<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความเป็นนายกฯของ&#039;บิ๊กตู่&#039;สิ้นสุดเมื่อใด! &#039;อดีตกุนซือป้อม&#039;มีคำตอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ พลเอกประยุทธ์จะสิ้นสุดเมื่อใด?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.รัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติว่า นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันเกิน 8 ปีมิได้ ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ ติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.รัฐธรรมนูญ 2560 ยังบัญญัติอีกว่า ให้ถือว่านายกฯ ที่ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวเป็นการดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วย ดังนั้นจึงต้องนับเวลาการดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ความเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวสิ้นสุดลง เมื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ตามรัฐธรรมนูญ 2560 เข้ารับหน้าที่ การดำรงตำแหน่งนายกฯ จึงมิได้ขาดตอนลงแม้เพียงวันเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ความเป็นนายกฯ ของพลเอกประยุทธ์จะครบ 8 ปี เมื่อใด ก็นับกันเอาเองแล้วกัน เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติชัดเจนแล้ว!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นฤทธิ์ของขบวนการสามขรัว หรือยัง???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคยเตือนในตอนนั้นว่า ไม่พึงบัญญัติข้อความดังกล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือถ้าจะบัญญัติก็ต้องบัญญัติว่า &amp;quot;ไม่ให้นับการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวเป็นระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญนี้&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หามีใครเชื่อฟังไม่ และยังมีคนขอให้ปลดผมออกจากตำแหน่ง หาว่าขวางโลกอีกด้วย แต่ชะตาผมไม่ขึ้นกับคนเหล่านั้น ลุงเขาจึงไม่ได้ปลดผม!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117955</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, รธน., ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606414cb52dc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;ยังไม่เห็นพรรคเล็กยื่นตีความร่างรธน. ครบ15วันส่งนายกฯทูลเกล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 64 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมพิธีมุตาจิตผู้เกษียณอายุราชการ ถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านสภาวาระ 3 แล้ว ว่า ตามกำหนดระยะเวลา 15 วัน หากไม่มีใครยื่นศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากนี้จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ระบุว่าหากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญมีปัญหา สามารถยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญก่อนขึ้นทูลเกล้าฯ ได้นั้น&amp;nbsp; นายชวน กล่าวว่า เรื่องนี้ก็แล้วแต่นายกฯ แต่ทางสภาก็ต้องทำตามกรอบกฎหมาย โดยจะส่งไปให้นายกรัฐมนตรีเพื่อนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ อย่างไรก็ตามกรณีที่ส.ส.จะรวบรวมรายชื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ขณะนี้ยังไม่เห็นมีใครส่งมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117273</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ทูลเกล้าฯ, ประธานรัฐสภา, ยื่นศาลตีความ, รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_6148344069c18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;ปัดสัญญาณยุบสภา ชี้&#039;บิ๊กตู่&#039;ลงพื้นที่ถี่เรื่องปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเล็กเตรียมจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญว่า สามารถทำได้หากเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ประชาธิปัตย์ไม่ขัดข้อง แต่คงไม่ไปร่วมยื่นด้วย เพราะเป็นร่างของพรรค และเราก็ยืนยันแล้วว่ากระบวนการทั้งหมดชอบโดยรัฐธรรมนูญทุกประการ แต่ถ้ามีผู้ใดสงสัย เข้าชื่อกันได้ 1 ใน 10 ของสภาผู้แทนราษฎร หรือ 1 ใน 10 ของสมาชิกวุฒิสภา หรือ 1 ใน 10 ของ 2 สภารวมกันก็ทำได้ จะได้ไม่ต้องคาใจว่าจะเป็นไปโดยชอบตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เข้าใจว่ากระบวนการก็คงใช้เวลาอย่างดีก็เดือนกว่าๆ เพราะเมื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยให้เสร็จภายใน 30 วัน ซึ่งก็มีเงื่อนเวลาล็อกอยู่ ถ้าจะช้าก็ช้าไปเดือนกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมก็ไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องที่ดีหรอก ถ้าดีก็ควรจะผ่านไปได้ด้วยความราบรื่น แต่ถ้ามีใครสงสัย ก็เป็นสิทธิ์ เราก็ไม่ไปขวาง แล้วก็ไม่ไปตำหนิอะไร ทำได้ ถ้ามีเสียงพอ&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนำทีมงานประชาธิปัตย์ลงพื้นที่ตลอดช่วงที่ผ่านมา กับการมีข่าวไม่ลงรอยกันในพรรคแกนนำรัฐบาล สิ่งนี้เป็นสัญญาณหรือไม่ว่าจะมีการยุบสภาในเร็วๆ นี้หรือไม่&amp;nbsp; นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติที่นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ ตนเป็นรองนายกฯ ก็ลงพื้นที่มาต่อเนื่องโดยตลอดยังไม่หยุด ไม่มีวันเสาร์อาทิตย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ จะลงพื้นที่ก็เป็นเรื่องธรรมดา และท่านก็ได้ลงไปดูเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมในภาพรวม ซึ่งไม่ได้แปลว่าเมื่อนายกฯ ลงพื้นที่แล้วจะมีการยุบสภา ผมว่ามันคนละเรื่องเดียวกัน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ยังไม่คิดว่าจะใช่ ถ้าใช่มันก็เป็นเงื่อนไขอื่น ไม่ใช่เงื่อนไขแค่ลงพื้นที่วันสองวันนี้ และผมตอบไม่ได้ ไม่อยู่ในฐานะที่จะไปการันตีอะไรได้ เพราะผมไม่ใช่นายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจยุบสภา แต่แค่ไปดูน้ำท่วม หรือแก้ปัญหาน้ำ มันคงไม่ถึงกับเป็นสัญญาณอะไรที่จะไปบ่งชี้ว่าจะยุบแล้วหรอก&amp;rdquo; นายจุรินทร์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116522</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, นายกฯ, ปชป., ยุบสภา, รธน., ศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613ecef6c10fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คำนูณ&#039;ประกาศชัดโหวตคว่ำแก้รธน. เมินซ้ำวิกฤติ16ปีก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย. 64 - นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อ 24 มิถุนายน 2564 วาระ 1 ชั้นรับหลักการ ผมไม่ได้โหวตเห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้งไปเป็นระบบ MMM บัตร 2 ใบ 400 : 100 คู่ขนาน ตามแบบรัฐธรรมนูญ 2540 ไม่ว่าจะเป็นร่างของพรรคไหน โดยโหวตไม่รับหลักการ 1 ร่าง งดออกเสียง 2 ร่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลโดยสรุปว่าเป็นระบบเลือกตั้งที่เป็นการสมนาคุณที่นั่งส.ส.ให้กับพรรคใหญ่ ทำให้จำนวนที่นั่งไม่สอดคล้องกับคะแนนนิยมที่ได้รับจริง ผลกระทบทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นคือ ตัดโอกาสพรรคเล็กให้เหลือน้อยลง ตัดโอกาสพรรคทางเลือกให้เหลือน้อยลง ตัดโอกาสพรรคเกิดใหม่ให้เหลือน้อยลง อาจทำให้สภาผู้แทนราษฏรขาดความหลากหลายเท่าที่ควร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง ๆ ที่สังคมไทยยุคใหม่ต้องการความแตกต่างหลากหลาย และนักการเมืองรุ่นใหม่ ตัวแทนของกลุ่มประชาชนต่าง ๆ นอกเหนือจากตัวแทนเชิงพื้นที่ เข้ามาร่วมส่วนในสภาผู้แทนราษฏรเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เป็นเวทีประนอมอำนาจที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเล็ก/พรรคทางเลือก/พรรคเกิดใหม่ ที่จะสร้างความหลากหลายให้กับสภาผู้แทนราษฎร โดยปกติส่วนใหญ่จะมีคะแนนนิยมกระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่ชำนาญการหาเสียงในเขตใดเขตหนึ่ง ไม่มีเครือข่ายหัวคะแนนในการเลือกตั้งแบบเก่า โอกาสที่จะได้รับเลือกจากระบบส.ส.เขตจึงมีไม่มากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในระบบส.ส.บัญชีรายชื่อ การคำนวณแบบคู่ขนาน หรือ MMM ที่มียอดรวมลดลงเหลือ 100 คน ทำให้พรรคที่จะมีโอกาสได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จะต้องได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนไม่น้อยกว่า 350,000 - 400,000 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ระบบ MMM บัตร 2 ใบ 400 : 100 คู่ขนาน เคยเป็นระบบเลือกตั้งที่เป็นสมุฏฐานส่วนหนึ่งของวิกฤติเมื่อ 16 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวาระ 2 จะได้แก้ไขจุดอ่อนของระบบ MMM ลงไปพอสมควร อาทิ ไม่กำหนดคะแนนเสียงขั้นต่ำ 5 % เหมือนรัฐธรรมนูญ 2540 และไม่บังคับว่าพรรคการเมืองใดจะส่งผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อได้จะต้องส่งผู้สมัครส.ส.ไม่ต่ำกว่า 100 เขตก่อนตามร่างฯของพรรคพลังประชารัฐ ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ภาพรวมก็ไม่เปลี่ยนไปในสารัตถะสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดยืนของผมในการโหวตวาระ 3 วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2564 นี้จึงเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจาก... &amp;ldquo;ไม่ขอโหวตเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็น MMM บัตร 2 ใบ 400 : 100 คู่ขนาน&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116153</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, บัตร2ใบ, รธน., ส.ว., โหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139aed34b6ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;ตามจองเวรพท. ร้องกกต.สอบ3ส.ส.ฝ่าฝืนรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 เปิดเผยว่า ตามที่สภาฯ ได้มีหนังสือนัดประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณพ.ศ. 2565 วาระที่ 2-3 ระหว่างวันที่ 18 - 20 ส.ค.นั้น เรื่องงบประมาณกรรมาธิการฯมีความระมัดระวังกันมาโดยตลอด ผู้อำนายการสำนักงบประมาณก็เตือนให้ระวัง โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง และ ม.185 แต่ในที่สุดก็พบประเด็นที่อาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา144 วรรคสอง เนื่องจากปรากฏหลักฐานในเอกสารประกอบการประชุม ที่มีการเสนอข้อสังเกตไว้ในลักษณะที่ทำให้เห็นว่ากรรมาธิการ หรือ ส.ส. ได้มีการกระทำด้วยประการใดๆ ที่มีผลให้ กมธ. หรือ ส.ส. นั้น มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งจะกระทำมิได้ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา กรรมาธิการฯของพรรคเพื่อไทยได้เสนอให้แก้ไขข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบกลาง โควิด 16,362 ล้านบาทว่า ต้องให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบงบกลางด้วย และขอให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณต้องออกระเบียบเกี่ยวกับงบกลางโควิด หลังจากที่ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2565 มีผลใช้บังคับ หลังจากเสนอในห้อง กมธ. แล้ว ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่เป็น กมธ.จำนวน 3 คน คือ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า กมธ.เพื่อไทย เป็นผู้เสนอให้ สตง. และ สนักงบประมาณ กระทำการดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องนี้มาจากการแก้ไขข้อสังเกตเดิม ให้เป็นไปตามที่ กมธ.พรรคเพื่อไทยเสนอ ต่อมาก็ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ในเอกสารการประชุมสภา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18 - 20 ส.ค. ซึ่งตนจะขอใช้สิทธิในฐานะ กมธ. อภิปรายทักท้วงข้อสังเกตดังกล่าว ไว้เป็นหลักฐานในที่ประชุมสภาว่า เรื่องนี้ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จากพยานหลักฐานดังกล่าว ซึ่งมีการกระทำเกี่ยวกับการใช้งบประมาณนั้น จึงอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง ประกอบกับ มาตรา 185 (1) และ (2) ตามมาได้ เพราะการขอให้ สตง. ตรวจสอบรายกลางงบกลางโควิดนั้น อาจเข้าข่ายการใช้สถานะหรือตำแหน่งกระทำการใดๆ อันมีลักษณะที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินการในหน้าที่ประจำของ สตง. ตามความในมาตรา185 (1)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับประเด็นที่ขอให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ต้องไปแก้ไขระเบียบการใช้งบกลางโควิด ภายหลังจากที่ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2565 มีผลใช้บังคับแล้วนั้น อาจเข้าข่ายการใช้สถานะหรือตำแหน่งกระทำการใดๆ อันมีลักษณะที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในลักษณะที่ทำให้ตนมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายเงินงบประมาณหรือให้ความเห็นชอบในการจัดทำโครงการใดๆ ของสำนักงานงบประมาณ ตามความในมาตรา 185 (2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่ ส.ส. เพื่อไทย คือนายประเสริฐกับพวก เข้าข่ายกระทำอันต้องห้ามตามมาตรา 185 (1) , (2) หรือไม่ นั้น อาจมีผลทำให้สมาชิกภาพของ ส.ส. สิ้นสุดลง ตามความใน ม. 101 (7) ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหน้าที่และอำนาจดำเนินการได้ ด้วยข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงมีมูลเหตุที่ต้องร้องให้ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัยตีความเกี่ยวกับ มาตรา 144 วรรคสอง ไว้เป็นบรรทัดฐานก่อนด้วย แล้วจึงวินิจฉัยตามมาตรา 185 (1) , (2) ตามมา ดังนั้น ในวันที่ 16 ส.ค. จึงได้ส่งคำร้องให้ กกต. ดำเนินการต่อไป โดยส่งทางไปรษณีย์ EMS แล้ว&amp;quot; นายเรืองไกร ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113440</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กมธ.งบ65, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, พท., ยุทธพงศ์, รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_6119cc51b12be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.เชื่อร่างรธน.ฉลุย! องค์กรต้านโกงยี้ฉบับรบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ที่ปรึกษาชวนแจงร่างแก้ไข รธน.ของฝ่ายค้านยังไม่ตกไป เพียงแต่บรรจุไม่ได้เหตุอาจขัดคำวินิจฉัยศาล รธน. &amp;quot;พปชร.&amp;quot; ติวเข้ม ส.ส.ก่อนถกญัตติแก้ รธน.รายมาตรา &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; มั่นใจร่าง พปชร.ผ่านฉลุย ยันทุกประเด็นไม่สร้างความขัดแย้ง &amp;quot;พท.&amp;quot; โอด ม.256 ถูกตีตกหมดโอกาสแก้ รธน.ทั้งฉบับ พร้อมจี้ถามความชัดเจนจากประธานรัฐสภาอีกครั้ง &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; เตรียมเสนอญัตติด่วนให้ ครม.ถาม ปชช.เห็นชอบให้มี ส.ส.ร.หรือไม่ &amp;quot;ส.ว.วันชัย&amp;quot; ซัดแก้ รธน. 13 ร่างมุ่งเอาชนะคะคานกันทางการเมืองมากกว่าเพื่อประเทศชาติประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ไม่บรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ของฝ่ายค้าน จะทำให้ร่างตกไปหรือไม่ว่า ตามข้อบังคับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะตกจาก 2 &amp;nbsp;กรณี คือ 1.ไม่ผ่านวาระที่ 1 และ 2.ไม่ผ่านวาระที่ 3 เพราะฉะนั้นร่างของฝ่ายค้านจึงยังไม่ตกไปตามข้อบังคับ เพียงแต่บรรจุไม่ได้ เหตุผลคือเพราะอาจขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านจะยังคงอยู่เช่นนี้ หากมีเหตุการณ์หรือเงื่อนไขครบถ้วนขึ้นมาก็สามารถหยิบขึ้นมาพิจารณาได้อีก ทั้งนี้มองว่าการที่นายชวนมีวินิจฉัยเช่นนี้ฝ่ายค้านได้กำไร เพราะร่างสามารถหยิบขึ้นมาพิจารณาได้ในอนาคต และหากนำร่างแก้ไขฉบับที่ฝ่ายค้านยื่นมานี้เข้าไปในสภาด้วยเงื่อนไข สถานการณ์และกระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้น เชื่อว่าร่างนี้จะไม่ผ่านอย่างแน่นอน&amp;quot; นพ.สุกิจกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 มิ.ย.นี้จะมีการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 22-24 มิ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ในวาระแรกขั้นรับหลักการ &amp;nbsp;พร้อมยืนยันแนวทางของพรรค พปชร.ยึดตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรค พปชร.ที่ได้เสนอไปรวม 5 ประเด็น 13 มาตรา &amp;nbsp; ยืนยันว่าพรรคพร้อมเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ซึ่งพร้อมนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของทุกฝ่ายมาร่วมพิจารณา เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญวันที่ &amp;nbsp;23-24 มิ.ย.ว่า เท่าที่ฟังข่าวเห็นว่าสมาชิกรัฐสภาเสียงส่วนใหญ่ไม่ขัดข้องที่จะแก้ไขรายมาตรา 5 ประเด็น 13 มาตราของพรรค พปชร. &amp;nbsp;โดยเราเสนอจากการรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ส.และ ส.ว. และยึดหลักว่าจะต้องไม่เป็นประเด็นที่สร้างความขัดแย้ง &amp;nbsp;หรือเป็นประเด็นที่ทำให้จะต้องไปทำประชามติ เพราะจะเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากและต้องใช้เวลาด้วย ซึ่งทั้ง 5 ประเด็นที่เราเสนอไม่ได้สร้างความขัดแย้งเลย ดังนั้นน่าจะได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาเสียงข้างมาก เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่จะผ่านหลักการในวาระที่ 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ไม่มีการบรรจุระเบียบวาระในญัตติร่างแก้ไขมาตรา 256 ของพรรคเพื่อไทย นายไพบูลย์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของสภาคงพิจารณาแล้วเห็นว่าขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของสภาก็เคยมีความเห็นเสนอประธานรัฐสภาเมื่อตอนร่างรัฐธรรมนูญที่จะลงมติวาระ 3 ว่าเป็นร่างที่ขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ตอนนี้เมื่อเห็นร่างของพรรคเพื่อไทยซึ่งเหมือนเดิมหมด ดังนั้นจึงบรรจุระเบียบวาระการประชุมไม่ได้ ส่วนตัวเคยแสดงความเห็นไว้ก่อนหน้าแล้วว่า การแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับมันยาก เป็นไปไม่ได้ ควรจะกลับมาที่รายมาตรา อีกทั้งรายมาตราก็ไม่ได้แก้ได้ครั้งเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า ตนได้นัดหมายประชุม ส.ส. ของพรรคในวันจันทร์ที่ 21 มิ.ย. เวลา 13.30 น.เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมสภาพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภา ในส่วนของ ปชป.เราเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญไป 6 ร่าง เชื่อมั่นว่าถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไปได้ จะเป็นคุณูปการพื้นฐานอันสำคัญที่จะต่อยอดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ประเทศเดินหน้าไปได้ในที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีการไม่บรรจุวาะการขอแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เรื่องการตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 23 มิย.ว่า การที่สภาไม่บรรจุวาระดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ทำให้โอกาสแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับแทบจะไม่มี ถ้าแก้มาตรา 256 ไม่ได้ เรื่องสำคัญอย่างมาตรา 272 เรื่องการตัดอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ จะไม่มีโอกาสปิดสวิตช์ ส.ว.ได้เลย เพราะการไปยื่นแก้รายมาตราเรื่องมาตรา 272 นั้นไม่มีโอกาสผ่านได้ ในสมัยประชุมแต่ละครั้งจะยื่นขอแก้ รธน.ได้ครั้งเดียว เมื่อพรรคเพื่อไทยยื่นไปแล้วไม่ถูกบรรจุเข้าวาระ ในวันที่ 21 มิ.ย.พรรคเพื่อไทยจะประชุมหารือเรื่องดังกล่าว เพื่อสอบถามแนวทางความชัดเจนจากประธานรัฐสภาอีกครั้ง จะทำทุกวิธีให้มีการตั้ง ส.ส.ร.มายกร่าง รธน.ใหม่ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ ประธานคณะกรรมการนโยบายและวิชาการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคขอย้ำจุดยืนที่มั่นคงในเรื่องประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ยื่นแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มี ส.ส.ร.จากการเลือกตั้งโดยประชาชนเป็นผู้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ไม่แก้ไขและไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ของ รธน.ปี 60 ระหว่างนี้หากเกิดการยุบสภาและต้องมีการเลือกตั้งใหม่ก่อนมี รธน.ฉบับใหม่ &amp;nbsp;จึงเห็นว่าต้องแก้ไขกติกาให้เป็นประชาธิปไตยในบางประเด็นไปก่อนด้วย คือการตัดอำนาจ ส.ว.ไปก่อน แล้วให้ ส.ส.เป็นผู้ให้ความเห็นชอบในตัวนายกฯ และแก้ระบบเลือกตั้งเสนอให้ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบที่เคยใช้มาแล้วใน รธน.40 และ 50 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสนอให้ใช้ระบบเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้งสองใบนั้น เนื่องจากมองว่าสามารถสะท้อนเจตจำนงของประชาชนได้มากที่สุด ทุกพรรคการเมืองมีสิทธิ์ส่งผู้สมัคร ส.ส.ในทุกระบบอย่างเท่าเทียมกัน &amp;nbsp;กติกานี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคใด อีกทั้งนี้เคยใช้มานานแล้ว พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นผู้คิดค้นระบบนี้ ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้คิดเพื่อตัวเอง แต่เป็นการคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องกติกาการเข้าสู่อำนาจ และได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาให้ประชาชน&amp;quot; นายนพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงถึงการประชุมร่วมรัฐสภาจะไม่มีการบรรจุระเบียบวาระในญัตติร่างแก้ไข รธน.มาตรา 256 ของพรรคเพื่อไทยว่า ไม่เห็นด้วย แม้พรรคไม่ได้ร่วมลงชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะมีความเห็นต่างในการปิดกั้นไม่ให้มีการแก้หมวด 1 &amp;nbsp;หมวด 2 แต่เห็นว่ารัฐสภาควรมีอำนาจพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 256 ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์กล่าวว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวไม่มีการระบุว่ารัฐสภาไม่สามารถพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้มี ส.ส.ร.ได้ จึงเห็นว่าการบรรจุหรือไม่บรรจุวาระหรือญัตตินี้เข้าไปก็เป็นหลักการเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อตอนวาระที่ 3 ในสมัยประชุมที่แล้ว จึงไม่เหมาะสมที่ประธานรัฐสภาจะด่วนตีความไปเสียเองว่า ร่างดังกล่าวไม่สามารถบรรจุในระเบียบวาระการประชุมได้ จึงเรียกร้องและยืนยันว่าสมาชิกรัฐสภาจะต้องร่วมกันผลักดันและเร่งการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. &amp;hellip; ที่จะมีขึ้นวันอังคารที่ 22 มิ.ย.นี้ และเมื่อพิจารณาเสร็จผ่านวาระ 3 พรรค ก.ก.จะเสนอญัตติด่วนต่อรัฐสภาให้มีการพิจารณามติให้คณะรัฐมนตรีจัดทำประชามติถามประชาชน ว่าเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้มีการตั้ง ส.ส.ร.เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทน รธน.ฉบับปี 60
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ควรจะมาร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นหลักก่อน ไม่ใช่เพื่อพรรคตนเป็นหลัก ต้องให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และป้องกันการซื้อเสียงได้ การเสนอการแก้ไขรายมาตราของพรรคใหญ่ๆ ในขณะนี้ เป็นเพียงเพื่อประโยชน์ของพรรคตน เพื่อให้พรรคใหญ่ๆ ได้เปรียบพรรคเล็กๆ เท่านั้น แต่ไม่ว่าจะสรุปผลมาในรูปแบบไหน พรรคพลังธรรมใหม่ก็พร้อมจะสู้ทุกรูปแบบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว วิพากษ์วิจารณ์บทบาทพรรคการเมืองต่างๆ ประเด็นการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า &amp;quot;เท่าที่ดูร่างแก้ไข รธน.ของพรรคการเมืองต่างๆ รวม 13 ร่าง เห็นได้ว่าเป็นการแก้ไข รธน.เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองและนักการเมืองในเรื่องการแย่งชิงอำนาจในการเลือกตั้งและล้วงลูกในการพิจารณางบประมาณ ทั้งการแทรกแซง ก้าวก่ายข้าราชการประจำมากกว่าที่จะเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน แม้จะมีการแก้ไขเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนอยู่บ้าง ก็สักแต่ว่าร่างขึ้นมาเพื่อตบตาเท่านั้นแหละ จะแก้หรือไม่แก้ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับประชาชน บอกได้เลยว่าการแก้ครั้งนี้เพื่อต้องการเอาชนะคะคานกันทางการเมืองในการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นเรื่องตัดอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ นั้น แม้ผมจะยืนยันมาตั้งแต่ต้นว่าสนับสนุนเต็มที่ ไม่เปลี่ยนแปลงยอมปิดสวิตช์ตัวเอง แต่ดูบรรยากาศและการดำเนินการของพรรคแกนนำ ทำเสมือนรู้แล้วว่าคงไม่ผ่าน แต่ก็ทำๆ ไปอย่างนั้นแหละ ก็เสนอมาประหนึ่งว่าต้องการให้เป็นประชาธิปไตยปิดบังและหลอกตัวเองเท่านั้น หาได้มีใครจริงจังที่จะแก้ไขเรื่องนี้ ไม่ยอมสยบกับอำนาจและหวังจะอยู่กับอำนาจหลอกตัวเองและหลอกประชาชนแท้ที่จริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้ออกแถลงการณ์เรื่องคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปิดทางให้เกิดการคดโกงงบประมาณของประเทศ โดยระบุว่า ตามที่พรรค พปชร.ได้ยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ตัดบทลงโทษ ส.ส., ส.ว.และกรรมาธิการที่แทรกแซงการจัดทำงบประมาณประจำปี ตามมาตรา 144 และตัดข้อห้ามมิให้ ส.ส.และ ส.ว.แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ ตามมาตรา 185 นั้น องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันเห็นว่า การแก้ไขดังกล่าวจะทำให้การต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศล้มเหลว เพราะการตัดบทลงโทษดังกล่าวเปิดโอกาสให้ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถสอดแทรก ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการที่เป็นฝ่ายบริหารได้โดยง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมางบประมาณแผ่นดินได้ถูกจัดสรรอย่างไม่เป็นธรรม มีการคดโกงเกิดขึ้นอย่างมากมายจากการสอดแทรกใช้อำนาจหน้าที่ไม่ถูกต้อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่พรรคพลังประชารัฐได้ยื่นขอ &amp;nbsp;นอกจากจะเปิดทางให้เกิดการคดโกงแล้วยังขัดต่อหลักธรรมาภิบาล และการมีผลประโยชน์ทับซ้อนตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ.2003 ที่ไทยเป็นสมาชิกอยู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ระบุอีกว่า &amp;quot;การต่อสู้เอาชนะคอร์รัปชันต้องชัดเจนทั้งหลักการและวิธีการ การมีมาตรการที่ครอบคลุมปฏิบัติได้จริงจังจึงจะพิสูจน์ความเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกงและวาระแห่งชาติในการต่อต้านคอร์รัปชันได้ การลดทอนให้เหลือเพียงหลักการลอยๆ ไม่มีแนวปฏิบัติปราศจากบทลงโทษ แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจเด็ดขาดในการปราบปรามคอร์รัปชัน ทำให้คนโกงย่ามใจ คนไทยทั้งชาติอยู่ในสภาวะของการจำยอมกับการโกงของผู้มีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง &amp;nbsp;ข้อเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสองประการดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันขอคัดค้านการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสองมาตราดังกล่าวอย่างถึงที่สุด&amp;quot;.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107018</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;พปชร., ก้าวไกล, พปชร., ม.256, รธน., ส.ว.วันชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cf4557100ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 22:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศควํ่าร่างปิดสวิตช์ส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาเหรดยื่นรื้อ รธน. ฝ่ายค้านยื่น 5 ร่างแก้รายมาตรา ตัดอำนาจ ส.ว.-คสช.-ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ มั่นใจแก้ 256 ตั้ง ส.ร.ร.ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล รธน. &amp;quot;พิธา&amp;quot; อ้างเป็นเรื่องปกติ ส.ส.เห็นต่างกับฉบับเพื่อไทย &amp;lsquo;กลุ่มรีโซลูชั่น&amp;rsquo; ยื่นร่างฉบับ ปชช. ชวน ปชช.ลงชื่อหนุนรื้อระบอบประยุทธ์ ขณะที่ 3 พรรคร่วมรัฐบาลร่วมยื่น 8 ร่าง แต่ ชทพ.ไม่เอาด้วย ตัดอำนาจ ส.ว.เชื่อไม่ผ่าน &amp;quot;ชวน&amp;quot; นัดถก 23 มิ.ย.นี้ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ผวา พปชร.สับขาหลอก สุดท้ายไม่ได้แก้แล้วยุบสภาฯ ใช้กติกาเก่า ส.ว.ประกาศลั่นคว่ำร่างปิดสวิตช์ ส.ว.เล็งผ่านเฉพาะฉบับของ พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 12.30 น. วันที่ 16 มิถุนายน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมคณะแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย เป็นต้น ร่วมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายประเสริฐกล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ได้ยื่นครั้งนี้มี 5 ร่าง ประกอบด้วย 1.การแก้ไขมาตรา 256 ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไปยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2 โดยมีสมาชิกพรรคฝ่ายค้านเข้าชื่อบางส่วน 2.การแก้ไขมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นร่างที่มี ส.ส.ฝ่ายค้านลงชื่อกันอย่างพร้อมเพรียง 3.การแก้ไขเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนในด้านต่างๆ อาทิ แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 3 มาตรา 29 เรื่องการเพิ่มสิทธิในกระบวนการยุติธรรม มาตรา 45 และ 47 เรื่องสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ 4.การแก้ไขมาตรา 83 ให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ ให้มี ส.ส.แบ่งเขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน แทนระบบจัดสรรปันส่วนผสม 5.ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 มาตรา 271 มาตรา 275 และ 279 ในเรื่องการยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การยกเลิกอำนาจ คสช. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่า การขอแก้ไขมาตรา 256 ให้ตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้น สามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการรัฐสภา ไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อร่าง พ.ร.บ.ประชามติผ่านความเห็นชอบจากสภาโดยสมบูรณ์ ก็จะสอดคล้องกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายค้านเสนอไป ส่วนเรื่องระบบเลือกตั้งนั้น เป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยเคยเสนอมานานแล้ว ยึดแนวทางเก่าที่พรรคเพื่อไทยเคยทำมา เป็นไปตามรัฐธรรมนูญปี 2540 เราอาจมีความคิดไม่ตรงกันบ้างบางประเด็น แต่เมื่อเข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการฯ จะเกิดการถกเถียงจนมีทางเลือกดีที่สุดแก่ประชาชน&amp;rdquo; นายประเสริฐกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธากล่าวว่า พรรคก้าวไกลจะร่วมกับพรรคเพื่อไทย ในการจะร่วมเสนอแก้ไข โดยเฉพาะมาตรา 272 เรื่องตัดอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ เพราะเป็นต้นตอความบิดเบี้ยว เวลาสื่อสารไม่อยากให้สับสน เพราะการเสนอแก้ไขรอบนี้แต่ละพรรคมีหลายประเด็น สิ่งสำคัญที่สุดขณะนี้คือ การเอา ส.ว. 250 คนออกจากระบบการเมืองไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กลุ่ม Re-solution ประกอบด้วย กลุ่มคณะก้าวหน้า รัฐธรรมนูญก้าวหน้า พรรคก้าวไกล และไอลอว์ นำโดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ ตัวแทนกลุ่ม ยื่นหนังสือเพื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พร้อมเชิญชวนให้ร่วมลงชื่อร่างรัฐธรรมนูญปี 60 ถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่าน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยิ่งชีพกล่าวว่า นาทีนี้ปัญหาใหญ่ของรัฐธรรมนูญที่ควรจะแก้ไขให้เร็วที่สุดก็คือเรื่องที่มาและอำนาจของ ส.ว. หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องใดก็แล้วแต่ แต่ไม่มีการแก้ไขประเด็นที่มาและอำนาจของสมาชิกวุฒิสภาก็จะไม่มีประโยชน์ และจะไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองในปัจจุบันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นกลุ่ม Re-Solution จึงยืนยันจุดยืนเดิมคือ จะต้องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่โดยให้ประชาชนทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งขณะนี้กลุ่มอยู่ระหว่างการเปิดรับรายชื่อจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งหากได้รายชื่อครบ 5 หมื่นรายชื่อตามกฎหมายกำหนด ก็จะเดินทางมายื่นรายชื่อต่อรัฐสภาอีกครั้ง จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมส่งรายชื่อเพื่อร่วมกันรื้อระบอบประยุทธ์ และแก้ที่มาขององค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระต่างๆ เพื่อไม่ให้มาจากการแต่งตั้งของ คสช.&amp;quot; นายยิ่งชีพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุกิจกล่าวว่า จะนำร่างในวันนี้ส่งไปยังประธานรัฐสภาเพื่อพิจารณาและตรวจสอบตามกระบวนกฎหมายกำหนด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วัน และจะแจ้งความคืบหน้ากลับไปยังคณะผู้ริเริ่มเสนอกฎหมาย
พรรค รบ.ยื่นแก้ รธน. 8 ฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรค ยื่น 8 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา &amp;nbsp;
นายชินวรณ์กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 3 พรรค มีความเห็นพ้องต้องกันที่จะเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญใน 8 ร่าง ประกอบด้วย ร่างพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 6 ร่าง ได้แก่ 1.ประเด็นแก้ไขมาตราว่าด้วยสิทธิของประชาชน 4 มาตรา 2.ระบบเลือกตั้ง ให้มี ส.ส.เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน เลือกตั้งโดยบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ 3.เรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรี 4.ประเด็นแก้ไข มาตรา 256 5.ประเด็นการตรวจสอบการกระทำที่ผิดจริยธรรมของกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 6.การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัยกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเสนอ 2 ประเด็น คือ 1.เรื่องปากท้องของประชาชน โดยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมหนึ่งมาตรา เพื่อให้รัฐมีบทบาทหน้าที่เพิ่มขึ้น ในเรื่องหลักประกันรายได้ถ้วนหน้าให้กับประชาชนอยู่ที่ 36,000 บาทต่อปี 2.แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 65 ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติควรที่จะต้องมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้เพื่อให้เป็นไปตามสถานการณ์ประเทศและสถานการณ์โลก ส่วนเรื่องการแก้ไขมาตรา 272 เรื่องอำนาจของสมาชิกวุฒิสภาที่มีอำนาจลงมติเลือกนายกฯ พรรคมีหลักการเดียวกันกับพรรคประชาธิปัตย์เลย ตัดสินใจนำไปร่วมเป็นร่างเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนิกรกล่าวว่า พรรคมี ส.ส. 12 คน ในส่วนของพรรคได้ร่วมลงชื่อกับทุกร่าง ยกเว้นการแก้ไขมาตรา 272 เพราะมองว่าถ้า ส.ว.ไม่ลงชื่อสนับสนุนด้วยก็ไม่ผ่าน อีกทั้งประเด็นการตัดอำนาจ ส.ว.อาจจะต้องไปทำประชามติก่อน เพราะเกี่ยวข้องกับการไปเปลี่ยนแปลงอำนาจหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านก็เสนอการยื่นเรื่องปิดสวิตช์ ส.ว. พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทยจะโหวตให้ด้วยหรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า ร่างใดที่สมาชิกเห็นพ้องต้องกันไม่ว่าร่างนั้นจะเป็นของฝ่ายไหนก็เป็นเอกสิทธิ์ที่จะลงมติให้ความเห็นชอบได้ และเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภาในการตัดสินใจต้องไม่อยู่ภายใต้การครอบงำใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายชวนกล่าวว่า ได้กำหนดวาระประชุมรัฐสภา ระหว่างวันที่ 22-23มิ.ย. วันที่ 22 มิ.ย. เป็นการประชุมร่างกฎหมายที่ค้าง วันที่ 23 มิ.ย.พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ จะพยายามทำให้เสร็จในวันเดียว หากไม่เสร็จจะต่อการพิจารณาในวันที่ 24 มิ.ย.อีกหนึ่งวัน ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น จะดูว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรคเสนอร่างแก้ไขมาจำนวนเท่าใด เพื่อจะได้นำไปพิจารณาพร้อมกับฉบับของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่ยื่นมารอไว้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุม Think Lab ที่ทำการพรรคเพื่อไทย มีการจัดเสวนาหัวข้อ &amp;quot;แก้รัฐธรรมนูญ แก้วิกฤติประเทศ?&amp;quot; มีนายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการการเมือง พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ร่วมเสวนา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ขอเรียกร้องพรรคร่วมฝ่ายค้านต้องทันเกม ประเด็นการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ของพรรคพลังประชารัฐ เป็นเกมสับขาหลอกของรัฐบาล นอกจากทำให้พรรคร่วมฝ่ายค้านทะเลาะกันแล้ว พรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลยังระส่ำระสายด้วย สุดท้ายเมื่อเข้าสภากลายเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลมีเหตุผลสร้างความชอบธรรมให้คว่ำทิ้ง เพราะอ้างว่าไม่มีฝ่ายใดสนับสนุน สรุปไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญ ใช้ระบบบัตรใบเดียวแบบเดิม มาตราที่จะต่ออำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์อย่างแท้จริง ไม่ใช่เรื่องระบบเลือกตั้ง แต่คือมาตรา 272 ที่จะมาต่ออำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งหมดคือเป็นการสืบทอดอำนาจที่แท้จริง จุดนี้เราต้องล้มให้ได้&amp;nbsp;
ส.ว.ลั่นคว่ำร่างปิดสวิตช์ ส.ว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวถึงการยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรคฝ่ายค้านที่แก้ไขมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกฯ ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ แต่ต้องมีเนื้อหาเหมาะสม ไม่ใช่ทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ถ้าเป็นเช่นนี้ ส.ว.ไม่ร่วมมือด้วยแน่นอน โดยเฉพาะการตัดอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เป็นการลุแก่อำนาจไม่เห็นด้วย การโหวตเลือกนายกฯ ของ ส.ว. เป็นอำนาจตามบทเฉพาะกาล 5 ปี เพื่อมาแก้วิกฤติประเทศ เสียง ส.ว.ไม่มีผลอะไรเลย ถ้ามีเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ไม่ถึงครึ่งในการโหวตนายกฯ การแก้มาตรา 272 ทุกฝ่ายต้องเห็นพ้องต้องกันจึงจะสำเร็จ ถ้า ส.ว.ไม่ร่วมมือด้วยก็ไม่มีทางสำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเตือนสติให้รับรู้ว่าใครที่ทำเก่งทำกล้า เสนอแก้รัฐธรรมนูญที่ลุแก่อำนาจ เน้นแต่หาเสียง สนุกปากเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าพรรคใดเสนอมาจะไม่ผ่านแม้แต่ร่างเดียว ส.ว.จะไม่รับร่าง เพราะไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา เป็นแค่การหาเสียง มุ่งแสดงอำนาจบาตรใหญ่&amp;quot; นายเสรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวว่า การที่ฝ่ายค้านจะเสนอแก้รัฐธรรมนูญทั้งการให้ตั้ง ส.ส.ร.และการตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตนายกฯ นั้น โม้ได้แต่จะทำได้หรือไม่ เพราะจะต้องอาศัยเสียง ส.ว. 1 ใน 3 หรือ 84 เสียงขึ้นไปในการสนับสนุน ดูแล้วโอกาสผ่านยาก เพราะเรื่องการตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ทำประชามติก่อน หรือการตัดอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ เป็นการทำเพื่อหาเสียง ขณะนี้เสียง ส.ว.ตกผลึก เบื้องต้นจะให้ผ่านเฉพาะร่างแก้รัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ ส่วนร่างของฝ่ายค้านคงไม่ผ่าน ขณะที่ร่างพรรคร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ และชาติไทยพัฒนานั้น ถ้าเสนออยู่ในหลักการที่เป็นไปได้ ไม่สุดโต่ง ทำเพื่อหาเสียงให้ตัวเอง ส.ว.ก็ยินดีสนับสนุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ถ้าสุดโต่งเกินไป ก็คงไม่ผ่าน ต้องไปหาเสียงสนับสนุนเอาเอง ยืนยัน ส.ว.ไม่ใช่อุปสรรคแก้รัฐธรรมนูญ และเป็นที่พึ่งฝากความหวังได้ เห็นแก่บ้านเมืองมากกว่านักการเมืองด้วยซ้ำ&amp;quot; นายกิตติศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ ส.ว.ประกาศว่าจะไม่ให้ผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองที่เสนอตัดอำนาจ ส.ว.ในการร่วมโหวตนายกฯ และจะขอรับร่างของพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น ยิ่งตอกย้ำว่ากระบวนการขวางแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2563 ส.ว.และพรรคพลังประชารัฐ จับมือกันสร้างอุปสรรคขัดขวางเพื่อเป็นหลักค้ำยันให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจต่อจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรีของการทำหน้าที่ จึงเสนอให้ ส.ว.เหล่านั้นลาออกแล้วรอเว้นวรรค เพื่อไปสมัครสมาชิกพรรคการเมืองดีกว่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106629</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดอำนาจ ส.ว.-คสช., ปิดสวิตช์ส.ว., รธน., ร่างแก้รายมาตรา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ‘กลุ่มรีโซลูชั่น’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60ca0a0627452.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
