<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตีปี๊บงาน‘Healthy Thailand’ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีแรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้ช่วย รมว.แรงงานตัดริบบิ้นเปิดงานโครงการ &amp;ldquo;Healthy Thailand เพื่อผู้ประกันตน&amp;quot; รพ.พระจอมเกล้า เพชรบุรี ส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้ใช้แรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2563 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมนพเก้า ชั้น 9 อาคารพิฆเนศวรสุรสังกาศ โรงพยาบาลพระจอมเกล้า ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำกระทรวงแรงงาน ให้เกียรติเป็นประธานในการจัดงาน โครงการ &amp;ldquo;Healthy Thailand เพื่อผู้ประกันตน&amp;rdquo; โดยมีนางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี, นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม, นางสาวไพลิน จินดามณีพร ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม, นายแพทย์ชุมพล เดชะอำไพ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี, นายสุรสิทธิ์ ศรีแก้ว ประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรี ผู้บริหาร และหัวหน้าส่วนราชการสำนักงานประกันสังคม ให้การต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เปิดเผยกับสื่อมวลชนในโอกาสเป็นประธานในการจัดงาน Healthy Thailand เพื่อผู้ประกันตน ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี ว่ากระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม มีนโยบายที่เน้นการสนับสนุนการขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคเชิงรุก ให้กับผู้ประกันตนในสถานประกอบการ โดยให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพอย่างครอบคลุมและทั่วถึง เพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นหลัก ในการจัดงานในวันนี้ ตนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะโครงการนี้สามารถสนองตอบสภาพปัจจัยซึ่งประเทศไทยและทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัส COVID-19 ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการออกกำลังกาย การบริโภคอาหารที่สะอาด เป็นประโยชน์ เหมาะสม ถูกหลักอนามัย และมีการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ อันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีทั้งกายและใจ รวมทั้งแนวทางการลดปัจจัยเสี่ยงเชิงพฤติกรรมด้านสุขภาพ ผ่านหลักการ 3H ได้แก่ Helping การดูแลให้ลูกจ้างและผู้ประกันตน ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายกองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน&amp;nbsp; Healthy การส่งเสริมให้มีสุขภาพและป้องกันโรคให้กับนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน Harmless การดำเนินกิจกรรมเพื่อลดอันตรายและสร้างความปลอดภัยทั้งในการทำงานและนอกเวลาการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการจัดงาน &amp;ldquo;Healthy Thailand เพื่อผู้ประกันตน&amp;rdquo; ร่วมกับโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี ในครั้งนี้ว่า การดำเนินงานตามโครงการในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือที่ดีระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน สถานพยาบาล และหน่วยงานภาคีเครือข่าย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ที่ให้ความสำคัญกับสำนักงานประกันสังคม ร่วมกันรณรงค์การขับเคลื่อนการจัดงานฯ โดยภายในงานได้จัดให้มีกิจกรรมการบรรยายพิเศษเรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพ &amp;ldquo;ป้องกันก่อนเยียวยา&amp;rdquo; และ เรื่องโรคจากการทำงาน พร้อมกันนี้ยังมีการตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี การจัดนิทรรศการด้านการฝึกอาชีพ ด้านการแพทย์ การฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน จากศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 1 จังหวัดปทุมธานี และนิทรรศการส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการทำงาน จากศูนย์ความปลอดภัยในการทำงาน กิจกรรมของสำนักงานประกันสังคม และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน โดยดำเนินการตามหลักการ Social distancing เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัส COVID-19 อย่างไรก็ดี สำนักงานประกันสังคม โดยกระทรวงแรงงาน มีความตั้งใจที่จะดูแลแรงงานที่เป็นผู้ประกันตนเพื่อให้ได้รับการคุ้มครอง มีหลักประกันความมั่นคงในการทำงาน การเข้าถึงบริการของรัฐ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในชีวิตต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70090</URL_LINK>
                <HASHTAG>Healthy Thailand เพื่อผู้ประกันตน, รพ.พระจอมเกล้า เพชรบุรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9f2709e3b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 17:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 17:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับยาใกล้บ้านรุกคืบ  สปสช.ให้ “ร้านยาจัดการด้านยาเอง” ลดภาระ รพ. นำร่องที่รพ.พระจอมเกล่า   เพชรบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.63 - นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย นพ.จักรกริช โง้วศิริ รองเลขาธิการ สปสช. ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าร่วมบริหารจัดการคลังยาโดยร้านยา โดยโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี ภายใต้โครงการลดความแออัดของหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยร้านยาแผนปัจจุบัน (ข.ย.1) หรือ &amp;ldquo;โครงการรับยาใกล้บ้าน&amp;rdquo; ในวันที่ 10มิ.ย.2563 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า โครงการลดความแออัดของหน่วยบริการฯ โดยร้านยา ขย.1 เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข สภาเภสัชกรรม สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) และสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล และ สปสช. เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ป่วยไม่ต้องรอคอยรับยาที่โรงพยาบาล โดยนำใบสั่งยาไปเบิกจ่ายยาที่ร้านยาแทน โดยมีการเชื่อมต่อระบบและข้อมูลระหว่างโรงพยาบาล ร้านยา และ สปสช. นำไปสู่การลดความแออัดในโรงพยาบาล และลดภาระด้านยาให้กับโรงพยาบาลในอนาคต ซึ่ง สปสช.สนับสนุนค่าบริหารจัดการเพิ่มเติมให้กับโรงพยาบาล จำนวน 33,000 บาท/ร้านยา และร้านยา 70 บาท/ใบสั่งยา กำหนดให้บริการผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 4 กลุ่มที่สมัครใจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบหืด และจิตเวช นอกจากนี้ยังมีโรคเรื้อรังอื่นที่ผู้ป่วยมีภาวะคงที่ โดยให้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ จากที่ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นมา ได้รับการตอบรับด้วยดี ขณะนี้มีโรงพยาบาลเข้าร่วมจำนวน 130 แห่ง ร้านยา (ขย.1) จำนวน 1,033 แห่ง ผู้ป่วยร่วมโครงการ 14,391 คน และจำนวนการรับยาที่ร้านยา 19,581 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้รูปแบบการกระจายยาไปที่ร้านยา ส่วนใหญ่ร้อยละ 80.77 เป็นรูปแบบที่ 1 หน่วยบริการจัดยาผู้ป่วยเป็นรายบุคคลและส่งให้ร้านยา และมีบางส่วนที่ดำเนินการในรูปแบบที่ 2 คือหน่วยบริการสำรองยาไว้ที่ร้านยา และให้ร้านยาจัดยา อย่างไรก็ตามทั้ง 2 รูปแบบ โรงพยาบาลยังต้องบริหารจัดการยา ยังไม่สามารถลดภาระงาน ดังนั้น สปสช. ได้ผลักดันให้เกิดการนำร่องโครงการฯ กระจายยาไปร้านยาในรูปแบบที่ 3 คือ ให้ร้านยา จัดการด้านยา ผ่านหน่วยงานกลาง ที่ทำหน้าที่จัดซื้อจัดหา (องค์การเภสัชกรรม/ร้านยาขายส่งระดับเขต) มุ่งลดภาระโรงพยาบาลในการจัดส่งยาไปร้านยา โดยมีการเชื่อมส่งต่อข้อมูลระบบ ระหว่างโรงพยาบาล ร้านยา หน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่จัดซื้อจัดหา และในปี 2563 นี้ สปสช.ตั้งเป้านำร่องโรงพยาบาล 6 แห่ง เพื่อดูผลการดำเนินงาน และนำไปสู่การปรับปรุงพัฒนา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า รพ.พระจอมเกล้าเป็นหนึ่งในหน่วยบริการที่มีศักยภาพในการนำร่องโครงการในรูปแบบที่ 3 ได้ โดยมีร้านยา (ขย.1) ในพื้นที่ 14 แห่ง ร่วมเป็นเครือข่ายหน่วยบริการด้านยา สามารถกระจายผู้ป่วยไปรับยาที่ร้านยาสูงเป็นอันดับ 2 ของหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการในระบบทั้งหมด นอกจากทำให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่ดี ไม่ต้องรอรับยาห้องยาที่ใช้เวลานานแล้ว ผู้ป่วยยังได้รับคำแนะนำและข้อมูลการใช้ยาเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชุมพล เดชะอำไพ ผอ.รพ. พระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า โรงพยาบาลฯ ได้เริ่มดำเนินการโครงการรับยาใกล้บ้านในเดือนธันวาคม 2562 ดำเนินการในรูปแบบที่ 1 ก่อนเริ่มโครงการ โรงพยาบาลได้จัดระบบส่งต่อข้อมูลและการจัดส่งยาไปที่ร้านยา บริการผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง จิตเวช หอบหืด และโรคเรื้อรังที่ไม่มีความซับซ้อนในการดูแล ร้อยละ 30 ในช่วงเริ่มต้นมีผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการไม่มาก แต่จากประชาสัมพันธ์ทำให้มีผู้ป่วยร่วมโครงการเพิ่มขึ้น จากเดือนธันวาคม 2562 มีผู้ป่วยรับยา 25 ครั้ง และขยับเพิ่มขึ้นในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม 2563 เป็นจำนวน 64 ครั้ง 78 ครั้ง และ 140 ครั้ง (ตามลำดับ) และในเดือนเมษายนสูงถึง 598 ครั้ง เป็นผลจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยผลดำเนินการในช่วง 7 เดือน (18 ธ.ค. 62 &amp;ndash; 5 มิ.ย. 63) โรงพยาบาลพระจอมเกล้ามีเครือข่ายร้านยา (ขย.1) ที่ผ่านเกณฑ์และเข้าร่วมโครงการฯ 14 แห่ง มีผู้ป่วยรับยาที่ร้านยา 1,132 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;รพ. พระจอมเกล้า จ. เพชรบุรี เป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด &amp;nbsp;แต่ละวันมีผู้ป่วยเข้ารับบริการจำนวนมาก จึงมีนโยบายลดความแออัดในโรงพยาบาล และโครงการผู้ป่วยรับยาใกล้บ้านเป็นกลไกหนึ่ง ที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญต่อการดำเนินการโครงการจนเกิดประสิทธิผล ซึ่งการร่วมนำร่องโครงการรับยาใกล้บ้าน รูปแบบที่ 3 โรงพยาบาลพระจอมเกล้ามีความยินดีและมีความพร้อมในความร่วมมือ เพราะจะเป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาการระบบบริการดูแลผู้ป่วย ไม่แต่เฉพาะในส่วนของโรงพยาบาล แต่ในอนาคตยังขยายสู่โรงพยาบาลอื่นๆ ได้&amp;rdquo; ผอ.รพ.พระจอมเกล้า กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68430</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สปสช., นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา, รพ.พระจอมเกล้า เพชรบุรี, รับยาที่ร้านขายยาใกล้บ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee20546b9cd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
