<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รพ.กรุงเทพ&#039;เตือนระวังเฟกนิวส์ ย้ำไม่เคยเรียกเงินจองวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;รพ.กรุงเทพ แจ้งว่าสื่อทางการของโรงพยาบาล ระบุว่า โปรดระวัง มิจฉาชีพหลอกลวง เรื่องชำระเงินจองวัคซีนล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เนื่องจากมีมิจฉาชีพ ได้ปลอมบัญชีในสื่อออนไลน์&amp;nbsp; ทั้ง Facebook และ&amp;nbsp; Line โดยใช้โลโก้ขององค์กร และข้อความ&amp;nbsp; ให้กรอกข้อมูลส่วนตัวและชำระเงินเพื่อจองวัคซีนล่วงหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขอเรียนว่า โรงพยาบาลกรุงเทพ&amp;nbsp; ในเครือของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยังไม่เปิดให้จองวัคซีนทางเลือก &amp;nbsp;หรือรับเงินค่าวัคซีนล่วงหน้าแต่อย่างใด&amp;nbsp; และโรงพยาบาลฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชี Facebook หรือบัญชี Line ดังกล่าว ทั้งนี้ โรงพยาบาลฯ กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับมิจฉาชีพรายนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขอให้ท่านติดตามข้อมูลข่าวสารของโรงพยาบาลกรุงเทพ ผ่านช่องทางต่อไปนี้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;Website : www.bangkokhospital.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;LINE Official : @Bangkokhospital&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;Facebook : Bangkok Hospital โรงพยาบาลกรุงเทพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;Twitter : Bangkokhospital&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103226</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนโควิด, รพ.กรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a25928297a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กสัญญาณเตือนให้รีบรักษา ปัญหาลูกเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อลิสา กุลปิยะ กุมารแพทย์ต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม ศูนย์กุมารเวช รพ.กรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย หรือสภาวะที่เด็กโตเร็วกว่าปกติ (Precocious Puberty) พบได้ในเด็กทั้งเพศหญิงและชาย โดยจะพบในเด็กหญิงมากกว่าเด็กชายประมาณ 8-20 เท่า โดยพ่อแม่ผู้ปกครองจำเป็นที่จะต้องหมั่นสังเกต เพราะมักมีความผิดปกติแอบแฝงอยู่ เกิดจากมีฮอร์โมนเพศมากเกินไป โดยส่วนใหญ่เป็นความเปลี่ยนแปลงทางสรีระ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย เกิดผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจ ด้านร่างกาย คือฮอร์โมนเพศจะทำให้กระดูกโตเร็ว และหยุดการเจริญเติบโต สิ่งที่ตามมาคือระยะเวลาการเจริญเติบโตในวัยเด็กจะสั้นลงกว่าเด็กปกติ จึงทำให้เตี้ยเมื่อเป็นผู้ใหญ่ นอกจากนี้เด็กอาจรู้สึกว่าตัวเองมีรูปร่างแตกต่างไปจากเพื่อนๆ วัยเดียวกัน อาจทำให้โดนล้อเลียนและมีพฤติกรรมแยกตัว ส่วนปัญหาด้านจิตใจในเด็กชาย เนื่องจากการเป็นหนุ่มก่อนวัยฮอร์โมนเพศชายจะสูงกว่าปกติ นำไปสู่การมีพฤติกรรมก้าวร้าว อารมณ์รุนแรง มีอารมณ์ทางเพศ วิธีตรวจวินิจฉัยคือ เมื่อสงสัยว่าเด็กเป็นหนุ่มสาวก่อนวัยให้รีบเข้ารับการตรวจร่างกายกับกุมารแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อในทันที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีการสังเกต ร่างกายเด็กผู้ชาย (ก่อน 9 ขวบ) ที่เป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย ดังนี้ 1.อัณฑะและองคชาตโต 2.เริ่มมีขนบริเวณอวัยวะเพศและรักแร้ 3.นมแตกพาน เสียงแหบห้าว 4.กล้ามเนื้อเป็นมัด สิว หน้ามัน มีกลิ่นตัว 5.ส่วนสูงเพิ่มเร็ว มีหนวดร่างกายเด็กผู้หญิง (ก่อน 8 ขวบ) 1.เต้านมโตขึ้น 2.เริ่มมีขนบริเวณอวัยวะเพศและรักแร้ 3.รูปร่างเปลี่ยนไป เช่น เอวคอด สะโพกผาย 4.มีตกขาว มีประจำเดือน 5.สิวเริ่มขึ้น หน้ามัน มีกลิ่นตัว 6.ส่วนสูงเพิ่มเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นอกจากการสังเกตลักษณะร่างกายภายนอก การตรวจร่างกายและประเมินการเจริญเติบโตแล้ว แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยตามขั้นตอน เช่น 1.ซักประวัติโดยแพทย์ที่ชำนาญการเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เด็กมีภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัยและรักษาตามสาเหตุนั้น 2.ตรวจอายุกระดูก 3.ตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมน 4.ตรวจ MRI สมองเพื่อหาสาเหตุของโรค 5.ทำอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง เพื่อหาสาเหตุและประเมินขนาดมดลูกและรังไข่ ซึ่งในส่วนของการรักษาแพทย์จะรักษาตามสาเหตุที่เกิด หรือใช้การฉีดยาควบคุมฮอร์โมนเพศ และประเมินการรักษาเป็นระยะๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเด็กเป็นวัยที่ต้องการการดูแล เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง พัฒนาการทางด้านจิตใจที่ดี เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตตามวัยอย่างเหมาะสมเพิ่มศักยภาพในการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ หากผู้ปกครองสงสัยหรือไม่แน่ใจว่าบุตรหลานเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัยหรือไม่ ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างแน่ชัด จะได้รู้ว่าเด็กควรได้รับการรักษาหรือไม่ เพราะในบางกรณี หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้เด็กหยุดเจริญเติบโตก่อนวัยอันควรได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์กุมารเวช รพ.กรุงเทพ โทร. 0-2310-3006, 0-2755-1006 call center โทร.1719 หรือ w ww.bangkokhospital.com.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90477</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พญ.อลิสา กุลปิยะ, รพ.กรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_60080ec17ccb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
