที่ซื้อขายกันโดยทั่วไปหลายเท่ามาก และยังพบข้อพิรุธอื่น ๆ อีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความพร้อมพยานหลักฐานทั้งหมดไปร้องเรียนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ทำการตรวจสอบว่าโครงการรถไฟไทย-จีนดังกล่าว มีการทุจริตคอรัปชั่นกันหรือไม่ หากพบความผิดและมีใครเกี่ยวข้องและต้องรับผิดชอบบ้าง จะได้ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายขั้นสูงสุดต่อไป โดยจะเดินทางไปในวันจันทร์ที่ 5 ก.ค.64 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน DSI ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108539</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), ดีเอสไอ, รถไฟไทย-จีน, ศรีสุวรรณ จรรยา, เหล็กเก่า, ใช้รางเก่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e11cf01938c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้ได้ใช้ รฟท.เซ็นรวด3สัญญารถไฟไทย-จีน วงเงิน 2.7 หมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 มี.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาการก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา) จำนวน 3 สัญญา ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัทคู่สัญญา โดยวงเงินก่อสร้างทั้ง 3 ระยะทาง 54.6 กิโลเมตร(กม.) รวมวงเงิน 27,527 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้แก่สัญญาที่ 4-3 งานโยธาสำหรับช่วงนวนคร-บ้านโพ ผู้แทนจากบริษัท เอ.เอสแอสโซศซิเอท เอนยิเนียริ่ง (1964) จำกัด บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) บริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอนยิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด วงเงินก่อสร้าง 11,525 ล้านบาทสัญญาที่ 4-4 งานโยธาสำหรับศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย ผู้แทนจาก บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) วงเงินก่อสร้าง 6,573 ล้านบาท และสัญญาที่ 4-6 งานโยธาสำหรับช่วงพระแก้ว-สระบุรี ผู้แทนจาก บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสรัคชั่น (UNIQ) วงเงินก่อสร้าง 9,429 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำหรับ 4 สัญญาที่เหลือจะเร่งประมูลให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ขณะที่มีบางสัญญายังมีข้อพิพาท อย่างไรก็ดี ตามนโยบายเปิดให้บริการในช่วงปลายปี69 หรืออย่างช้าในปี70 โดยสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ขณะนี้กำลังเจรจากับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งมีพื้นที่ทับซ้อนกันอยู่ คาดจะส่งมอบพื้นที่ได้ในปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า สำหรับช่วงระยะที่ 2 นครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 356 กม.วงเงิน2.5 แสนล้าน แบ่งเป็น ทางรถไฟระดับพื้นดิน 185 กม. และทางรถไฟยกระดับ 171 กม. ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจออกแบบ คาดว่าผลการศึกษาสำรวจออกแบบได้เสร็จใน ก.ค.64 ซึ่งโจทย์ของรัฐบาลต้องการให้เส้นทางนี้ใช้ทางเลี่ยงเมือง เพื่อจะได้มีผลกระทบน้อยที่สุด โดยจะมีระบบรองเชี่อมต่อระบบขนส่งหลัก(Feeder) มาให้บริการ และคาดว่าจะเสร็จเปิดให้บริการหลังระยะที่1 ราว 3-4 ปี หรือในปี 72-73&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ที่จะเชื่อมต่อระบบรางไปด้านทิศเหนือทาง สปป.ลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน และในอนาคตจะมีการเชื่อมต่อไปทางภาคใต้เพื่อเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทางทิศใต้เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย รวมถึงมีจุดตัดผ่านที่มีโครงการที่สำคัญอย่างโครงการเชื่อมระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) วงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท ที่จะเพิ่มศักยภาพการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ทางราง ทางน้ำ และทางบก ในการเดินทางและขนส่งสินค้าได้รวดเร็ว สะดวก ปลอดภัย และประหยัดต้นทุนมากยิ่งขึ้น รวมถึงเอกชนที่มาร่วมลงนามในสัญญาครั้งนี้ต่างเอกชนที่มีประสบการณ์ในการที่จะดำเนินงานเกี่ยวกับด้านโลจิสติกส์ทางราง และมั่นใจโครงการดังกล่าวจะดำเนินการได้ตามเป้ามายที่ได้วางแผนไว้&amp;quot;นายศักดิ์สยาม กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับเส้นทางดังกล่าว จะเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ในการเชื่อมไทยไปสู่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ที่เรียกว่า Belt and Road Initiative หรือ BRI เชื่อมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปถึงยุโรปได้ด้วยทางรถไฟ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก รฟท. ระบุว่า ในส่วนสัญญาที่เหลือ เช่น สัญญา 4-2 ช่วงดอนเมือง&amp;ndash;นวนคร ระยะทาง 21.80 กม. วงเงิน 8,626.80 ล้านบาท ที่ก่อนหน้านี้ จะมีการลงนามในวันที่ 29 มี.ค. 2564 นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติม ตามระเบียบกฎหมาย และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามหลักธรรมาภิบาล, สัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ&amp;ndash;พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กม. วงเงิน 9,913 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติม และรอลงนามสัญญาจ้าง ในส่วนสัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ&amp;ndash;ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม. อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารประกวดราคา รวมถึงจะต้องรอความชัดเจนเนื่องจากโครงสร้างทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง&amp;ndash;สุวรรณภูมิ&amp;ndash;อู่ตะเภา) ซึ่งในขณะนี้ อยู่ระหว่างการเร่งรัดหาข้อสรุปการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้กระทบทั้ง 2 โครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97675</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย, รถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค, รถไฟฟ้าความเร็วสูง, รถไฟไทย-จีน, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_60619d04ad48f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์ 29 มี.ค.นี้ รฟท.จ่อลงนามรถไฟไฮสปีดไทย-จีน 4 สัญญา มูลค่า 3.61 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13มี.ค.64 รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระบุว่า ในวันที่ 29 มี.ค. 2564 รฟท. เตรียมลงนามสัญญาจ้างในโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย&amp;ndash;จีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร&amp;ndash;หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วง กรุงเทพมหานคร&amp;ndash;นครราชสีมา) จำนวน 4 สัญญา รวมวงเงิน 36,154.16 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกอบด้วย 1.สัญญา 4-2 ช่วงดอนเมือง&amp;ndash;นวนคร ระยะทาง 21.80 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 8,626.80 ล้านบาท,&amp;nbsp;สัญญา 4-3 ช่วงนวนคร&amp;ndash;บ้านโพ ระยะทาง 23 กม. วงเงิน 11,525.36 ล้านบาท,&amp;nbsp;สัญญา 4-4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย วงเงิน 6,573 ล้านบาท และสัญญา 4-6 ช่วงพระแก้ว&amp;ndash;สระบุรี ระยะทาง 31.60 กม. วงเงิน 9,429 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายหลังการลงนาม 4 สัญญาในวันที่ 29 มี.ค.นี้นั้น รฟท. จะออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed : NTP) พร้อมทั้งเร่งรัดการออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เวนคืนที่ดินต่อไป โดยทั้ง 4 สัญญา จะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 36 เดือน (3 ปีนับจากวันออก NTP) ขณะที่สัญญาที่เหลือ เช่น สัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ&amp;ndash;พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กม. วงเงิน 9,913 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติม และรอลงนามสัญญาจ้าง, สัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ&amp;ndash;ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม. อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารประกวดราคา รวมถึงจะต้องรอความชัดเจนเนื่องจากโครงสร้างทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง&amp;ndash;สุวรรณภูมิ&amp;ndash;อู่ตะเภา) ซึ่งในขณะนี้ อยู่ระหว่างการเร่งรัดหาข้อสรุปการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้กระทบทั้ง 2 โครงการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95927</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟความเร็วสูง, รถไฟไทย-จีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c212d14e1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งรฟท. ชะลอการจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างรถไฟไทย–จีน สัญญา 3-1 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.64 รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง งานก่อสร้างงานสัญญาที่ 3-1 งานโยธาสำหรับช่วงแก่งคอย&amp;ndash;กลางดง และช่วงปางอโศก&amp;ndash;บันไดม้า โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร&amp;ndash;หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ&amp;ndash;นครราชสีมา) ว่า ตามที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง พิจารณาให้ บริษัท บีพีเอ็นพี จำกัด (กลุ่มบริษัท นภาก่อสร้างและพันธมิตรจากประเทศมาเลเซีย) มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในการเข้าร่วมประมูลโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามต่อมาทาง บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เทน เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ปจำกัด ซึ่งทำสัญญาร่วมค้าอันมีลักษณะเป็นกิจการร่วมค้ากับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อ กิจการร่วมค้า ITD-CREC No.10 JV ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังจากได้พิจารณาแล้ว ศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการก่อสร้างรถไฟไทย&amp;ndash;จีน สัญญา 3-1 ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น เนื่องจากเห็นว่าการทุเลาบังคับคดีในครั้งนี้ ไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐ และไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการสาธารณะของการรถไฟฯ ซึ่งการรถไฟฯ รับปฏิบัติตามศาลปกครองกลาง จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสัญญาที่ 3-1 งานโยธา ช่วงแก่งคอย&amp;ndash;กลางดง และช่วงปางอโศก&amp;ndash;บันไดม้าระยะทาง 30 กิโลเมตร (กม.) รฟท.เปิดประมูล โดยกลุ่มอิตาเลียนไทยเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 9,349 ล้านบาท จากราคากลางที่ 11,386 ล้านบาท หรือต่ำกว่าราคากลางกว่า 2,037 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94232</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานก่อสร้างงานสัญญาที่ 3-1, ช่วงปางอโศก–บันไดม้า, รถไฟไทย-จีน, แก่งคอย–กลางดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb829422b6bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ!!รถไฟไทย-จีนคืบรัฐบาลลงนามเซ็นสัญญา 2.3 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.63-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาจ้างงานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร (สัญญา 2.3) ของโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร &amp;ndash; หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร &amp;ndash; นครราชสีมา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์แนชันนัล (CHINA RAILWAY INTERNATIONAL CO., LTD.) และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์เปอเรชัน (CHINA RAILWAY DESIGN CORPORATION)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ และสื่อมวลชนร่วมพิธี ซึ่งเป็นการลงนามระหว่างรัฐวิสาหกิจของไทยและจีน ในวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2563 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การลงนามในสัญญา 2.3 งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและ จัดฝึกอบรมบุคลากร โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ลงนามร่วมกับ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์แนชันนัล (CHINA RAILWAY INTERNATIONAL CO., LTD.) และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์เปอเรชัน (CHINA RAILWAY DESIGN CORPORATION) รัฐวิสาหกิจของจีน ในลักษณะความร่วมมือระหว่างรัฐ (G to G) มีขอบเขตงาน ได้แก่ งานวางระบบราง ระยะทาง 253 กิโลเมตร งานระบบรถไฟความเร็วสูง ระบบไฟฟ้า ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบสื่อสาร งานจัดหาขบวนรถไฟ งานฝึกอบรมบุคลากรเพื่อการเดินรถและซ่อมบารุง และงานถ่ายทอดเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สัญญา 2.3 มีวงเงิน 50,633.5 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ในกรอบวงเงินรวม ของโครงการ 179,412.21 ล้านบาท โครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพมหานคร &amp;ndash; หนองคาย แบ่งการดาเนินงานเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร &amp;ndash; นครราชสีมา มีแนวเส้นทางโครงการผ่าน 5 จังหวัด มี 6 สถานี คือ สถานีกลางบางซื่อ ผ่านสถานีดอนเมือง สถานีอยุธยา สถานีสระบุรี สถานีปากช่อง และสถานีนครราชสีมา ซึ่ง 4 สถานีหลังเป็นสถานีรถไฟความเร็วสูงที่ก่อสร้างใหม่ในโครงการนี้ รวมระยะทาง 253 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแบ่งการก่อสร้างงานโยธาออกเป็น 14 สัญญา ปัจจุบันก่อสร้างเสร็จแล้ว 1 สัญญา คือสัญญา 1-1 ช่วงกลางดง &amp;ndash; ปางอโศก อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1 สัญญา คือสัญญา 2-1 ช่วงสีคิ้ว &amp;ndash; กุดจิก และเตรียม ลงนามในสัญญาก่อสร้างอีก 9 สัญญา มีกรอบวงเงินรวมของโครงการ 179,412.21 ล้านบาท โดยฝ่ายไทยรับภาระการลงทุนโครงการทั้งหมด และดำเนินการก่อสร้างงานโยธา ส่วนฝ่ายจีนรับผิดชอบออกแบบ และติดตั้งงานระบบราง ระบบไฟฟ้าเครื่องกล ระบบควบคุมการเดินรถ จัดหาขบวนรถไฟความเร็วสูง และฝึกอบรมบุคลากร และระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา &amp;ndash; หนองคาย ระยะทาง 354.5 กิโลเมตร เชื่อมไทย-ลาว-จีน อยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดโดยฝ่ายไทยทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการระยะที่ 1 รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2560 และ 30 พฤศจิกายน 2560 ส่วนรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลงได้ผ่านความเห็นชอบ จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมจะเสนอการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) เข้าสู่การพิจารณาคณะรัฐมนตรี โดยมีเป้าหมายในอนาคตเมื่อมีสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางแล้ว จะทำให้ประเทศไทยมีผู้เชี่ยวชาญระบบรางมากขึ้น มีองค์ความรู้ เพื่อนาไปพัฒนา ต่อยอดให้คนไทยมีความสามารถในการออกแบบ ผลิตชิ้นส่วน ประกอบ และซ่อมบารุงระบบราง เกิดงานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมระบบรางของไทยเทียบเท่าชั้นมาตรฐานระดับสากล นำไปสู่การใช้วัสดุภายในประเทศ ส่งเสริมอุตสาหกรรมระบบรางไทย คิดเป็นมูลค่าเพิ่มในประเทศ 21,600 ล้านบาท และเกิดการจ้างงานอีกกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามนโยบายของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จจะช่วยยกระดับมาตรฐานรถไฟไทย ให้มีความเจริญก้าวหน้า เป็นการลงทุนเพื่อวางรากฐานความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของไทยในระยะยาว สนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาค สร้างโอกาสใหม่ทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว กระจายรายได้ นำความเจริญสู่ท้องถิ่นตลอดแนวเส้นทางโครงการ ทำให้บุคลากรของประเทศไทยได้รับความรู้และเทคโนโลยีระบบรางจากจีน ต่อยอดองค์ความรู้ต่อไปในอนาคต และเป็นการเปิดเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมโยงระหว่างไทย จีน และเอเชีย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82087</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รถไฟไทย-จีน, สัญญา 2.3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f9957e4c9bbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเคาะจบดีลสัญญา2.3 รถไฟไทย-จีน วงเงิน5.06หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 พ.ค.2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน (Joint Committee หรือ JC) ครั้งที่ 28 ผ่านระบบ Video Conference กับ นายนิ่ง จี๋เจ๋อ รองประธานคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน หัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ที่ประชุมทั้ง2ฝ่ายได้ข้อยุติ ร่วมกัน ในส่วนของร่างสัญญา 2.3 สัญญาการวางราง และระบบการเดินรถ ระบบอาณัติสัญญาณ พร้อมขบวนรถ วงเงิน 50,633.50 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อสรุปเงื่อนไขสัญญา 2.3 ในเรื่องสกุลเงิน วงเงิน 50,633.50 ล้านบาท โดยเห็นชอบที่จะให้ชำระเป็นเงินดอลลาร์ 80 % เป็นจำนวน 1,313,885,237 เหรียญสหรัฐ และชำระเป็นเงินบาท 20 % เป็นจำนวน 10,126,700,000 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 30.82955 บาทต่อเหรียญสหรัฐ (ตามอัตราเฉลี่ยธนาคารแห่งประเทศไทยช่วง ระหว่าง 25 เม.ย.62 - 30 พ.ย.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; สัญญา 2.3 กำหนดมูลค่าไว้ที่ 53,633 บ้านบาท แต่ไทย-จีน ได้มีการเจรจาร่วมกันและได้ปรับลดค่าระบบราง ระบบไฟฟ้าเครื่องกล ค่าตัวรถไฟฟ้า และค่าฝึกอบรมพนักงาน ทำให้สามารถปรับลดวงเงินลงได้กว่า 3 ,000 ล้านบาท&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยหลังจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ส่งร่างสัญญา ต่ออัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญา คาดว่าจะสรุปร่างสัญญาเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาอนุมัติกรอบวงเงินและเงื่อนไข คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน โดยจะลงนามในสัญญานี้ได้ภายในเดือนต.ค. 63 หรือเร่งรัดให้เร็วที่สุด อาจจะภายในเดือนส.ค. &amp;ndash;ก.ย. นี้ โดยจะเชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานลงนาม ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศไทย เพื่อให้สามารถเริ่มงานภายในปี 63 เนื่องจากโครงการล่าช้ามานานจากที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ การแพร่ระบาด เชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระยะเวลาการดำเนินโครงการจะใช้เวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี&amp;nbsp;63-68 อย่างไรก็ตามส่วนการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย &amp;ndash; จีน ครั้งที่ 29 นั้น ฝ่ายไทยได้เสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่ประเทศไทย ในช่วงระยะเวลาไม่เกินเดือนต.ต.63&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66955</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รถไฟไทย-จีน, ร่างสัญญา 2.3 สัญญาการวางราง และระบบการเดินรถ ระบบอาณัติสัญญาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecc94b26eb55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2020 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2020 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเร่งรถไฟไทย-จีน หลังสะดุดจากพิษโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย - จีน ครั้งที่ 1/2563 ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา ได้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธารวม 14 สัญญา วงเงินรวม 100,241.62 ล้านบาท โดยจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 64 เดือนหรือ5ปี

ทั้งนี้ในที่ประชุมได้ติดตามงานที่จะต้องร่วมกับทางรัฐบาลจีน ในการดำเนิน สัญญาที่
2-3 (งานวางราง ระบบการเดินรถ ระบบอาณัติสัญญาณ เป็นการควบคุมระบบรถไฟและการดำเนินในส่วนของวางสถานี)ที่เกี่ยวข้องไปยังจังหวัดหนองคายจากเดิมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันกำหนดจะสามารถลงนามกับรัฐบาลจีนได้ต้นปีที่ผ่านมาแต่เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่เดือนก.พ.ที่ผ่านมาเริ่มมาจากประเทศจีนได้ปิดการจราจรทางอากาศจึงทำให้การประสานงานในการจัดการประชุมเพื่อที่จะมีการลงนามของสัญญาไม่สามารถที่จะดำเนินการได้

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า กรมขนส่งทางราง(ขน.)ได้ประสานงานกับรัฐบาลจีนเพื่อที่จะขอให้มีการจัดการประชุมระหว่างคณะกรรมการรวมแห่งราชอาณาจักรไทยและจีน ประชุมในลักษณะประชุมผ่านวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ขณะนี้ทางรัฐบาลจีนได้ตอบตกลงโดยจะมีการประชุมในวันที่ 25 พ.ค.นี้ โดยกรอบสาระสำคัญในการประชุมจะเป็นเรื่องของจะดำเนินการในข้อตกลงเรื่องของสกุลเงินที่จะใช้ในการชำระค่าก่อสร้างตามสัญญาที่ 2-3 ตามข้อเสนอของฝ่ายจีนยินยอมให้ใช้ สกุลดอลลาร์ 80% และเงินบาท20% คิดเป็นมูลค่า 50,633,500 ล้านบาท

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่ากระทรวงคมนาคมได้เจรจาโดยนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อที่ต้องการให้เป็นโครงการสายหลักในการที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในเรื่องทางราง ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางรางของกลุ่มประเทศอาเซียน ส่วนเงินค่าก่อสร้างไม่ได้ชำระครั้งเดียวได้ทำสัญญากับทางรัฐบาลจีนเป็นระยะเวลา 64 เดือนจะมีการแบ่งชำระเป็นงวดโดยเชื่อว่าหลังสถานการณ์โค-วิดผ่านพ้นไปประเทศไทยจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจและทำให้ ค่าเงินบาทกลับมาแข็งแค่ได้และจะทำให้มูลค่าในการก่อสร้างรถไฟไทยจีนสามารถที่จะอยู่ในงบประมาณที่จะดำเนินการ

สำหรับการดำเนินการเรื่องนี้กระทรวงคมนาคมโดยกรมรางได้วางทำร้ายในการลงนามสัญญา 2.3 โดยจะดำเนินการเริ่มต้นในเดือนพ.ค.นี้จะมีการจัดประชุมคณะกรรมการรถไฟไทยจีนในวันที่ 25 พ.ค.นี้และในเดือนมิ.ย.นี้จะรายงานผลการประชุมให้ ครม.ได้รับทราบ หลังจากนั้นช่วงกลางเดือน มิ.ย. รฟท.จะเสนอร่างสัญญามาที่กระทรวงคมนาคม เพื่อให้ความเห็นชอบในการที่จะเสนอไปยังอัยการสูงสุดพิจารณาต่อไป โดยภายในเดือนมิ.ย.-ก.ค.นี้ อัยการสูงสุดจะพิจารณาตรวจร่างสัญญาว่ามีความถูกต้องและเป็นไปตามกรอบของกฎหมายไทยหรือไม่ รวมถึงกรอบกฎหมายระหว่างประเทศว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นเรื่องใครได้เปรียบและเสียเปรียบ เดือน ส.ค. หลังจากอัยการสูงสุดพิจารณาตรวจร่างสัญญาเสร็จกระทรวงคมนาคมจะเสนอร่างสัญญาไปยัง ครม.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบวงเงินตามสัญญา2.3 และเงื่อนไขต่างๆเพื่อที่จะขออนุมัติให้ รฟท.ลงนามกับจีนและในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย.63 เมื่อ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบจะเป็นกระบวนการในเรื่องธุรการการประสานงานกับรัฐบาลจีนเพื่อกำหนดวันลงนาม สัญญาคาดว่าจะลงนามในเดือนต.ค.63 นี้

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าได้มอบหมายให้ดระทรวงคมนาคมและทีมกฎหมายได้พิจารณาร่างสัญญาทั้งหมดไม่ให้เราเสียเปรียบแต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เอาเปรียบทางประเทศจีนเนื่องจากการดำเนินการอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นการร่วมมือในระหว่างรัฐบาลเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่จะดำเนินการความร่วมมือในอนาคตต่อไปเพราะฉะนั้นการเดินไปด้วยกันภายใต้หลักพื้นฐานที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่ายจะเป็นหลักที่จะใช้เยอะในการดำเนินการพิจารณาร่างสัญญาในเรื่องของการลงนามโครงการรถไฟไทย-จีน โดยได้มีการตั้งคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 18 คนที่มีหน้าที่ในเกี่ยว เพื่อที่จะทำให้การประชุมครั้งนี้เป็นไปด้วยความรอบคอบถูกต้องตามกฏหมายโดยมีตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นหัวหน้าคณะในการประชุมกับรัฐบาลจีน

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า กระทรวงคมนาคมพยายามเร่งรัดงานต่างๆไม่ว่าจะเป็นทางบก น้ำ อากาศและราง ซึ่งครบสี่มิติมองว่าประเทศไทยจะสามารถที่จะก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของการเดินทางและระบบโลจิสติกส์ทางด้านการโดยสารและขนส่งสินค้าและเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยพลิกฟื้นขึ้นมา จากเดิมประเทศไทยในอดีตเคยถูกขนานนามว่าเป็นเสือตัวที่ห้าของทวีปเอเชียขณะนี้เรากำลังจะกลับมา

สำหรับ14 สัญญาประกอบด้วย สัญญา ที่1-1 ช่วงกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กโลเมตร(กม.) ก้าวหน้า83.81% ช้ากว่าแผน 4.19% ,สัญญา2-1 ช่วงอ.สีคิ้ว-กุดจิก ระยะทาง11 กม. ก้าวหน้า 23.29% ช้ากว่าแผน 12.54% เนื่องจากมีปัญหาการเข้าพื้นที่ ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ก็ได้เร่งรัดให้ผู้รับเหมาปรับแผนก่อสร้างให้ทันตามที่กำหนดไว้,สัญญา3-1 ช่วงอ.แก่งคอย-อ.กลางดง และช่วงปางอโศก-เขาบันไดม้า ระยะทาง30.21กม.อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) คาดว่าจะพิจารณาเห็นชอบในการประชุมวันที่29พ.ค.นี้ ,สัญญาที่4 (3-2) งานก่อสร้างอุโมงค์ช่วงมวกเหล็ก และลำตะคลอง ระยะทาง12.23กม. ได้รับการอนุมัติจ้างแล้วเมื่อวันที่1เม.ย.63 น่าจะดำเนินการได้ตามแผนทั้งหมด

สัญญาที่5(3-3)ช่วงเขาบันไดม้า- อ.ลำตะคลอง ได้รับอนุมัติการจ้างไปแล้วเมื่อวันที่16เม.ย.63,สัญญาที่6(3-4) ช่วงละตะคลอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โครกกรวด อยู่ระหว่างการชี้แจงข้อมูลให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อพิจารณาตรวจสอบอีไอเอ ,สัญญาที่7(3-5) ช่วงโครกกรวด อยู่ระหว่างเสนออนุมัติสั่งจ้าง ,สัญญาที่8(4-1)ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่ไปกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม3สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) อยู่ระหว่างที่คณะกรรมการอีอีซีเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้พิจารณาอีไอเอ

สัญญาที่9(4-2) ช่วงดอนเมือง-นวนคร ได้ผู้รับจ้างแล้วรอลงนามในสัญญาจ้าง ,สัญญาที่10(4-3) ช่วงนวนคร-บ้านโพธิ์ ได้ผู้รับจ้างแล้วรอลงนามในสัญญาจ้าง ,สัญญาที่11(4-4) สร้างศูนย์บำรุงเชียงรากน้อย อยู่ระหว่างการขายเอกสารประกวดราคา(ทีโออาร์) ,สัญญาที่12(4-5) งานโยธิก่อสร้างช่วงบางโพธิ์-พระแก้ว ได้อนุมัติสั่งจ้างแล้วเมื่อวันที่16เม.ย.ที่ผ่านมา ,สัญญาที่13(4-6)ช่วงพระแก้ว-สระบุรี ได้ผู้รับจ้างแล้วรอลงนามในสัญญาจ้าง และสัญญาที่14(4-7) ช่วงสระบุรี-แก่งคอย ได้ผู้รับจ้างแล้วรอลงนามในสัญญาจ้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66059</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รถไฟไทย-จีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7ddef010d78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
