<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 07:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ!รพ.นครพิงค์ผ่าตัดทำคลอดผู้ป่วยโควิดตั้งครรภ์​38สัปดาห์​ ปลอดภัยทั้งแม่และลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 เม.ย.64 -โรงพยาบาลนครพิงค์​ จังหวัด​เชียงใหม่​แจ้งว่า​เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา ได้รับผู้ป่วยโควิดหญิงตั้งครรภ์​วัย​ 36​ ปีไว้รักษาที่​ รพ.นครพิงค์ ต่อมาผู้ป่วยมีอาการเจ็บครรภ์จะคลอด สูตินรีแพทย์ประเมินว่า มีความจำเป็นต้องผ่าตัดคลอด เนื่องจากผู้ป่วยตั้งครรภ์เป็นท้องที่ 2 โดยที่ท้องแรกก็คลอดโดยวิธีการผ่าตัด และผู้ป่วยมีอาการเจ็บครรภ์จะคลอดแล้ว ไม่สามารถรอได้ จึงตัดสินใจทำการผ่าตัดคลอดทันทีภายใต้เคสพิเศษ​ตามมาตรการเฝ้าระวังโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สูตินรีแพทย์​ รพ.นครพิงค์ได้ประชุมวางแผนตามขั้นตอนก่อนทำการผ่าตัดคลอดในห้องผ่าตัดความดันลบ โดยมี พญ.อัญชลี ชัยนวล และ นพ.อลงกรณ์ ชูวงษ์ (สูตินรีแพทย์) เป็นผู้ทำการผ่าตัด พญ.พีรยา ชัยศิริ (วิสัญญีแพทย์) เป็นผู้ให้ยาระงับความรู้สึกทางไขสันหลัง&amp;nbsp; พญ.ประภาวรรณ เมธาเกษร , พญ.ปัฐมาลักษณ์ เผือกผ่อง และ พญ.กัลมลี เจนจรัตน์ (กุมารแพทย์สาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิด) เป็นทีมแพทย์ผู้ดูแลทารก​ และการผ่าตัดสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อน โดยที่ทารกเพศชายแข็งแรงดี ปลอดภัยทั้งแม่และลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
จากสถานการณ์ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ภาวะหนึ่งที่เป็นความเสี่ยงและมีความยุ่งยากในการดูแล ก็คือหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด รพ.นครพิงค์ได้เล็งเห็นถึงความเสี่ยงที่มีโอกาสจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงได้มีการซ้อมแผนผ่าตัดคลอดผู้ป่วยโควิดไปเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564​ ที่ผ่านมาการซ้อมแผนดังกล่าว ทำให้บุคลากรมีความพร้อมคุ้นเคยกับการเผชิญเหตุการณ์และมีความแม่นยำในกระบวนการต่างๆ ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทีมบุคลากรทางการแพทย์ทุกภาคส่วนทั้งแพทย์ พยาบาล และทีมสนับสนุนต่างๆ จึงทำให้การผ่าตัดครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดีและเป็นความสำเร็จ​ในครั้งแรกในภาวะวิกฤตโควิด-19​ ที่เป็นเคสผู้ป่วยตั้งครรภ์​ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100398</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ป่วยโควิดหญิงตั้งครรภ์​, ผ่าตัดทำคลอดผู้ป่วยโควิด, พญ.อัญชลี ชัยนวล, รพ.นครพิงค์ เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_608217a5a1e3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2019 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2019 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.นครพิงค์ เชียงใหม่ทำเครื่องกรองอากาศต้นทุนต่ำเพียง 2พันบาทแค่45นาทีลดPM2.5 เหลือ 3-5ไมโครกรัม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6เม.ย.62-นพ. ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)เขตสุขภาพที่ 1 ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับมอบหมายจากนพ. สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผอ.รพ.ศูนย์/ รพ.ทั่วไป 8 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อติดตามการดำเนินงานดูแลสุขภาพประชาชนจากผลกระทบฝุ่นละอองขนาดเล็ก ตามแนวทางของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2562 ที่ผ่านมา โดยทั้ง 8 จังหวัดได้มีการดำเนินการจัดเตรียมห้องสะอาด (Clean Room) ใช้ห้องประชุม หรือห้องสมุด ตามหลักวิชาการกรมอนามัย ทำการทดสอบวัดค่าฝุ่นละอองภายในห้องสามารถลดได้ร้อยละ 20-50 พร้อมรองรับผู้ป่วย และกลุ่มเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ รพ.นครพิงค์ ได้จัดพื้นที่ปลอดฝุ่น ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในหอผู้ป่วยหนัก ทั้งไอซียูเด็ก ศัลยกรรมประสาท ทารกแรกคลอด โรคหัวใจ อายุรกรรมระบบประสาท รวมทั้งห้องคลอด และห้องไตเทียม จากการวัดค่าฝุ่นละอองหลังติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ พบว่า สามารถลดค่าปริมาณฝุ่นละอองในอากาศได้มากกว่าร้อยละ 50 ส่วนพื้นที่บริการผู้ป่วยนอก ซึ่งเป็นพื้นที่เปิด ได้รับการสนับสนุนเครื่องฟอกอากาศจากอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่มาติดตั้ง เพื่อในการหมุนเวียนอากาศ ลดปริมาณฝุ่นละออง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้ประดิษฐ์นวัตกรรมเครื่องกรองอากาศ จากพัดลมดูดอากาศและไส้กรองอากาศนำมาต่อเข้าด้วยกัน ใช้ต้นทุนเพียง 2,000 กว่าบาท สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ จากราคาท้องตลาดประมาณ 7,000 &amp;ndash; 8,000 บาท นำไปทดสอบในคลินิกนมแม่ และตึกหลังคลอด หลังเปิดเครื่องทิ้งไว้เป็นเวลา 30 นาที พบว่า ค่าฝุ่นละอองลดลงจาก 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เหลือเพียง 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเมื่อเวลาผ่านไป 45 นาที ค่าฝุ่นละอองในห้องลดลงเหลือเพียง 3-5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทุกจังหวัดยังได้จัดทีมหมอครอบครัวเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และอสม. เคาะประตูบ้านให้คำแนะนำประชาชนในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันผลกระทบสุขภาพ &amp;nbsp;พร้อมทั้งแจกหน้ากากอนามัย จัดกิจกรรม Big Cleaning Day การนำรถบรรทุกน้ำฉีดพ่นละอองฝอย เพื่อลดฝุ่นละออง เพิ่มความชุ่มชื้นในบรรยากาศอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33098</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, รพ.นครพิงค์ เชียงใหม่, ลดปัญหาฝุ่นจิ๋ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190406/image_big_5ca8197331830.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
