<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังเวยนํ้าท่วม!นายกฯสั่งดูแลด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ฝนถล่มภาคใต้ตอนบนทำทางหลวงขาดหลายช่วง เพชรเกษม กม.384-386 ระดับน้ำสูงถึงเมตรครึ่ง รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ เพชรบุรีน้ำท่วมตัวเมือง ประจวบคีรีขันธ์อ่วม 3 อำเภอ รพ.บางสะพานอพยพคนไข้รวมทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์โกลาหล ชุมพรจมน้ำ 7 อำเภอ เสียชีวิตแล้ว 1 ถูกน้ำป่าพัดสูญหายอีก 1 ขณะที่ฝนยังตกไม่หยุด โฆษกบีแจงนายกฯ ห่วงใยสั่ง มท.ประสานงานทหารดูแลด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ เกิดฝนตกหนักในภาคใต้โดยเฉพาะภาคใต้ตอนบน ก่อให้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ &amp;nbsp;เริ่มจากจังหวัดเพชรบุรี ในตัวเมืองฝนตกหนักตั้งแต่เช้าต่อเนื่องถึงเที่ยง เกิดน้ำท่วมขังในถนนเกือบทุกสาย อาทิ ตลาดเมืองเพชร, ถนนหน้าห้างสหไทย, ถนนพงษ์สุริยา, ถนน 18 เมตร, ถนนบันไดอิฐ, ถนนหน้าวัดพระนอน, ถนนหน้าเขาวัง, ถนนราชดำเนิน, ถนนหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ ไปจนถึงเขาพนมขวด ถนนแยกรุ่งฤดีเก่าจนถึงหน้าโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี รวมถึงหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบุรีมีน้ำท่วมขังสูง 50-60 เซนติเมตร รถเล็กจอดเสียหลายคันทำให้การจราจรติดขัดมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ.หัวหิน ฝนตกหนักตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดีต่อเนื่องถึงวันศุกร์ ทำให้น้ำท่วมถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน เช่น ถนนโค้งพระจันทร์, ถนนแนบเคหาสน์, ถนนพูลสุข โดยเฉพาะถนนเพชรเกษมสายหลัก บริเวณหน้าตลาดฉัตรไชยที่มีน้ำท่วมมิดผิวการจราจรสูงราว 20 ซม. และยังพัดเอาเครื่องกั้นจราจรพลาสติกกลางถนนเพชรเกษมไหลเป็นแนวยาวไปกับน้ำ รถยนต์สัญจรไปมาด้วยความลำบาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่บริเวณหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ จนไปถึงทางต่างระดับหนองแก บริเวณสวนน้ำวานา นาวามีน้ำท่วมสูง รถเคลื่อนตัวได้อย่างช้าๆ ตำรวจ สภ.หัวหินร่วมกับอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หน่วยบรรเทาและป้องกันสาธารณภัย เทศบาลเมืองหัวหิน และมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน ออกบริการช่วยเหลือประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.บางสะพาน &amp;nbsp;และ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังเกิดฝนตกหนักวัดปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมง ที่บ้านช่องลม อ.บางสะพานน้อย วัดได้ 243 มิลลิเมตร ที่เทศบาลตำบลบางสะพานน้อย อ.บางสะพานน้อย &amp;nbsp;วัดได้ 229.5 มม. สถานีบ้านในล็อก วัดที่ อ.บางสะพาน ได้ 195 มม. ทั้งนี้สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณ อ.บางสะพานน้อยยังคงมีน้ำท่วมขัง แต่บริเวณถนนเพชรเกษมระดับน้ำลดลงแล้ว รถยนต์สามารถสัญจรได้ตามปกติ ส่วนในพื้นที่ อ.บางสะพาน ระดับน้ำล้นตลิ่งคลองบางสะพานเข้าท่วมชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำและท่วมถนนเป็นช่วงๆ ระดับน้ำสูงประมาณ 10-40 ซม. รถเล็กยังสามารถสัญจรได้ อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่งในพื้นที่ภาคใต้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยประสานงานร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้การสนับสนุนเครื่องจักร เครื่องมือ &amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนถนนเพชรเกษมช่วงหลัก กม.384-386 อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่หน้าปั๊ม ปตท.-สะพานวังยาว มวลน้ำจากคลองบางสะพานได้ไหลเข้าท่วมพื้นถนน ระดับความสูงที่ 100-150 ซม.เป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร ทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ การจราจรลงสู่ภาคใต้ถูกตัดขาด 100% ส่งผลให้มีรถตกค้างยาวกว่า 3 กิโลเมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ในพื้นที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำโป่งสามสิบ อ่างเก็บน้ำคลองลอย และอ่างเก็บน้ำวังน้ำเขียว ปริมาณน้ำสูงกว่าสปิลเวย์ ล่าสุดสูงกว่าระดับสปิลเวย์ที่ 100 ซม. ซึ่งมวลน้ำจากทั้ง 3 อ่างจะเคลื่อนเข้าสู่ตัวอำเภอบางสะพานตลอดทั้งเย็นวันศุกร์ถึงเช้าวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีน้ำป่าเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ อ.บางสะพาน จนต้องมีการย้ายผู้ป่วย รพ.บางสะพานว่า จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ของ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และภาคใต้ ช่วงวันที่ 9-10 พ.ย.นี้ จึงได้กำชับให้โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก เตรียมแผนป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาล แผนการจัดบริการในสถานพยาบาล การดูแลประชาชน และออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในพื้นที่น้ำท่วม สำรวจข้อมูลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยที่ต้องรับการล้างไต ผู้ป่วยที่ต้องได้รับยาต่อเนื่อง หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก เพื่อให้ได้รับยาและการดูแลอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.สุขุมกล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมใน 3 อำเภอ คือ อ.ทับสะแก บางสะพาน บางสะพานน้อย มีสถานบริการได้รับผลกระทบ 1 แห่ง คือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ศรีนคร อ.บางสะพานน้อย น้ำท่วมสูง 20 ซม. ได้ยกของขึ้นที่สูง มีตู้ไม้เสียหายเล็กน้อย ขณะนี้น้ำลดแล้วสามารถเปิดบริการได้ตามปกติ ส่วน รพ.บางสะพานได้ดำเนินการตามแผนป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาล ส่งต่อผู้ป่วยหนักใส่ท่อช่วยหายใจ 9 ราย และหญิงตั้งครรภ์รอคลอด 1 รายไป รพ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งขณะนี้ รพ.บางสะพานเปิดให้บริการเฉพาะผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยฉุกเฉิน และผู้ป่วยในที่มีประมาณ 100 คน งดรับผู้ป่วยหนักที่ส่งต่อจากโรงพยาบาลอื่นชั่วคราว จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้ได้สำรวจผู้ป่วยที่มีนัดรับยา จะให้เจ้าหน้าที่ รพ.สต.นำยาไปให้ที่บ้าน รวมทั้งเตรียมทีมมินิเมิร์ตพร้อมออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินภายใน 30 นาที ทั้งนี้ส่วนกลางพร้อมให้การสนับสนุน หากพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือขอให้ประสานงานมาที่กองสาธารณสุขฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข ตลอด 24 &amp;nbsp;ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า น.อ.อนิรุทธ์ รัฐพร ผู้บังคับการกองบิน 5 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบิน 5 ได้นำกำลังทหาร พร้อมรถบรรทุก เรือท้องแบน เครื่องอุปโภคบริโภค และน้ำดื่มไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ของประชาชนไปยังพื้นที่สูง ณ บริเวณหมู่บ้านหนองเสม็ด หมู่ที่ 10 ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย &amp;nbsp;จากนั้นได้นำกำลังทหารพร้อมรถบรรทุกไปยังโรงพยาบาลบางสะพานเพื่อช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ตลอดจนขนย้ายสิ่งของและอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปไว้ยังพื้นที่ปลอดภัย และหากพี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบิน 5 ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชุมพร หลังจากฝนตกหนักติดต่อกัน 2 วันที่ผ่านมา ทั้งน้ำฝนและน้ำป่าได้ไหลบ่าเข้าท่วมครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ อีกทั้งตลอดวันศุกร์ยังมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมทวีความรุนแรงเป็นลำดับ โดยเฉพาะน้ำป่าที่ไหลหลากมาจากเทือกเขากระบุรี เขตติดต่อ จ.ระนอง และจากเทือกเขาตะนาวศรี เขตติดต่อ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ไหลบ่าลงมาในพื้นที่ จ.ชุมพรอย่างต่อเนื่องเพื่อไหลลงสู่อ่าวไทยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่มจังหวัดชุมพร รายงานว่ามีน้ำท่วมแล้ว 7 &amp;nbsp;อำเภอ 29 ตำบล 127 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.หลังสวน, ทุ่งตะโก, สวี, ปะทิว, ท่าแซะ, ละแม และ อ.เมืองชุมพร ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 2,614 คน จำนวน 1,204 ครัวเรือน ถนนเสียหาย 49 สาย อ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง พื้นที่การเกษตรกว่า 1 พันไร่ และความเสียหายต่างๆ ที่ยังอยู่ระหว่างการสำรวจอีกจำนวนมาก มีราษฎรถูกน้ำป่าซัดสูญหาย 1 ราย ชื่อนางอ่ำ ทวีชาติ อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 138 หมู่ที่ 8 ต.ทุ่งคาวัด อ.ละแม และจมน้ำเสียชีวิต 1 ราย ชื่อนายพบ พัฒชนะ อายุ 84 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 1 ต.วิสัยเหนือ อ.เมืองชุมพร นอกจากนี้มีเรือประมงชื่อ ว.จุฑามาศ ถูกคลื่นซัดจมทะเลบริเวณเกาะจระเข้ &amp;nbsp; ห่างจากฝั่ง อ.เมืองชุมพร ประมาณ 12 กิโลเมตร ลูกเรือ 5 คนได้รับการช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รอง ผวจ.ชุมพร ได้ออกตรวจพื้นที่บริเวณถนนเอเชีย 41 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 3-5 จากสี่แยกปฐมพร ต.ขุนกระทิง อ.เมืองชุมพร ไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีน้ำท่วมถนนสูงมากกว่า 50 เซนติเมตร รถเก๋งและรถกระบะไม่สามารถสัญจรได้ ให้ไปใช้เส้นทางเบี่ยงซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำอยู่ตามจุดต่างๆ ส่วนรถบรรทุกขนาดใหญ่ให้จอดรออยู่ตามปั๊มน้ำมันและที่พักริมทาง &amp;nbsp; เนื่องจากมีรถหลายคันฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากแล้วเกิดเครื่องเสียทำให้รถถูกน้ำซัดลงข้างทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 12 ลงวันที่ 9 พ.ย.61 เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากในบริเวณภาคใต้ วันที่ 10 พ.ย.นี้ มีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต ทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกและภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ว่า หากสถานการณ์ถึงจุดหนึ่ง ทอ.จะออกไปช่วยเหลือประชาชนโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ที่ผ่านมากองทัพอากาศมีการฝึกการช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติอยู่เสมอ โดยกองทัพมีเฮลิคอปเตอร์ EC725 ที่ซักซ้อมช่วยเหลือประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งจะใช้ช่วยเหลือประชาชนในเหตุการณ์ที่เป็นภัยพิบัติขนาดใหญ่ เช่น สึนามิ แผ่นดินไหว แต่ถ้าเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่บินไปไม่ได้ ก็จะใช้หมู่บิน PeaceMaker บินสำรวจพื้นที่และค้นหาคนที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือคนที่ต้องการความช่วยเหลือภายใน 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงค่ำ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ เช่นที่ อ.บางสะพานและอีกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร &amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยได้กำชับให้กระทรวงมหาดไทยทำงานร่วมกับทหาร ช่วยเหลือประชาชนขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมทั้งแจ้งให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมพร้อมบรรเทาความเดือดร้อน และอพยพประชาชนไปยังที่ปลอดภัยหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยใกล้ทางน้ำไหลผ่าน นอกจากนี้ยังขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดด้วย&amp;quot; นายพุทธิพงษ์กล่าว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21681</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมพร, ประจวบคีรีขันธ์, ฝนถล่มภาคใต้ตอนบน, รพ.บางสะพานอพยพคนไข้, ระดับน้ำสูงถึงเมตรครึ่ง, หนังสือพิมพ์, เพชรบุรีน้ำท่วมตัวเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181109/image_big_5be5905981e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
