<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อัจฉริยะ&quot;นำครอบครัวเหยื่อถูกสาดน้ำกรดเข้าขอบคุณ สบส.ระบุเป็นคดีตัวอย่างสธ.ที่ดำเนินการรวดเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
4 ธ.ค. ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วย นางทองอาด ทาระวัน น.ส.นงลักษณ์ สนิทเชื้อ และ ลูกสาวของน.ส.ช่อลัดดา ทาระวัน เหยื่อที่ถูกสามีสาดน้ำกรด และเสียชีวิตหลังจากโรงพยาบาลพระราม 2 ส่งต่อไปรักษายังโรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งหนึ่ง เพื่อขอบคุณในการเร่งรัดดำเนินคดีกับรพ.พระราม 2 โดยมี นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดี สบส.เป็นผู้รับมอบ โดยลูกสาวน.ส.ช่อลัดดาได้กล่าวสั้นๆ ว่าขอบคุณที่ให้การช่วยเหลือเรื่องแม่ของตน
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตนและครอบครัวน.ส.ช่อลัดดาต้องการมาขอบคุณทางกรมสบส.ที่ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว น.ส.ช่อลัดดา ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และเป็นตัวอย่างของกระทรวงสาธารณสุขในการบังคับใช้กฎหมาย เป็นคดีแรกของประเทศไทย ในการใช้เวลาไม่นานในการพิสูจน์ความจริง ว่าโรงพยาบาลเอกชนจะเปิดโรงพยาบาลได้ต้องมีความพร้อมทั้งแพทย์ บุคลากร ระบบการรักษา การส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาโรงพยาบาลอื่น เพราะวันนั้นหากโรงพยาบาลพระราม 2 มีแพทย์ให้การรักษาน.ส.ช่อลัดดา ก็คงไม่เสียชีวิต วันนี้ก็คงเป็นบทเรียนสำคัญของโรงพยาบาลเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังขอให้กรม สบส. เป็นสักขีพยานในการมอบเงินจำนวน 1 ล้าน 4 หมื่น บาท ให้กับลูกสาวน.ส.ช่อลัดดา ซึ่งชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมได้เปิดให้ประชาชนร่วมกันบริจาคเพื่อช่วยเหลือน้อง ทั้งนี้ เงินทั้งหมดน.ส.นงลักษณ์ สนิทเชื้อ ป้าของน้องจะเป็นผู้บริหารจัดการเงินจำนวนนี้เพื่อเป็นทุนการศึกษา และแบ่งใช้จ่ายเดือนละ 7,000 บาท โดยทางชมรมฯ จะไม่เข้าไปยุ่งกับเงินจำนวนนี้ ส่วนตัวน้องได้ย้ายไปอยู่กับนางทองอาด ที่จังหวัดขอนแก่นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.ภานุวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องคดีความทางนิติกรของกรมสบส.ก็ได้ดำเนินการแจ้งความเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ในกระบวนการของผู้ถูกกล่าวหาต้องไปให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ส่วนเรื่องการตรวจสอบมาตรฐานโรงพยาบาลพระราม 2 นั้น ได้สั่งการให้โรงพยาบาลปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่ยังไม่ได้มาตรฐานก่อนจะลงไปตรวจสอบมาตรฐานอีกครั้ง ทั้งนี้ ขอย้ำเป็นภารกิจหลักของกรม สบส. ที่จะคุ้มครองประชาชนให้ได้รับการดูแล รักษาจากสถานะพยาบาลที่มีคุณภาพ ภายใต้พ.ร.บ.สถานพยาบาล ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเป็นหูเป็นตา กรมเองก็จะพยามดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายในเชิงรุก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23460</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.), ครอบครัวเหยื่อถูกสาดน้ำกรด, ทนายอัจฉริยะ, นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ, รพ.พระราม2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c062e4857d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สบส.ชี้รพ.พระราม 2 ผิด 5 กระทง ไม่ช่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน-ส่งต่อสาวถูกสาดน้ำกรดไม่เหมาะสม    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 20 พ.ย. ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มีการแถลงข่าวสรุปผลการสอบสวนของคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียนว่าถูกปฏิเสธการรักษาและมีการให้บริการทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐานกรณีสาวถูกสามีสาดน้ำกรดใส่หน้า โดย นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ กล่าวว่า ในหลักปฏิบัติต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่ง สบส.ได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ รพ.พระราม2 เพื่อรวบรวมข้อมูลระหว่างเกิดเหตุ ทั้งเอกสารทางการแพทย์ ภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เพื่อนำเสนอแก่คณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ที่แต่งตั้งขึ้นเพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริง &amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการ 15 คนและมีการประชุมสรุปผลเมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 13.00 -19.00 น. โดยมีการเชิญผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการของ รพ. พระราม 2 และรพ.บางมด ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 2 ที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องคือวันที่ 9 พ.ย.-19พ.ย.ใช้เวลาพิจารณาทั้งหมดเพียง 10 วัน ซึ่งผลสรุปของคณะกรรมการทางกองกฎหมาย ได้ส่งมาเพื่อให้ตนพิจารณาในช่วงเช้าที่ผ่านมามี 5 กรณี ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.กรณีให้พยาบาลวิชาชีพ เป็นผู้ตรวจประเมินอาการผู้ป่วยและให้การรักษาเบื้องต้น โดยไม่มีการรายงานแพทย์ ซึ่งทางคณะกรรมการมีมติว่าอาจจะเข้าข่ายการกระทำผิดในเรื่องไม่มีการควบคุมและดูแล มิให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานประกอบวิชาชีพ ผิดไปจากสาขาที่ขออนุญาต ในการลงโทษนั้นเข้าข่ายผิดมาตรา34(1) (2)ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท โดยคณะอนุกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้มีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยจะมีการดำเนินคดีในชั้นศาลต่อไปเนื่องจากมีโทษจำคุก โดยผู้ที่จะถูกดำเนินคดีคือ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กรณีที่เมื่อได้รับรายงานแล้ว จากการสอบถามพยาบาลที่ให้การตรวจรักษาแล้วได้รายงานผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ผู้ดำเนินการได้สั่งการให้รับผู้ป่วยไว้นอน รพ. จึงมีการสรุปว่าเมื่อผู้ดำเนินการสั่งให้รับผู้ป่วยไว้เป็นผู้ป่วยใน แสดงว่าผู้ป่วยมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนที่จะนำผู้ป่วยไปนอนที่ รพ. ตามข้อสั่งการ ซึ่งลักษณะเช่นนี้ ทาง คณะกรรมการมีมติว่าอาจจะเข้าข่ายการไม่ควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งเข้าข่ายหรือน่าจะมีความผิด ตามมาตรา34(2) ซึ่งจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท มติของคณะอนุกรรมการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อนำไปสู่กระบวนยุติธรรม ซึ่งผู้ที่จะถูกดำเนินคดีก็คือผู้ดำเนินการสถานพยาบาลเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3. กรณีไม่มีแพทย์ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วย เพื่อคัดแยกระดับความฉุกเฉินตามมาตรฐานที่มีการกำหนดไว้ ซึ่งกรณีนี้ก็อาจจะเข้าข่ายทำผิดตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขและ พ.ร.บ.สถานพยาบาล ตามาตร 35 (3) และ (4) มีอัตราโทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ซึ่งกรณีนี้อนุกรรมการมีมติให้มีการเปรียบเทียบปรับ ผู้ที่จะถูกลงโทษในกรณีนี้คือ ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลกับผู้ดำเนินการสถานพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.กรณีไม่ให้การช่วยเหลือดูแลแก่ผู้ป่วยที่อยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน อาจจะเข้าข่ายผู้ได้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการมิได้ควบคุมดูแลให้การรักษาดูแลแก่ผู้ป่วยตามมาตรา 33 / 1 ซึ่งอัตราโทษเข้าได้กับมาตรา36วรรค 1 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท มติกรรมการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ และต้องส่งศาลเพื่อให้มีการพิจารณากับผู้กระทำความผิดคือผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลกับผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ5.กรณีที่เมื่อได้รับการช่วยเหลือเยียวยาแล้ว และอ้างว่าเป็นความต้องการของผู้ป่วยที่ต้องการไปรักษาตัวใน รพ.แห่งที่2 &amp;nbsp;ที่มีสิทธิ์ประกันสังคมอยู่ จะเข้าข่ายการส่งต่อโดยไม่เหมาะสม ซึ่งอาจจะมีความผิดตามกฎหมายที่กำหนด ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท ตามมาตรา 36 (3) คณะกรรมการมีมติให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ณัฐวุฒิ &amp;nbsp;กล่าวว่า จะเห็นว่ามีการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ 4 กรณี และมี 1 กรณีที่ให้มีการเปรียบเทียบปรับ ซึ่งเราได้นำมติเข้าสู่คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ ขณะนี้กำลังประชุมกันอยู่ เพื่อให้มีมติว่าจะปรับเป็นเงินเท่าไร เพื่อส่งให้กับคณะกรรมการสอบสวนต่อไป สรุปคือมติโดยรวมของคณะอนุกรรมการให้มีการแจ้งความร้องทุกข์ทั้งหมดทั้งคดีเปรียบเทียบปรับและคดีที่ต้องจำคุกเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งตนจะได้ให้ความเห็นและให้ดำเนินการตามมติของคณะกรรมการเพื่อให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป ซึ่งพนักงานสอบสวนจะเริ่มเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนและส่งต่อให้พนักงานอัยการมีมติต่อไปว่าจะมีการฟ้องร้องประเด็นใดบ้าง และเมื่อเป็นที่สิ้นสุดศาลยุติธรรมจะเป็นผู้ให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งการที่ต้องมีกระบวนการยุติธรรมมารองรับเพราะหากให้ สบส.เป็นผู้พิจารณาลงโทษฝ่ายเดียว อาจใช้เพียงดุลยพินิจของเรา ซึ่งอาจจะไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายได้ อย่างไรก็ตาม อีกกรณีคือกรณีที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถานพยาบาล คือ กรณีพยาบาลที่ได้ให้การรักษาและให้การยอมรับว่ามิได้รายงานแพทย์เองจะเข้าข่ายกรณีจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพที่ไม่ได้เป็นไปตามาตรฐานที่กำหนด ซึ่งทาง สบส.จะได้มีการส่งเรื่องนี้ต่อไปยังสภาการพยาบาลต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22357</URL_LINK>
                <HASHTAG>รพ.บางมด, รพ.พระราม2, สบส., สาวถูกน้ำกรดตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf3bebea01b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2018 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2018 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้วสิ ! ลูกสาวกับแท็กซี่ให้ข้อมูลตรงกันรพ.พระราม 2 ไม่ออกเวชระเบียน-ใบส่งตัวไปอีกรพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19พ.ย.61- นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีรพ.พระราม 2 ส่งต่อน.ส.ช่อลัดดา ที่ถูกสาดน้ำกรดเสียชีวิตว่า การเข้าให้ข้อมูลวันนี้ทั้งในส่วนของลูกสาวและคนขับแท็กซี่ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยลูกสาวยืนยันว่าในการส่งต่อไม่มีใบเวชระเบียน และใบส่งตัวจากแพทย์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตรงกันกับที่พนักงานเจ้าหน้าของสบส.ตรวจสอบพบ ก็มั่นใจว่าเราจะได้รับความเป็นธรรม ส่วนตัวมั่นใจว่ารพ.มีความผิด ส่วนรพ.พระราม 2 วันนี้ตนไม่ได้เจอใคร อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบว่าทางคณะกรรมการจะสรุปผลและแถลงเรื่องนี้เลยหรือไม่ ซึ่งไม่ได้รอฟัง &amp;nbsp;แต่ในวันที่ 20 พ.ย.จะเดินทางไปร้องเรียนที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กรณีตั้งข้อสังเกตว่ามีการลงข้อมูลเพื่อเบิกเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.พีระ คณานุวัฒน์ รองผอ.รพ.พระราม 2 พร้อมด้วยทีมงาน เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ต่อจากทีมของผู้เสียหาย โดยให้ข้อมูลประมาณ 30 นาที ก่อนจะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า ไม่อยากพูดอะไรมาก เรื่องหลักฐานได้ส่งให้คณะกรรมการไปหมดแล้วตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่สบส.ลงไปตรวจสอบในพื้นที่ วันนี้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเท่านั้น แต่ไม่ขอพูดอะไร เรื่องคณะกรรมการตนไม่ก้าวล่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ได้มีการพูดคุยกับญาติผู้ป่วยอีกหรือไม่ นพ.พีระ กล่าวว่าไม่ได้พูดคุย เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะดำเนินการทางกฎหมายกลับหรือไม่ นพ.พีระ กล่าวว่า ส่วนตนไม่ฟ้อง เรื่องนี้พูดไปหมดแล้ว ถามว่ากังวลหรือไม่ ก็ตอบว่ามีใครบ้างไม่กังวลกับเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ทางคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ หลังจากได้รับข้อมูลจากฝ่ายผู้เสียหาย รพ.พระราม 2 รวมถึงรพ.เอกชนอีกหนึ่งแห่งแล้วยังคงมีการหารือต่อยังไม่ได้ข้อสรุป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22286</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายอัจฉริยะ, รพ.พระราม2, สาวถูกสาดน้ำกรด, ใบส่งตัวไปอีกรพ., ไม่ออกเวฃระเบียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181119/image_big_5bf29221b1f81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติเตรียมเผาศพ&#039;ช่อลัดดา&#039;เหยื่อสาดน้ำกรด วอนช่วยเหลือ&#039;น้องเตเต้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;14 พ.ย. 61 - เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการจัดงานศพ ของ น.ส.ช่อลัดดา ทาระวัน อายุ 38 ปี ที่บ้านเลขที่ 10 ม.9 บ.แสงอรุณ ต.โนนทอง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น ยังคงเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยยังคงมีคนในครอบครอบครัวของผู้ตาย รวมไปถึงเพื่อนบ้านเดินทางมาเคารพศพผู้ตายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หลายหน่วยงานทั้งจากทางราชการ และภาคเอกชนเดินทางเข้ามาให้การช่วยเหลือ โดยมีนางทองอาจ ทาระวัน อายุ 59 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต และ ด.ญ.เตชินี โฆสิตานนท์ หรือน้องเตเต้ อายุ 12 ปี ลูกสาวคนเดียวของผู้เสียชีวิต คอยให้การต้อนรับแขก โดยเช้าวันนี้พบว่าแต่ละคนอยู่ในอาการที่อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะน้องเตเต้ ที่ได้รับบาดเจ็บจากน้ำกรดขณะช่วยเหลือแม่ที่เสียชีวิตในช่วงของการนำตัวส่งโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางทองอาจ มารดาของ น.ส.ช่อลัดดา เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ช่วงบ่ายวันนี้ครอบครัวจะทำการเคลื่อนศพไปที่ศาลาพักศพของวัดแสงธรรมรังสี ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้าน เพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจตามกำหนดการ คือประมาณ 15.00 น. ซึ่งขณะนี้ครอบครัวยังคงรู้สึกเสียใจของการจากไปของลูกสาว ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว โดยในส่วนคดีความก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนตัวไม่ขอให้อภัยผู้ก่อเหตุและต้องการให้มีการลงโทษผู้ก่อเหตุด้วยการประหารชีวิตตามกรรมที่ก่อไว้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นครอบครัวรับไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เชื่อว่านายคำตันผู้ที่ก่อเหตุมีการเตรียมการมาอย่างดีเพื่อจะฆ่าลูกสาว นับจากนี้ไปขอตัดขาดกับนายคำตัน ไม่ต้องการให้มาเจอไม่ต้องการให้เข้ามาขอขมาศพหรือครอบครัวทั้งสิ้น ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีถึงที่สุดด้วยการประหารชีวิต และในส่วนของน้องเตเต้ลูกสาวผู้ตายก็จะย้ายกลับมาอยู่ที่จ.ขอนแก่น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเรื่องย้ายสถานที่เรียนหนังสือ พร้อมทั้งญาติๆ จะเดินทางกลับไปขนย้ายข้าวของที่กรุงเทพฯ มาขอนแก่นทั้งหมด นอกจากนี้ในส่วนของโรงพยาบาลที่ปฏิเสธการรักษานั้น ทางครอบครัวได้มอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ดำเนินการเดินหน้าสู้เต็มที่&amp;quot; มารดาของน.ส.ช่อลัดดา ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า อันดับแรกจะดำเนินการในเรื่องการศึกษาของน้องเตเต้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาให้การช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ให้สามารถพร้อมเรียนหนังสือได้ทันที และในส่วนเงินช่วยเหลือต่างๆ เบื้องต้นจะมีเงินชดเชยจากกรมคุ้มครองสิทธิฯ กระทรวงยุติธรรม ประมาณ 110,000 บาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ โดยในส่วนคดีความทั้งผู้ก่อเหตุ และในส่วนของโรงพยาบาลที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายทางจังหวัดไม่สามารถก้าวก่ายได้ และในส่วนการช่วยเหลืออื่นๆของทางราชการ หลังจากนี้ก็จะได้ดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวอย่างเต็มที่ตามระเบียบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากการดำเนินการในเรื่องของการฌาปนกิจศพ ของ น.ส.ช่อลัดดา แล้วเสร็จ ครอบครัวและน้องเตเต้ จะเดินทางไปที่กรุงเทพฯ เพื่อจัดการเรื่องเอสการหลักฐานและการเก็บข้าวของต่างๆของผู้ตายและของน้องเตเต้ กลับมาที่ จ.ขอนแก่น โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาที่น้องเตเต้จะต้องย้ายกลับมาเรียน ป.6 ที่ขอนแก่น และจะต้องเป็นเสาหลักดูแลครอบครัวแทนแม่ที่เสียชีวิต &amp;nbsp;โดยผู้ที่ต้องการให้การช่วยเหลือน้องเตเต้ สามารถร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผ่านหมายเลขบัญชีของน้องเตเต้ได้โดยตรง ที่บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารออมสิน สาขาบิ๊กซีพระราม 2 หมายเลขบัญชี 020255181289 ชื่อบัญชี ด.ญ.เตชินี โฆสิตานนท์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21944</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ช่อลัดดา, น้องเตเต้, รพ.พระราม2, เผาศพ, เหยื่อสาดน้ำกรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5beb96ce4b7cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.พระราม 2อ้างหญิงโดนสาดน้ำกรด ต้องการไปรักษารพ.บางมดเอง/สบส.เผยถ้าผิดจริงมีโทษขั้นคุก2ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12พ.ย.61- เมื่อเวลา 15.00 น. ที่โรงพยาบาล(รพ.) พระราม 2 พญ.วัลลภา ไชยมโนวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล(รพ.)พระราม 2 นพ.พีระ คณานวัตน์ ศัลยแพทย์ทั่วไป และที่ปรึกษาประจำ รพ. พระราม 2 โดยพญ.วัลลภา แถลงข่าวข้อเท็จจริงกรณีสาวถูกน้ำกรดสาด ภายหลังผู้อำนวยการกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) เดินทางมาตรวจสอบ ว่า จากเหตุการณ์ รพ.พระราม 2 รับคนไข้หญิงไทยอายุ 38 ปี ซึ่งเข้ามาในโรงพยาบาลในลักษณะเดินกึ่งวิ่งมาจากด้านล่างของโรงพยาบาลบริเวณทางลาดขึ้นไปที่ห้องฉุกเฉินบริเวณชั้น 2 เวลาตี 5 เศษถึง6 โมงเช้าของวันที่ 9&amp;nbsp;พฤศจิกายน 2561 แต่เนื่องจากคนไข้ไม่เคยมาที่รพ.พระราม 2 จึงวิ่งผ่านห้องฉุกเฉินด้านหน้าไปบริเวณ OPDและลงไปที่ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล จนพบพนักงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยของโรงพยาบาล ซึ่งอยู่บริเวณชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล จึงสอบถามคนไข้และพาคนไข้เข้ามาที่ห้องฉุกเฉินบริเวณประตูหลังซึ่งอยู่หน้าลิฟท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.วัลลภา กล่าวว่า ขณะที่คนไข้เข้าไปที่ห้องฉุกเฉินได้ร้องบอกเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ห้องฉุกเฉินว่าช่วยด้วย ปวดแสบปวดร้อน พยาบาลห้องฉุกเฉินจึงรีบเข้าช่วยปฐมพยาบาลคนไข้พร้อมสอบถามอาการ ทราบว่าคนไข้ถูกสามีสาดน้ำร้อนเข้าหน้าในขณะนอน พยาบาลจึงได้ทำการปฐมพยาบาล พร้อมวัดสัญญาณชีพ ผลความดันปกติ ชีพจรปกติ การหายใจปกติ ออกซิเจนในเลือดปกติ จากนั้นได้โทรรายงานแพทย์ที่ปรึกษาทางศัลยกรรม นพ.พีระ คณานุวัฒน์ พร้อมแจ้งอาการและสัญญาณชีพให้ทราบ นพ.พีระ สั่งให้ทำแผลคนไข้ และรับไว้เป็นผู้ป่วยใน เพื่อให้ยาระงับปวดและสังเกตอาการ แต่คนไข้ได้แจ้งปฏิเสธการรักษาเป็นผู้ป่วยใน พร้อมทั้งบอกความต้องการที่จะไปรักษาตามสิทธิประกันสังคมของตน ซึ่งอยู่ที่ รพ.บางมด และประสงค์ขอเดินทางไปเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางรพ.พระราม 2 ได้โทรแจ้งที่รพ.บางมด แต่ไม่สามารถติดต่อผู้ตรวจการณ์ของรพ.บางมดได้ในขณะนั้น จึงขอสายคุยกับพยาบาลห้องฉุกเฉิน และแจ้งว่าจะมีคนไข้คนดังกล่าวไปที่รพ. จากนั้น รพ.พระราม 2 ได้นำส่งคนไข้ขึ้นรถแท็กซี่ไปรพ.บางมดตามความประสงค์ประมาณ 6 โมงเช้า รพ.พระราม 2 ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง และขอยืนยันว่าได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดตามมาตรฐานรพ.ในการดูแลคนไข้ และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของคนไข้ในการสูญเสียครั้งนี้ &amp;ldquo; ผอ.รพ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.พีระ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งข้อมูลไปยังสบส.แล้ว มีกล้องวงจรปิด ซึ่งเก็บข้อมูลมาหมด เห็นหน้าคนไข้ และมีลูกสาววิ่งตามเข้ามา และร้องขอความช่วยเหลือว่าปวดแสบปวดร้อน เหมือนถูกน้ำร้อน หรืออะไรสาดมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำบัตรบอกว่า ยังไม่ต้องทำบัตร ฉุกเฉินได้เลย อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ เมื่อเห็นเป็นรอยแดง เรายังบอกไม่ได้ว่า โดนน้ำกรด น้ำร้อน หรือเปลวไฟ ส่วนบริเวณห้องฉุกเฉินติดกล้องไม่ได้ เพราะต้องเปิดเสื้อผ้าทำแผลผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีหลักฐานอย่างไรเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ปฏิเสธรักษา นพ.พีระ กล่าวว่า การปฏิเสธรักษานั้น จริงๆเป็นเรื่องการพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่พยาบาลและคนไข้ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ตนยังไม่ทราบ เพราะข้อมูลนี้จะเป็นข้อมูลจากทายาทโดยธรรมเท่านั้นจะรับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่ผิวหนังไหม้ระดับ 3 ทำให้เสียชีวิตได้หรือไม่ นพ.พีระ กล่าวว่า เสียชีวิตได้ อย่างหากรวดเร็วเพราะเสียเกลือแร่ หรือการติดเชื้อเข้ากระแสเลือด แต่ต้องใช้เวลานาน 3-4 วัน ส่วนกรณีนี้ลักษณะของแผลไม่เป็นเหตุให้เสียชีวิต ซึ่งหากเป็นผิวหนังไหม้ระดับ 3 จิ้มแผลจะไม่เจ็บเลย เพราะชาไปหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับคลิปวิดีโอที่มาในรพ. ต้องขออนุญาตเปิดเผยไม่ได้ ยกเว้นญาติมาเซ็นรับไป หรือทายาทโดยธรรมมีสิทธิขอข้อมูล หรือภาพได้ แต่ต้องขอที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้สื่อข่าวถามว่า ณ วันนั้นได้เก็บค่ารักษาหรือไม่ นพ.พีระ กล่าวว่า ไม่ได้เก็บสักบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;จากคลิปวิดีโอที่ผมตอบโต้ไปเมื่อวันก่อน เมื่อกลับมาบ้านผมก็ได้รับการสั่งสอนจากภรรยาว่า ไม่มีประโยชน์ในการตอบโต้ ซึ่งเมื่อข้อเท็จจริงออกมา ผมคงไม่ฟ้องร้องใครที่ทำให้รพ.พระราม 2 เสียชื่อเสียง อย่างไรก็ตาม เราทุกคนในรพ.เสียใจที่เกิดเรื่อง เพราะเกินความคาดคิด เพราะลักษณะที่เราเห็น ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต ซึ่งก็อยากทราบสาเหตุเหมือนกัน โดยมีหลายครั้งที่มารพ.พระราม 2 แล้วเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่เมื่อชันสูตรก็จะทำให้ทราบข้อเท็จจริง&amp;rdquo; นพ.พีระ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางเจ้าหน้าที่ สบส. ได้มาตรวจสอบและขอข้อมูลอะไรบ้าง นพ.พีระ กล่าวว่า ได้ขอข้อมูล 3 อย่าง คือ สำเนาเวชระเบียน สำเนาตารางเวรของผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ และสำเนาคลิปวิดีโอ ซึ่งก็ต้องรอการพิจารณา เพราะไม่ว่าอะไรก็ตามเมื่อมีการร้องเรียนในรพ.ทุกแห่ง ก็จะมีเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบและขอข้อมูลที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการ สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ลงไปตรวจสอบรพ. 2 แห่ง คือ รพ.พระราม 2 และรพ.บางมด โดยได้ข้อมูลหลักฐานต่างๆทั้งหมด อาทิ เวชระเบียนคนไข้ หลังจากนี้จะส่งมอบเรื่องให้อนุกรรมการฯพิจารณา ว่า มีความผิดอะไรหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีความผิดตามพ.ร.บ.สถานพยาบาลฯ ก็จะส่งให้ทางแพทยสภาต่อไป คาดว่าจะใช้เวลา 1 สัปดาห์นับจากนี้ หากมีความผิดจริงก็จะผิดในเรื่อง ม.36 เรื่องรองรับผู้ป่วยกรณีส่งต่อ ทั้งนี้ หากเข้าข่ายเคสฉุกเฉินจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21825</URL_LINK>
                <HASHTAG>รพ.บางมด, รพ.พระราม2, สบส., หญิงโดนสาดน้ำกรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181112/image_big_5be94ff647442.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
